เป็นพืชให้เส้นใยที่เรารู้จักกันดีมานานแล้ว เรียกกันว่าขนสัตว์ธรรมชาติจากพืชฝ้ายเป็นพืชใบเลี้ยงคู่อยู่ในวงศ์มัลวาซีอี (Malvaceae
) สกุลกอสซีเปียม (Gossypium) และชนิดที่ปลูกกันมาก คือ เฮอร์ซูตุม (hirsutum) มีดอกสมบูรณ์เพศที่มีกลีบดอกสีครีมเป็นส่วนใหญ่โดยทั่วไปแล้วมีอายุตั้งแต่ปลูกจนดอกเริ่มบานประมาณ ๕๐ วัน ต่อจากนั้นอีกประมาณ ๕๐ วัน ก็จะเก็บเกี่ยวฝ้ายปุยทั้งเมล็ดจากสมอที่แก่เต็มที่จนแตกออกตามรอยแยก ปล่อยให้ปุยฟูสีขาวเป็นส่วนใหญ่โผล่ออกมาจากเปลือกสมอหรือผลฝ้ายที่ห่อหุ้มอยู่ ดอกฝ้ายจะทยอยแตกออกตามข้อแทบทุกวัน เป็นเวลาประมาณ ๗ สัปดาห์
ประเทศไทยผลิตปุยฝ้ายได้เพียงประมาณร้อยละ ๑๐ ของความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ต้องสั่งฝ้ายจากต่างประเทศเข้ามาป้อนโรงงานปั่นด้ายกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี มีมูลค่าประมาณ ๙,๐๐๐ ล้านบาท เหตุผลที่สำคัญในการทำให้การผลิตฝ้ายตกต่ำก็คือ ปัญหาแมลงศัตรูที่ทำลายผลิตผล ต้องมีการใช้สารกำจัดแมลงที่เป็นพิษต่อสุขภาพด้วย จึงไม่เป็นที่นิยมเมื่อปราบแมลงศัตรูไม่ได้ผล การผลิตล้มเหลวหรือประสิทธิภาพต่ำ ขาดทุนทรัพย์ มีความเสี่ยงสูง และสุขภาพเสื่อม จึงปลูกกันน้อย
การแก้ไขปัญหาการผลิตฝ้ายตกต่ำ เป็นเรื่องที่ใหญ่โตและยากมาก ต้องได้รับความร่วมมืออย่างดีจากรัฐและเอกชน ในด้านการเงินการจัดองค์กร และมาตรการในการผลิตให้เป็นไปอย่างเป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เทคโนโลยีในการผลิตฝ้ายสำหรับเศรษฐกิจและสังคมอย่างไทยนั้น กสิกรที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงได้ปฏิบัติกันอยู่แล้ว
[กลับหัวข้อหลัก]