สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก > เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สถาปนาในรัชกาลปัจจุบัน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สถาปนาในรัชกาลปัจจุบัน  
 

 
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
 
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สถาปนาในรัชกาลปัจจุบัน โดย รองศาสตราจารย์ธงทอง จันทรางศุ
          เครื่องราชอิสรพยาภรณ์  คือ สิ่งซึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงเกียรติยศและบำเหน็จความชอบ เป็นของพระมหากษัตริย์ทรงสร้างขึ้นสำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในราชการ หรือส่วนพระองค์  เรียกเป็นภาษาสามัญว่า  “ตรา”  ในปัจจุบันหมายความรวมถึง  เครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานแก่ผู้กระทำความดีความชอบ อันเป็นประโยชน์แก่ประเทศศาสนา และประชาชน และเหรียญที่ระลึกที่พระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในโอกาสต่างๆ และที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้บุคคลประดับได้อย่างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามที่ทางราชการกำหนดด้วย เครื่องราชอิสริยาภรณ์มีกำเนิดเริ่มต้นโนทวีปยุโรปก่อน แล้วแพร่หลายไปยังประเทศอื่นในภายหลัง สำหรับประเทศไทยได้มีการสถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามคตินิยมนี้เป็นครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้มีการสถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพิ่มเติมขึ้นตามลำดับยุคสมัย

          เฉพาะในรัชกาลปัจจุบัน  ได้มีการสถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขึ้นใหม่หลายชนิด  ดังจะได้กล่าวตามลำดับต่อไป



[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์ : The Most AuspiciousOrder of the Rajamitrabhorn
          เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานแก่ประมุขของรัฐต่างประเทศ  สร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช  ๒๕๐๕  ตามพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์  พ.ศ. ๒๕๐๕  และได้พระราชทานแด่สมเด็จพระราชาธิบดีซยิดปุตราอิบนิอัล-มาร์ฮุม  ซยิด  ฮัสซัน  จามา  คุลลี  ยังดี-ปอร์ตวนอากง  แห่งสหพันธรัฐมลายา เป็นพระองค์แรก เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์ใช้อักษรย่อว่า “ร.ม.ภ.” มีชั้นเดียว  โดยแบ่งเป็นบุรุษและสตรีไม่จำกัดจำนวน   มีกรมศิลปากรเป็นผู้รับผิดชอบในการออกแบบ  โดยนายสนิท ดิษฐพันธุ์ เป็นช่างผู้เขียนแบบ และหม่อมเจ้ายาใจ  จิตรพงศ์ทรงควบคุม

          ลักษณะเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์  และการประดับ
                 สำหรับพระราชทานบุรุษ ประกอบด้วยดวงตราสำหรับห้อยสายสร้อย  ดาราเเละดวงตราสำหรับห้อยสายสะพาย

          ดวงตราสำหรับห้อยสายสร้อย
                 ด้านหน้า  มีรูปจักรและตรีศูลขัดกันประดับเพชร  อยู่ในวงกลมพื้นลงยาสีขาบ  ขอบวงกลมเป็นเพชรสร่งเงิน  มีรัศมีทองแปดแฉกและรัศมีเงินแปดแฉก
                 ด้านหลัง  มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ  “ภ.ป.ร.” อยู่ในวงกลมพื้นลงยาสีขาว  ขอบวงกลมสีน้ำเงิน  เบื้องบนด้านหน้ามีรูปอุญาโลมและพระมหามงกุฎทอง  มีรัศมีทองห้อยกับสายสร้อยทอง  ความยาวไม่ต่ำกว่า  ๕๘  เซนติเมตร  รูปดอกชัยพฤกษ์สลับกระหนกเกลียว  ตรงที่ห้อยดวงตรามีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ  “ภ.ป.ร.”  ประดับเพชร อยู่ในรูปปทุมอุณาโลมลงยาสีเหลืองใช้ห้อยกับสายสร้อยสวมคอ

          ดวงตราสำหรับห้อยสายสะพาย
                  ด้านหน้า  มีลักษณะเช่นเดียวกับดวงตราสำหรับห้อยสายสร้อย  แต่มีขนาดย่อมกว่า  รูปจักรและตรีศูลงยาสีขาว
                  ด้านหลัง เป็นพื้นเกลี้ยงไม่มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ใช้ห้อยกับสายสะพายสีเหลืองขนาดกว้าง ๑๐ เซนติเมตร  มีริ้วสีขาว กว้าง ๕ มิลลิเมตรใกล้ขอบทั้งสองข้าง ริมริ้วสีขาวทั้งสองข้างมีเส้นสีน้ำเงิน สะพายบ่าขวาเฉียงลงทางซ้าย

