หัวข้อ
โอโซนเกิดขึ้นได้จากการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีความดันไฟฟ้าแรงสูง เช่น เครื่องถ่ายเอกสารเครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ เครื่องเชื่อมโลหะไฟฟ้าเป็นต้น สำหรับในเครื่องถ่ายเอกสารนั้นโอโซนส่วนใหญ่เกิดจากการอัดและปล่อยประจุไฟฟ้าที่ลูกกลิ้งและกระดาษ โอโซนบางส่วนเกิดจากการปล่อยแสงเหนือม่วง (แสงอัลตราไวโอเลต : UV) จากหลอดไฟพลังงานสูงของเครื่องถ่ายเอกสารซึ่งแสงเหนือม่วงนี้จะทำให้ออกซิเจนในอากาศรวมตัวกันเป็นโอโซนง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามในสภาวะปกติหรือในสำนักงานทั่วไป โอโซนจะสลายตัวเป็นออกซิเจนได้ภายใน ๒-๓ นาทีอัตราการสลายตัวของโอโซนขึ้นอยู่กับระยะเวลอุณหภูมิ (โอโซนสลายตัวได้เร็วยิ่งขึ้นในที่ที่มีอุณหภูมิสูง) การระบายอากาศ และพื้นผิววัตถุที่โอโซนสัมผัส ถ้าเป็นถ่านปลุกฤทธิ์ (activated carbon) ก็จะทำให้โอโซนสลายตัวได้ถึงร้อยละ ๑๐๐ดังนั้นเครื่องถ่ายเอกสารรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จึงมีแผ่นกรองที่ทำด้วยถ่านปลุกฤทธิ์ติดอยู่ด้วย เพื่อสลายโอโซนก่อนปล่อยออกภายนอกเครื่อง ค่ามาตรฐานการสัมผัสโอโซนสำหรับ ๘ชั่วโมงการทำงานของประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลียคือ ๐.๑ ส่วนในล้านส่วน (parts per million, ppm)ส่วนมติที่ประชุมของนักสุขศาสตร์อุตสาหกรรมภาครัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกา (American Conferenceof Governmental Industrial Hygienists, ACGIH)ได้กำหนดค่าที่ยอมให้มีได้ในบรรยากาศการทำงาน(Threshold Limit Value, TLV) ของโอโซนเป็น ๐.๑ส่วนในล้านส่วน เช่นเดียวกัน แต่เป็นค่าที่ไม่ยอมให้มีเกินค่านี้ในบรรยากาศการทำงาน ไม่ว่าในเวลาใดก็ตามค่า ceiling ระดับความเข้มข้นของโอโซนที่ ๑๐ ส่วนในล้านส่วน เป็นระดับที่ทำอันตรายต่อชีวิตและสุขภาพทันที (ImmediatelyDangerous to Life and Health, IDLH) ผลต่อสุขภาพระยะสั้น : โอโซนที่ระดับความเข้มข้นต่ำ (๐.๐๑-๐.๐๒ ส่วน ในล้านส่วน) ก็สามารถตรวจสอบกลิ่นได้แล้ว โอโซนในระดัความเข้มข้น ๐.๒๕ ส่วนในล้านส่วนขึ้นไป มีผทำให้เกิดความระคายเคืองต่อตา จมูก และคอทำให้หายใจสั้น วิงเวียน และปวดศีรษะได้นอกจากนี้ยังพบว่าเป็นสาเหตุของความล้าและการสูญเสียประสาทรับรู้กลิ่นด้วย คนที่มีโรคทางระบบหายใจอยู่แล้ว เช่น โรคหอบหืด ไม่ควรสัมผัสโอโซนเลย ผลต่อสุขภาพระยะยาว : การสูดหายใจเอาโอโซนเข้าไปเป็นระยะเวลานานๆ อาจทำอันตรายต่อปอดได้ พบได้บ่อยในคนงานเชื่อมโลหะไฟฟ้า ไม่ค่อยพบในผู้ที่ทำหน้าที่ถ่ายเอกสาร
ซีลีเนียม แคดเมียมซัลไฟด์ ซิงค์ออกไซด์และโพลิเมอร์บางตัวซึ่งถูกเคลือบไว้ที่ลูกกลิ้งในเครื่องถ่ายเอกสาร มีลักษณะเป็นสารนำแสง (photoconductor) มักจะถูกปล่อยออกมาสู่บรรยากาศในลักษณะไอระเหยระหว่างกระบวนการถ่ายเอกสารซึ่งเกิดในขณะที่ลูกกลิ้งได้รับประจุไฟฟ้าด้วยความดันไฟฟ้าแรงสูง โดยปกติปริมาณสารเคมีเหล่านี้มีน้อยเกินกว่าที่จะตรวจสอบได้ ผลต่อสุขภาพ : การสูดหายใจเอาซีลีเนียมปริมาณหนึ่งเข้าไปในร่างกาย เป็นสาเหตุของการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจส่วนต้น ตา และชั้นเยื่อเมือกของกระเพาะอาหาร การรับซีลีเนียมเข้าไปในร่างกายมากเกินไปจะทำให้เกิดอาการลิ้นรับรสเฝื่อนหรือรสโลหะ การหายใจมีกลิ่นคล้ายกลิ่นกระเทียม เกิดความล้า อาหารไม่ย่อย วิงเวียนศีรษะ นอกจากนี้ซีลีเนียมในระดับความเข้มข้นสูงๆ สามารถทำอันตรายต่อตับและไตได้ แคดเมียมมีอันตรายมากกว่าซีลีเนียมและเป็นสารก่อมะเร็ง อย่างไรก็ตามแคดเมียมถูกปล่อยออกมาจากเครื่องถ่ายเอกสารในปริมาณที่น้อยกว่าแม้ว่าความเสี่ยงในการสัมผัสสารเคมีต่างๆ เหล่านี้จะมีน้อยมาก แต่พนักงานที่ทำหน้าที่ถ่ายเอกสารเป็นประจำ ก็ควรหลีกเลี่ยงการจับหรือสัมผัสกับลูกกลิ้งเท่าที่จะทำได้
