เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
พระอัจฉริยภาพทางภาษาและหนังสือ  
 

 
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
 
พระอัจฉริยภาพทางภาษาและหนังสือ โดย ศาสตราจารย์ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต และคนอื่นๆ
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระอัจฉริยภาพด้านภาษาและหนังสืออย่างยอดเยี่ยมพระองค์หนึ่ง อันเนื่องมาจากทรงสนพระราชหฤทัยและทรงศึกษาภาษาไทยอย่างลึกซึ้ง ดังปรากฏเด่นชัดโนพระบรมราโชวาท กระแสพระราชดำริ หรือพระราชดำรัส ที่ได้พระราชทาน แก่คณะบุคคลในวโรกาสและสถานที่ต่างๆ ทรงพระเมตตาห่วงใยการใช้ภาษาไทย การออกเสียง และการบัญญัติศัพท์ ดังกระแสพระราชดำริเมื่อครั้งเสด็จไปร่วมประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พุทธศักราช ๒๕๐๕ ซึงมีความบางตอนดังนี้

         “ภาษาไทยเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติภาษาทั้งหลายเป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง เช่น ในทางวรรณคดี เป็นต้น  ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องรักษาไว้ให้ดี... เรามีโชคดีทีมีภาษาของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้..ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้มีหลายประการอย่างหนึ่ง ต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียงคือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน  อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้ หมายความว่า วิธีใช้คำมาประกอบเป็นประโยคนับเป็นปัญหาที่สำคัญปัญหาที่สามคือ ความร่ำรวยในคำของภาษาไทยซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอ  จึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้... การบัญญัติศัพท์ใหม่ก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน จำเป็นแต่เป็นอันตราย...คำใหม่ที่ตั้งขึ้นมีความจำเป็นทางวิชาการไม่น้อยแต่บางคำที่ง่ายๆ ก็ควรจะใช้คำเก่าๆ  ที่มีอยู่แล้วไม่ควรจะตั้งศัพท์ใหม่ให้ยุ่งยาก และผู้ที่ตั้งคำนั้นต้องรู้คำ และหลักภาษาลึกซึ้ง ทั้งกาษาไทยทั้งภาษาต่างประเทศ...”

          ในกระแสพระราชดำริฉบับดงกล่าว พระองค์ทรงตั้งข้อสังเกตในเรื่องการแปลภาษาต่างประเทศมาเป็นภาษาไทย แต่แปลไม่ตรงตามความหมายเดิมว่าเป็นอันตราย ดังนี้
         “ที่อันตรายที่สุดจากการแปลในข่าวอย่างหนึ่ง การแปลในบันเทิง โดยเฉพาะภาพยนตร์ผิดกันมาก ผิดเรื่อย เพราะว่าเอาภาษาที่พูดมาแล้วมาแปลคำนั้นตามที่นึกว่าตรง จนกระทั่งความหมายไม่เหมือนกัน อย่างนี้เป็นสิงที่อันตราย...”

         การที่ทรงพระปรีชาญาณ ทรงวิจารณ์และพระราชทานกระแสพระราชดำริเกี่ยวกับภาษาได้อย่างลึกซึ้ง ส่วนหนึ่งเนื่องจากการฝึกฝนพระองค์ในยามว่างเว้นจากพระราชกรณียกิจดังที่ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค กล่าวว่า
         “เมื่อใดพระองค์ทรงมีเวลาว่างแม้เพียงเล็กน้อย ก็ยังทรงสำราญพระราชอิริยาบถและพระราชหฤทัยในงานสนุกที่เกี่ยวกับการใช้ภาษา อันได้แก่ การทรงเล่นปริศนาอักษรไขว้  ซึ่งเป็นที่นิยมและเล่นกันในหมู่ชาวต่างประเทศ พระองค์ก็ทรงได้อย่างสบายไม่ลำบากในทางใช้ภาษาเลยและนอกจากนั้น ในปัจจุบันมีเครื่องจักรสมองกลหรือคอมพิวเตอร์เกิดขึ้น และกำลังนิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในวงการธุรกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงสนพระราชหฤทัยศึกษาด้วยทรงเรียนการใช้ระบบกราฟิกดัดแปลงรูปแบบต่างๆ  ทรงตั้งโปรแกรมเองจนทรงสามารถประดิษฐ์เป็นรูปอักษรเทวนาครี อินเดียโบราณ เช่น อักษรภาษาบาลีสันสกฤต ทำให้ทรงมีโอกาสศึกษาภาษาเก่าแก่อันเป็นเค้าโครงของภาษาไทยกับผู้ทรงคุณวุฒิด้านนี้โดยตรง เป็นการศึกษาพิเศษทรงมีความจำดียิ่ง ทรงค้นคว้าไม่หยุดนิ่งในเรื่องการใช้ภาษาไทย และเป็นที่สบพระราชอัธยาศัยอย่างยิ่ง”