          ดารา
                 มีลักษณะเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑทองอยู่ในวงกลมพื้นลงยาสีขาบ ขอบวงกลมเป็นเพชรสร่งเงิน มีรัศมีทองแปดแฉก และรัศมีเงินแปดแฉก ใช้ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย
                 สำหรับพระราชทานสตรี มีลักษณะเช่นเดียวกับที่พระราชทานแก่ประมุขของรัฐต่างประเทศซึ่งเป็นบุรุษ  แต่ดวงตราดารา และสายสร้อย  มีขนาดย่อมกว่า สายสร้อยมีความยาวไม่ต่ำกว่า ๔๘ เซนติเมตร สายสะพายให้ใช้ขนาดกว้าง ๗  เซนติเมตร และมีวิธีการประดับเช่นเดียวกับบุรุษ

         เครื่องหมายดุมเสื้อและเครื่องหมายแพรแถบ
                เครื่องหมายดุมเสื้อและเครื่องหมายแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลราชมิตราภรณ์เป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑทอง อยู่ในวงกลมพื้นลงยาสีขาบ

         เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์นี้  ไม่มีประกาศนียบัตรกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แต่จะประกาศพระนาม หรือนามของผู้ที่ได้รับพระราชทานในราชกิจจานุเบกษา

[กลับหัวข้อหลัก]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตราภรณ์สำหรับพระราชทานบุรุษ


เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นมงคลยิ่งราชมิตรากรณ์สำหรับพระราชทานสตรี

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ : The Boy Scout Citation Medal (Special Class)
          เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในราชการแผ่นดินประเภทหนึ่ง  โดยนับว่า เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของเหรียญลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ  มีเพียงชนิดเดียว เป็นดวงตรารูปกลมรี  ผู้ออกแบบ  คือ  นายพินิจ  สุวรรณะบุณย์  ทรงพระกรุญาโปรดเกล้าฯ  ให้สร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช  ๒๕๓๐  ตามพระราชบัญญัติเหรียญลูกเสือ  (ฉบับที่ ๔)  พ.ศ.  ๒๕๓๐ ในโอกาสครบรอบ  ๗๕  ปี ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๕ และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสมหามงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา  ๕  รอบ  อีกทั้งเพื่อส่งเสริมกำลังใจแก่  ผู้อุทิศตนให้กิจการลูกเสืออย่างแท้จริง

          ลักษณะเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ  ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ  และการประดับ
          ด้านหน้า  มีลักษณะเป็นรูปกลมรี  พื้นลงยาสีน้ำเงิน  ขนาดกว้าง  ๒.๕  เซนติเมตร  ส่วนสูง  ๓.๓  เซนติเมตร  กลางดวงตรามีตราหน้าเสือประกอบวชิระเงิน ล้อมด้วยเม็ดไข่ปลาสีทอง และมีรัศมีเงินโดยรอบแปดแฉก  คั่นด้วยกระจังสีทองเบื้องบนมีพระมหามงกุฎรัศมีฉลุโปร่ง และเลข “๙” สีทอง
          ด้านหลัง  กลางดวงตราเป็นดุม  พื้นลงยาสีม่วง  มีรูปตราของคณะลูกเสือโลก เบื้องล่างมีอักษรสีเงินว่า  “เราจะทำนุบำรุงกิจการลูกเสือสืบไป” ที่ขอบส่วนบนของดวงตรามีห่วงห้อยแพรแถบ  ขนาดกว้าง  ๔  เซนติเมตร  มีริ้วสีเหลืองกว้าง  ๒.๒  เซนติเมตร อยู่ตรงกลาง  ริมทั้งสองข้างมีริ้วสีขาวกว้าง  ๓  มิลลิเมตร  และริ้วสีดำกว้าง  ๖  มิลลิเมตร  ใช้ห้อยกับแพรแถบคล้องคอ

