สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
องค์การชำนัญพิเศษเฉพาะเรื่อง (Specialized Agencies)  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
 
องค์การชำนัญพิเศษเฉพาะเรื่อง (Specialized Agencies) โดย คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต
          ของสหประชาชาติ มีสถานภาพเป็นองค์การระหว่างประเทศอย่างสมบูรณ์แบบ เป็นนิติบุคคลระหว่างประเทศ และมีธรรมนูญ ซึ่งที่ประชุมใหญ่ของรัฐสมาชิกมีมติรับรองเป็นเอกฉันท์ รัฐที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกจ่ายเงินค่าบำรุงรายปีตามสัดส่วนของรายได้ของประเทศ  มีสิทธิได้รับประโยชน์จากการเป็นสมาชิกตามที่ตกลงกัน เช่น มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทางการเงินและทางด้านวิชาการ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมสามัญประจำปี และการประชุมอื่นๆ ซึ่งองค์การจัดขึ้น มีสิทธิในการเสนอชื่อผู้เชี่ยวชาญของประเทศให้เข้ารับตำแหน่งต่างๆ ในองค์การตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

          องค์การชำนัญพิเศษเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเอเชียและแปซิฟิก และมีสำนักงานภาคพื้นอยู่ในประเทศไทย มีดังต่อไปนี้
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ-ไอแอลโอ (International Labour Organization-ILO)
          องค์การไอแอลโอ ตั้งขึ้นตั้งแต่ยังไม่มีองค์การสหประชาชาติ คือ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๒ (ค.ศ. ๑๙๑๙) เป็นองค์การชำนัญเฉพาะเรื่อง องค์การแรกที่เข้าอยู่ในเครือสหประชาชาติ คือ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๙ (ค.ศ. ๑๙๔๖) องค์การนี้มีอายุได้ ๗๗ ปี ใน พ.ศ. ๒๕๓๙ ในบรรดารัฐสมาชิกสหประชาชาติที่นับว่าเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้ง มีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย ประเทศอื่นในภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ได้แก่ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์

          ภารกิจหลักของ ไอแอลโอ คือช่วยเหลือผู้ใช้แรงงานทั่วโลกให้ได้รับความยุติธรรมจากสังคม ให้มีชีวิต และสภาพการทำงานที่ดีขึ้น ผลงานขององค์การทำให้ได้รับรางวัลโนเบล เพื่อสันติภาพ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ (ค.ศ. ๑๙๖๙) ทั้งนี้โดยที่องค์การยึดมั่นในหลักการที่ว่า สันติสุขแห่งโลกจะเกิดขึ้นได้และมีความต่อเนื่องมั่นคงก็ด้วยการที่มีความยุติธรรมในสังคม มีฐานรากคือ ความเคารพในสิทธิมนุษยชน มีมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดี มีสภาพการทำงานซึ่งเกื้อกูลความผาสุกของผู้ใช้แรงงาน การมีโอกาสทำงานและมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

          ยุทธศาสตร์การปฏิบัติงานของไอแอลโอ คือ จัดให้มีการเจรจาร่วมของผู้เกี่ยวข้องสามฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายแรงงาน ในกรณีที่มีความขัดแย้งและพยายามแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยมีมติเป็นเอกฉันท์ ภารกิจขององค์การนี้ในภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิกมีความหลากหลายและยุ่งยาก เพราะประเทศต่างๆ มีสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม โครงสร้าง รายได้และสวัสดิการสังคม การพาณิชย์ การลงทุน แรงงาน ปัญหาด้านสังคมและแรงงาน ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้านเศรษฐกิจและสังคม ในประเทศที่เริ่มเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ก็ได้นำมาซึ่งปัญหาใหม่ๆ อีกมากมาย

