สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14 > พระราชวังในส่วนภูมิภาค
พระราชวังในส่วนภูมิภาค  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14
 
พระราชวังในส่วนภูมิภาค โดย หม่อมราชวงศ์แน่งน้อย ศักดิ์ศรี
          พระราชวังในส่วนภูมิภาค หมายถึงพระราชวังซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับแรมของพระเจ้าแผ่นดิน เมื่อเสด็จไปยังหัวเมืองห่างไกลจากกรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎร หรือเพื่อทรงประกอบพระราชพิธีที่สำคัญ บางครั้งก็เพื่อทรงนำพระเจ้าแผ่นดินหรือประมุขชาวต่างประเทศซึ่งเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศไทยออกไปชมภูมิประเทศอันสวยงาม ตลอดจนเพื่อให้ได้เข้าใจในวัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของคนไทยภูมิภาคเหล่านั้น
          สำหรับพระราชวังหลวงที่อยุธยา เมื่อถูกข้าศึกทำลายแล้วมิได้เป็น เมืองหลวง เพราะเมืองหลวงย้ายมาอยู่ที่กรุงธนบุรี และต่อมาย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ดังนั้นพระราชวังหลวงที่อยุธยาจึงเปลี่ยนสภาพเป็นพระราชวังในส่วนภูมิภาค
          ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่มการซ่อมแซมพระราชวังเก่าในภูมิภาค  เช่น  อยุธยา และลพบุรี  นอกจากนี้ยังทรงสร้างเพิ่มขึ้นในจังหวัดอื่น คือ ที่บนเขาวัง จังหวัดเพชรบุรี 
          พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างขึ้นใหม่ที่จังหวัดเพชรบุรีอีกแห่งหนึ่ง คือ พระราชวังบ้านปืนหรือพระรามราชนิเวศน์ 
          พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวยังโปรดพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี แต่ทรงเปลี่ยนมาสร้างที่ชายทะเล คือ พระราชนิเวศน์มฤคทายวันและทรงสร้างพระราชวังสนามจันทร์ ที่จังหวัดนครปฐม  
          พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ทรงเลือกอำเภอหัวหิน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นที่สร้างวังไกลกังวล
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  รัชกาลปัจจุบันทรงสร้างพระตำหนักในส่วนภูมิภาคเพิ่มขึ้นอีก ๓ แห่ง ในภาคเหนือ คือพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ จังหวัดเชียงใหม่   ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  คือพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์  จังหวัดสกลนคร และในภาคใต้ คือพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จังหวัดนราธิวาส          
          พระราชประสงค์ของพระบาทสมเสด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบันคือ การสร้างพระราชวังกระจายไปตามภูมิภาคต่างๆ นั้น มิเพียงแต่จะประทับแรมเพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรเท่านั้น พระองค์ยังได้ทรงแนะนำช่วยเหลือทำโครงการซึ่งต้องใช้เวลาและทุนทรัพย์เพื่อช่วยราษฎรให้ได้ทำมาหากิน พ้นจากความยากจน และสามารถช่วยตัวเองได้ตลอดไป

พระราชวังพระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

พระราชวังในสมัยสุโขทัย
          เนื่องด้วยการปกครองในสมัยสุโขทัย เป็นการปกครองในระบบพ่อปกครองลูก จึงได้มีศัพท์เรียกว่า  พ่อขุน เช่น พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พ่อขุนรามคำแหง เป็นต้น จึงสันนิษฐานว่าพระราชวังหรือสถานที่อยู่ หรือศูนย์กลางการปกครอง คงจะสร้างขึ้นเป็นเครื่องไม้และอาจจะไม่มีความแตกต่างไปจากประชาชนเท่าไรนัก จึงไม่ปรากฏหลักฐานทางสถาปัตยกรรมเหลืออยู่
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
พระราชวังในสมัยกรุงศรีอยุธยา
          มีพระราชวังตั้งอยู่ในบริเวณเกาะเมือง ๓ แห่งคือ พระราชวังหลวง ซึ่งในปัจจุบันเรียกว่า วังโบราณ  เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ วังหน้าเป็นที่ประทับของพระมหาอุปราชในตำแหน่งกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ได้แก่ วังจันทร์ หรือวังจันทรเกษม   วังหลังเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข  นอกจากนั้นยังมีพระราชวังตั้งอยู่นอกกรุงศรีอยุธยาเพื่อใช้เป็นที่เสด็จประพาส เช่น วังที่เกาะบางปะอิน ตำหนัก พระนครหลวง ตำหนักธารเกษม ซึ่งตั้งอยู่ใกล้พระพุทธบาท สระบุรี เป็นต้น นอกจากวังที่ประทับ ในกรุงศรีอยุธยาแล้ว ยังมีพระราชวังอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่จังหวัดลพบุรี  ได้แก่ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ ซึ่งพระราชวังแห่งนี้มีปราสาทหลายหลังและหมู่ตำหนักต่างๆ อีกหลายหมู่
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
พระราชวังหลวง
          พระราชวังหลวง การสร้างพระราชวังหลวงได้สร้างขึ้น ๒ ครั้งด้วยกัน   
          ครั้งที่ ๑ เมื่อสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (อู่ทอง) สร้างกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. ๑๘๙๓ นั้น ทรงสร้างพระราชวังในที่ซึ่งเป็นวัดพระศรีสรรเพ็ชญ์ ในปัจจุบัน การสร้างพระราชวังในครั้งนั้นปรากฏว่าได้สร้างปราสาทขึ้น ๓ องค์คือ พระที่นั่งไพฑูรย์มหาปราสาท   พระที่นั่งไพชยนต์มหาปราสาทและพระที่นั่งไอศวรรย์มหาปราสาท นอกจากนั้นยังมีพระที่นั่งมังคลาภิเษกซึ่งเป็นพระที่นั่งตรีมุข  ใช้เป็นที่เสด็จออกขุนนางและเป็นพระราชมณเฑียรที่ประทับ
          ครั้งที่ ๒  เมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติได้ทรงมีพระราชอุทิศยกวังซึ่งสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ หรือ พระเจ้าอู่ทองได้สร้างไว้  เปลี่ยนเป็นวัดในพระราชวัง พระราชทานนามว่า วัดพระศรีสรรเพ็ชญ์ นอกจากนั้นได้ขยายเขตพระราชวังลงไปชิดแนวกำแพงเมืองด้านทิศเหนือริมแม่น้ำ สร้างปราสาทและพระที่นั่งขึ้นใหม่หมด ได้แก่ พระที่นั่งเบ็ญจรัตนมหาปราสาท  และพระที่นั่งสรรเพ็ชญ์ปราสาท ในการสร้างพระราชวังครั้งนี้ โปรดเกล้าฯ ให้หันหน้าพระราชวังไปทางทิศตะวันออก โดยมีแม่น้ำลพบุรีอยู่ทางด้านทิศเหนือ  ให้วัดพระศรีสรรเพ็ชญ์ เป็นวัดในพระราชวัง  โดยไม่มีเขตสังฆาวาสให้พระสงฆ์จำพรรษา นอกจากนั้นยังมีการแบ่งเขตพระราชฐานเป็นฝ่ายหน้า ฝ่ายใน ด้วยกำแพงพระราชวังชั้นในอีกรอบหนึ่ง
          พระที่นั่งองค์ต่างๆ  ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถนี้ ได้มีการเปลี่ยนแปลง ในสมัยต่อมาเป็นลำดับ และถูกพม่าเผาใน พ.ศ.๒๓๑๐  คงเหลือแต่ซากพระที่นั่งที่ยังพอมีเค้าที่จะศึกษาและค้นคว้าจากพงศาวดารถึงประโยชน์ใช้สอยและรายละเอียดการสร้างได้ดังนี้

          พระที่นั่งมังคลาภิเษกหรือพระที่นั่งวิหารสมเด็จ เป็นปราสาทองค์ใต้ เป็นพระที่นั่งที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เรียกว่า  พระที่นั่งมังคลาภิเษก ต่อมาในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททองได้ถูกอสนีบาตไฟไหม้  จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็นพระวิหารสมเด็จ พระที่นั่งองค์นี้ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเรียกกันเป็นสามัญว่า  ปราสาททอง เพราะเป็นปราสาทปิดทององค์แรกในสมัยอยุธยามีลักษณะเป็นปราสาทยอดปรางค์ มีมุขหน้ามุขหลังยาว และมุขข้างสั้น มุขหน้ามีมุขเด็จตั้งพระที่นั่งบุษบกมาลา มีกำแพงแก้วล้อมรอบ พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธี เช่น   พิธีราชาภิเษกเป็นต้น  (ทำนองเดียวกับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทของพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ)

          พระที่นั่งสรรเพ็ชญ์ปราสาท เป็นปราสาทองค์กลางซึ่งสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดเกล้าฯ   ให้สร้างขึ้นเป็นที่เสด็จออกรับแขกเมืองพระที่นั่งองค์นี้สร้างขึ้นคู่กับพระที่นั่งเบ็ญจรัตนมหาปราสาท  เมื่อ  พ.ศ.  ๑๙๑๙  ที่ข้างพระที่นั่งองค์นี้มีโรงช้างเผือกขนาบอยู่ทั้งสองข้าง

