เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก > มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์  
 

 
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
 
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย นายขวัญแก้ว วัชโรทัย
          เมื่อคืนวันที่  ๒๕  ต่อถึงวันที่ ๒๖ ตุลาคม  พุทธศักราช ๒๕๐๕ ได้เกิดพายุโซนร้อนชื่อ  “แฮเรียต”  พัดผ่านทางตอนใต้ของประเทศไทยก่อให้เกิดความเสียหายแก่จังหวัดภาคใต้ถึง ๑๒ จังหวัด มีผู้เสียชีวิตกว่า ๑,๐๐๐ คน

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงผู้ประสบภัยจึงได้พระราชทานความช่วยเหลือโดยด่วน พร้อมทั้งทรงขอให้หน่วยราชการต่าง ๆ  ร่วมกันให้ความช่วยเหลือด้วยทรงขอเครื่องบินจากกองทัพอากาศ และเรือเปิดหัวของกองทัพเรือมาบรรทุกสิ่งของ เช่น สังกะสี  ข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า ฯลฯ ไปช่วยเหลือโดยด่วน เป็นการสนับสนุนและส่งเสริมการช่วยเหลือของทางราชการ  ซึ่งมีนายปกรญ์  อังศุสิงห์อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ขณะนั้น และมีผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ  รับผิดชอบในการช่วยเหลืออยู่ทำให้ข้าราชการในพื้นที่ และข้าราชการที่ส่งไปช่วยจากหน่วยต่าง ๆ ตลอดจนอาสาสมัครต่างรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแก่ราษฎรที่กำลังรอรับความช่วยเหลือ และรอรับกำลังใจอย่างใจจดใจจ่อ

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถานีวิทยุ อ.ส. พระราชวังดุสิตประกาศเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์และสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ความช่วยเหลือได้หลั่งไหลเข้าสู่สถานีวิทยุ อ.ส.ฯ ภายในเวลา ๑เดือน  มีผู้บริจาคทรัพย์กึง ๑๑ ล้านบาทเศษและสิ่งของประมาณ ๕ ล้านบาท

          ส่วนผู้ที่ไม่สามารถบริจาคทรัพย์ และสั่งของได้ก็ช่วยออกแรง ที่น่าปลื้มใจก็คืองานนี้ทำโดยอาสาสมัคร  ซึ่งส่วนมากเป็นนิสิตนักศึกษา ลูกเสือ และนักเรียน ได้ช่วยกันจัดและขนส่งสิ่งของ  เหล่านั้นไปบรรเทาภัยแก่ประชาชน ทั้งนี้โดยมีนายเจริญ  มโนพัฒนะ รองอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์  รักษาการแทนอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ขณะนั้น เข้าเฝ้าฯรับพระราชทานเงินและสิ่งของไปดำเนินการตามพระราชประสงค์ตลอดเวลา

          จังหวัดที่ได้รับความเสียหายมาก คือจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับกรมประชาสงเคราะห์ ได้แจกอาหาร เสื้อผ้า  เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ตลอดจนเครื่องมือประกอบอาชีพ ได้แก่ อวน จัดซ่อมแซมบ้านที่พัก และสร้างที่พักชั่วคราวให้ผู้ประสบภัยอยู่อาศัย และช่วยเหลือสิ่งสาธารณประโยชน์ คือมอบเงินให้เป็นทุนประเดิมแก่วัดวาอาราม  มัสยิด  ศาลเจ้า และสร้างสถานสงเคราะห์เด็กที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อรับบุตรหลานของผู้ประสบภัยที่กำพร้าบิดามารดา หรือผู้ปกครองเสียชีวิตโดยอยู่ในความดูแลของกรมประชาสงเคราะห์

          นอกจากนี้  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงินให้กระทรวงศึกษาธิการ  สร้างโรงเรียนประชาบาลที่ถูกพายุพัดพัง รวม ๑๒ โรงเรียนใน ๖ จังหวัดภาคใต้และพระราชทานชื่อว่า  “โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑,  ๒,  ๓,  ๔,  ๕ ถึง ๑๒” ตามลำดับ

          เมื่อได้ช่วยเหลือประชาชนในระยะแรกแล้วยังเหลือเงินอีก ๓ ล้านบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  มีพระราชดำริว่า เงิน ๓ ล้านบาทนี้ควรตั้งเป็นทุนเพื่อหาดอกผลสำหรับสงเคราะห์เด็กซึ่งครอบครัวต้องประสบวาตภัยภาคใต้ และขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูประการหนึ่ง และสำหรับสงเคราะห์ช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบสาธารณภัยทั่วประทศอีกประการหนึ่ง