          ไอแอลโอ จัดลำดับเรื่องสำคัญรีบด่วนไว้สามประการ คือ 
          ๑) การจัดให้มีงานทำและขจัดความยากจน 
          ๒) การคุ้มครองผู้ใช้แรงงาน
          ๓) ส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิแห่งมนุษยชน
         ในข้อแรกไอแอลโอ ช่วยเหลือประเทศต่างๆ ในการฝึกอบรมผู้ใช้แรงงานให้มีประสิทธิภาพ ในข้อที่สอง ไอแอลโอ ช่วยประเทศต่างๆ ให้เพิ่มพูนประสิทธิภาพในการคุ้มครองผู้ใช้แรงงานให้ได้รับความปลอดภัย และให้ตระหนักถึงภัยที่เกิดจากการทำงานในโรงงาน ในข้อที่สามไอแอลโอช่วยเหลือในการออกกฎหมายเกี่ยวกับแรงงาน และอุตสาหกรรมสัมพันธ์ระหว่างแรงงานกับนายจ้าง สนับสนุนองค์การของผู้ใช้แรงงาน ได้กำหนดมาตรฐานสากลเกี่ยวกับแรงงาน ซึ่งช่วยในการสร้างเสริมประชาธิปไตยและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

          องค์การไอแอลโอ มีสำนักงานภูมิภาคและสำนักงานประจำประเทศหลายแห่งในภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการ จัดการฝึกอบรม ทำการศึกษาวิจัย เพื่อส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่างรัฐบาล แรงงานและนายจ้าง ในระดับประเทศ สำนักงานภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ตู้ไปรษณีย์ ๑๗๕๙  กรุงเทพมหานคร ๑๐๕๐๑โทรศัพท์ (๖๖๒) ๒๘๒-๙๑๖๔, ๒๘๘-๑๗๑๐,๒๘๘-๑๗๕๕ โทรสาร (๖๖๒) ๒๘๑-๑๔๙๖


[กลับหัวข้อหลัก]


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ เอฟเอโอ (Food and Agriculture Organization of the United Nations-FAO)
          ความอดอยากหิวโหยและขาดแคลนอาหารซึ่งเป็นผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทำให้ประเทศต่างๆ ๔๔ ประเทศร่วมกันจัดตั้งองค์การอาหารและเกษตร เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ (ค.ศ. ๑๙๔๕) เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนการลงนามให้สัตยาบรรณในกฎบัตรสหประชาชาติ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๒ (ค.ศ. ๑๙๗๙) เป็นต้นมา องค์การได้กำหนดวันที่ ๑๖ ตุลาคม ให้เป็นวันอาหารแห่งโลก (World Food Day) ในปัจจุบันรัฐสมาชิกของเอฟเอโอ มีอยู่ ๑๖๒ ประเทศ

          ภารกิจหลักของเอฟเอโอ คือ ยกระดับโภชนาการและมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชากรโลก ปรับปรุงสมรรถนะของการผลิตและการกระจายผลิตผลจากการเกษตร การทำไร่นา ป่าไม้ และการประมง ส่งเสริมการพัฒนาชนบท ปรับปรุงความเป็นอยู่ของชาวชนบท ซึ่งล้วนเป็นทางนำไปสู่การขจัดความหิวโหย กิจกรรมที่นำไปสู่ผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย ได้แก่ การส่งเสริมการลงทุนในการเกษตร ปรับปรุงคุณภาพดิน และจัดการเกี่ยวกับแหล่งน้ำ เพิ่มพูนผลิตผลด้านการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ ถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงให้ถูกต้องตามหลักวิชา ขจัดโรคระบาดในสัตว์ พัฒนาการประมงน้ำจืด และน้ำเค็ม แสวงหาแหล่งพลังงานซึ่งใช้หมุนเวียนได้ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรป่าไม้โดยประหยัด และมีการปลูกป่าทดแทน นอกจากนี้ยังให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่โภชนาการ การปฏิรูปการเกษตร วิศวกรรมการเกษตร การสื่อสารเพื่อพัฒนาการเกษตร การใช้ดาวเทียมเพื่อรวบรวมข้อมูลทรัพยากรธรรมชาติ และการป้องกันน้ำท่วม