ทั้งแสงสว่างที่เรามองเห็นได้และแสงเหนือม่วง ถูกแผ่รังสีออกจากหลอดไฟพลังงานสูงระหว่างกระบวนการถ่ายเอกสาร รังสีแสงเหนือม่วงทำให้เกิดอาการอักเสบของกระจกตาและผื่นคันตามผิวหนังได้ แต่โดยปกติแล้วแสงเหนือม่วงจะไม่ทะลุผ่านแผ่นกระจกที่วางเอกสารต้นฉบับของเครื่องถ่ายเอกสาร ดังนั้นความเสี่ยงในการสัมผัสแสงเหนือม่วงจึงมีน้อยมาก อย่างไรก็ตาม อาการปวดศีรษะ แสบตา อาจเกิดขึ้นได้หลังจากการมองแสงที่ทะลุผ่านกระจกออกมาได้ ซึ่งจะมีความยาวช่วงคลื่นอยู่ระหว่าง ๓๕๐-๑,๑๐๐ นาโนเมตร ซึ่งก็คือช่วงคลื่นแสงสว่างที่เรามองเห็นได้ และช่วงคลื่นแสงเหนือม่วงในช่วงที่อยู่ใกล้ช่วงคลื่นแสงสว่างนั่นเอง สำหรับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้กับตานั้นมีน้อยมาก อย่างไรก็ตามขณะทำการถ่ายเอกสารทุกครั้งควรปิดฝาครอบเพื่อป้องกันความรู้สึกไม่สบายตาหรืออาการแสบตา
๑. การถ่ายเอกสารทุกครั้งควรปิดฝาครอบให้สนิท ในกรณีที่ไม่สามารถปิดให้สนิทได้ ควรหลีกเลี่ยงการมองไปยังเครื่องถ่ายเอกสารเพื่อป้องกันสายตา ๒. ควรมีการติดตั้งพัดลมดูดอากาศเฉพาะที่ในห้องถ่ายเอกสาร ๓. ควรสวมถุงมือขณะเติม หรือเคลื่อนย้ายผงหมึก และในกรณีที่จำเป็นควรสวมอุปกรณ์ปกป้องระบบหายใจด้วย นอกจากนี้ควรขอรับเอกสารข้อมูลความปลอดภัยในการใช้สารเคมี(Material Safety Data Sheet : MSDS) จากบริษัทผู้ผลิตหรือผู้ขาย ๔. ผงหมึกที่ใช้แล้วควรนำไปกำจัดโดยใส่ลงในภาชนะที่ปิดมิดชิด รวมไปถึงผงหมึกที่หกเลอะเทอะ หรือฟุ้งกระจายออกมาขณะทำการเติมผงหมึกด้วย ๕. เมื่อจะซื้อเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องใหม่ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า - มีระบบการเติมผงหมึกที่ปลอดภัยและมีภาชนะบรรจุเศษผงหมึกในเครื่อง -เครื่องถ่ายเอกสารไม่ทำงานหรือเครื่องจะดับอัตโนมัติเมื่อภาชนะบรรจุเศษผงหมึกในเครื่องเต็มแล้ว ๖. ควรแน่ใจว่าเครื่องถ่ายเอกสารได้รับการบำรุงรักษาเป็นประจำ ๗. ไม่ควรจัดวางเครื่องถ่ายเอกสารไว้ในห้องทำงาน ควรจัดแยกไว้ในห้องถ่ายเอกสารโดยเฉพาะ หรือไว้ในมุมห้องที่ไกลออกไปจากคนทำงาน และควรแน่ใจว่ามีการระบายอากาศที่เหมาะสมภายในห้องนั้น ๘. ไม่ควรมีผู้ใดต้องทำงานถ่ายเอกสารตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินหายใจอยู่แล้ว ๙. สำหรับผู้ที่มีหน้าที่ให้บริการซ่อมหรือบำรุงรักษาเครื่องถ่ายเอกสาร ควรสวมถุงมือยางแบบใช้แล้วทิ้งขณะทำงาน รวมทั้งหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับลูกกลิ้งด้วย ๑๐. ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับเครื่องถ่ายเอกสารควรได้รับการฝึกอบรมอย่างเหมาะสมดังนี้ - ผู้ใช้เครื่องถ่ายเอกสาร ควรได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องถ่ายเอกสารอย่างเหมาะสมและปลอดภัย - ผู้ที่ดูแลรับผิดชอบเครื่องถ่ายเอกสารควรได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายและการเก็บสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการถ่ายเอกสารรวมไปถึงการนำสารเคมีมาใช้และการกำจัดของเสียด้วย