สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23 > วัฒนธรรมทางละครไทย (ละครรำ)
วัฒนธรรมทางละครไทย (ละครรำ)  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
 
วัฒนธรรมทางละครไทย (ละครรำ) โดย นางละม่อม โอชกะ
          ละครมีหลายประเภท ได้แก่ ละครรำ ละครร้อง และละครพูด ละครรำยังแบ่งเป็น ๓ แบบ คือ ละครชาตรี ละครใน และละครนอก

          ละครชาตรี หรือละครโนราชาตรีเป็นละครรำแบบดั้งเดิม มีผู้แสดงสำคัญ ๓ คน เช่น ถ้าเล่นเรื่องมโนห์รา ก็จะมีตัวละครสำคัญ คือ พระสุธน นางมโนห์รา และพรานบุญ เรื่องที่แสดงนำมาจากนิทานพื้นเมือง และชาดก ในระยะแรกใช้การท่องจำบท หรือการด้นกลอนสด ต่อมาจึงมีการประพันธ์บทกลอนให้ไพเราะขึ้น เครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลงประกอบละครชาตรี ได้แก่ ปี่ใน กลอง โทน ฆ้องคู่ ฉิ่ง และกรับ

          ละครใน เป็นละครที่แสดงในวัง ผู้แสดงเป็นหญิงล้วน มีท่ารำที่งดงามและทำนองดนตรีที่ไพเราะยิ่งนัก ละครในจะแสดงเพียง ๓ เรื่องเท่านั้น คือ เรื่องรามเกียรติ์ อุณรุท และอิเหนา ละครในเป็นการแสดงในราชสำนัก จึงมีความงดงามวิจิตรตระการตาพร้อมทั้งมีดนตรีปี่พาทย์เครื่องใหญ่ประกอบ ละครในจึงถือเป็นนาฎศิลป์ชั้นสูง

          ละครนอก เป็นละครที่แสดงให้ชาวบ้านชม ผู้แสดงมีทั้งชายและหญิง เรื่องที่นำมาแสดงมักจะเป็นนิทานพื้นเมืองและนิทานชาดก บทละครนอกที่สืบทอดมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา คือ เรื่องการะเกด คาวี ไชยทัต พิกุลทอง พิมพ์สวรรค์ พิณสุริวงศ์นางมโนห์รา โม่งป่า มณีพิไชย สังข์ทอง สังข์ศิลป์ชัย สุวรรณศิลป์ สุวรรณหงส์ โสวัตส่วนบทละครนอกพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้แก่ ไกรทอง คาวี ไชยเชษฐ์ สังข์ทอง และมณีพิไชย