          เอฟเอโอ เป็นองค์การแรกของสหประชาชาติที่มาตั้งสำนักงานภาคพื้นในประเทศไทย เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๒ (ค.ศ. ๑๙๔๙) เพราะภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิกเป็นแหล่งที่ชาวชนบทถึงร้อยละ ๗๐ มีที่ดินเพื่อการเกษตรเพียงร้อยละ ๒๗ จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับการแผ่ขยายของความอดอยากยากจน ที่ดินเสื่อมโทรมมีการตัดไม้ทำลายป่าอย่างมาก และมีมลพิษในน้ำทะเล และอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นเหตุผลที่จำต้องดำเนินการแก้ไขโดยรีบด่วน สำนักงานภาคพื้นมีแผนการที่ดำเนินการช่วยเหลือประเทศไทยโดยเฉพาะ องค์การนี้ได้ดำเนินการโครงการช่วยเหลือการพัฒนาในประเทศต่างๆ ในเอเชียและแปซิฟิกกว่า ๕๐๐ โครงการ เช่น การฟื้นฟูป่า การควบคุมผลิตผลมิให้สูญเสีย การชลประทาน การปราบศัตรูพืช บำรุงเมล็ดพันธุ์ การใช้ปุ๋ยที่ถูกต้อง และการปฏิรูปด้านเกษตรทำงาน โดยร่วมมือกับองค์การอื่นๆ เช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชียและธนาคารโลก

          สำนักงานภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิกตั้งอยู่ที่อาคารมะลิวัลย์ เลขที่ ๓๙ ถนนพระอาทิตย์กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐ โทรศัพท์ (๖๖๒) ๒๘๑-๗๘๔๔ โทรสาร (๖๖๒) ๒๘๐-๐๔๔๕


[กลับหัวข้อหลัก]


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ-ยูเนสโก (The United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization= UNESCO)
           องค์การยูเนสโก ตั้งขึ้นเพื่อเป็นกำลังช่วยเหลือภารกิจขององค์การสหประชาชาติในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพที่มั่นคงและยืนนาน แก้ไขปัญหาและจุดอ่อนที่เป็นสาเหตุให้เกิดความขัดแย้งและสงครามทำลายล้าง รวมพลังกลุ่มบุคคลด้านพุทธิปัญญา วัฒนธรรม นันทนาการศิลปะ การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ เพื่อสร้างเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ร่วมมือกัน แม้ว่าจะแตกต่างกันโดยเชื้อชาติ ภาษา สังคม วัฒนธรรมและระดับการศึกษา ดังนั้น ภายในหนึ่งปีหลังจากการสถาปนาองค์การสหประชาชาติ ผู้นำประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรผู้ชนะสงครามก็ได้ตกลงกันในที่ประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่กรุงลอนดอน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๙ (ค.ศ. ๑๙๔๖) ให้จัดตั้งองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมขึ้น

          วัตถุประสงค์ของยูเนสโก คือ การส่งเสริมความรู้ความเข้าใจร่วมกันระหว่างชาติต่างๆ ให้ยอมรับระบบสังคมวัฒนธรรม ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แนวคิด และผลงานทางศิลปะของกันและกัน ขจัดความไม่รู้ในวิถีชีวิตของคนอื่นๆ เนื่องจากความไม่รู้นี้เป็นตัวการในการก่อให้เกิดความเกลียดชัง ความอยุติธรรม และสงครามระหว่างประเทศในที่สุด

           ภารกิจหลักของยูเนสโกครอบคลุมการส่งเสริมด้านการศึกษา พัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์มนุษยศาสตร์ วัฒนธรรมและการสื่อสาร เพื่อประโยชน์ของประเทศสมาชิก

          โครงการหลักในเรื่องดังกล่าวเป็นโครงการเสริมความคิด ความรู้สติปัญญาและเป็นการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ยูเนสโกจัดลำดับเรื่องสำคัญที่จะมุ่งเน้นกิจกรรมใน ๓ ด้าน คือ
          ๑) การศึกษาพื้นฐานสำหรับทุกคนในโลก อย่างน้อยในระดับประถมศึกษา ขจัดความไม่รู้หนังสือ จัดบริการการศึกษาแก่ผู้ใหญ่ที่จบชั้นประถมศึกษาแล้ว ส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ด้อยโอกาส สตรี  เด็ก ชนกลุ่มน้อย คนยากจนทั้งในเมืองและชนบท ส่งเสริมการพัฒนาวิธีการใหม่ๆ ในการให้การศึกษา
         ๒) ปรับปรุงคุณภาพการศึกษาและการศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
         ๓) อำนวยความสะดวกในการร่วมมือเพื่ออนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่า

          แผนงานนวัตกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนา (Programme of Educational Innovation for Development - APEID) เป็นตัวอย่างแผนงานสำคัญแผนหนึ่งของสำนักงานใหญ่ในภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก แผนงานนี้มุ่งเน้นการขจัดความยากจน ส่งเสริมคุณธรรม ขจัดความเสื่อมทางจริยธรรมและสิ่งแวดล้อม สำนักงานช่วยเหลือรัฐสมาชิกในการวางแผนการศึกษา การบริการสถานศึกษา ปฏิรูปหลักสูตร กำหนดโครงสร้างใหม่สำหรับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ส่งเสริมการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม การศึกษาด้านประชากรศาสตร์ การป้องกันยาเสพติด โรคเอดส์ และอื่นๆ ซึ่งสมควรต้องให้การศึกษา

          ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการวิจัยในเรื่องสารเคมีในผลิตผลธรรมชาติ จุลชีวันไบออสเฟียร์ (แผนงานมนุษย์และไบออสเฟียร์) ส่งเสริมการจัดการและการเรียนการสอนทางวิทยาศาสตร์ โดยผ่านทางเครือข่ายนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ทางด้านสังคมศาสตร์ ได้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัยของสภาในส่วนภูมิภาคว่าด้วยสังคมศาสตร์ และเครือข่ายสารนิเทศของสังคมศาสตร์

          ในด้านวัฒนธรรมมีงานสำคัญๆ เช่น รณรงค์เพื่ออนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมด้านสถาปัตยกรรมโบราณ ตัวอย่างเช่น อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย พุทธสถานโบโรพุทโธ ในอินโดนีเซีย กาฐมาณฑุในเนปาล สามเหลี่ยมทางวัฒนธรรมในศรีลังกา มีแผนงานและโครงการอนุรักษ์และพัฒนาวัฒนธรรมมากมาย โดยเฉพาะในระหว่างทศวรรษแห่งการพัฒนาวัฒนธรรมแห่งโลก (World Decade for Cultural Development 1988-1997) มีโครงการสำคัญๆ เช่น การศึกษาเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทางติดต่อสมัยโบราณในด้านการค้าขายและเผยแพร่วัฒนธรรมระหว่างยุโรปกับเอเชีย

          ในด้านการสื่อสารและการส่งเสริมบริการความรู้ ยูเนสโก ได้สนับสนุนการพัฒนาหนังสือ การพัฒนาห้องสมุดและสถาบันบริการสารนิเทศอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วโลกได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร วิชาการต่างๆ ที่มีการเผยแพร่โดยสิ่งพิมพ์ โสตทัศนวัสดุ วัสดุอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโดยผ่านสื่อมวลชนอื่นๆ ทุกประเภท ให้ทุกคนในโลกสามารถเข้าถึง รับรู้ และเรียนรู้ข้อมูลข่าวสาร วิชาการต่างๆ ไม่ว่าจะผลิตขึ้น ณ ที่ไหนในโลก

          สำนักงานใหญ่ภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ตั้งอยู่ที่ประเทศไทย อาคารดาราคาร เลขที่ ๙๒๐ ถนนสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ (๖๖๒) ๓๙๑-๐๕๗๗ โทรสาร (๖๖๒) ๓๙๑-๐๘๖๖



[กลับหัวข้อหลัก]


