เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 19
เครื่องถ่ายภาพอวัยวะที่อาศัยพลังแม่เหล็ก  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 19
 
เครื่องถ่ายภาพอวัยวะที่อาศัยพลังแม่เหล็ก โดย ไม่ปรากฎชื่อผู้แต่ง

          ภายหลังจากที่ได้มีการสร้างภาพตัดขวาง ของร่างกาย เพื่อให้เห็นรายละเอียดของอวัยวะภายในที่เรียกว่า เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีศัพท์ทางเทคนิคว่าเครื่องคอมพิวเตด โทโมกราฟ : ซี.ที.     (computed tomograph : CT) ทำให้สามารถ วินิจฉัยโรคต่าง  ๆ ได้มาก อย่างไรก็ดี ถ้าเป็น  ภาพของเนื้อเยื่ออ่อน อาจเห็นรายละเอียดไม่ชัดเจน นอกจากนั้น เครื่อง ซี.ที. สามารถสร้างภาพแต่ ตามแนวตัดขวางเท่านั้น จึงอาจเห็นรายละเอียด  ของอวัยวะบางอย่างไม่ชัดเจน ต่อมาได้มีการนำ เครื่องถ่ายภาพอวัยวะโดยอาศัยพลังแม่เหล็กมาใช้ ซึ่งเครื่องดังกล่าวนี้มีชื่อเรียกทางเทคนิคว่า เครื่อง แมกเนติค เรโซนานซ์ อิเมจจิง : เอ็ม.อาร์.ไอ.(Magnetic Resonance Imaging : MRI) ที่ สามารถถ่ายภาพของเนื้อเยื่ออ่อนได้ชัดเจนดี อีกทั้งสามารถถ่ายภาพอวัยวะตามระนาบต่าง  ๆ ได้ทั้ง ตามแนวยาวหรือตามแนวเฉียง สามารถเห็นรายละเอียด
ของอวัยวะต่าง ๆ ได้ดีขึ้น


ผังของเครื่อง เอ็ม.อาร์.ไอ.แสดงให้เห็นแม่เหล็กที่มีกำลังสูง ขดลวดที่สร้างสนามแม่เหล็กซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ ที่วางอยู่ในโพรง และขดลวดที่ทำหน้าที่ส่งและรับคลื่นวิทยุ ซึ่งวางอยู่ที่บริเวณขาของผู้ป่วย

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

หลักการทำงานของเครื่องเอ็ม.อาร์.ไอ.

           ภาพที่ได้จากเครื่อง เอ็ม.อาร์.ไอ. นั้น เกิด จากอิทธิพลของสนามแม่เหล็กต่อการจัดเรียงตัว ของอะตอมที่มีอยู่ในเนื้อเยื่อ โดยที่อะตอม  ของไฮโดรเจนที่มีอยู่ในน้ำและไขมันของร่างกาย ซึ่งตามปกติจะมีการจัดเรียงตัวไม่แน่นอน   อย่างไรก็ดี สามารถทำให้อะตอมดังกล่าวจัดเรียง ตัวเป็นระเบียบโดยอำนาจแม่เหล็ก ดังนั้น ในการตรวจวัดดังกล่าว เมื่อให้ผู้ป่วยนอนอยู่ในสนามแม่เหล็กที่มีกำลังสูง อะตอมของโปรตอน  จะจัดเรียงตัวกันเป็นระเบียบ เมื่อทำการกระตุ้นด้วยคลื่นวิทยุการจัดเรียงตัวของโปรตอนเปลี่ยน แปลงไป และเมื่อหยุดกระตุ้นโปรตอนก็จะกลับ  มาเรียงตัวในสภาพปกติและปล่อยสัญญาณของ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งมีความถี่เท่ากับความถี่  ของคลื่นวิทยุที่ปล่อยเข้าไปกระตุ้น สามารถ บันทึกคลื่นวิทยุที่โปรตอนของเนื้อเยื่อปล่อยออก มา และนำมาสร้างเป็นภาพของอวัยวะนั้น  ๆได้โดยระบบคอมพิวเตอร์

[กลับหัวข้อหลัก]

ผังแสดงทิศทางของโปรตอนในเนื้อเยื่อของร่างกาย เมื่อได้รับอิทธิพลของสนามแม่เหล็ก :ก. โปรตอนเคลื่อนที่ด้วยทิศทางต่างกัน ขณะเมื่อไม่มีสนามแม่เหล็กข. โปรตอนเคลื่อนที่ในทิศทางเดียวกัน เมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็กค. ทิศทางการเคลื่อนที่ไปโดยคลื่นวิทยุง. จะมีขบวนการผ่อนคลาย ทำให้มีการจัดเรียงตัวของโปรตอนใหม่

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ส่วนประกอบของเครื่อง เอ็ม.อาร์.ไอ.


          เครื่อง เอ็ม.อาร์.ไอ. ประกอบด้วยส่วน  ประกอบที่สำคัญ ๔ ส่วน คือ (๑) แม่เหล็กที่มี กำลังสูงมาก (๒) ขดลวดที่ปล่อยสนามแม่เหล็ก ที่เปลี่ยนระดับได้ (magnetic gradient coil) (๓) ขดลวดที่ทำหน้าที่ปล่อยและรับคลื่นวิทยุ และ (๔) คอมพิวเตอร์


(๑) แม่เหล็กที่มีกำลังสูงมาก
          แม่เหล็กที่นำมาใช้มีได้หลายแบบ ในระยะแรกได้ใช้การสร้างแม่เหล็กโดยการปล่อย กระแสไฟฟ้าให้ไหลเข้าไปในขดลวด แม่เหล็ก ชนิดนี้มีน้ำหนักประมาณ ๕ ตัน แต่สนามแม่เหล็กมีความแรงน้อยคือ ๐.๒ เทสลา ต่อมาจึง ได้สร้างเป็นแม่เหล็กถาวร แต่มีน้ำหนักมากคือ ประมาณ ๑๐๐ ตัน ความแรงของสนามแม่เหล็ก เพิ่มขึ้นเป็น ๐.๓ - ๐.๖ เทสลา ดังนั้น ในระยะ หลังจึงได้พัฒนาเป็นแม่เหล็กที่เป็นแบบ ซูเปอร์ คอนดัคทิพ แมกเนต (Superconductive magnet)  โดยใช้ขดลวดซึ่งทำด้วยโลหะผสม เช่น นิโอเบียม ไททาเนียม : เอ็น.บี.ที.ไอ. (Niobium Titaneum: NbTi) แต่ให้ทำงานที่อุณหภูมิต่ำมากคือ-๒๗๐?ซ.จึงต้องใช้ฮีเลียมและไนโตรเจนเหลว แม่เหล็กประเภทนี้มีกำลังสูงมาก คือ สามารถ สร้างให้มีกำลังสูงถึง ๒.๐ เทสลาได้


(๒) ขดลวดที่ปล่อยสนามแม่เหล็กที่ เปลี่ยนระดับได้
          ขดลวดนี้บรรจุอยู่ในโพรงของแม่เหล็กที่มี กำลังสูง และอาศัยระบบคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่ควบคุมสวิตช์เพื่อเปิดปิดให้ไฟฟ้าเข้าไปในขดลวด  ดังกล่าว เพื่อเปลี่ยนระดับของแรงแม่เหล็กตาม  ต้องการ ขดลวดนี้ทำหน้าที่สร้างสนามแม่เหล็ก
 ให้แก่เนื้อเยื่อที่ต้องการจะสร้างภาพ โดยการ ปรับสนามแม่เหล็กทำให้สามารถสร้างภาพที่ระนาบหนึ่งระนาบใดตามต้องการ อาจเป็นภาพ ตัดขวาง ตัดตามยาว หรือตัดตามเฉียง โดยไม่ต้องเปลี่ยนท่าทางของผู้ป่วยและต้องการสร้าง
 ภาพตัดให้เป็นแผ่นหนาและบางได้

(๓) ขดลวดที่ทำหน้าที่ปล่อยและรับคลื่น
          วิทยุขดลวดนี้ทำหน้าที่ปล่อยคลื่นวิทยุเพื่อส่ง เข้าไปยังบริเวณอวัยวะที่ต้องการถ่ายภาพ เช่น อาจวางไว้ที่ศีรษะหรือแขนขา และมีขดลวดที่ทำ  หน้าที่รับคลื่นวิทยุเพื่อนำไปสร้างภาพด้วยระบบ คอมพิวเตอร์ ขดลวดที่ทำหน้าที่ส่งและรับคลื่น วิทยุอาจสร้างเป็นขดแยกกัน หรืออาจใช้ขด  เดียวกันก็ได้

(๔) คอมพิวเตอร์
          นำข้อมูลของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ได้จาก การปล่อยของเนื้อเยื่อมาสร้างภาพโดยใช้ระบบ คอมพิวเตอร์ โดยทั่วไป เครื่องจะสร้างภาพโดย การตรวจรับข้อมูลของคลื่นวิทยุจากเนื้อเยื่อประ  มาณ ๒๕๖ แห่ง

            การเพิ่มความชัดเจนของภาพ (image contrast) ของเครื่อง เอ็ม.อาร์.ไอ. นั้นขึ้นอยู่กับ คุณลักษณะจำเพาะของเนื้อเยื่อ ๒ ประการ คือ(๑) ความหนาแน่นของโปรตอนซึ่งเคลื่อนที่ได้(ที่สำคัญคือในโมเลกุลของน้ำและไขมัน)(๒) เวลาการผ่อนคลายทางด้านแม่เหล็ก (nuclear magnetic relaxation times, T1 และ T2) ของโปรตอน เหล่านี้

          เครื่องเอ็ม.อาร์.ไอ. แบ่งได้เป็นประเภทต่าง  ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแรงของสนามแม่เหล็กที่ใช้ซึ่งมีได้ตั้งแต่ ๐.๐๖-๒.๐ เทสลา สมรรถภาพ ของเครื่อง เอ็ม.อาร์.ไอ. นั้น ขึ้นอยู่กับความแรงของสนามแม่เหล็ก ยิ่งมีความแรงมาก ก็ยิ่ง ทำให้ได้ภาพชัดเจนมากขึ้น


[กลับหัวข้อหลัก]

เครื่อง เอ็ม.อาร์.ไอ. แสดงให้เห็นแม่เหล็กที่มีกำลังสูง ซึ่งมีโพรงอยู่ตรงกลางสำหรับเป็นที่ที่ผู้ป่วยนอนขณะได้รับการตรวจ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบของ เครื่อง ซี.ที. และ เอ็ม.อาร์.ไอ.


           เครื่อง ซี.ที.มีข้อได้เปรียบคือ สามารถ แยกรายละเอียดทางด้านกายวิภาคได้มาก โดย  เฉพาะในเนื้อของร่างกายที่แข็ง เช่น กระดูก อีกทั้งภาพไม่ชัดที่เกิดเนื่องจากร่างกายเคลื่อนไหวก็สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการให้กลั้นหายใจใน
 ขณะถ่ายภาพ ส่วนข้อเสียเปรียบคือ การได้รับ  รังสีจากการใช้เครื่อง ซี.ที. จะต้องนำมาพิจารณาด้วย ดังนั้นจึงอาจเป็นข้อจำกัดที่ทำให้ถ่ายภาพ ซี.ที.  ไม่ได้ภาพจำนวนมากนัก นอกจากนั้น การเลือก ระนาบของการถ่ายภาพก็ถูกจำกัดด้วย ทั้งนี้
 เพราะความชัดของเนื้อเยื่ออ่อนจะไม่ชัดเจน  ดังนั้นจึงต้องฉีดสารที่เพิ่มความชัดเจน (contrastagent)  เข้าไปช่วย นอกจากนั้น ความร้อนที่ เกิดขึ้นจากหลอดเอกซเรย์ และความเร็วในการ  ทำงานของระบบคอมพิวเตอร์จะเป็นตัวจำกัดให้
  เวลาที่ใช้ในการถ่ายภาพได้ไม่เร็วนัก

          เครื่อง เอ็ม.อาร์.ไอ. มีข้อได้เปรียบคือ สามารถถ่ายภาพเนื้อเยื่ออ่อนได้ชัดเจน มักไม่ ต้องฉีดสารที่เพิ่มความชัดเจน อีกทั้งสามารถ เลือกระนาบของการถ่ายภาพได้มาก ไม่ว่าจะ เป็นภาพตัดขวางหรือภาพตามยาวหรือตามแนวเฉียง ส่วนข้อเสียเปรียบของเครื่อง เอ็ม.อาร์.ไอ. คือมีราคาแพงมากกว่าและใช้เวลาในการถ่ายภาพนาน กว่า ทั้งนี้เนื่องจากสัญญาณที่ได้รับจากตัวผู้ป่วย  มีค่าน้อยจึงต้องใช้เวลานาน
           ถึงแม้ว่า เอ็ม.อาร์.ไอ. เป็นเครื่องที่มีประโยชน์มาก แต่ก็มีข้อห้ามใช้อยู่บ้าง ซึ่งได้แก่ ผู้ที่ตั้งครรภ์ในระยะ ๓ เดือนแรก ผู้ป่วยที่มี โลหะที่แม่เหล็กดูดได้อยู่ในร่างกาย และผู้ป่วย ที่เป็นโรคหนักมาก


[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• ไม่ปรากฎชื่อผู้แต่ง

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 19