[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

พระราชทานกำเนิดมูลนิธิ
          เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ดังกล่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงพระราชทานเงิน  ๓ ล้านบาท ให้เป็นทุนประเดิมก่อตั้งมูลนิธิและพระราชทานนามว่า “มูลนิธิราชประชานุเคราะห์” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  รับอยู่ใน  “พระบรมราชูปถัมภ์”  พร้อมทั้งทรงดำรงตำแหน่งพระบรมราชูปถัมภกแห่งมูลนิธินี้ด้วย

          ชื่อของมูลนิธินี้มีหมายความว่า “พระราชา” และ “ประชาชน” อนุเคราะห์ซึ่งกันและกันเป็นการแสดงน้ำพระทัยว่า เวลาทำงานควรจะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมด้วย

          มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงได้ก่อกำเนิดขึ้น และจดทะเบียน เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม  พุทธศักราช  ๒๕๐๖  เลขทะเบียน ๓๔๘  ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์โดยได้มีพระราชดำริว่า ภัยธรรมชาติหรือสาธารณภัยอาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ ไม่มีผู้ใดจะคาดหมายได้ ดังที่ได้เกิดขึ้นที่แหลมตะลุมพุกจังหวัดนครศรีธรรมราช  และอีกหลายจังหวัดในภาคใต้เมื่อ  พุทธศักราช ๒๕๐๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ตั้งสำนักงานมูลนิธิอยู่ในกรมประชาสงเคราะห์

[กลับหัวข้อหลัก]


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การบริหารงาน
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้พระราชทานกำเนิดมูลนิธิ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ  แต่งตั้ง นายปกรณ์ อังศุสิงห์ เป็นนายกมูลนิธิคนแรก  เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๖ และดำรงตำแหน่งจนถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๓๙

          เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๓๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายจาด อุรัสยะนันทน์ เป็นนายกมูลนิธิ  ท่ามกลางมหาสมาคมต่อ และดำรงตำแหน่งมาจนถึงปัจจุบัน

          ตราสารมูลนิธิให้นายกมูลนิธิแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร ๑๕-๔๒ คน ดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปี  และให้คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานได้อีก ๑๒ คน  มีเลขาธิการเป็นประธาน และหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิ เป็นกรรมการและเลขานุการ

[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
คณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด
          มูลนิธิมีคณะกรรมการประจำจังหวัดทุกจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานและมีกรรมการอีกไม่เกิน ๒๔ คน พร้อมทั้งมีกรรมการที่ปรึกษาอีกตามความเหมาะสม  โดยมีประชาสงเคราะห์จังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการฝ่าย
          คณะกรรมการบริหารได้มอบหมายหน้าที่ให้กรรมการบริหารช่วยปฏิบัติงาน  แบ่งออกเป็น ๖  ฝ่าย คือ
          ๑.  ฝ่ายหาทุน
          ๒.  ฝ่ายประชาสัมพันธ์
          ๓.  ฝ่ายบรรเทาทุกข์
          ๔.  ฝ่ายการสังคมสงเคราะห์
          ๕.  ฝ่ายการศึกษาสงเคราะห์
           ๖.  ฝ่ายฝึกอบรม

          คณะกรรมการ เจ้าหน้าที่  และอาสาสมัครทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค  ได้เสียสละร่วมกันปฏิบัติงาน ดำเนินตามพระบรมราโชบายตามรอยพระยุคลบาท ออกช่วยเหลือสงเคราะห์ประชาชนผู้ทุกข์ยากเดือดร้อนทั่วราชอาณาจักรยังความสำนึกโนพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงห่วงใยเอื้ออาทรต่อพสกนิกร ทั้งใกล้ไกลอย่างไกล้ชิด  ซึ่งจะสนิทแนบแน่นอยู่ในหัวใจของคนไทยตลอดไป

[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ทุนดำเนินงาน
          มูลนิธิได้ทุนดำเนินงานจาก
          ๑.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน
          ๒.  เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
          ๓.  ผู้มีจิตศรัทธาโดยเสด็จพระราชกุศล
          ๔.  ทรัพย์สินซึ่งมีผู้ยกให้ โดยพินัยกรรม หรือนิติกรรมอื่นๆ
          ๕.  ดอกผลที่เกิดจากทรัพย์สินอันเป็นทุนของมูลนิธิ

          การใช้จ่ายเงินของมูลนิธิอยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับ  ซึ่งมีการควบคุม  และตรวจสอบอย่างรอบคอบ มีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชี

          การดำเนินงานยึดมั่นในพระบรมราโชบาย
          “...ให้ไปให้ความอบอุ่น ไปช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยฉับพลัน  ทำให้ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือ  มีกำลังใจที่จะปฏิบัติงานต่อไป...”

