สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 13 > เขตชนบทก้าวหน้า
เขตชนบทก้าวหน้า  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 13
 
เขตชนบทก้าวหน้า โดย นายโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฏ์
          เมื่อชนบทได้มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ชนบทบางแห่งก็เจริญขึ้นมาก บางแห่งก็เจริญขึ้นเล็กน้อย หรือบางแห่งก็ยังคงสภาพเดิม คนชนบทในพื้นที่ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น จะมีวิถีชีวิตดีกว่าคนชนบทในพื้นที่อื่นๆ ที่ยังไม่มีโอกาสได้รับผลประโยชน์ ชนบทที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นนี้อาจเรียกได้ว่า "เขตชนบทก้าวหน้า" ซึ่งใน พ.ศ. ๒๕๒๕ มีอยู่ประมาณร้อยละ ๒๙ ของพื้นที่ทำการเกษตรของประเทศ การทำการเกษตรในเขตนี้ส่วนใหญ่ จะมีรูปแบบดังต่อไปนี้

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

เขตชลประทานสมบูรณ์แบบ

          คือ พื้นที่บริเวณที่ได้รับน้ำในการเพาะปลูกตลอดปี ในฤดูฝนก็ได้รับน้ำฝนที่ตกตามธรรมชาติ ถ้าปีใดฝนตกน้อยหรือไม่ตกตามฤดูกาลก็จะมีน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ เช่น เขื่อน ฝาย สระ แม่น้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ ฯลฯ มาช่วยในการเพาะปลูก ส่วนในฤดูแล้ง พื้นที่บริเวณนี้ก็จะได้รับน้ำเพื่อใช้ในการเพาะปลูกเช่นเดียวกัน พื้นที่เหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคเหนือตอนบน และเขตภาคกลางในโครงการเจ้าพระยา ซึ่งได้รับน้ำจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดตากและจังหวัดอุตรดิตถ์ นอกจากนี้ พื้นที่บางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ก็มีแหล่งน้ำทำการเกษตรตลอดปีเช่นเดียวกัน คนชนบทในพื้นที่ที่ได้รับน้ำตลอดปี เช่นนี้ สามารถทำการเพาะปลูกข้าวได้ ๒  ครั้ง คือ ข้าวนาปีและข้าวนาปรัง หรือปลูกข้าวนาปีและตามด้วยการปลูกพืชไร่ คือ ข้าวโพดหรือถั่วต่างๆ ในบางบริเวณก็ใช้ปลูกพืชผักซึ่งเป็นพืชที่ต้องใช้น้ำในการเพาะปลูกมากและเป็นพืชที่ขายได้ราคาดี โดยเฉพาะในฤดูแล้งและทำรายได้ให้แก่ผู้ปลูกมาก นอกจากนี้ คนชนบทส่วนนี้ยังมีโอกาสเพิ่มรายได้ด้วยการเกษตรประเภทอื่นๆ เช่น เลี้ยงปลา หรือเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย


[กลับหัวข้อหลัก]

การเพาะปลูกข้าวในพื้นที่ที่ได้รับน้ำตลอดปี จะสามารถเพาะปลูกข้าวได้ปีละ ๒ ครั้ง

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เขตปลูกพืชไร่ ๒ ครั้ง และเขตปลูกพืชอุตสาหกรรม
          เขตปลูกพืชไร่เหล่านี้ส่วนใหญ่มีบริเวณอยู่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ซึ่งส่วนใหญ่เดิมเป็นพื้นที่ป่าและเกษตรกรได้บุกเบิกจับจองเพื่อปลูกพืชไร่ ทั้งพืชไร่ประเภทระยะยาวและระยะสั้น พืชไร่ระยะยาว เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และสับปะรด เป็นพืชที่ขายได้ราคาดีเป็นส่วนใหญ่ มีโรงงานอุตสาหกรรมรับซื้อเพื่อทำอ้อยเป็นน้ำตาล ทำมันสะปะหลังเป็นอาหารสัตว์ และสับปะรดทำเป็นสับปะรดกระป๋อง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกนำรายได้เข้าสู่ประเทศ ส่วนพืชไร่ระยะสั้นซึ่งอาศัยช่วงน้ำฝนทำการเพาะปลูกได้ ๒ ครั้ง ต่อ ๑ ปี ได้แก่ ข้าวโพดและถั่วต่างๆ

[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เขตไม้ผลยืนต้น
          มีอยู่ในบริเวณต่างๆ ทุกภาคของประเทศ ไม้ผลยืนต้นเหล่านี้ได้แก่ ลิ้นจี่ ลำใย ในภาคเหนือ เงาะ ทุเรียน มะม่วงน้อยหน่า ส้ม ในภาคกลางและภาคตะวันออก เงาะ มะพร้าว ในภาคใต้ ผลไม้ของประเทศไทยมีชื่อเสียงในด้านรสชาติ    ต่างประเทศได้เริ่มสั่งซื้อผลไม้เหล่านี้จากประเทศไทยมากขึ้นทุกปี

[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เขตยางพาราพันธุ์ดี
         ส่วนใหญ่อยู่ในภาคใต้ซึ่งเป็นบริเวณที่ฝนตกชุกอากาศชุ่มชื้นตลอดปี และมีบางแห่งในภาคตะวันออกยางเป็นพืชที่มีราคาสูงทำรายได้ให้แก่เจ้าของสวนยางพารา ตลอดจนเป็นสินค้าออกที่สำคัญประเภทหนึ่งของประเทศ
        
         ชาวชนบทที่อยู่ในเขตต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ส่วนใหญ่จะมีโอกาสมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีกว่าในเขตชนบทอื่นๆ  เนื่องจากมีรายได้สูงจากผลิตผลต่างๆ ที่เพาะปลูกได้ราคาดี ทำให้ชาวชนบทเหล่านี้สามารถลงทุนและเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรใหม่ๆ ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชนบทเหล่านี้จึงมีสภาพดีขึ้น มีเครื่องทุ่นแรงจำพวกเครื่องจักร รถไถที่ใช้แทนโคกระบือ มีรถยนต์กระบะขนถ่ายพืชผลแทนเกวียน มีรถจักรยานยนต์แทนการเดินหรือการขี่จักรยาน มีเครื่องสีข้าวแทนการตำข้าวและฝัดข้าว มีสิ่งอำนวยความสุขในครอบครัว เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น พัดลม มีถนนเข้าสู่หมู่บ้าน และหลายแห่งมีไฟฟ้าใช้ บ้านเรือนก็เปลี่ยนจากกระท่อมมุง หลังคาจาก เป็นเรือนไม้ ๒ ชั้น คือ มีความเป็นอยู่ที่เรียกว่า "อยู่ดีกินดี" ลูกหลานได้มีโอกาสเล่าเรียนในโรงเรียน และได้เรียนต่อในชั้นสูงๆ เจ็บไข้ได้ป่วยก็ไปหาหมอที่โรงพยาบาลหรือคลินิกซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

         ในเขตชนบทก้าวหน้าแม้คนชนบทส่วนใหญ่จะมีโอกาสได้รับความเจริญดังกล่าวข้าวต้นก็ตาม แต่คนบางส่วนก็ยังมีปัญหาอยู่บางประการ เช่น ปัญหาไม่มีทีดินทำกิน ต้องรับจ้างคนอื่น ทำให้รายได้ไม่สูงเท่ากับพวกที่เป็นเจ้าของที่ดิน โดยเฉพาะในแถบภาคกลางและภาคเหนือมีคนชนบทประเภทนี้อยู่มาก ตัวอย่างเช่น ข้อมูลจากการสำรวจของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๒ - ๒๕๒๖ แสดงให้เห็นว่าจังหวัดที่มีเกษตรกรใช้ที่ดินทำกินมากที่สุด ๕ จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ มีครัวเรือนใช้ที่ดินทำกินร้อยละ ๓๗.๗ พระนครศรีอยุธยา ร้อยละ ๓๐.๒ เชียงใหม่ ร้อยละ ๒๕.๕ สมุทรสาคร ร้อยละ ๒๓.๗ และนนทบุรี ร้อยละ ๒๓.๑ ของครัวเรือนเกษตรกรทั้งหมดในแต่ละจังหวัด
         แม้ว่าคนเหล่านี้จะไม่มีที่ดินทำกินของตนเอง แต่คนชนบทเหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะหารายได้ โดยการรับจ้างทำการเกษตร เช่น เก็บเกี่ยวข้าวและรับจ้างอื่นๆ ในเขตชนบทก้าวหน้าซึ่งได้รับค่าจ้างสูงพอสมควร และมีโอกาสทำงานได้เกือบตลอดทั้งปี  ดังนั้น แม้คนเหล่านี้จะมีรายได้ต่ำกว่าพวกที่เป็นเจ้าของที่ดิน แต่ก็ยังมีรายได้สูงกว่าพวกที่ยากจนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีที่ดินทำกินของตนเองเสียอีก
[กลับหัวข้อหลัก]

การนวดข้าวด้วยเครื่องนวดข้าว

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 13 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การเล่นเลียนแบบผู้ใหญ่
ธนาคาร
บทร้องเล่น
เรือนไทย
ละคร
ลักษณะการจัดผังของหมู่บ้าน
ลักษณะของชนบทยากจน
วิธีเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกราม
สภาพทั่วไปของชนบทไทย
องค์ประกอบของเรือนไทยภาคกลาง
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 13 > เขตชนบทก้าวหน้า