         การพระราชทาน
                ๑. สำหรับพระราชทานแก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี  ชั้นที่  ๑  และได้มีอุปการคุณช่วยเหลือกิจการลูกเสืออย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า  ๕  ปี  นับตั้งแต่วันที่ได้รับพระราชทานเหรียญสดุดีชั้นที่  ๑
                ๒. เมื่อคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติพิจารณาเห็นว่า ผู้ใดสมควรได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ  ให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานต่อไป
                ๓. พระราชทานให้เป็นกรรมสิทธิ์  เมื่อผู้ได้รับพระราชทานวายชนม์  ให้ทายาทโดยชอบธรรมรักษาไว้เป็นที่ระลึก

[กลับหัวข้อหลัก]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ : The Most Admirable Order of the Direkgunabhorn
          เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์  สร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช  ๒๕๓๔  โดยมีการตราพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์  พ.ศ.  ๒๕๓๔ เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลใหม่สำหรับพระราชทานแก่ผู้กระทำความดีความชอบอันป็นประโยชน์เเก่ประเทศ  ศาสนา  และประชาชน มีชื่อและมีอักษรย่อตามลำดับชั้น  ๗  ชั้นพระราชทานทั้งบุรุษและสตรี   ดังนี้
                 ชั้นที่  ๑  ปฐมดิเรกคุณาภรณ์  ป.ภ.
                 ชั้นที่  ๒  ทุติยดิเรกคุณาภรณ์  ท.ภ.
                 ชั้นที่  ๓  ตติยดิเรกคุณาภรณ์  ต.ภ.
                 ชั้นที่  ๔  จตุตถดิเรกคุณาภรณ์  จ.ภ.
                 ชั้นที่  ๕  เบญจมดรกคุณาภรณ์  บ.ภ.
                 ชั้นที่  ๖  เหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์  ร.ท.ภ.
                 ชั้นที่  ๗  เหรียญเงินดิเรกคุณาภรญ์  ร.ง.ภ.
           ผู้เขียนแบบคือ นายพินิจ  สุวรรณะบุณย์

           ลักษณะเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์  และการประดับ
           ชั้นที่  ๑  ปฐมดิเรกคุณาภรณ์
                 สำหรับพระราชทานบุรุษ  ประกอบด้วยดวงตรา  ดารา และสายสะพาย
                 ดวงตรา  ด้านหน้า  มีรูปพระครุฑพ่าห์สีทองอยู่ในวงกลมพื้นลงยาสีแดง  ขอบเป็นสร่งเงินรอบนอกมีกระจังเงินแปดทิศ  และมีเปลวรัศมีทองแทรกตามหว่าง  เบื้องบนมีพระมหามงกุฎทอง  มีรัศมี ด้านหลัง  เป็นดุมสีทอง  มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ลงยาสีขาว  ประดับห้อยกับสายสะพาย  ขนาดกว้าง  ๑๐  เซนติเมตร  สีเขียว ริมสีแดงชาด  มีริ้วสีขาว  และสีเหลืองขนาดเล็กควบคั่นทั้งสองข้าง  สำหรับสะพายบ่าขวาเฉียงลงทางซ้าย

                 สำหรับพระราชทานสตรี ดวงตรา  ดารา  และสายสะพาย มีลักษณะเหมือนอย่างที่พระราชทานบุรุษ  แต่มีขนาดย่อมกว่า

           ชั้นที่  ๒  ทุติยดิเรกคุณาภรณ์
                 สำหรับพระราชทานบุรุษ ประกอบด้วยดวงตรา  ดารา  และแพรแถบ
                 ดวงตรา  ด้านหน้า  มีรูปพระครุฑพ่าห์สีทองอยู่ในวงกลมพื้นลงยาสีแดง  ขอบเป็นสร่งเงิน รอบนอกมีกระจังเงินแปดทิศ  และมีเปลวรัศมีสีทองแทรกตามหว่าง ด้านหลัง  เป็นดุมสีทอง  มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. ลงยาสีขาว  เบื้องบนมีพระมหามงกุฎทอง  มีรัศมี  ห้อยกับแพรแลบขนาดกว้าง  ๔  เซนติเมตร  สีเขียว  ริมสีแดงชาด มีริ้วสีขาวและสีเหลืองขนาดเล็กควบคั่นทั้งสองข้างใช้สวมคอ
                 ดารา  มีลักษณะเหมือนอย่างดวงตรา แต่เบื้องบนมีพระมหามงกุฎและอุณาโลมสีทอง ขอบเป็นสร่งเงิน  รอบนอกมีกระจังเงินแปดทิศ  มีรัศมีทองแทรกตามหว่าง  ด้านหลังเป็นดุมสีทองอย่างดวงตรา ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย

                สำหรับพระราชทานสตรี ดวงตรา  ดารา  มีขนาดย่อมกว่า  และดวงตราห้อยกับแพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอ  ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย

          ชั้นที่  ๓  ตติยดิเรกคุณาภรณ์
                สำหรับพระราชทานบุรุษ ดวงตรา  มีลักษณะอย่างทุติยดิเรกคุณาภรณ์ห้อยกับแพรแถบขนาดกว้าง  ๔  เซนติเมตร ใช้สวมคอ

                สำหรับพระราชทานสตรี ดวงตรา  มีขนาดย่อมกว่า  สำหรับห้อยกับแพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอ  ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย

          ชั้นที่  ๔  จตุตถดิเรกคุณาภรณ์
                สำหรับพระราชทานบุรุษ
                ดวงตรา  มีลักษณะอย่างตติยดิเรกคุณาภรณ์  แต่มีขนาดย่อมกว่า  ห้อยกับแพรแถบขนาดกว้าง ๓  เซนติเมตร  มีดอกไม้จีบติดบนแพรแถบประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย

               สำหรับพระราชทานสตรี แพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอ  ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย

          ชั้นที่ ๕ เบญจมดิเรกคุณาภรณ์
                สำหรับพระราชทานบุรุษ
                ดวงตรา มีลักษณะอย่างจตุตถดิเรกคุณาภรณ์  ห้อยกับแพรแถบ  ขนาดกว้าง  ๓  เซนติเมตรแต่ไม่มีดอกไม้จีบติดบนแพรแถบ  ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย

                สำหรับพระราชทานสตรี แพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอ  ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย

          ชั้นที่  ๖  เหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์
                สำหรับพระราชทานบุรุษ
                เหรียญรูปกลมสีทอง  ด้านหน้า  มีรูปพระครุฑพ่าห์อยู่ตรงกลาง  ล้อมรอบด้วยกระจังกลีบบัวแปดกลีบ เบื้องบน  มีพระมหามงกุฎ  มีรัศมี และอุณาโลม  ห้อยกับแพรแถบขนาดกว้าง  ๓  เซนติเมตร  สีเขียว  ริมสีแดงชาด  มีริ้วสีขาว  และสีเหลืองขนาดเล็กควบคั่นทั้งสองข้าง ด้านหลังมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ  ภ.ป.ร.  ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย

                สำหรับพระราชทานสตรี แพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอ  ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย

          ชั้นที่  ๗  เหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์
                สำหรับพระราชทานบุรุษ
                เป็นเหรียญรูปกลมสีเงิน มีลักษณะ และห้อยกับแพรแถบอย่างเดียวกับเหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์  ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย

                สำหรับพระราชทานสตรี แพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอ  ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย

         เครื่องหมายดุมเสื้อและเครื่องหมายแพรแถบของเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์
             ลักษณะของเครื่องหมายแพรแถบและเครื่องหมายดุมเสื้อ มีขนาด ๑.๓ เซนติเมตร กำหนดให้มีตั้งแต่ชั้นที่  ๑  จนถึงชั้นที่  ๕  ดังนี้
               ชั้นที่  ๑  เป็นรูปพระครุฑพ่าห์ลงยา  อยู่ในดอกประจำยามสีทอง
               ชั้นที่  ๒  เป็นรูปพระครุฑพ่าห์ลงยา  อยู่ในวงกลมพื้นลงยาสีน้ำเงิน
               ชั้นที่  ๓  เป็นรูปพระครุฑพ่าห์ลงยา  ไม่มีพื้น
               ชั้นที่  ๔  เป็นรูปพระครุฑพ่าห์ทอง  ไม่มีพื้น
               ชั้นที่  ๕  เป็นรูปพระครุฑพ่าห์เงิน  ไม่มีพื้น

          การประดับ  ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้ายเเละใช้เป็นดุมเสื้อสำหรับแต่งชุดสากลและชุดไทย