          พระที่นั่งสุริยามรินทร์  เป็นพระที่นั่งองค์เหนือ  ตั้งอยู่ตรงกับพระที่นั่งเบ็ญจรัตนมหาปราสาท   เป็นพระที่นั่งที่สันนิษฐานว่าสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดเกล้าฯ  ให้สร้างขึ้นมีลักษณะเป็นปราสาทจตุรมุข  มีพื้นสูงกว่าพระที่นั่งองค์อื่นๆ คงจะใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรข้ามกำแพงไปสู่แม่น้ำได้ นอกจากนั้นในสมัยสมเด็จพระเพทราชา เมื่อเชิญพระบรมศพของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชจากเมืองลพบุรีก็ได้นำมาประดิษฐานที่พระที่นั่งองค์นี้ ต่อมาในสมัยพระเจ้าบรมโกศได้แปลงนามเป็นพระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์เพื่อให้คล้องกับพระที่นั่งสรรเพ็ชญ์ปราสาท

          พระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์ สมเด็จพระเจ้าปราสาททองโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน  พ.ศ. ๒๑๗๕ แต่เดิมชื่อพระที่นั่งคีริยโสธรมหาพิมานบรรยงก์  เป็นปราสาทตรีมุข ตั้งอยู่บนกำแพงพระราชวังชั้นในด้านทิศตะวันออกของพระราชวัง สำหรับทอดพระเนตรกระบวนแห่และการฝึกซ้อมทหาร เพราะที่หน้าพระที่นั่งออกไปเป็นสนามหลวง (ทำนองเดียวกับพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ของพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ)

          พระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ สมเด็จพระเพทราชาโปรดเกล้าฯ   ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๒๓๑ สำหรับเป็นที่ประทับทรงพระสำราญ พระที่นั่งองค์นี้เรียกอีกนัยหนึ่งว่า  "พระที่นั่งท้ายสระ" ตั้งอยู่ด้านหลังของพระราชวัง ลักษณะเป็นปราสาทจตุรมุข  กลางสระมีน้ำล้อมรอบ ทางด้านทิศตะวันตกเป็นสระใหญ่ ด้านทิศตะวันออกเป็นอ่างแก้ว  ตรงกลางมีแท่นสูงสำหรับเสด็จขึ้นไปทอดพระเนตรปลาใหญ่น้อยในสระดังกล่าว (ทำนองเดียวกับพระที่นั่งทองกลางสระในสวนขวา ของพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพฯ)

          พระที่นั่งทรงปืน สมเด็จพระเพทราชาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่ฝึกเพลงอาวุธ  ต่อมาใช้เป็นท้องพระโรงที่เสด็จออก  พระที่นั่งองค์นี้ ตั้งอยู่ใกล้กับพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์  ริมสระด้านตะวันตก  ลักษณะเป็นพระที่นั่งโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

          พระที่นั่งตรีมุข ตั้งอยู่ด้านหลังของพระที่นั่งสรรเพ็ชญ์ปราสาท ไม่ปรากฏผู้สร้าง  สันนิษฐานว่าตั้งอยู่บนฐานของพระมหามณเฑียร  ในสมัยรัชกาลที่ ๕  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์โปรดเกล้าฯ ให้ปลูกพลับพลาโถงเพื่อเป็นที่ประทับเมื่อเสด็จมาทอดพระเนตรการขุดแต่ง พระราชวังหลวงและเป็นที่ต้อนรับแขกเมืองด้วย หลังจากพระราชพิธีรัชมงคลบำเพ็ญกุศลถวายพระมหากษัตริย์องค์ก่อนๆ แล้วพลับพลานี้ยังสมบูรณ์อยู่จนทุกวันนี้

          พระที่นั่งอื่นๆ  และอาคารที่ใช้เป็นที่ทำการเพื่อการปกครองประเทศและประกอบพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ ได้แก่ ศาลหลวง ศาลาลูกขุนใน หอแปลพระราชสาส์น โรงราชยาน โรงช้าง โรงม้า โรงเรือพระที่นั่งต่างๆ เหล่านี้คงปรากฏแต่ในพงศาวดารและรากฐานหรือเศษชิ้นส่วนของวัสดุก่อสร้างที่ปรากฏให้สันนิษฐานได้เท่านั้น
[กลับหัวข้อหลัก]

พระที่นั่งสรรเพ็ชญ์ปราสาท


พระที่นั่งสุริยามรินทร์


พระที่นั่งตรีมุข

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• หม่อมราชวงศ์แน่งน้อย ศักดิ์ศรี

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การเก็บและถนอมพืชอาหารสัตว์
การใช้เทคโนโลยีชีวภาพของไทยในด้านการผลิตและการค้า
การใช้ประโยชน์จากข้าวฟ่าง
การปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์
ข้อควรระวังในการใช้ยาสมุนไพร
ประวัติ ถิ่นฐานดั้งเดิม และการแพร่กระจายของข้าวฟ่าง
พันธุวิศวกรรม
โลหะ
สารชีวพิษ
แหล่งปลูกข้าวฟ่าง
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14 > พระราชวังในส่วนภูมิภาค