เงาะป่า

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

ความหมายของละครรำ
          "ละครรำ" เป็นละครแบบหนึ่งของไทย คือละครประเภทที่เป็นนาฏศิลป์ ละครรำสมัยก่อนเรียกกันแต่เพียงว่า "ละคร" เพราะการเล่นละครสมัยก่อนต้องมีรำ มีดนตรีประกอบและมีบทร้องเล่าเรื่อง ครั้งต่อมาประมาณปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ได้ทรงนำเอาบทและรูปแบบการแสดงละครของชาวตะวันตก ที่เรียกว่า Play และ Farce มาแปลและดัดแปลงแล้วนำออกแสดงหลายเรื่อง เป็นเหตุให้เรียกละครไทยที่แสดงมีการร้องรำอย่างเดิมว่า "ละครรำ" และเรียกละครที่แสดงด้วยคำพูดและท่าทางบนเวที มีฉากประกอบการแสดงและเปลี่ยนฉากไปตามท้องเรื่องว่า"ละครพูด" แต่ละครที่แสดงท่าทางแบบละครพูดนั้นถ้ามีการร้องสลับด้วย หรือร้องล้วนๆ เรียกว่า "ละครร้อง"
          ละครรำของไทยมีหลายประเภท เช่น"ละครชาตรี" หรือละครโนราชาตรี อย่างเช่นที่เล่นกันในภาคใต้ เรียกกันว่า "โนรา" อย่าง ๑ ละครที่เล่นในราชสำนัก เรียกว่า "ละครใน" อย่าง ๑ "ละครนอก" อย่าง ๑ ละครทั้ง ๓อย่างนี้มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี อธิบายกันมาแต่ก่อนว่า ละครในนั้นคือ ละครผู้หญิง มีได้แต่ของหลวง ส่วนละครที่เล่นกันในพื้นเมืองเรียกว่า ละครนอก แต่ก่อนนี้จะมีแต่ผู้ชายเล่น เพิ่งมีประกาศพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ผู้อื่นหัดละครผู้หญิงได้ในสมัยรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่นั้นมาจึงได้มีละครผู้หญิงเกิดขึ้นนอกพระราชวัง ความที่อธิบายดังกล่าวมานี้คงจะว่าไปตามสถานที่และเพศของผู้แสดง ทำให้ละครในกับละครนอกมีความแตกต่างกันในทำนองร้อง กระบวนการรำและเรื่องที่เล่น
          ละครในเล่นเพียง ๓ เรื่อง คือ เรื่องรามเกียรติ์ เรื่อง ๑ เรื่องอุณรุท เรื่อง ๒ กับเรื่องอิเหนา เรื่อง ๑ ไม่เล่นเรื่องอื่น แต่ก่อนมาแม้จะมีละครผู้หญิงของหลวงเล่นเรื่องอื่นนอกจาก ๓ เรื่อง ก็เรียกว่า เล่นละครนอกบทละครที่ทรงพระราชนิพนธ์จากเรื่องอื่น เช่น สังข์ทอง และคาวี เป็นต้น เรียกว่า พระราชนิพนธ์ละครนอก
          ส่วนละครนอกนั้นก็จะเล่นแต่เรื่องอื่นไม่เล่นเรื่องรามเกียรติ อุณรุท อิเหนา แม้แต่ละครผู้ชายของเจ้านายสมัยก่อน เช่น ละครของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษเทเวศร์ เป็นต้น เล่นเรื่องอิเหนาก็เรียกว่า เล่นละครในความแตกต่างจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าผู้แสดงเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย (ดำรงราชานุภาพ : ตำนาน เรื่องละครอิเหนา น.๑-๒)
[กลับหัวข้อหลัก]

