เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
พระราชพิธีประจำในรัชกาลปัจจุบัน  
 

 
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
 
พระราชพิธีประจำในรัชกาลปัจจุบัน โดย นายทองต่อ กล้วยไม้ ณ อยุธยา
          ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข และเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนพระราชพิธีที่ทรงบำเพ็ญในรอบปีหนึ่งๆ  จึงมีความหมายและความสำคัญแก่สังคมไทย เพราะพระราชพิธีต่างๆ นั้น พระมหากษัตริย์ได้ทรงพระกรุณาให้จัดทำขึ้นตามลัทธิประเพณี เพื่อความเป็นสวัสดิมงคลของประเทศและประชาชนและเพื่อความเป็นสวัสดิมงคลแก่สิริราชสมบัติพระบรมราชวงศ์ และพระองค์พระมหากษัตริย์หรือเพื่อน้อมนำให้รำลึก ถึงความสำคัญของพระศาสนา หรือเพื่อแสดงความกตัญญูธรรมและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ที่ทรงทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนมาแล้วในอดีตดังนั้น  ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นจึงได้บัญญัติไว้เป็นกฎหมาย  ชื่อ  “กฎมณเฑียรบาล” ระบุว่าเดือนใดจะต้องประกอบพระราชพิธีอะไร

          พระราชพิธีในรัชกาลปัจจุบันซึ่งเป็นพระราชพิธีประจำนั้น กล่าวเฉพาะที่เป็นหมายกำหนดการของสำนักพระราชวัง เปิดโอกาสให้ข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรมได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในงานนั้นด้วย  มีรวม ๑๘ พระราชพิธีไม่รวมถึงพระราชพิธีที่มีหมายรับสั่งของสำนักพระราชวังกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงเข้าเฝ้าฯ โดยเฉพาะ  เช่น  การพระราชกุศลหล่อเทียนและเจิมเทียนพรรษา การเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร  พระราชพิธีที่มีหมายกำหนดการอาจแบ่งออกเป็น ๓  ประเภท คือ พระราชพิธีเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา  พระราชพิธีเกี่ยวกับการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ที่มีพระมหากรุณาธิคุณแก่บ้านเมืองในกาลก่อน และพระราชพิธีเกี่ยวกับความไพบูลย์และความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองดังจะขอนำเฉพาะพระราชพิธีสำคัญๆ มาบรรยายดังนี้

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทางพุทธศาสนา
          ๑. การพระราชกุศลมาฆบูชา พระราชพิธีนี้เริ่มในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  มีพระราชดำริว่า  วันมาฆบูชาอันเป็นวันเพ็ญกลางเดือน  ๓  เป็นวันที่ระลึกสำคัญในทางพุทธศาสนา เพราะเป็นวันคล้ายวันที่พระอรหันต์  ๑,๒๕๐ รูป ล้วนแล้วแต่เป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา  คือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานอุปสมบทด้วยพระองค์เอง ได้เดินทางจากทุกทิศานุทิศมาเฝ้าพระองค์โดยมิได้นัดหมาย จึงได้ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์แก่ที่ชุมนุมสงฆ์นั้นเป็นครั้งแรก และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลขึ้น ในรัชกาลปัจจุบัน  จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจุดเทียนรุ่งบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์  ๓๐  รูป ทำวัตรแล้วเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งมีคาถาโอวาทปาติโมกข์อย่างย่อด้วย แล้วทรงสดับพระธรรมเทศนา  ๑  กัณฑ์

          ๒. การพระราชกุศลวิสาขบูชา วันวิสาขบูชาตรงกับวันเพ็ญกลางเดือน ๖ หรือเดือน ๗ ในปีอธิกมาส เป็นดิถีคล้ายวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประสูติ  ตรัสรู้  และปรินิพพาน  จึงเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาในหนังสือเรื่อง “นางนพมาศ” ได้บรรยายว่า ในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี วันวิสาขบูชาเป็นวันนักขัตฤกษ์มงคลกาลสำคัญ มีการเฉลิมฉลองทำบุญเป็นงานใหญ่ แต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาไม่มีเอกสารหลักฐานกล่าวถึงงานนี้  จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยสมเด็จพระสังฆราช (มี) ได้ถวายพระพรขอให้ทรงรื้อฟื้นราชประเพณีนี้ ทรงพระกรุณาเห็นชอบด้วย จึงโปรดให้จัดงานวันวิสาขบูชาเป็นงานใหญ่ระดับชาติ มีการประดับตกแต่งธงทิวและตามประทีปโคมไฟที่พระอารามและบ้านเรือน
ราษฎร  ชักชวนให้ประชาชนทำบุญรักษาศีล  งดเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นเวลา ๓ วัน และตั้งเป็นการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลขึ้น
            ปัจจุบัน  การพระราชกุศลวิสาขบูชาเริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เตือน ๖ มีพิธีพระราชทานพัดยศ  ตั้งพระภิกษุสามเณรเปรียญ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  วันรุ่งขึ้นตอนเย็นเสด็จพระราชดำเนินมาประทักษิณรอบพระอุโบสถ  ๓  รอบ แล้วทรงสดับพระธรรมเทศนา ในบางปีในระยะเวลาดังกล่าว เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับยังต่างจังหวัด เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎรและติดตามผลการปฏิบัติงานโครงการต่าง ๆ ตามพระราชดำริ ก็จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชาร่วมกับราษฎรในจังหวัดเหล่านั้น โดยทรงมอบให้พระราชวงศ์ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

