เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ตรงกลางภาคพื้นเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ภูมิประเทศมี เทือกเขาแดนลาว ทางทิศเหนือเทือกเขาตะนาวศรี ทางทิศตะวันตก เทือกเขาบรรทัด ทางทิศตะวันออก และ เทือกเขากาลาคีรี ทางทิศใต้ ลำน้ำโขงทางทิศเหนือ และตะวันออกเป็นแนวเขตแดน มีลำน้ำสาละวินทางทิศตะวันตก
นอกจากนั้นประเทศไทยยังได้รับปริมาณน้ำฝนในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ระหว่างเดือนเมษายน ถึง กันยายน ในฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนธันวาคมและจากมรสุมในท้องทะเลจีนระหว่างเดือนมีนาคม
จากสภาพภูมิประเทศและดินฟ้าอากาศที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงทำให้เกิดพันธุ์ไม้นานาชนิด ประมาณกันว่าประเทศไทยมีพันธุ์ไม้ป่าต่างๆ จำนวน ๒๐,๐๐๐ ชนิด ในจำนวนนี้เป็นพันธุ์ไม้ที่มีดอกและผลประมาณ ๑๔,๐๐๐ ชนิด
เนื่องจากประเทศไทยมีความยาวเหนือสุดจดใต้สุดประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลเมตร ดินฟ้าอากาศจึงแตกต่างกันไปตลอดช่วงความยาวนี้ โดยเฉพาะทางภาคใต้จากจังหวัดชุมพรลงไป ซึ่งอยู่ในแหลมมลายูตอนเหนือ ทางฝั่งตะวันออกเป็นมหาสมุทรแปซิฟิก และทางฝั่งตะวันตกเป็นมหาสมุทรอินเดียจึงได้รับปริมาณน้ำฝนจากมรสุมทั้ง ๒ ฤดูอย่างเต็มที่ ดังนั้นพันธุ์ไม้ที่ขึ้นทางภาคใต้จึงแตกต่างจากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้นเป็นที่ราบสูงจึงแห้งแล้งกว่าทุกภาค พันธุ์ไม้ที่ขึ้นจึงแตกต่างกันไปเนื่องจากความแตกต่างทางดินฟ้าอากาศดังกล่าวมาแล้ว จึงทำให้เกิดป่าชนิดต่างๆ ขึ้น (ดูเรื่องทรัพยากรป่าไม้)
พันธุ์ไม้บางชนิดมักจะเกิดรวมกันเป็นหมู่ๆทำให้เกิดสภาพป่าเฉพาะอย่างขึ้น เช่น
๑. ไม้สนเขา คือ ไม้สนสองใบและสนสามใบ ขึ้นปะปนรวมกันเป็นหมู่ใหญ่ หรือ หมู่เล็กแล้ว\แต่ชนิดของดินและหิน ป่าสนเขามักพบตามเทือกเขาระดับสูงในภาคพายัพ (เหนือ) และที่ราบสูงทางภาคอีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) และบางที่ก็มีไม้เหียง และไม้พลวงขึ้นปะปนอยู่ด้วยเหมือนกัน
๒. ไม้เหียง พลวง กราด เต็ง และรัง ทั้งห้าชนิดนี้มักขึ้นรวมกันเป็นหมู่ในป่าเต็งรังที่ทางภาคพายัพเรียก ป่าแพะ ทางอีสานเรียก ป่าโคก
๓. ไม้เสม็ด มักจะเกิดในที่ที่เป็นดินทรายในที่ราบลุ่มน้ำขัง และน้ำทะเลขึ้นถึง ไม้เสม็ดจะขึ้นรวมกันอยู่อย่างหนาแน่น เนื่องจากรากต้องอยู่ในดินและจมน้ำตลอดเวลา ต้นเสม็ดจึงมีเปลือกล่อนออกได้เป็นกาบบางๆ ซ้อนกันอยู่หลายๆ ชั้นเป็นการช่วยระบายอากาศที่รากไปด้วย
๔. ไม้โกงกาง มีทั้งชนิดใบเล็ก และใบใหญ่ขึ้นรวมกันเป็นหมู่ในป่าชายเลน ไม้โกงกางใบใหญ่มักขึ้นตามชายป่าริมน้ำ เนื่องจากรากต้องอยู่ในดินใต้น้ำตลอดเวลา ต้นโกงกางจึงจำเป็นต้องมีรากค้ำช่วยพยุงลำต้นให้ทรงตัวอยู่ได้ในกระแสลมมรสุม และรากค้ำนี้ยังช่วยระบายถ่ายเทอากาศให้รากใต้ดินอีกประการหนึ่งด้วย ในป่าชายเลนนอกจากจะมีไม้โกงกางดังกล่าวแล้ว ยังมีต้นไม้ชนิดอื่นขึ้นอยู่ เช่น ลำพู แสมทะเล พังกาหัวสุม ถั่วดำถั่วขาว ตะบูน ตะบัน ลำแพน และอื่นๆ แต่ละชนิดต่างมีรากที่มีรูปร่างต่างๆ โผล่ขึ้นเหนือผิวดินแตกต่างกันไป เพื่อช่วยถ่ายเทอากาศที่ราก
๕. ไม้ตะแบก จะขึ้นในที่ดินตื้นมีหินปูนเป็นพื้น ที่เป็นป่าตะแบกล้วนๆ ได้แก่ ป่าที่ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
[กลับหัวข้อหลัก]