          “...การช่วยผู้ประสบภัยนั้น จะต้องช่วยในระยะสั้น หมายความว่าเป็นเวลาที่ฉุกเฉินต้องช่วยโดยเร็ว และต่อไปก็จะต้องช่วยให้ต่อเนื่อง... ส่วนเรื่องการช่วยเหลือในระยะยาวก็มีความจำเป็นเหมือนกัน...เป็นผลว่าเขาได้รับการดูแลเหลียวแลจนกระทั่งได้รับการศึกษาที่สามารถทำมาหากินได้โดยสุจริต และมีประสิทธิภาพเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ...”

[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
วัตถุประสงค์
          ๑.  เพื่อให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ
          ๒.  เพื่อให้การสงเคราะห์ด้านการศึกษา
            ๒.๑ ทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดีเยี่ยมในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และเด็กกำพร้า หรืออนาถาที่ครอบครัวประสบสาธารณภัย
            ๒.๒ บูรณะ  ซ่อมแซม  ปรับปรุงโรงเรียนราชประชานุเคราะห์
          ๓. เพื่อให้มีการป้องกันสาธารณภัยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ
          ๔.  เพื่อให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือเป็นส่วนรวมแก่ประชาชนที่ได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อนประการอื่น ซึ่งคณะกรรมการบริหารพิจารณาเห็นสมควร และได้รับความเห็นชอบจากนายกมูลนิธิ

[กลับหัวข้อหลัก]


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ผลการดำเนินงาน
          นับตั้งแต่พระราชทานกำเนิดมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม  พุทธศักราช ๒๕๐๖ จนถึงสิ้นเดือนกันยายน  พุทธศักราช ๒๕๔๒ เป็นเวลา ๓๖ ปี ๒ เดือนเศษ  มูลนิธิราชประชานุเคราะห์  ได้ร่วมกับทางราชการและองค์กรการกุศลต่าง ๆ ตามแผนปฏิบัติงานร่วมกันของกรมประชาสงเคราะห์ เพื่อให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อนเนื่องจากสาธารณภัย ตามวัตถุประสงค์และพระบรมราโชบายแห่งองค์พระบรมราชูปถัมภก สรุปได้ดังนี้

          ๑. มอบทุนพระราชทานการศึกษาสงเคราะห์ต่อเนื่อง แก่นักเรียนกำพร้าที่ครอบครัวประสบสาธารณภัยต่าง ๆ ให้ได้ศึกษาเล่าเรียนตามความถนัดของแต่ละคนจนจบการศึกษาขั้นสูงสดเท่าที่จะเรียนได้ รวม ๕๕๓ คน แยกได้ดังนี้
           ก. จบการศึกษาระดับต่างๆ แล้ว ๓๐  คน ได้แก่
           ประถมศึกษา ๓๔ คน
           มัธยมศึกษา ๑๖๗ คน
           อาชีวศึกษา ๔๗ คน
           อุดมศึกษา ๕๕ คน
ในจำนวนนี้ จบปริญญาเอกจากสหรัฐูอเมริกา ๑ คน  คือ นางอารมณ์  ฉนวนจิตร  ขณะนี้รับราชการเป็นรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง
           ข. กำลังศึกษาอยู่  ๒๕๐ คน ได้แก่
           อนุบาล ๔ คน
           ประถมศึกษา ๗๒ คน
           มัธยมศึกษา ๑๐๔ คน
           อาชีวศึกษา ๑๖ คน
           อุดมศึกษา ๕๔ คน
นอกจากนี้ ยังมีเด็กที่ขึ้นบัญชีไว้เนื่องจากอายุยังไม่กึงเกณฑ์เข้าเรียนอีก ๒ คน

          ๒. ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการสร้างโรงเรียนที่ประสบสาธารณภัย และสร้างโรงเรียนใหม่สำหรับบุตรหลานผู้ประสบภัยในจังหวัดต่างๆ  รวม ๓๑ โรงเรียน ได้แก่  จังหวัดนครศรีธรรมราช  ๗  โรงเรียน  จังหวัดกระบี่  ชุมพร  นราธิวาสหนองคาย  แม่ฮ่องสอน  เชียงใหม่  จังหวัดละ   ๒  โรงเรียน  จังหวัดสงขลา  สุราษฎร์ธานี  อุตรดิตถ์เชียงราย  พะเยา  พิษณุโลก  ลำพูน  แพร่  ยโสธร  ศรีสะเกษ  อุบลราชธานี และจังหวัดลพบุรี  จังหวัดละ ๑ โรงเรียน

          ในจำนวนนี้ เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา  ๑๙ โรงเรียน  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ (ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษา) ๑๕ โรงเรียน  โรงเรียนประจำสำหรับเด็กกำพร้าที่บิดามารดาเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ ที่อำเภอแม่อาย  จังหวัดเชียงใหม่  จังหวัดลพบุรี  และโรงเรียนประจำที่อำเภอแม่แจ่ม  จังหวัดเชียงโหม่  รับเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่  ๖  (ข้อมูลวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๒)

[กลับหัวข้อหลัก]






[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายขวัญแก้ว วัชโรทัย

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก > มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์