          พระปรีชาสามารถด้านภาษาต่างประเทศของพระบาทสม เด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นเรื่องที่ทราบกันอย่างแพร่หลายว่า  ทรงรอบรู้ภาษาต่างประเทศเป็นอย่างตี ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาอื่นๆ เมื่อพระองค์เสด็จเยือนประเทศต่างๆ  ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประมุขประเทศนั้นๆ จะมีกระแสพระราชดำรัสซึ่งทรงเตรียมด้วยพระองค์เอง  ดังพระดำรัสยืนยันของพระเจ้าวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ซึ่งประทานคำบรรยายเกี่ยวกับการเสด็จเยือนสหรัฐอเมริกา ครั้งที่ ๒  กับแคนาดา เมื่อวันที่  ๖ - ๒๔  มิถุนายน  พุทธศักราช  ๒๕๑๐  ณ สำนักงานแถลงข่าวอเมริกันปีเดียวกันนี้ว่า
        “ภายในเวลา ๑๘ วัน ของการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสถึง ๒๗ ครั้ง  เป็นภาษาไทย  ภาษาอังกฤษ  และภาษาฝรั่งเศส แล้วแต่ที่ไหนและโอกาสดี  บางครั้งก็รับสั่งสด ๆ  เพราะไม่มีเวลาเตรียม  ไม่มีในหมายกำหนดการ”



[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

ในด้านหนังสือ
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเห็นความสำคัญของหนังสือว่า เป็นสิ่งที่มีค่าและมีประโยชน์ต่อการพัฒนาความก้าวหน้าของมนุษย์ดังพระบรมราโชวาท ที่พระราชทานแก่สมาชิกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยฯ  ทั่วประเทศในวโรกาสที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๔ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา ดังนี้
          “หนังสือนี้ถ้าดูในทางพัฒนา ในทางความก้าวหน้าของมนุษย์ เพื่อให้ชีวิตของคนสามารถที่จะมีความมั่นคงนั้น จึงมีความสำคัญมิใช่น้อย เพราะว่าเป็นแหล่งความรู้ที่จะค้ำจุนเราให้มีชีวิตได้ ให้มีความสุขได้ อันนี้ก็พูดถึงหนังสือทั่วไปทุกอย่างทุกชนิด และโดยเฉพาะทางวิชาการ แต่หนังสือย่อมมีความสำคัญมากกว่าเป็นวิชาการที่จะสอนให้เรามีความรู้  และสามารถที่จะปฏิบัติตนดำรงชีวิตได้ เพราะว่ามนุษย์เราเป็นสัตว์ทีไม่ใช่ต้องการเฉพาะเอาอาหารใส่ปากและมีชีวิตอยู่ป้องกันตัวเท่านั้นเอง  ต้องมีอาหารสมองด้วย คือ มีความพอใจและมีความรู้จักอะไรสวย อะไรงาม อะไรดี อะไรชอบ คือ  มีจิตใจ  มีธรรมะ  มีความรู้ตัวว่า ความดีคืออะไรความเลวคืออะไร ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้มาจากอาจารย์ได้เช่นเดียวกัน  ถ้าได้จากหนังสือก็จะสะดวกกว่า เพราะว่าหนังสือมีจำนวนมาก”

