ส่วนใหญ่อยู่ในภาคใต้ซึ่งเป็นบริเวณที่ฝนตกชุกอากาศชุ่มชื้นตลอดปี และมีบางแห่งในภาคตะวันออกยางเป็นพืชที่มีราคาสูงทำรายได้ให้แก่เจ้าของสวนยางพารา ตลอดจนเป็นสินค้าออกที่สำคัญประเภทหนึ่งของประเทศ
ชาวชนบทที่อยู่ในเขตต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น ส่วนใหญ่จะมีโอกาสมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีกว่าในเขตชนบทอื่นๆ เนื่องจากมีรายได้สูงจากผลิตผลต่างๆ ที่เพาะปลูกได้ราคาดี ทำให้ชาวชนบทเหล่านี้สามารถลงทุนและเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีทางการเกษตรใหม่ๆ ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชนบทเหล่านี้จึงมีสภาพดีขึ้น มีเครื่องทุ่นแรงจำพวกเครื่องจักร รถไถที่ใช้แทนโคกระบือ มีรถยนต์กระบะขนถ่ายพืชผลแทนเกวียน มีรถจักรยานยนต์แทนการเดินหรือการขี่จักรยาน มีเครื่องสีข้าวแทนการตำข้าวและฝัดข้าว มีสิ่งอำนวยความสุขในครอบครัว เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น พัดลม มีถนนเข้าสู่หมู่บ้าน และหลายแห่งมีไฟฟ้าใช้ บ้านเรือนก็เปลี่ยนจากกระท่อมมุง หลังคาจาก เป็นเรือนไม้ ๒ ชั้น คือ มีความเป็นอยู่ที่เรียกว่า
"อยู่ดีกินดี" ลูกหลานได้มีโอกาสเล่าเรียนในโรงเรียน และได้เรียนต่อในชั้นสูงๆ เจ็บไข้ได้ป่วยก็ไปหาหมอที่โรงพยาบาลหรือคลินิกซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
ในเขตชนบทก้าวหน้าแม้คนชนบทส่วนใหญ่จะมีโอกาสได้รับความเจริญดังกล่าวข้าวต้นก็ตาม แต่คนบางส่วนก็ยังมีปัญหาอยู่บางประการ เช่น ปัญหาไม่มีทีดินทำกิน ต้องรับจ้างคนอื่น ทำให้รายได้ไม่สูงเท่ากับพวกที่เป็นเจ้าของที่ดิน โดยเฉพาะในแถบภาคกลางและภาคเหนือมีคนชนบทประเภทนี้อยู่มาก ตัวอย่างเช่น ข้อมูลจากการสำรวจของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมระหว่าง พ.ศ. ๒๕๒๒ - ๒๕๒๖ แสดงให้เห็นว่าจังหวัดที่มีเกษตรกรใช้ที่ดินทำกินมากที่สุด ๕ จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ มีครัวเรือนใช้ที่ดินทำกินร้อยละ ๓๗.๗ พระนครศรีอยุธยา ร้อยละ ๓๐.๒ เชียงใหม่ ร้อยละ ๒๕.๕ สมุทรสาคร ร้อยละ ๒๓.๗ และนนทบุรี ร้อยละ ๒๓.๑ ของครัวเรือนเกษตรกรทั้งหมดในแต่ละจังหวัด
แม้ว่าคนเหล่านี้จะไม่มีที่ดินทำกินของตนเอง แต่คนชนบทเหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะหารายได้ โดยการรับจ้างทำการเกษตร เช่น เก็บเกี่ยวข้าวและรับจ้างอื่นๆ ในเขตชนบทก้าวหน้าซึ่งได้รับค่าจ้างสูงพอสมควร และมีโอกาสทำงานได้เกือบตลอดทั้งปี ดังนั้น แม้คนเหล่านี้จะมีรายได้ต่ำกว่าพวกที่เป็นเจ้าของที่ดิน แต่ก็ยังมีรายได้สูงกว่าพวกที่ยากจนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีที่ดินทำกินของตนเองเสียอีก
[กลับหัวข้อหลัก]