          การพระราชทานและการส่งคืน/การเรียกคืน
               ๑.  พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประธานของเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ และทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะพระราชทาน และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
               ๒. เครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้  สำหรับพระราชทานแก่ผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์แก่ประเทศ  ศาสนา  และประชาชนตามที่มีพระราชดำริเห็นสมควร
               ๓. การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้  ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
               ๔. ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ จะได้ประกาศนามในราชกิจจานุเบกษา สำหรับผู้ซึ่งได้รับพระราชทานตั้งแต่ชั้นที่ ๕ ขึ้นไปให้มีประกาศนียบัตรทรงลงพระปรมาภิไธยและประทับพระราชลัญจกร
               ๕. เมื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้  ได้รับพระราชทานชั้นสูงขึ้น  ผู้รับพระราชทานต้องส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นรองถ้าผู้รับพระราชทานส่งคืนไม่ได้ด้วยประการใดๆ  ผู้รับพระราชทานจะต้องชดใช้ราคาเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ตามที่ทางราชการกำหนด  และเมื่อผู้ได้รับพระราชทานวายชนม์ ให้ทายาทเก็บรักษาเครื่องราชอิสริยาภรณ์เฉพาะชั้นสูงสุดที่ได้รับพระราชทานไว้เป็นกรรมสิทธิ์
               ๖. ให้ส่งคืน หรือชดใช้ราคาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้ที่หน่วยราชการต้นสังกัด หรือที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  ทำเนียบรัฐบาล

          อนึ่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ แต่ละลำดับชั้นมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษดังนี้
          ชั้นที่ ๑ ปฐมดิเรกคุณากรณ์
          ป.ภ. Knight  Grand  Cross  (First  Class)  of  the  Most  Admirable  Order of the Direkgunabhorn.
          ชั้นที่ ๒ ทุติยดิเรกคุณาภรณ์
          ท.ภ.  Knight  Commander (Second Class)  of  the  Most  Admirable  Order  of  the Direkgunabhorn.
          ชั้นที่ ๓ ตติยดิเรกคุณาภรณ์
          ต.ภ. Commander  (Third Class)  of  the  Most  Admirable  Order  of  the Direkgunabhorn.
          ชั้นที่ ๔ จตุตถดิเรกคุณาภรณ์
          จ.ภ. Companion (Fourth Class)  of  the  Most  Admirable  order  of  the  Direkgunabhorn.
          ชั้นที่ ๕ เบญจมดิเรกคุณาภรณ์
          บ.ภ. Member (Fifth Class)  of  the  Most  Admirable  Order  of  the  Direkgunabhorn.
          ชั้นที่ ๖ เหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์
          ร.ท.ภ. The Gold Medal (Sixth Class)  of  the  Direkgunabhorn.
          ชั้นที่ ๗ เหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์
          ร.ง.ภ. The Silver Medal (Seventh Class)  of  the  Direkgunabhorn.

[กลับหัวข้อหลัก]

ตติยดิเรกคุณาภรณ์


จตุตถดิเรกคุณาภรณ์


เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์


ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ สำหรับบุรุษ และการประดับปฐมดิเรกคุณาภรณ์ ในเครื่องแบบขอเฝ้า (เต็มยศ)


ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ สำหรับบุรุษ และการประดับปฐมดิเรกคุณาภรณ์ ในเครื่องแบบขอเฝ้า (เต็มยศ)


ทุติยดิเรกคุณาภรณ์ สำหรับบุรุษ และการประดับทุติยดิเรกคุณาภรณ์ ในเครื่องแบบขอเฝ้า (เต็มยศ)

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ ๙ : King BhumiboI Adulyadej’s Royal Cypher Medal (Rama lx)

          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้สร้างเหรียญรัตนาภรณ์ประจำรัชกาลขึ้น  สำหรับพระราชทานเป็นเครื่องหมายในพระมหากรุณาธิคุณส่วนพระองค์  อนุโลมตามแบบประเพณีที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประเภทนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก  เมื่อพุทธศักราช  ๒๔๑๒  และได้มีการสถาปนาเหรียญรัตนาภรณ์สำหรับรัชกาลต่าง ๆ  สืบต่อมาสำหรับรัชกาลปัจจุบันทรงสร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช  ๒๔๙๕  โดย  “พระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่  ๙  พุทธศักราช  ๒๔๙๕”

          ผู้ออกแบบคือ  พระพรหมพิจิตร (พรหมพรหมพิจิตร)

         ลักษณะเหรียญมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ  “ภ.ป.ร.” อยู่ในขอบวงกลม  มีรัศมีและมีห่วงทำด้วยทองคำ  สำหรับห้อยกับแพรแถบ  กว้าง  ๒๓  มิลลิเมตร  พื้นสีเหลือง มีริ้วสีขาว  ๒  ข้าง
               ชั้นที่  ๑  อักษรพระปรมาภิไธยย่อ  “ภ.ป.ร.  ประดับเพชรทั้งดวง  ใช้อักษรย่อว่า ภ.ป.ร. ๑
               ชั้นที่  ๒  อักษรพระปรมาภิไธยย่อ  “ภ.ป.ร.”  ลงยาราชาวดีสีขาว  ขอบประดับเพชร  ใช้อักษรย่อว่า ภ.ป.ร.  ๒
               ชั้นที่ ๓  อักษรพระปรมาภิไธยย่อ “ภ.ป.ร.”  ลงยาราชาวดีสีขาว  ขอบสร่งทองคำ ใช้อักษรย่อว่า  ภ.ป.ร. ๓
               ชั้นที่ ๔  อักษรพระปรมาภิไธยย่อ  “ภ.ป.ร.”  ทำด้วยทองคำ  ขอบสร่งเงิน  ใช้อักษรย่อว่า  ภ.ป.ร. ๔
               ชั้นที่ ๕  อักษรพระปรมาภิไธยย่อ  “ภ.ป.ร.”  ทำด้วยเงิน  ใช้อักษรย่อว่า  ภ.ป.ร. ๕ 

         สำหรับพระราชทานฝ่ายหน้า  (บุรุษ)  ใช้ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย
         สำหรับพระราชทานฝ่ายใน  (สตรี)  แพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอ  ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย

         การพระราชทาน และการเรียกคืน/ส่งคืน
              ๑. เหรียญนี้พระราชทานเป็นเครื่องหมายในพระมหากรุณาธิคุณส่วนพระองค์  จะพระราชทานแก่ผู้ใด แล้วแต่จะทรงพระราชดำริเห็นสมควร
              ๒. พระราชทานเป็นสิทธิ  แม้ผู้ได้รับพระราชทานล่วงลับไปแล้ว ก็ให้ตกทอดแก่ทายาทเพื่อรักษาไว้เป็นที่ระลึกในวงศ์ตระกูลสืบไป  หากว่าทายาทปรารถนาจะเชิดชูเกียรติคุณ  จะใช้แต่ดวงเหรียญร้อยสร้อยสวมคอ  ก็จะพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ได้  แต่จะร้อยแพรแถบเอาไปใช้ประดับไม่ได้
              ๓. ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญนี้ จะเขียนอักษรย่อไว้ท้ายชื่อ ก็ให้เขียนดังนี้
                   ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่  ๑  ให้เขียนว่า ภ.ป.ร.๑
                   ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่  ๒  ให้เขียนว่า ภ.ป.ร.๒
                   ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่  ๓  ให้เขียนว่า ภ.ป.ร.๓
                   ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่  ๔  ให้เขียนว่า ภ.ป.ร.๔
                   ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญชั้นที่  ๕  ให้เขียนว่า ภ.ป.ร.๕
              ๔. ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญนี้ ให้มีประกาศนียบัตร  ทรงลงพระปรมาภิไธย และประทับพระราชลัญจกรประจำพระองค์ เป็นสำคัญ
              ๕. ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญดวงใหม่เลื่อนเป็นชั้นสูงขึ้นไป  ต้องส่งเหรียญดวงเดิมคืน  โดยส่งคืนที่สำนักราชเลขาธิการ ในพระบรมมหาราชวัง


[กลับหัวข้อหลัก]

เหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ ๙ ชั้นที่ ๑


เหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ ๙ ชั้นที่ ๕ สำหรับพระราชทานฝ่ายใน

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เหรียญราชรุจิรัชกาลที่ ๙ : King BhumiboI Adulyadej’s Rajaruchi Medal (Rama lx)

          พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ เมื่อวันที่  ๒๘  กุมภาพันธ์  พุทธศักราช  ๒๕๐๒  โปรดเกล้าฯ  ให้ประกาศว่า  โดยที่เป็นการสมควรให้มีเหรียญราชรุจิรัชกาลปัจจุบันขึ้นไว้  สำหรับพระราชทานเป็นเครื่องหมายเเห่งพระมหากรุณาธิคุณตามพระราชอัธยาศัย  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้  โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา  ให้เรียกพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่า  “พุระราชบัญญัติเหรียญราชรุจิ รัชกาลที่  ๙  พ.ศ.  ๒๕๐๒”  ทั้งนี้โดยทรงอนุโลมตามแบบประเพณีที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรง  สร้างเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประเภทนี้ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อพุทธศักราช  ๒๔๔๐  และได้มีการสถาปนาเหรียญราชรุจิสำหรับรัชกาลต่างๆ  สืบมาจนปัจจุบัน