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ -ไอซีเอโอ (International Aviation Organization -ICAO)
          ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๗ (ค.ศ. ๑๙๔๔) มีวัตถุประสงค์ในการดูแลให้การบินพลเรือนปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ประหยัด และเพิ่มพูนเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีภารกิจเกี่ยวกับทุกเรื่องด้านการบินพลเรือน ทางด้านเทคนิค เศรษฐกิจ และกฎหมาย ได้กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติทางด้านการบินพลเรือนซึ่งประเทศสมาชิกทุกประเทศยอมรับและปฏิบัติตามสำนักงานภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิกย้ายจากเดิมมาตั้งอยู่ ณ กรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ (ค.ศ. ๑๙๕๕) องค์การนี้ช่วยเหลือรัฐสมาชิกทางด้านเทคนิค เช่น บริการจราจรทางอากาศ การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติภัยทางอากาศ การกำหนดเส้นทางอากาศและความช่วยเหลือด้านภาคพื้นดิน ฝึกอบรมบุคลากร บริการข้อมูลเกี่ยวกับภาวะอากาศ จัดการประชุมและสัมมนาเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพของการบิน และความปลอดภัย ในระยะเวลา ๕๐ ปีที่ผ่านมาเห็นชัดว่าอุตสาหกรรมเครื่องบินและการบินพาณิชย์ได้ก้าวหน้าไปอย่างมหาศาล

          เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๙ ผู้โดยสารเครื่องบินมีจำนวน ๙ ล้านคน ปัจจุบันมีจำนวนถึงหนึ่งล้านล้านคนต่อปี ประมาณว่าเมื่อสิ้นทศวรรษนี้ จะมีผู้โดยสารถึงสองล้านล้านคน อัตราอุบัติภัยทางอากาศที่เคยมีแต่เดิมคือ ๓.๑๒ ต่อร้อยล้านกิโลเมตรการบินลดลงเหลือเพียง ๐.๐๕ ทำให้การเดินทางโดยทางอากาศเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยมากที่สุดในขณะนี้ ในขณะเดียวกันเทคโนโลยีทางการบินก็ก้าวหน้าไปอย่างมหาศาลทั้งในด้านเครื่องยนต์และตัวลำเครื่อง ซึ่งสามารถรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมากสำนักงานภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิกตั้งอยู่ที่สามแยกลาดพร้าว ตู้ไปรษณีย์ ๑๑ กรุงเทพมหานคร ๑๐๙๐๑ โทรศัพท์ (๖๖๒) ๕๓๗-๘๑๘๙ โทรสาร (๖๖๒) ๕๓๗-๘๑๙๙



[กลับหัวข้อหลัก]


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
สหพันธ์การไปรษณีย์สากล-ยูพียู (Universal Postal Union-UPU)
          ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๗ (ค.ศ. ๑๘๗๔)โดยสนธิสัญญาแห่งกรุงเบิร์น (Berne Treaty) เข้าเป็นองค์การในเครือสหประชาชาติเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๑ (ค.ศ. ๑๙๔๘) มีวัตถุประสงค์ในการเพิ่มพูนประสิทธิภาพการรับส่งทางไปรษณีย์ของประเทศสมาชิก ส่งเสริมความร่วมมือในกิจการไปรษณีย์ทุกอย่าง รัฐสมาชิกตกลงว่าจะใช้วิธีการทางไปรษณีย์ที่ดีที่สุดในประเทศเพื่อการรับส่ง 

         สหพันธ์ฯ เป็นผู้กำหนดอัตราค่าไปรษณีย์กำหนดเป็นน้ำหนัก และขนาดหีบห่อที่จะส่งทางไปรษณีย์ กำหนดระเบียบและหลักเกณฑ์ในการลงทะเบียนสิ่งของที่ส่งทางไปรษณีย์ สหพันธ์ฯ ให้ความร่วมมือทางวิชาการในการวางแผนบริหารและปฏิบัติงานด้านไปรษณีย์ จัดฝึกอบรมบุคลากร ให้ความช่วยเหลือต่างๆ ในด้านนี้ได้ช่วยประเทศที่กำลังพัฒนาในด้านเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมอย่างมาก

         ศูนย์ฝึกอบรมด้านไปรษณีย์ในภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร โดยได้รับความช่วยเหลือจากแผนงานพัฒนาของสหประชาชาติ สำนักงานภาคพื้นตั้งอยู่ที่ ชั้น ๒ ของอาคารไปรษณีย์และโทรเลข ๙๙ ถนนแจ้งวัฒนะ ดอนเมือง ตู้ไปรษณีย์ ๑ หลักสี่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๑๐ โทรศัพท์ (๖๖๒) ๕๗๓-๓๘๓๑ โทรสาร (๖๖๒) ๕๗๓-๑๑๖๑


