ศิลปาชีพ หมายถึง การส่งเสริมให้คนไทยในภูมิภาคต่างๆผลิตงานด้านศิลป-หัตถกรรมเป็นอาชีพเสริม นอกเหนือจากการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลัก งานศิลปาชีพอยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระ-บรมราชินีนาถ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ โดยสมเด็จพระ-นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้พระราชทานกำเนิดแก่มูลนิธิ ทรงเป็นประธานกรรมการบริหารของมูลนิธิฯ การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ นอกจากจะเป็นการเสริมรายได้ให้แก่เกษตรกรและราษฎรผู้มีรายได้น้อยแล้ว ยังช่วยอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนไทย และพัฒนาคุณภาพของฝีมือให้ดียิ่งขึ้น จนสามารถผลิตสินค้าให้เป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งสร้างสรรค์งานฝีมือชิ้นเยี่ยมไว้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติอีกด้วย
ประวัติความเป็นมาของศิลปาชีพ เริ่มต้นจากความสนพระราชหฤทัยอย่างจริงจังของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในอันที่จะส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมของราษฎร เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนหมู่บ้านต่างๆขณะตามเสด็จพระบาทสมเด็จ-พระเจ้าอยู่หัวซึ่งเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักในต่างจังหวัด พระราชดำริครั้งแรกในการส่งเสริมอาชีพหัตถ-กรรมมีขึ้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๐๘ ระหว่างประทับที่วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งสองพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรที่หมู่บ้านเขาเต่า และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงชักชวนให้หญิงชาวบ้านหัดทอผ้าฝ้ายขาย โดยโปรดเกล้าฯ ให้จัดหาครูทอผ้าจากจังหวัดราชบุรีมาช่วยสอนให้ ปรากฏว่า กิจการทอผ้าขาวม้าและผ้าซิ่นพื้นเมืองดำเนินไปด้วยดีพอสมควรถือได้ว่า เป็นพระราชกรณียกิจแรกทางด้านการส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมแก่ราษฎร ที่สมเด็จ-พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงริเริ่มขึ้น
ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้เกิดอุทกภัยที่จังหวัดนครพนม ภายหลังน้ำลดแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนและพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ราษฎร มีราษฎรมารอรับเสด็จอย่างเนืองแน่นจากหลาย ๆ อำเภอ ปรากฏว่า หญิงชาวบ้านแทบทุกคนนุ่งซิ่นไหมมัดหมี่ซึ่งมีความสวยงามต่างๆ กันสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ทอดพระเนตรผ้าไหมเหล่านั้นด้วยความสนพระราชหฤทัยยิ่ง ทรงสอบถามราษฎรจนได้ความว่า ราษฎรทอผ้าไหมมัดหมี่ไว้ใช้กันเองแทบทุกครัวเรือน ไม่ได้ทอขาย นอกจากทอให้ลูกหลานยามออกเรือน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง พระราชปรารภว่า การพระราชทานสิ่งของให้แก่ชาวบ้านนั้นเป็นเพียงการช่วยเหลือเฉพาะหน้า ควรจะหาวิธีที่ช่วยให้ชาวบ้านสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาวต่อไปสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชดำริว่า ชาวบ้านมีความรู้ความสามารถในการทอผ้าไหมมัดหมี่อยู่แล้ว หากจะส่งเสริมให้ทอเพิ่มขึ้นจากที่เคยทอไว้ใช้เอง ก็จะช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม จึงทรงชักชวนให้ชาวบ้านเริ่มทอผ้าไหมมัดหมี่ขายโดยทรงรับซื้อไว้เองทั้งหมดและเพิ่มราคาให้สูงกว่าท้องตลาด ในเวลานั้น ผ้าไหมมัดหมี่ยังไม่ค่อยมีคุณภาพ มักมีลักษณะแคบ สั้น และส่วนใหญ่สีตก แต่ที่ทรงรับซื้อไว้ก็เพื่อจูงใจให้ชาวบ้านมีกำลังใจทอผ้าไหมต่อไป พร้อมกันนั้น ก็พระราชทานคำติชม และข้อแนะนำต่างๆ ให้ราชเลขานุการในพระองค์นำไปแจ้งแก่ชาวบ้าน จนผ้าไหมมัดหมี่ค่อยๆพัฒนาคุณภาพดีขึ้นตามลำดับ จึงเป็นที่ต้องการของประชาชนทั่วไป หลังจากนั้นโครงการส่งเสริมการทอผ้าไหมก็ได้ขยายออกไปตามหมู่บ้านต่างๆ ของจังหวัดทางภาคอีสาน และโปรดเกล้าฯ ให้ส่งเสริมการทอผ้าไหมพื้นเมืองทุกชนิด ทั้งผ้าไหมสีพื้นและผ้าไหมลายพื้นเมืองต่างๆ อกเหนือจากผ้าไหมมัดหมี่ เช่น ผ้าไหมหางกระรอก ผ้าไหมลายลูกแก้ว ผ้าไหมแพรวา ผ้าไหมลายขิด ชาวบ้านที่ทอผ้าไม่เป็น ก็โปรดเกล้าฯ ให้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทรงรับซื้อเส้นไหมนั้นส่งไปให้ผู้ที่ไม่ได้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แต่มีความสามารถในการทอเป็นผู้ทอแทน จนการทอผ้าไหมกลายเป็นโครงการส่งเสริมอาชีพที่ทำรายได้ ให้แก่ราษฎรอย่างกว้างขวางที่สุดของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้
ใน พ.ศ. ๒๕๑๕ เมื่อพระบาทสมเด็จ-พระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ จัดสรรที่ดินที่หุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี ให้ราษฎรได้อาศัยทำไร่เป็นอาชีพ สมเด็จพระ-นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงช่วยเหลือกลุ่มแม่บ้านชาวหุบกะพงให้มีรายได้เพิ่มเติม ด้วยการนำป่านศรนารายณ์ ซึ่งเป็นพืชในท้องถิ่นมาประดิษฐ์เป็นสินค้าหัตถกรรมต่างๆ เช่น กระเป๋าถือ หมวก พัด รองเท้าแตะและของใช้อื่นๆอีกหลายอย่าง โดยได้รับความร่วมมือจากกองอุตสาหกรรมสิ่งทอ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ส่งครูไปช่วยแนะนำ และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากป่านศรนารายณ์จนสามารถผลิตเป็นสินค้าออกสู่ตลาดได้ต่อมา กลุ่มสตรีในนิคมสร้างตนเองของตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองฯ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งปลูกสับปะรดเป็นอาชีพ แต่มีรายได้ที่ไม่แน่นอน ได้ขอพระราชทานอาชีพเสริมบ้าง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระ-บรมราชินีนาถ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ฝึกการทำดอกไม้ประดิษฐ์ โดยมีคณะอาจารย์จากวิทยาลัยครูสวนดุสิตไปช่วยสอนจนสามารถทำดอกไม้ประดิษฐ์ได้เหมือนของจริง และจำหน่ายในท้องตลาดได้ จากนั้นได้โปรดเกล้าฯ ให้สอนราษฎรที่ตำบลดอนขุนห้วย และตำบลเขาใหญ่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และที่อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ปรากฏว่าชาวบ้านมีความสามารถในการทำดอกไม้ประดิษฐ์ได้เป็นอย่างดี สมเด็จพระ-นางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานแนวความคิดให้ประดิษฐ์ดอกไม้ไทยๆ เช่น ดอกแก้ว ดอกบัว พวงชมพู รสสุคนธ์ อัญชัน พวงทอง บุนนาค และทรงรับซื้อไว้เองเป็นส่วนมาก เพื่อให้นำไปประดิษฐ์เป็นพวงมาลาของหลวง
ในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๑๗ ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราช-นิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส เป็นเวลาที่ราคายางพาราตกต่ำ ราษฎรผู้มีอาชีพรับจ้างกรีดยางพาราเดือดร้อนจากรายได้ที่ลดน้อยลงสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถจึงมี พระราชดำริให้ชาวบ้านทอผ้าฝ้ายเป็นอาชีพเสริม โดยเริ่มโครงการขึ้นครั้งแรกที่บริเวณวัดเชิงเขา อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาสได้พระราชทานกี่ทอผ้า เส้นฝ้าย และอุปกรณ์ทุกอย่าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมสนับสนุนโครงการ โดยส่งครูมาสอนการสร้างกี่และการย้อมสีเส้นฝ้าย ส่งครูจากเกาะยอ จังหวัดสงขลา มาสอนการทอ เริ่มจากการทอผ้าริ้วลายดอกพิกุล ซึ่งเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำจังหวัดนราธิวาส หลังจากนั้น โปรด-เกล้าฯให้ส่งช่างทอจากจังหวัดลำพูน มาสอนการทอผ้ายกลายดอกพิกุลด้วยวิธีแบบลำพูนเพื่อพัฒนาคุณภาพของผ้าทอให้ดียิ่งขึ้น
นอกจากจะทรงริเริ่มโครงการทอผ้าแล้วในเวลาเดียวกัน ยังได้ทรงส่งเสริมอาชีพการจักสานย่านลิเภาขึ้นในหลายๆอำเภอของจังหวัดนราธิวาสด้วย ย่านลิเภาเป็นไม้เลื้อยประเภทเฟิร์น ขึ้นอยู่ชุกชุมในภาคใต้ ลำต้นเป็นเส้นเล็กและเหนียวมาก เมื่อนำมาปอกเปลือกและรูดเส้นจนขึ้นเงา ก็สามารถนำไปจักสานเป็นภาชนะต่างๆที่มีลวดลายประณีตได้ ย่านลิเภาแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นที่นิยมกันมากในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่เนื่องจากการจักสานย่านลิเภาทำได้ยาก ต้องอาศัยความละเอียดประณีตและความอุตสาหะเป็นอย่างสูง เป็นเหตุให้ไม่ค่อยมีผู้สืบทอดศิลปะประเภทนี้ จนในที่สุดผลิตภัณฑ์ย่านลิเภาก็สูญหายไปจนแทบไม่มีผู้ใดรู้จัก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งกลุ่มจักสานย่านลิเภาขึ้นที่จังหวัดนราธิวาสเป็นแห่งแรก โดยจัดหาครูจากจังหวัดนครศรีธรรมราชมาเป็นผู้สอน ต่อมาได้ครูซึ่งเป็นชาวไทยมุสลิมในท้องถิ่นมาช่วยฝึกสอนชาวบ้านด้วย โครงการส่งเสริมการประดิษฐ์ย่านลิเภาเป็นสินค้าหัตถกรรม จึงแพร่หลายมากขึ้นเป็นลำดับ รวมทั้งได้มีการนำไปฝึกสอนแก่ผู้พิการ ณ สถานสงเคราะห์คนพิการพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ ด้วย เพื่อให้เป็นรายได้แก่ผู้พิการเหล่านั้น
ปลาย พ.ศ. ๒๕๑๘ เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดอ่างทอง ราษฎรเดือดร้อนกันมาก โดยเฉพาะที่ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก เพราะราษฎรในละแวกนั้นส่วนใหญ่มีอาชีพทำอิฐ และเหลาไม้ก้านธูป เมื่อเกิดน้ำท่วม ราษฎรไม่สามารถเผาอิฐหรือตากไม้ก้านธูปได้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงทราบ จึงมีพระราชดำริว่า น่าจะส่งเสริมให้ชาวบ้านนำดินเหนียวมาปั้นเป็นตุ๊กตาไทย ซึ่งเป็นศิลปหัตถกรรมโบราณของไทยอย่าง หนึ่ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโครงการปั้นตุ๊กตาไทยขึ้นที่ วัดท่าสุทธาวาส ตำบลบางเสด็จ ในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๑๙ โดยวิทยาลัยเพาะช่างได้ส่งครูมาช่วยฝึกสอน ในระยะแรกผลงานยังไม่ค่อยสวยงามนักแต่ได้ทรงรับซื้อไว้ทั้งหมด ต่อมาชาวบ้านได้พัฒนาฝีมือปั้นดีขึ้น ทำให้สามารถหาตลาดจำหน่ายได้เองด้วย
[กลับหัวข้อหลัก]