โรงแสดงและเครื่องแต่งกายโนราสมัยรัชกาลที่ ๕

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
หลักการเกี่ยวกับตัวละคร
          นับแต่โบราณ ผู้แสดงละครรำที่ถือว่าเป็นตัวละครสำคัญมีอยู่เพียง ๓ คนเท่านั้น คือตัวทำบทเป็นผู้ชาย ที่เรียกว่า นายโรง หรือยืน เครื่องอย่าง ๑ ตัวทำบทเป็นผู้หญิงที่เรียกว่านางอย่าง ๑ ตัวสำหรับทำบทเบ็ดเตล็ด เช่น ฤาษี ยักษ์ พราน ยายตา และสัตว์เดียรัจฉานเช่น ม้าและนกในเรื่องละคร ตลอดจนเล่นตลกให้ขบขันเรียกว่า จำอวดอย่าง ๑ ตลกในละครสันสกฤต เขาเรียกว่า วิทูษะกะ หรือ วิทูษกและละครของฝรั่งก็มีตัวตลก (clown) ด้วย ๑ ผู้ทำบทเบ็ดเตล็ดในละครไทยนี้ ในบางเรื่องก็ทำบทเป็นผู้ร้าย คือ เป็นศัตรูกับพระเอก หรือนางเอก เช่น ทศกัณฐ์ในเรื่องรามเกียรติ หัวใจของเรื่องรามเกียรติ์ที่ใช้แสดงโขนก็อยู่ที่ตอนทศกัณฐ์ลักนางสีดา ตัวละครสำคัญตอนนี้ก็มีพระราม ๑ นางสีดา ๑ ทศกัณฐ์ ๑ ส่วนตัวอื่นก็เป็นแค่ตัวประกอบเช่น มารีศเป็นฝ่ายทศกัณฐ์ซึ่งแปลงตัวเป็นกวางทอง พระลักษมณ์เป็นอนุชาของพระราม
          ละครรำแบบดั้งเดิมของไทย เช่น ละครโนราชาตรี ก็มีผู้แสดงเป็นตัวละครสำคัญ ๓ คนเท่านั้นคือ ถ้าเล่นเรื่องมโนห์รา นายโรงจะแสดงบทของพระสุธน ๑ นางจะแสดงบทของนางมโนห์รา ๑ จำอวดหรือตัวตลกจะแสดงบทของพรานบุญ ๑ ละครนอกถ้าเล่นเรื่องรถเสนนายโรงก็จะแสดงบทของพระรถเสน ๑ นางก็จะแสดงบทของนางเมรี ๑ จำอวดหรือตัวตลกจะแสดงบทเป็นม้าของพระรถเสน ๑ เรื่องที่นิยมใช้เล่นละครนอกมาแต่โบราณ คือ สุวรรณหงส์ ซึ่งตอนที่นิยมเล่นกันจนเป็นที่เลื่องลือมากมี ๒ ตอน คือ ตอนพราหมณ์เล็กพราหมณ์โตและตอนกุมภณฑ์ถวายม้า ผู้แสดงซึ่งเป็นตัวละครสำคัญก็มีอยู่ ๓ คน เช่นกัน คือ ตอนพราหมณ์เล็กพราหมณ์โต มีพราหมณ์เล็ก (คือพราหมณ์เกศสุริยง) ๑ พราหมณ์โต (คือพราหมณ์กุมภณฑ์) ๑ และพระสุวรรณหงส์ ๑ ส่วนตอนกุมภณฑ์ถวายม้าก็มีผู้แสดงสำคัญ ๓ คน คือ กุมภณฑ์ยักษ์ ๑ เกศสุริยงยักษ์ ๑ และพระสุวรรณหงส์ ๑ สำหรับเรื่องขุนช้างขุนแผนที่นิยมกันว่าสามารถนำมาดัดแปลงเล่นละครได้ดีก็เพราะมีตัวละครสำคัญอยู่ในเรื่อง ๓ คนเช่นกัน คือ ขุนแผนเท่ากับตัวนายโรงหรือยืนเครื่อง ๑ นางพิมหรือวันทองเท่ากับตัวนาง ๑ และขุนช้างเท่ากับตัวจำอวดหรือตัวตลก ๑ แม้แต่เพลงพื้นเมือง เช่น เพลงฉ่อย เพลงโคราชก็เช่นเดียวกัน เมื่อเล่นเข้าเรื่อง เช่น ตอนที่เรียกว่า ชิงชู้ และตีหมากผัวเป็นต้น ก็จะมีตัวละครสำคัญ ๓ คนเช่นกัน การที่ละครมีผู้แสดงมากขึ้นนั้นเป็นการปรับปรุงเพิ่มเติมภายหลัง เมื่อศิลปะทางการแสดงได้รับการปรับปรุงและส่งเสริมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ก็มีตัวยืนเครื่องรองและตัวยืนเครื่องเลวเพิ่มขึ้น ตัวนางก็มีเพิ่มขึ้น เลยเรียกตัวนางแต่เดิมว่า นางเอก และเรียกตัวนางที่เพิ่มขึ้นว่า นางเลว ผู้แสดงที่เพิ่มขึ้นนี้ล้วนเป็นตัวประกอบทั้งสิ้น จะขยายเรื่องให้มีผู้แสดงประกอบมากมายเท่าใดก็ได้ เช่น จัดแสดงให้มีระบำแทรกเข้าไป ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ก็เพิ่มเสนาอำมาตย์ข้าราชบริพาร และ นางสนมกำนัล ถ้าเป็นตอนออกศึกก็เพิ่มกองทัพเหล่าต่างๆ และอื่นๆ เข้าไป แต่ผู้แสดงสำคัญของละคร ก็คือผู้แสดง ๓ คน ดังกล่าวนั่นเอง
          ตามที่ได้บรรยายมาข้างต้น ปรากฏหลักฐานในศักดินาพลเรือนครั้งกรุงเก่า (พ.ศ. ๑๙๑๙) สมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑ (ขุนหลวงพะงั่ว) เอ่ยถึงช่างดอกไม้เพลิง พนักงานหนัง พนักงานปี่พาทย์ไม้ต่ำไม้สูง และเอ่ยถึงพนักงานละครว่า