[กลับหัวข้อหลัก]


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
องค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก-ไวโพ (World Intellectual Property Organization- WIPO)
          ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ (ค.ศ. ๑๙๗๔) มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาทั่วโลก โดยอาศัยความร่วมมือจากประเทศสมาชิก ซึ่งขณะนี้มีอยู่ ๑๓๕ ประเทศ ทรัพย์สินทางปัญญามีอยู่สองประเภทคือ
          ๑. ทรัพย์สินที่เป็นผลิตผลด้านอุตสาหกรรม เช่น สิทธิบัตร การประดิษฐ์ เครื่องหมายการค้า และการออกแบบอุตสาหกรรม 
          ๒. ลิขสิทธิ์และสิทธิข้างเคียงในวรรณกรรมและศิลปกรรม รวมสิ่งพิมพ์โสตทัศนวัสดุ รายการทางวิทยุกระจายเสียง และอื่นๆ

         องค์การให้ความช่วยเหลือในด้านตรากฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ส่งเสริมการประดิษฐ์และสร้างสรรค์ อำนวยความสะดวกในการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นเมืองในแต่ละประเทศ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีของประเทศอื่นที่มีการจดทะเบียนแล้ว แจ้งให้ทราบถึงงานวรรณกรรมต่างประเทศที่มีลิขสิทธิ์ ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเอกสารสิทธิบัตร จัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับเอกสารสิทธิบัตร จัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของชาติในประเทศต่างๆ จัดการประชุมและสัมมนาในระดับประเทศและภูมิภาค   สำนักงานขององค์การแห่งโลกว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งอยู่ ณ อาคารเลขที่ ๓๔ ถนนโคลอมเบตตส์ (Chemin Des Colombettes) ๑๒๑๑ เยนีวา ๒๐ สวิตเซอร์แลนด์ โทรศัพท์ (๒๒) ๗๓๐-๙๑๑๑ โทรสาร (๔๑-๔๒) ๗๓๓-๕๔๒๘



[กลับหัวข้อหลัก]


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติยูนิโด (The United Nations Industrial Develop-ments Organization-UNIDO)
          ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ (ค.ศ. ๑๙๖๖) ในฐานะหน่วยงานหนึ่งขององค์การสหประชาชาติเพื่อเร่งรัดการพัฒนาอุตสาหกรรม ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๒๙ (ค.ศ. ๑๙๘๖) ได้ยกฐานะเป็นองค์การนิติบุคคลตามกฎหมาย เป็นองค์การชำนัญพิเศษเฉพาะเรื่อง

          ยูนิโด รับผิดชอบในการประสานงานกิจกรรมด้านอุตสาหกรรมของหน่วยงานและองค์การในเครือสหประชาชาติ มีแผนงานหลากหลายเพื่อให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ จัดฝึกอบรม ให้ข้อมูลข่าวสาร วางแผนทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ อุตสาหกรรมของประเทศที่กำลังพัฒนา อำนวยความสะดวกในการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศอุตสาหกรรมไปสู่ประเทศที่กำลังพัฒนา

          มีโครงการช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนารวม ๑๖๐ ประเทศ เป็นโครงการกว่าหมื่นโครงการจัดส่งผู้เชี่ยวชาญไปช่วยเหลือ ให้เครื่องจักรและอุปกรณ์ ให้ทุนการศึกษาและดูงาน จัดทำโครงการนำร่อง ดำเนินการวิจัยเพื่อความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมประเภทใดประเภทหนึ่ง ส่งเสริมอุตสาหกรรมหนัก อุตสาหกรรมขนาดกลาง และขนาดเล็กให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ จัดพิมพ์เผยแพร่ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุดทางอุตสาหกรรม จัดทำทำเนียบนามผู้เชี่ยวชาญในด้านอุตสาหกรรมทั่วโลก

          สำนักงานยูนิโด ในประเทศไทย ตั้งอยู่ ณ อาคารสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐โทรศัพท์ (๖๖๒) ๒๘๘-๐๒๙๘, ๒๘๘-๑๘๑๖, ๒๘๘-๑๘๒๖ โทรสาร (๖๖๒) ๒๘๐-๑๘๖๒