          ๓. การพระราชกุศลทรง ผนวชและอุปสมบทนาคหลวง ในวันพระขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๘  จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงผนวชพระบรมวงศานุวงศ์ และอุปสมบทข้าทูลละอองธุลีพระบาท  ณ  พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามนอกจากนี้ยังอาจมีนาคในพระบรมราชานุเคราะห์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานศุภรัตเชิญเครื่องอัฐบริขารไปพระราชทานแก่พระภิกษุบวชใหม่  ณ  วัด ในวันเวลาที่นาคนั้นจะอุปสมบท

          ๔. การพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันอาสาฬหบูชา และเทศกาลเข้าพรรษา วันขึ้น  ๑๕  ค่ำ  เดือน  ๘  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายพุ่มบูชาพระพุทธปฏิมากรสำคัญ ๔  องค์ ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามและทรงประเคนพุ่มดอกไม้ธูปเทียนแด่สมเด็จพระสังฆราช  พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ และพระนาคหลวง รวมประมาณ ๓๐๐ รูป วันรุ่งขึ้นพระราชทานอาหารบิณฑบาตพระสงฆ์ ๑๕๐ รูป  ในพระบรมมหาราชวัง ตอนเย็นเสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร ถวายพุ่มบูชาพระพุทธชินสีห์และปูชนียวัตถุสำคัญต่าง ๆ  พร้อมกับทรงประเคนพุ่มดอกไม้ธูปเทียนแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก  เจ้าอาวาส

          ๕. พระกฐินหลวง ในรัชกาลปัจจุบันจะเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานผ้าพระกฐิน ณ พระอารามหลวงสำคัญอย่างน้อย ๕ แห่ง  คือ  วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามวัดบวรนิเวศวิหาร  วัดอรุณราชวราราม วัดสุทัศนเทพวราราม และวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระอารามหลวงส่วนใหญ่ที่นอกเหนือจากนี้จะพระราชทานผ้าพระกฐินแก่หน่วยราชการหรือคณะบุคคลผ่านกรมการศาสนาให้เชิญไปทอด

[กลับหัวข้อหลัก]






[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
พระราชพิธีที่ทรงบำเพ็ญเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ที่ทรงมีพระคุณแก่บ้านเมืองในกาลก่อน
          ๑. รัฐพิธีพระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อถึงวันที่  ๒๕  มกราคม ของทุกปี จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อำเภอดอนเจดีย์  จังหวัดสุพรรณบุรี  เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทางพระพุทธศาสนาอุทิศแด่พระมหาราชเจ้าพระองค์นั้น รวมทั้งบรรพชนชาวไทยที่เสียสละเลือดเนื้อเพื่อเอกราชของชาติ และโปรดให้มีการสังเวยบวงสรวงตามโบราณราชประเพณี มีพระราชครูพราหมณ์พิธีอ่านประกาศสดุดีพระเกียรติคุณ นอกจากนั้นบางปียังได้ทรงพระกรุณาให้มี การบำเพ็ญพระราชกุศลและบวงสรวง ณ สถานที่ซึ่งสมเด็จพระนเรศวรเป็นเจ้าเคยประทับ หรือเคยทรงประกอบวีรกรรม หรือเคยยาตราทัพผ่าน โดยมีผู้แทนพระองค์ไปประกอบรัฐพิธีที่ดอนเจดีย์แทน

           ๒. วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงวันที่ ๖ เมษายน  พุทธศักราช ๒๓๒๕ ที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงปราบดาภิเษกเสวยราชสมบัติเป็นพระปฐมบรมกษัตริย์แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ จึงเสด็จพระราชดำเนินไปถวายเครื่องราชสักการะ และถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าในมหาจักรีบรมราชวงศ์ ณ ปราสาทพระเทพบิดรในพระบรมมหาราชวังต่อไป