          ด้วยเหตุนี้ จึงมีพระบรมราชานุเคราะห์ส่งเสริมให้หนังสือแพร่หลายไปสู่ผู้อ่านด้วยวิธีต่างๆ  อาทิเช่น โปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์หนังสือเก่าและหายาก แต่มีคุณค่าทางวิชาการขึ้นใหม่ในวโรกาสต่างๆ หนังสือเหล่านี้เกี่ยวข้องกับวิชาคำนวณ  ดาราศาสตร์ มานุษยวิทยา และการเปลี่ยนแปลงประเพณีของไทย เป็นต้น

          พระมหากรุณาธิคุณอีกประการหนึ่งซึ่งเกี่ยวกับแนวคิดโหม่ทางวรรณกรรมคือ ทรงเห็นว่า ควรมีหนังสือชุดที่ช่วยให้เยาวชนสามารถศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง แม้ว่าจะขาดโอกาสในการเรียนต่อในระดับสูง หนังสือชุดนี้  คือ  “สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน  โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” งานนี้ได้เริ่มต้นในปี พุทธศักราช  ๒๕๑๑ ได้จัดพิมพ์เผยแพร่หนังสือมาแล้ว  ๒๗  เล่ม สำหรับเล่มที่  ๑๒  ได้จัดพิมพ์พิเศษเนื่องในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ ๕ รอบ

         สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ มีเนื้อหาวิชาครบทุกสาขาวิชา และยังแสดงให้ผู้อ่านเห็นด้วยว่าวิชาต่างๆ  นั้นมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน นอกจากความรู้ที่เป็นสากลแล้ว ยังมีหลายวิชาซึ่งเกิดขึ้นจากภูมิปัญญาของคนไทย  ทรงกำหนดให้แบ่งเนื้อหาในสารานกรมฯ ออกเป็น ๓ ระดับ คือ ระดับความรู้สำหรับเด็กวัยระหว่าง ๘ - ๑๐  ขวบ  ระดับความรู้สำหรับเยาวชนวัย ๑๒ - ๑๓ ปี และระดับความรู้สำหรับเยาวชนวัย  ๑๔  ปีขึ้นไป  รวมทั้งผู้ใหญ่ที่จบการศึกษาแล้ว

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะกรรมการสโมสรไลออนส์แห่งประเทศไทย ซึ่งได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาติรับโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ไปดำเนินการตามพระราชประสงค์ เมื่อวันที่  ๒๕  กันยายน พุทธศักราช  ๒๕๑๒  ดังจะขออัญเชิญความตอนหนึ่งมาดังนี้
        “สารานุกรมนี้จุดประสงค์อันแรกอันสำคัญที่สุดก็คือ ให้ผู้ที่ใช้สารานุกรมนี้เกิดความรู้สึกว่า โลกนี้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโลกหมายถึง ความรู้ โลกกลม โลกของวิทยาศาสตร์ และโลกของวิชาต่างๆ  อันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน แล้วก็ในเวลาเดียวกันก็ทำให้เห็นว่า ในชาติบ้านเมือง หรือในเมืองอื่นๆ  ก็ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ถ้าได้ความคิดอันนี้อย่างหนึ่งก็จะเกิดความรู้สึกว่าชีวิตของตนจะต้องอยู่ในส่วนรวม  และจะต้องปฏิบัติเพื่อส่วนรวม ศิลปะดนตรีก็จะต้องรวมกับวิทยาศาสตร์  ซึ่งคนทั่วๆ ไปไม่เข้าใจ แต่ว่าถ้าอ่านสารานุกรมแล้วก็จะเข้าใจ จะเกิดความเชื่อถือ...”

         แม้ในส่วนพระองค์เอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีพระราชหฤทัยรัก และได้พระราชนิพนธ์หนังสือไว้หลายเรื่อง  พระราชนิพนธ์เรื่องสำคัญอันเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ของประเทศคือ พระราชนิพนธ์เรื่อง  พระราชกิจรายวันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ซึ่งเป็นบทความสั้นๆ  เกี่ยวกับพระราชจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระราชนิพนธ์เรื่อง  “เมื่อข้าพเจ้าจากสยามมาสู่สวิตเซอร์แลนด์" เป็นบันทึกประจำวันที่ทรงเขียนไว้ก่อน และระหว่างวันเดินทางจากประเทศไทยไปสู่สวิตเซอร์แลนด์ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๓ สิงหาคม พุทธศักราช  ๒๔๘๙  “พระราชนิพนธ์พระมหาชนก” ทรงดัดแปลงจากเรื่องพระมหาชนกชาดกในพุทธศาสนาเพื่อให้เหมาะสมกับปัจจุบัน โดยทรงแสดงให้เห็นว่า ความเพียรที่บริสุทธิ์เป็นคุณธรรมที่สำคัญมีภาพประกอบเรื่องอย่างสวยงาม