          เหรียญราชรุจิรัชกาลที่ ๙  เป็นเหรียญกลมแบน  ทำด้วยเงินกะไหล่ทองชนิดหนึ่ง  และทำด้วยเงินอีกชนิดหนึ่ง  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  ๓  เซนติเมตร  ด้านหน้า  มีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  รัชกาลที่  ๙  ครึ่งพระองค์  ทรงหันพระพักตร์ทางเบื้องขวา  มีอักษรจารึกอยู่ริมขอบว่า “ภูมิพโล  ปรมราชาธิราชา”  ด้านหลังมีรูปจักร  กลางวงจักรจารึกอักษรว่า  “ราชรุจิยา ทินฺนมิทํ  มีห่วงห้อยกับแพรแถบกว้าง  ๓๔  มิลลิเมตร  สีเหลือง  ริมสีขาว  สำหรับพระราชทานบุรุษ  ประดับที่อกเสื้อเบื้องซ้าย  สำหรับพระราชทานสตรี  ใช้ห้อยกับแพรแถบผูกเป็นรูปแมลงปอ  ประดับเสื้อที่หน้าบ่าซ้าย  ผู้ออกแบบ  คือ  พระพรหมพิจิตร (พรหม  พรหมพิจิตร)

          การพระราชทาน
               ๑. เหรียญราชรุจิสำหรับพระราชทาน เป็นเครื่องหมายแห่งพระมหากรุณาธิคุณ  ตามพระราชอัธยาศัย
               ๒. การพระราชทานให้เป็นสิทธิแก่ผู้ใดรับพระราชทาน  หากผู้นั้นล่วงลับไปแล้ว ก็ให้ตกทอดแก่ทายาท  เพื่อรักษาไว้เป็นที่ระลึกในวงศ์ตระกูลสืบไป แต่ไม่มีสิทธิที่จะประดับเหรียญนี้
               ๓. ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญนี้จะเขียนอักษรย่อไว้ท้ายชื่อ ก็ให้เขียนดังนี้
                    ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญราชรุจิทองให้เขียนว่า ร.จ.ท.๙
                    ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญราชรุจิเงินให้เขียนว่า  ร.จ.ง.๙


[กลับหัวข้อหลัก]

เหรียญราชรุจิเงิน (ด้านหน้า) สำหรับสตรี


เหรียญราชรุจิเงิน (ด้านหลัง) สำหรับสตรี

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เหรียญราชอิสริยาภรณ์ สำหรับพระราชทานเป็นที่ระลึก
          เหรียญราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นที่ระลึกนี้ ได้มีต้นเค้ามาตั้งแต่รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ ๔  แล้ว  ปรากฏหลักฐานในหนังสือ “ตำนานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สยาม” ที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงเรียบเรียงไว้มีความตอนหนึ่งว่า
          “...อีกอย่าง  ๑  นั้น  เมื่อเฉลิมพระชันสาครบ  ๖๐ ปี บริบูรณ์ ในปีขาล พ.ศ. ๒๔๐๗  ทรงสร้างเหรียญตามพระมหามงกุฎขึ้นเป็นที่ระลึก  ทำด้วยทองคำอย่าง  ๑  ทำด้วยเงินอย่าง  ๑  พระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการเหรียญนี้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ทำเป็นเครื่องประดับติดเสื้อได้ตามอัธยาศัย...”

          ต่อมา ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเจ้าเกล้าอยู่หัว  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้สร้างเหรียญราชอิสริยาภรณ์สำหรับพระราชทานเป็นที่ระลึก ดังนี้
               ๑. เหรียญสตพรรษมาลา  (พุทธศักราช  ๒๔๒๔)
               ๒. เหรียญรัชฎาภิเศกมาลา  (พุทธศักราช  ๒๔๓๖)
               ๓. เหรียญประพาสมาลา  (พุทธศักราช  ๒๔๔๐)
               ๔. เหรียญราชินี  (พุทธศักราช ๒๔๔๐)
               ๕. เหรียญทวีธาภิเศก  (พุทธศักราช  ๒๔๔๖)
               ๖. เหรียญรัชมงคล  (พุทธศักราช  ๒๔๕๐)
               ๗. เหรียญรัชมังคลาภิเศก  (พุทธศักราช  ๒๔๕๑)

