พันธุ์ไม้ที่เรียกว่า สมอ ส่วนมากหมายถึงพันธุ์ไม้ในวงศ์และสกุลเดียวกับหูกวาง ๓ ชนิด คือ สมอไทย สมอพิเภก และสมอดีงู ต่างก็เป็นสมุนไพรที่ใช้ผลดิบเป็นยาระบาย ชาวบ้านโดยเฉพาะผู้สูงอายุมักรับประทานเป็นประจำเพราะเชื่อว่าไม่มีพิษภัย และจะช่วยให้ไม่เจ็บป่วยด้วย เป็นไม้ต้นซึ่งพบอยู่ตามป่าในภาคต่างๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคกลาง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ในภาคใต้จะพบสมอดีงูมากกว่าสมอชนิดอื่น สมอเป็นไม้ผลัดใบ ซึ่งจะออกดอกหลังจากที่ใบอ่อนเริ่มผลิใหม่ดอกเล็กสีขาว หรือเหลืองอ่อน ออกเป็นช่อยาวๆ ตรงซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ผลเป็นแบบที่มีเนื้อรูปร่างลักษณะของผลสมอแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ผลสมอไทยมีรูปป้อมๆ ผิวเกลี้ยงไม่มีขนขนาดกว้าง ๒ - ๓ ซม. ยาว ๓ - ๔ ซม. เมื่อผลแก่จะมีสีเขียวอมเหลือง ผลแห้งสีดำ ผลอ่อนใช้เป็นยาระบาย ขับเสมหะ และแก้ไข้ ผลที่แก่และดิบใช้รับประทานเป็นผักจิ้มน้ำพริก
ผลของสมอพิเภกค่อนข้างกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๒ ซม. ผิวมีขนนุ่มสีน้ำตาล หรือน้ำตาลแกมgหลืองปกคลุมอยู่ทั้งผลมีสันตามยาว ๕ สัน มักออกรวมกันเป็นพวงๆ ที่ปลายกิ่ง ผลอ่อนมีรสเปรี้ยว ใช้เป็นยาระบาย ผลสุกจะมีรสฝาดใช้เป็นยาแก้ท้องเสีย และเป็นยาเจริญอาหาร ส่วนผลแห้งใช้ต้มกับน้ำเป็นยาแก้ไอ
สมอดีงู หรือสมอหมึกมีผลค่อนข้างยาวหัวและท้ายแหลมคล้ายผลสมอของจีน รสฝาดและขม ผลสุกสีม่วงแกมเขียว ตำรายาไทยใช้ผลอ่อนเป็นยาระบาย แก้โลหิตเป็นพิษ และแก้ไข้
สมอทั้ง ๓ ชนิดนี้ เปลือกต้นและผลดิบมีสารฝาด จึงใช้ในการย้อมแหอวนให้มีสีเข้มและใช้ได้ทนทาน เพราะสารฝาดช่วยลดการเสื่อมสภาพของด้ายหรือเชือกที่ใช้ทำแหและอวน โดยเฉพาะสมอพิเภก เปลือกและผลใช้ย้อมผ้าให้เป็นสีเขียวขี้ม้า
ในวรรณคดีกล่าวถึงสมอต่างๆ ในกลุ่มของพืชที่ใช้เป็นยาเสมอ เช่น ใน นิราศสุพรรณตอนหนึ่ง
มหาสดำคำไก่ต้น ทนดี
หางตะเค่เนรพุศรี ซ้มกุ้ง
ชาเลือดเหมือนคนมี สมอพิเภก เอกเอย
ลมป่วนหวนหอมฟุ้ง เปลือกใช้ใบยา
[กลับหัวข้อหลัก]