[กลับหัวข้อหลัก]


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
องค์การอนามัยแห่งโลก-ดับเบิลยูเอชโอ (World Health Organization-WHO)
          ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๑ (ค.ศ. ๑๙๔๙) วันที่ ๗ เมษายน ซึ่งต่อมาได้กำหนดให้เป็นวันอนามัยโลก องค์การนี้มีสมาชิก ๑๘๓ ประเทศ มีวัตถุประสงค์หลักคือ ช่วยให้ทุกคนในโลกมีสุขภาพดีที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ ภารกิจสำคัญ คือเป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับสุขภาพของประเทศต่างๆทั่วโลก มีวิธีการดำเนินงานคือ มีการประชุมใหญ่ระดับโลก มีคณะกรรมการบริหารและสำนักงานเลขาธิการ

         เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ ที่ประชุมใหญ่ได้กำหนดว่า ใน พ.ศ. ๒๕๔๓ (ค.ศ. ๒๐๐๐) ทุกคนในโลกจะมีสุขภาพดี (Health for All by the Year 2000) ตั้งแต่ปีนั้นมาองค์การได้กำหนดแผนงานและโครงการทั่วโลกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกประเทศ คือ การจัดให้มีการบริการสาธารณสุขมูลฐาน มีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การบำบัดโรค และการฟื้นฟูสุขภาพ  

         องค์การมีสำนักงานภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ภาคพื้นยุโรปและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ที่อาคารอนามัยโลก อินทรปริสต์สถาน(IndraprasthanEstate) ถนนมหาตมคันธี นิวเดลี ๑๑๐-๐๐๒ อินเดีย โทรศัพท์ (๙๑-๑๑) ๓๓๑-๗๘๐๔ โทรสาร (๖๑-๑๑) ๓๓๑-๘๖๐๗ องค์การที่ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญสดุดีแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ คือ

          ๑. องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญเซเรส (Ceres) เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ เฉลิมพระเกียรติในฐานะที่ทรงเป็นสตรีดีเด่น ทรงอุทิศพระองค์เพื่อพัฒนาสตรีและประชาชนในชนบท ทรงสนับสนุนพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการที่จะพระราชทานโอกาสให้บรรดาเกษตรกรเป็นเจ้าของที่ดินทำกินอย่างทั่วถึง

          ๒. องค์การการศึกษาฯ สหประชาชาติ
ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองโบโรพุทโธ (Unesco Borobudur Gold Award) เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ในพิธีเปิดงาน "มรดกสิ่งทอเอเชียหัตถกรรมและอุตสาหกรรม" จัดโดยองค์การ
ยูเนสโก ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา เป็นเครื่องแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่ออนุรักษ์ พัฒนางานศิลปหัตถกรรมของไทยมากกว่า ๔๐ ปี รวมทั้งที่ได้ทรงยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ยากไร้ให้มีอาชีพ และมีชีวิตที่มีคุณภาพ

          ๓. กองทุนสหประชาชาติเพื่อสงเคราะห์เด็ก
ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญพิเศษ คือ Unicef Special Recognition Award เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เหรียญนี้มีข้อความสลักว่า "ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องจากได้ทรงสนพระทัยอย่างลึกซึ้ง และทรงอุทิศพระองค์ในการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตของแม่และเด็กในประเทศไทย" เป็นเหรียญซึ่งเคยมอบให้องค์การ แต่ไม่เคยมอบให้บุคคลมาก่อน

          ๔. กองทุนสหประชาชาติเพื่อพัฒนาสตรี เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลที่มีชื่อว่า Unicem Award of Excellence รางวัลแห่งความเป็นเลิศจากยูนิเซม

          รางวัลยูนิเซม เป็นชามแก้วเจียระไน สลักข้อความบนฐานไม้ว่า รางวัลดีเด่น ทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมุ่งมั่น สนับสนุนบทบาทสตรีในการพัฒนาประเทศ



[กลับหัวข้อหลัก]


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21