           ๓. วันปิยมหาราช ตรงกับวันที่ ๒๓  ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา จุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์พระบรมรูปทรงม้า หน้าลานพระราชวังดุสิตแล้ว เสด็จสู่พระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานถวายพระบรมอัฐิอีกพิธีหนึ่ง

           ๔. วันสมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ของทุกปี  จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางพวงมาลา และถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ณ วงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี

[กลับหัวข้อหลัก]


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
พระราชพิธีที่ทรงบำเพ็ญเพื่อความไพบูลย์และความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง
          ๑. พระราชพิธีสงกรานต์ ทรงปฏิบัติตามโบราณประเพณีเช่นเดียวกับประชาชนคนไทยคือ บำเพ็ญกุศลอุทิศผลบุญให้แก่บุพการีที่ล่วงลับไปแล้ว มีการสรงน้ำพระพุทธรูปและปูชนียวัตถุสรงน้ำอัฐิญาติผู้ใหญ่ และรดน้ำญาติผู้ใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิตาธรรมอันเป็นวัฒนธรรมที่สูงของชาติไทย ในรัชกาลปัจจุบันได้รวบรัดให้มีพระราชพิธีตามใจความดังกล่าวในวันเถลิงศก คือวันที่ ๑๕ เมษายนเพียงวันเดียว

          ๒. พระราชพิธีฉัตรมงคล คือวันเฉลิมฉลองวันครบรอบปีแห่งงานพระบรมราชาภิเษก ซึ่งในรัชกาลปัจจุบันได้แก่  วันที่  ๕ พฤษภาคม เมื่อถึงวันที่ ๓ พฤษภาคม จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน อุทิศพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า วันที่ ๔ พฤษภาคม เวลาบ่าย  และวันที่ ๕ พฤษภาคม เวลาเช้า มีการประกอบพระราชพิธีสมโภชพระมหาเศวตฉัตรและเครื่องสิริราชกกุธภัณฑ์ อันเป็นทั้งพิธีทางพระบวรพุทธศาสนา และพิธีพราหมณ์ ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระราชครูพราหมณ์พิธีอ่านประกาศการพระราชพิธีฉัตรมงคล ความว่า ในการประกอบพระราชพิธีนี้มีพระราชประสงค์จะให้เป็นสิริสวัสดิ์แก่บ้านเมือง จึงขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและพระบรมเดชานุภาพสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า จงดลบันดาลให้ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติราชการตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสุขความเจริญรุ่งเรื่องแก่ชาติบ้านเมืองตลอดจนอาณาประชาราษฎร์ และได้พระราชอุทิศพระราชกุศลนี้พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยโดยทั่วหน้ากัน

          ๓. พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีที่มีมาแต่โบราณเพื่อเป็นการบำรุงขวัญกสิกรของชาติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงริเริ่มให้มีพระราชพิธีพืชมงคลเป็นพิธีทางพระพุทธศาสนาเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของการกสิกรรม วันรุ่งขึ้นเป็นพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาแรกนา ซึ่งได้แก่ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กระทรวงนั้นเป็นผู้ทำพิธี  ณ  ท้องสนามหลวง

          ๔. พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ทางราชการได้กำหนดให้ถือเอาวันพระบรมราชสมภพเป็นวันเฉลิมฉลองของชาติไทย เพื่อให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียมของประเทศที่เจริญแล้วและมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข และเพื่อเป็นการสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติโดยทั่วกัน ซึ่งในรัชกาลปัจจุบันงานพระราชพิธีนี้ตรงกับวันที่ ๕ ธันวาคม โดยจะเสด็จพระราชดำเนินออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหสูริยพิมาน  ทรงรับคำถวายชัยมงคลจากพระราชวงศ์ผู้ใหญ่  นายกรัฐมนตรี และประธานรัฐสภา  ในตอนบ่ายจะเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานพัดยศเก่บรรพชิตในอนัมนิกายและจีนนิกาย พระราชทานสังคหวัตถุแก่ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน ทรงสถาปนาสมณศักดิ์พระภิกษุสงฆ์วันรุ่งขึ้นมีการพระราชทานภัตตาหารพระภิกษุที่เจริญพระพุทธมนต์ในวันก่อน  เสร็จแล้วสมเด็จพระสังฆราชถวายพระธรรมเทศนามงคลวิเศษกถา พรรณนาถึงพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจที่ได้ทรงบำเพ็ญในรอบปี เป็นเครื่องเตือนพระราชหฤทัย

          พระราชพิธีต่างๆ ล้วนแต่สง่างามเป็นเกียรติเป็นศรีของชาติ และเป็นตัวอย่างในการธำรงมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไทยให้ยืนยงสืบไปชั่วกาลนาน

[กลับหัวข้อหลัก]




[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายทองต่อ กล้วยไม้ ณ อยุธยา

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก