สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21 > องค์การสหประชาชาติและองค์การในเครือ
องค์การสหประชาชาติและองค์การในเครือ  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
 
องค์การสหประชาชาติและองค์การในเครือ โดย คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต
          องค์การสหประชาชาติ เป็นองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศผู้ชนะสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้ร่วมกันจัดตั้งขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๘ (ค.ศ.๑๙๔๕) มีวัตถุประสงค์หลักคือ พยายามผดุงสันติภาพในโลก ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชากรโลก เนื่องจากเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า สงครามมีพิษสงร้ายกาจและก่อให้เกิดความสูญเสียแก่โลกอย่างมหาศาลนอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์ในการฟื้นฟูเสริมสร้างเศรษฐกิจ ตลอดจนการพัฒนาด้านสังคมซึ่งล้วนแต่ถูกสงครามทำให้เสียหายเป็นอันมากการที่จะให้โลกเข้าสู่สภาวะปลอดสงคราม มีความมั่นคงในชีวิต ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคมมีการเคารพสิทธิและเสรีภาพซึ่งกันและกัน ต้องอาศัยความร่วมมือกันทั่วทั้งโลก ต้องผนึกกำลังเพื่อขจัดเหตุแห่งสงครามและเพื่อเสริมสร้างชีวิตที่มีคุณภาพ ทำให้เป็นโลกที่เจริญก้าวหน้าประชาชนมีความผาสุกโดยทั่วกัน


แผนที่ภาคพื้นเอเซียและแปซิฟิค

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

ความเป็นมา
          ความคิดในการรวมกำลังระหว่างนานาประเทศเป็นองค์การ เพื่อผดุงไว้ซึ่งสันติภาพ (โดยการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างประเทศสมาชิก) นั้น ได้เคยมีและมีการปฏิบัติมาแล้วตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ ๑ คือ การก่อตั้งองค์กรที่เรียกว่าสันนิบาตชาติ (Leaque of Nations) ซึ่งได้ดำเนินการมาจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ ๒ เกิดขึ้น แสดงว่าสันนิบาตชาติล้มเหลวในการผดุงไว้ซึ่งสันติภาพแห่งโลก อย่างไรก็ดี มหาอำนาจฝ่ายพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ ๒ คือ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร จีน และรัสเซีย ก็ยังมีความเห็นว่า ควรต้องมีองค์การระหว่างประเทศเพื่อทำหน้าที่เป็นหลักประกันในการรักษาสันติภาพของโลก ข้อใดที่เป็นจุดอ่อนของสันนิบาตชาติควรต้องพิจารณาแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น

[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การดำเนินงานก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ

          มีอยู่ ๖ ขั้นตอนด้วยกัน คือ
         ๑) การจัดทำกฎบัตรแอตแลนติก (Atlantic Charter) ซึ่งประธานาธิบดีโรสเวลท์ (Theodore Roosevelt) แห่งสหรัฐอเมริกา และนายกรัฐมนตรีเซอร์ วินสตัน เชอร์ชิลล์ (Sir Winston Churchil) แห่งสหราชอาณาจักร ร่วมกันกำหนดหลักการเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ (ค.ศ. ๑๙๔๑)
         ๒) มีการปรับปรุงแก้ไขกฎบัตรแอตแลนติกและนำเข้ารวมอยู่ใน ปฏิญญาสหประชาชาติ (United Nations Declaration) ลงนามเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕ (ค.ศ. ๑๙๔๕) โดยรัฐต่างๆ ๒๖ รัฐที่เข้าร่วมสงครามต่อต้านเยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น
         ๓) เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๖ (ค.ศ. ๑๙๔๓) นายคอร์เดลล์ ฮัลล์ (Cordell Hull) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ได้กล่าวปราศรัยทางวิทยุกระจายเสียง เกี่ยวกับปัญหาการก่อตั้งองค์การนานาชาติและเสนอข้อยุติของปัญหาเหล่านี้ คำปราศรัยของเขา เป็นแรงจูงใจให้มีการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติขึ้น
         ๔) การจัดทำปฏิญญามอสโคว์ (Moscow Declaration) ซึ่งรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร และสหภาพโซเวียต ร่วมกันลงนามเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๖ (ค.ศ. ๑๙๔๓)
         ๕) การร่างกฎบัตรสหประชาชาติ (United Nations Charter) เริ่มขึ้นระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ (ค.ศ. ๑๙๔๔)  ที่ตำบลดัมบาร์ตัน โอคส์ (Dumbarton Oaks) ใกล้กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยผู้แทนสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สหภาพโซเวียต และจีน นำเข้าเสนอที่ประชุม ณ เมือง ยัลตา (Yalta) ในรัฐยูเครนของสหภาพโซเวียต เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๘ (ค.ศ. ๑๙๔๕)
         ๖) การลงนามในกฎบัตรสหประชาชาติ (United Nations Charter) ณ นครซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๘ (ค.ศ. ๑๙๔๕) โดยมีรัฐที่เข้าร่วมประชุม เพื่อจัดตั้งองค์การสหประชาชาติ ๕๐ ประเทศ กฎบัตรมีผลบังคับใช้ในวันที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ (ค.ศ. ๑๙๔๕) จึงถือว่าวันที่ ๒๔ ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันสหประชาชาติ


[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
กฎบัตรแห่งองค์การสหประชาชาติ
          อารัมภบท ซึ่งเป็นการแจ้งแนวคิดอธิษฐานชัดเจนนั้น มีใจความว่า ประเทศทั้งหลายที่รวมตัวกันเป็นสหประชาชาติ มีความมุ่งมั่นจะปกป้องปวงชนรุ่นต่อไปให้พ้นจากความพินาศที่เกิดจากสงครามถึงสองครั้งแล้ว (รวมสงครามโลกครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๔๕๗ - พ.ศ. ๒๔๖๑) มีความศรัทธายึดมั่นในสิทธิพื้นฐาน ศักดิ์ศรีและคุณค่าของมนุษยชาติ จึงประสงค์ที่จะสร้างสถานการณ์ที่ประกอบด้วย ความยุติธรรม ความเคารพซึ่งข้อตกลง และกฎหมายระหว่างประเทศรวมทั้งจะสร้างความก้าวหน้าทางสังคม และยกมาตรฐานชีวิตให้มีคุณภาพและเสรีภาพมากขึ้น

         เพื่อให้เป็นไปได้ตามนี้ ต่างให้สัญญาไว้ต่อกันว่าจะยึดมั่นในอหิงสา เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ด้วยความผาสุก จะผนึกกำลังกันเพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติสุข และความมั่นคงในชีวิตทั่วทุกแห่งในโลกจะยึดมั่นในหลักการว่าจะไม่มีการใช้กำลังอาวุธเว้นแต่จะต้องทำเพื่อประโยชน์ร่วมกัน จะใช้กลไกสากลเพื่อสร้างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของทุกประเทศในโลก


[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
วัตถุประสงค์และหลักการของสหประชาชาติ
          วัตถุประสงค์ซึ่งกล่าวไว้ในมาตรา ๑ ของกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ มีอยู่ว่า จะรักษาสันติสุขและความมั่นคงแห่งโลก จะป้องกันและขจัดเสียซึ่งสาเหตุแห่งการคุกคามชีวิต จะสร้างสัมพันธภาพอันดีงามระหว่างชาติต่างๆ มีความเคารพสิทธิและความเสมอภาคตลอดจนอิสรภาพในการปกครองตนเองของทุกประเทศ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันเพื่อผดุงสันติภาพ สร้างความมั่นคงและความก้าวหน้าโดยเสมอหน้ากัน โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา เพศ วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ

          หลักการที่กำหนดไว้เพื่อให้ปฏิบัติการได้ตามวัตถุประสงค์นั้น มีประเด็นสำคัญซึ่งกล่าวไว้ในมาตรา ๒ ของกฎบัตร คือ การยึดหลักแห่งความเสมอภาคในอธิปไตยของมวลสมาชิก ขอให้มวลสมาชิกปฏิบัติตามข้อผูกพันที่ระบุในกฎบัตรด้วยความจริงใจ สมาชิกจะต้องระงับกรณีพิพาทระหว่างประเทศของตนโดยสันติวิธี ต้องละเว้นจากการคุกคามหรือใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งอาณาเขต หรือเอกราชทางการเมืองของรัฐใดๆ มวลสมาชิกจะให้ความช่วยเหลือแก่องค์การใน การกระทำต่างๆ ที่ดำเนินไปตามกฎบัตรฉบับปัจจุบัน สำหรับรัฐที่มิใช่สมาชิก องค์การถือว่าจะต้องปฏิบัติตามหลักการในกฎบัตรเท่าที่จำเป็นต่อการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ

          พุทธศักราช ๒๕๓๘ (ค.ศ. ๑๙๙๕) เป็นปีที่องค์การสหประชาชาติดำเนินการมาได้ ๕๐ ปี องค์การได้มีบทบาทสำคัญตลอดมาตั้งแต่แรกตั้งองค์การ ในการพยายามระงับการพิพาทระหว่างประเทศที่ใช้กำลัง ในการช่วยเหลือพัฒนาการด้านเศรษฐกิจและสังคมของหลายๆ ประเทศที่ประสบความเสียหายเนื่องจากสงคราม รวมทั้งประเทศที่ต้องเผชิญกับความแร้นแค้นของธรรมชาติ องค์การสหประชาชาติดำเนินการด้วยความร่วมมือของประเทศสมาชิก ซึ่งมีอยู่ทั่วโลก มีองค์กรในเครือซึ่งดำเนินการเฉพาะด้านหลายองค์กร ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะบางองค์กร ซึ่งเกี่ยวข้องอย่างมากกับประเทศต่างๆ ในภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก และในประเทศไทย องค์กรเหล่านี้แบ่งกว้างๆ ออกได้เป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่มีลักษณะเป็นแผนงาน (Programme) หรือกองทุน (Fund) หรือคณะกรรมการ (Commission) และกลุ่มที่เป็นองค์การชำนัญพิเศษ (Specialized agencies) ซึ่งมีการจัดระบบบริหารแบบองค์การ (Organization) เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีธรรมนูญหรือกฎบัตรเป็นกฎหมายแม่บทรองรับความเป็นองค์การ
[กลับหัวข้อหลัก]

สัญลักษณ์ ๕๐ ปีแห่งสหประชาชาติ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
กระบวนพยุหยาตราชลมารค
การส่งออกสินค้าหัตถกรรม
เครื่องปั้นหริภุญชัย
ถมตะทอง
ประเภทของเครื่องถมไทย
ปะการัง
ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปัญหาในการอนุรักษ์และสืบทอดศิลปะผ้าไทย
วัตถุดิบที่นำมาใช้ทำเครื่องปั้น
สมเด็จพระสุริโยทัยพระวีรกษัตรีแห่งกรุงศรีอยุธยา
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21 > องค์การสหประชาชาติและองค์การในเครือ