          ส่วนในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ริเริ่มให้มีการสร้างเหรียญบรมราชาภิเษก  สำหรับพระราชทานเป็นที่ระลึกเมื่อ  พุทธศักราช  ๒๔๕๔ และได้มีการสร้างเหรียญบรมราชาภิเษกนี้ในรัชกาลต่อ ๆ  มา (ยกเว้นในรัชกาลที่ ๘)  และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้สร้างเหรียญชัย  (นารายณ์บันฦๅชัย)  สำหรับเป็นเหรียญที่ระลึกของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ ๑ โดยใช้สีแพรแถบเหมือนกับทุกประเทศที่ได้รับชัยชนะในสงคราม

          ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้สร้าง “เหรียญบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ ๗” (พุทธศักราช  ๒๔๖๘) และ “เหรียญเฉลิมพระนคร ๑๕๐ ปี”  ในโอกาสงานสมโภชฉลองการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์  ครบ  ๑๕๐  ปี  ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๕

         สำหรับในรัชกาลปัจจุบัน  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้สร้าง  “เหรียญบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ ๙” (พุทธศักราช  ๒๔๙๓) และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้บุคคลทั่วไปมีสิทธิที่จะจัดหาเหรียญที่ระลึกต่าง  ๆ  มาประดับได้ตามพระราชบัญญัติ  เหรียญที่ระลึกต่าง  ๆ  ที่สร้างในรัชสมัยของพระองค์ ดังนี้
             ๑. เหรียญที่ระลึกงานฉลอง  ๒๕  พุทธศตวรรษ  (พุทธศักราช ๒๕๐๐)
             ๒. เหรียญที่ระลึกในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา  และทวีปยุโรป  (พุทธศักราช  ๒๕๐๓)
             ๓. เหรียญรัชดาภิเษก (พุทธศักราช  ๒๕๑๔)
             ๔. เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฎราชกุมาร  (พุทธศักราช ๒๕๑๕)
             ๕. เหรียญสนองเสรีชน (พุทธศักราช  ๒๕๑๕)
             ๖. เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  (พุทธศักราช  ๒๕๒๑)
             ๗. เหรียญที่ระลึกสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์  ๒๐๐  ปี  (พุทธศักราช ๒๕๒๕)
             ๘. เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระชนมพรรษาครบ ๕๐ พรรษา (พุทธศักราช ๒๕๒๕)
             ๙. เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา (พุทธศักราช ๒๕๒๗)
             ๑๐. เหรียญเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหามงคลสมัยพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา (พุทธศักราช ๒๕๓๐)
             ๑๑. เหรียญเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหามงคลสมัยพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก (พุทธศักราช ๒๕๓๑)
             ๑๒. เหรียญเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ (พุทธศักราช  ๒๕๓๕)
             ๑๓. เหรียญกาญจนาภิเษก (พุทธศักราช  ๒๕๓๙) เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ทรงสถาปนาขึ้นในรัชกาลปัจจุบันนี้  นอกจากจะเป็นสิริมงคลแก่ผู้ได้รับพระราชทานแล้ว  ยังเป็นเกียรติยศของแผ่นดินสืบไปในอนาคตอีกด้วยว่า  รัชกาลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนี้ยั่งยืนยาวนาน และเป็นช่วงเวลาแห่งความสมบูรณ์พูนสุขของแผ่นดินไทยอย่างแท้จริง

[กลับหัวข้อหลัก]

เหรียญเฉลิมพระนคร ๑๕๐ ปี (สำหรับบุรุษ)


เหรียญเฉลิมพระนคร ๑๕๐ ปี (สำหรับสตรี)


เหรียญเสด็จนิวัตพระนคร


เหรียญกาญจนาภิเษก (พุทธศักราช ๒๕๓๙)

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• รองศาสตราจารย์ธงทอง จันทรางศุ

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การขอพระราชทานพระมหากรุณาในโอกาสต่างๆ
ข้าราชการพลเรือนในพระองค์
เฉลิมพระยศเจ้านาย
ทุนเล่าเรียนหลวง คิงสกอลาชิป
พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๕๐ พรรษา พุทธศักราช ๒๕๒๐
พระราชพิธีพิเศษในรัชกาลปัจจุบัน : พระราชพิธีกาญจนาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๓๙
พระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ
ศูนย์ศึกษาการพัฒนา
สำนักงานจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์
สำนักพระราชวัง
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก > เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สถาปนาในรัชกาลปัจจุบัน