เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (แก้วมรกต) พระพุทธรูปสำคัญที่สุดในประเทศไทย เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิสร้างด้วยหยกสีเขียว มีตำนานเล่าต่อกันมาว่า เทวดาสร้างถวายพระอรหันต์องค์หนึ่งทางอินเดียแล้วบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในองค์พระพุทธรูปครั้นเวลาต่อๆ มาพระพุทธรูปองค์นี้ตกไปอยู่ตามเมืองต่างๆ หลายแห่ง เช่น ลังกา เชียงราย เชียงใหม่ และเวียงจันทร์ ใน พ.ศ. ๒๓๒๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งยังดำรงตำแหน่งเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเสด็จเป็นแม่ทัพไปตี ได้เมืองเวียงจันทร์ จึงทรงอัญเชิญพระแก้วมรกต มาไว้ยังกรุงธนบุรี ครั้นเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ จึงได้อัญเชิญประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามสืบต่อมาจนทุกวันนี้
หน้าฐานชุกชีที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต มีพระพุทธปฏิมากรฉลองพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑ และที่ ๒ เป็นพระพุทธรูปยืนสูง ๖ ศอก (๓ เมตร) หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์และหุ้มทองคำทรงเครื่องต้นอย่างจักรพรรดิราช (ตามแบบกษัตริย์สมัยโบราณ) พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดให้สร้างอุทิศพระราชกุศลถวายสมเด็จพระอัยการธิราช และสมเด็จพระบรมชนกนาถ องค์ทางขวา (ทิศเหนือ) ถวายพระนามว่า "พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก" องค์ทางซ้าย (ทิศใต้) ถวายพระนามว่า "พระพุทธเลิศหล้านภาลัย" แล้วโปรดให้ออกประกาศเรียกพระนามพระอดีตรัชกาลตามพระนามที่ถวายแด่พระพุทธรูปทั้งสองพระองค์แทนคำที่เรียกกันอยู่ในขณะนั้นว่า "แผ่นดินต้น" "แผ่นดินกลาง" ดูประหนึ่งว่าพระองค์จะต้องเป็นแผ่นดินปลาย ซึ่งถือเป็นการอัปมงคล ดังนั้น ครั้งถึงรัชกาลที่ ๔ จึงโปรดให้เรียกพระนามพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ ว่า "พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว" โดยอนุโลมจากพระนามเดิมว่า "ทับ" ส่วนพระองค์เองใช้พระนามว่า "พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" โดยอนุโลมจากพระนามเดิมว่า "มงกุฎ" นับแต่นั้นมาจึงมีการถวายพระบรมนามาภิไธย ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จารึกพระสุพรรณบัฏทุกรัชกาลสืบมา
[กลับหัวข้อหลัก]