หมื่นเสนาะภูบาลเจ้ากรมขวา
หมื่นโวหารพิรมย์เจ้ากรมซ้าย นาคล  ๔๐๐
นายโรง   นา        ๒๐๐
ยืนเครื่องรอง นาคล ๑๐๐
นางเอก นาคล ๑๐๐
ยืนเครื่องเลว นาคล ๘๐
นางเลว นาคล ๘๐
จำอวด  นา ๕๐
       
[กลับหัวข้อหลัก]

การแสดงโนราในโอกาสรับเสด็จรัชกาลที่ ๕ พ.ศ. ๒๔๔๘ที่อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช


ผู้แสดงละครรำตัวพระ (พระรามในเรื่องรามเกียรติ์)

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เรื่องที่ใช้ในการแสดงละครรำ
          เรื่องที่ใช้ในการแสดงละครรำมักนำมาจากชาดกบ้าง นิทานพื้นเมืองบ้าง เช่น ละครชาตรี นำเอาเรื่องพระสุธนนางมโนห์รามาจาก สุธนกุมาราวทาน ในคัมภีร์ชาดกสันสกฤตชื่อ ทิวยาวทาน เช่นที่ท่านผู้แต่งคัมภีร์ปัญญาสชาดกนำเอาไปแต่งเป็นชาดกภาษาบาลี ชื่อ สุธนชาดก อีกต่อหนึ่งนั่นเอง ส่วนเรื่องรถเสนนั้นนำเอานิทานพื้นเมือง เรื่องพระรถเสนและนางกังรี เช่นที่มีกล่าวในพงศาวดารล้านช้างไปแต่งขึ้น แต่ละครรำของไทยมิได้แสดงกันอยู่เพียงเรื่องมโนห์ราและรถเสนเพียง ๒ เรื่องนี้เท่านั้น มีบทละครสมัยกรุงศรีอยุธยาอยู่หลายเรื่อง บทละครนอกสมัยกรุงศรีอยุธยาที่มีฉบับอยู่ในหอสมุดแห่งชาติหลายเรื่อง (แต่ไม่บริบูรณ์สักเรื่องเดียว) บทละครนอกสมัยกรุงศรีอยุธยา ๑๔ เรื่อง คือ
          เรื่องการะเกด คาวี ไชยทัต พิกุลทอง พิมพ์สวรรค์ พิณสุริวงศ์ นางมโนห์รา โม่งป่า มณีพิไชย สังข์ทอง สังข์ศิลป์ชัย สุวรรณศิลป์ สุวรรณหงส์และโสวัต
          นอกจากนี้ ยังมีบทละครนอกสำนวนกลอนเป็นของเก่าก่อนสมัยรัชกาลที่ ๒ อยู่อีก ๕ เรื่อง คือ ไกรทอง โคบุตร ไชยเชษฐ์ พระรถและศิลป์สุริวงศ์
          เรื่องสำหรับใช้เป็นบทละครนี้ เมื่อขยายการแสดงให้หรูหราโอฬารขึ้นก็ต้องมีผู้แสดงมากขึ้น การแสดงละครตามบทกลอนในเรื่องเหล่านี้มีการนำเอาศิลปะต่างๆ เข้ามาใช้ประกอบการแสดงด้วย เช่น ศิลปะทางกวีนิพนธ์ กล่าวคือกลอนบทละครซึ่งแต่งเป็นกลอนแปด มีกำหนดหน้าพาทย์ ฯลฯ
[กลับหัวข้อหลัก]

บทละครสมัยกรุงศรีอยุธยา : พระสุธน-มโนห์รา

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นางละม่อม โอชกะ

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การจัดแบ่งสาขาภูมิปัญญาไทย
การบาดเจ็บจากการกดดัน หรือการบีบกดของอวัยวะต่างๆ
การผลิตเบียร์
ความสำคัญของเฟิร์นในป่าเมืองไทย
ดำน้ำ
เพลงหน้าพาทย์ของละครชาตรี
เฟิร์นไทย
เฟิร์นหายากและใกล้สูญพันธุ์ของไทย
ไม้ในวรรณคดีไทย (ตอน ๑)
วัฎจักรชีวิตของเฟิร์น
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23 > วัฒนธรรมทางละครไทย (ละครรำ)