          นอกจากนี้ ยังทรงอุทิศเวลาให้กับพระราชนิพนธ์แปลและบทความต่างๆ  ไว้หลายเรื่องพระราชนิพนธ์แปลเรื่องที่ยาวมากคือ เรื่อง “นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ” ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง การทหาร และประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่  ๒  ซึ่งยังไม่เคยได้รับการเปิดเผยมาก่อน ทรงแปลจากเรื่อง  A  Man Called  Intrepid  ของ William Stevenson ซึ่งต้นฉบับเดิมตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อพุทธศักราช  ๒๕๑๙  ความยาวประมาณ  ๖๐๐  หน้า ทรงใช้เวลาในการแปลประมาณ ๓  ปี  ข้อสังเกตในบทพระราชนิพนธ์แปลเรื่องนี้ก็คือ  ทรงใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายไม่แปลคำตอคำ ทรงรักษาสำนวนเดิมไว้ให้ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุด บางครั้งทรงแทรกสำนวนไทย และทรงทำหมายเหตุอธิบายคำหรือความเพิ่มเติมโนส่วนที่ต้นฉบับเดิมไม่กระจ่าง

         ส่วนเรื่องแปลที่ยาวรองลงมาจากเรื่องแรกคือ เรื่อง  “ติโต”  ทรงแปลจากเรื่อง TITO ของ Phyllis Auty เป็นชีวประวัติของโยซิบ โบรสประธานาธิบดีประเทศยูโกสลาเวีย ผู้ซึ่งสามารถฟันฝ่าอุปสรรคทุกวิถีทางเพื่อสร้างความเป็นไทให้แก่ประเทศนี้  ข้อสังเกตในการแปลเรื่องนี้ก็คือทรงใช้ภาษาที่สามัญชนเข้าใจง่าย รวมทั้งการใช้โวหารเปรียบเทียบที่คมคาย  รายได้จากการจำหน่ายบทพระราชนิพนธ์แปลทั้ง ๒ เรื่องนี้ ทรงมอบให้มูลนิธิชัยพัฒนา

         เรื่องแปลจากหนังสือยังมีอีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องเศรษฐศาสตร์ตามนัยของพระพุทธศาสนาบทที่ ๔ เล็กดีรสโต จาก Small ls Beautiful  ของ อี.เอฟ.ชูมาเชร์ (E.F. Schumacher) หน้า  ๕๓ – ๖๓

         นอกจากนี้ยังทรงมีพระราชอุตสาหะแปลและเรียบเรียงบทความจากวารสารต่าง ๆ  อีกหลายเรื่อง  ดังรายชื่อของบทความต่อไปนี้
         ๑.  ข่าวจากวิทยุเพื่อสันติภาพและความก้าวหน้า ”จาก“  Radio Peace and Progressในนิตยสาร  lntelligence Digest ฉบับลงวันที่  ๑ เมษายน  ค.ศ. ๑๙๗๕  (พุทธศักราช  ๒๕๑๘)
         ๒.  “การคืบหน้าของมาร์กซิสต์” จาก “The Marxist Advance” Speciai Brief
         ๓.  “รายงานตามนโยบายคอมมูนิสต์”  จาก “Following the Communist  Line”
         ๔.  “ฝันร้ายไม่จำเป็นจะต้องเป็นจริง”  จาก  “No Need for Apocalypse”  ในนิตยสาร  The Economist  ฉบับลงวันที่  ๑๗  พฤษภาคม  ค.ศ. ๑๙๗๕
         ๕.  “รายงานจากลอนดอน” จาก  “London Report”  ในนิตยสาร lntelligence Digest : Weekly Review  ฉบับลงวันที่ ๑๘  มิถุนายน ค.ศ. ๑๙๗๕
         ๖.  “ประเทศจีนอยู่ยง” จาก  “ Eternal China”  ในนิตยสาร Intelligence Digest  Weekly Review ฉบับลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม  ค.ศ. ๑๙๗๕
         ๗.  “ทัศนะน่าอัศจรรย์จากชิลีหลังสมัยอาล์เลนเด” จาก “Surprising Views from  a Post - AIIende chile”  ในนิตยสาร  lntelligence Digest  :  Weekly Reviewฉบับลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๗๕
        ๘.  “เขาว่าอย่างนั้น เราก็ว่าอย่างนั้น”  จาก “Sauce for the Gander...”  ในนิตยสาร  Intelligence Digest  :  Weekly  Review  ฉบับลงวันที่  ๒๐  สิงหาคม  ค.ศ.  ๑๙๗๕
         ๙.  “จีนแดง  :  ตั้วเฮียค้ายาเสพติดแห่งโลก”  จาก  “Red China  :  Drug  Pushers  to  the  World”  ในนิตยสาร Intelligence Digest  :  Weekly  Review ฉบับลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม  ค.ศ. ๑๙๗๕
         ๑๐.  “วีรบุรุษตามสมัยนิยม”  จาก  “Fashion in Heroes”  โดย George  F. Will  นิตยสาร  Newsweek ฉบับลงวันที่  ๖  สิงหาคม  ค.ศ. ๑๙๗๙

        คุณูปการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อภาษาและหนังสือ รวมทั้งศิลปะแขนงต่างๆ  ทำให้ทรงได้รับการยกย่องเทิดทูน โดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ  สำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน” เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์พุทธศักราช ๒๕๒๙  ซึ่งเป็นวันศิลปินแห่งชาติโดยประธานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้กราบบังคมทูลสดุดีพระเกียรติคุณในด้านวรรณศิลป์ ดังนี้
       “ในด้านวรรณศิลป์  ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงจัดเจนอย่างยิ่ง ในการใช้ภาษาทั้งกาษาไทยและต่างประเทศ  ทรงมีวาทศิลป์ที่คมคายลึกซึ้งมีแบบฉบับเป็นของพระองค์เอง  พระราชดำรัสที่พระราชทานในโอกาสต่างๆ กัน ล้วนมีเนื้อความและถ้อยคำสำนวนลึกซึ้งกินใจได้สาระสมบูรณ์ตรงตามเป้าประสงค์พอเหมาะพอดีแก่โอกาส สถานการณ์ และผู้ฟัง ในสวนที่เป็นงานพระราชนิพนธ์นั้น ก็ทรงมีผลงานที่ได้รับความนิยมและแพร่หลายมาแล้ว แต่ครั้งทรงพระราชนิพนธ์บทความพิเศษลงพิมพ์ในหนังสือ “วงวรรณคดี” เมื่อ ๔๐ ปี ก่อน ในระยะหลังนี้ทราบเกล้าทราบกระหม่อมได้ทรงพระราชนิพนธ์แปลเรื่องสารคดีเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การทหารการเมือง การปกครอง ตลอดจนประวัติบุคคลและยุทธการครั้งสำคัญๆ อีกหลายเรื่อง แต่ละเรื่องทรงพระราชนิพนธ์แปลด้วยความพิถีพิถันระมัดระวังอย่างยิ่ง เพื่อให้ถูกต้องตามเนื้อความและถ้อยคำสำนวนเดิม ทั้งให้แล้วทันตามวัน เวลาที่ทรงกำหนดไว้ด้วย”

         พระอัจฉริยภาพในด้านภาษาและหนังสือของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งแตกฉาน และกอปรด้วยพระวิจารณญาณอันรอบคอบละเอียดลออ ยังประโยชน์ส่วนหนึ่งทำให้พสกนิกรได้เกิดจิตสำนึกของความรักและหวงแหนชาติบ้านเมือง  ซึ่งมีเอกลักษณ์ทางภาษาและวรรณกรรมที่ดีงาม  สมควรจะดำเนินตามรอยพระยุคลบาท

[กลับหัวข้อหลัก]

หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


พระราชนิพนธ์พระมหาชนก


ติโต

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นางสาวบุหลง ศรีกนก
• นางสาวสมทรง แสงแก้ว
• นายอุดม จะโนภาษ
• ศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก