สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 29 > พระพุทธรูป
พระพุทธรูป  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 29
 
พระพุทธรูป โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศักดิ์ชัย สายสิงห์

หัวข้อ

ความหมาย ที่มา และคติการสร้างพระพุทธรูป
         พระพุทธรูป   หรือ  “พระพุทธปฏิมา”  ตามภาษาบาลี  หมายถึง พระรูปที่ใช้แทนองค์พระพุทธเจ้าผู้เป็นพระศาสดาในพระพุทธศาสนา
          มูลเหตุที่เกิดการสร้างพระพุทธรูปขึ้น  นั้น   สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  กรมพระยา ดำรงราชานุภาพ  ผู้ทรงนิพนธ์หนังสือเรื่อง “ตำนานพระพุทธเจดีย์” ประทานความเห็นว่า  การสร้างพระพุทธรูปนั้น ปรากฏอยู่ในตำนานพระแก่นจันทน์ ซึ่งได้กล่าวถึงพุทธประวัติ   ตอนที่พระพุทธองค์ได้เสด็จขึ้นไปเทศนาโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์   และทรงค้างอยู่ที่ดาวดึงส์สวรรค์นั้น ๑ พรรษา  พระเจ้าปเสนทิแห่งกรุงโกศลเมื่อมิได้เห็นพระพุทธองค์มาช้านาน  ก็มีความรำลึกถึง  จึงทรงรับสั่งให้ช่างทำพระพุทธรูปด้วยไม้แก่นจันทน์แดงขึ้น  ประดิษฐานไว้เหนืออาสนะที่ พระพุทธองค์เคยประทับ  ครั้นเมื่อพระพุทธ-องค์เสด็จกลับจากดาวดึงส์มาถึงที่ประทับ    พระแก่นจันทน์ลุกขึ้นปฏิสันถารกับพระ-พุทธองค์ด้วยปาฏิหาริย์  แต่พระพุทธองค์   ตรัสสั่งให้พระแก่นจันทน์กลับไปยังที่ประทับ  เพื่อรักษาไว้เป็นตัวอย่างพระพุทธรูป  ซึ่งสาธุ-ชนจะได้ใช้เป็นแบบอย่างสร้างพระพุทธรูป เมื่อพระพุทธองค์ทรงล่วงลับไปแล้ว  ความที่กล่าวไว้ในตำนานประสงค์ที่จะอ้างว่า   พระ-พุทธรูปแก่นจันทน์องค์นั้นเป็นแบบอย่างของพระพุทธรูปซึ่งสร้างกันต่อมาภายหลัง  หรืออีกนัยหนึ่งคือ  อ้างว่า  พระพุทธรูปมีขึ้นโดยพระบรมพุทธานุญาต  และเหมือนพระพุทธ-องค์  เพราะตัวอย่างสร้างขึ้นตั้งแต่ในครั้งพุทธกาล อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวนี้เป็นเพียงตำนานที่น่าจะเขียนขึ้นภายหลังเมื่อมีการสร้างพระพุทธรูปกันแพร่หลายแล้ว
          จากหลักฐานทางศิลปกรรม  การสร้างรูปเคารพของพระพุทธเจ้าที่เป็นรูปมนุษย์ปรากฏ  เป็นครั้งแรกในศิลปะอินเดีย สมัยคันธารราฐ  ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๖  - ๗  หลังจากที่พระพุทธองค์เสด็จสู่ปรินิพพานแล้วประมาณ ๗๐๐ ปี  โดยปรากฏหลักฐานว่า  ในอินเดียโบราณสมัยก่อนหน้านั้น   ประมาณพุทธศตวรรษที่  ๓ - ๖  ในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช  ยังไม่มีการสร้างรูปเคารพของพระพุทธเจ้าในรูปที่เป็นมนุษย์  แต่จะใช้รูปที่เป็นสัญลักษณ์แทน โดยเฉพาะพุทธประวัติที่ปรากฏอยู่ตามศาสน-สถาน  เช่น  ที่สถูปสาญจีและตามเจติยสถานต่างๆ   หากเป็นรูปตอนประสูติจะแสดงด้วยรูปพระนางสิริมหามายาทรงยืนเหนี่ยวกิ่งไม้     รูปตอนตรัสรู้แสดงด้วยต้นโพธิ์ และบัลลังก์   และรูปตอนปฐมเทศนาแสดงด้วยธรรมจักรกับกวางหมอบ   แสดงให้เห็นว่า  ยังไม่มีประเพณีการสร้างพระพุทธรูป  หรืออาจยังเป็นข้อห้ามอยู่
          หลักฐานการสร้างพระพุทธรูปที่เก่าแก่  ที่สุดในอินเดียปรากฏขึ้นราวๆพุทธศตวรรษที่ ๗ โดยเกิดขึ้นในสมัยของพระเจ้ากนิษกะ แห่งราชวงศ์กุษาณะ  ที่แคว้นคันธารราฐ  ราวๆ พ.ศ. ๖๖๓ - ๗๐๕  ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช  กษัตริย์แห่งอาณาจักรมาซิโดเนียทางตอนเหนือของประเทศกรีซ   ได้สร้างจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่   ครอบคลุมคาบสมุทรบอลข่าน  อียิปต์  ตุรกี  และเปอร์เซีย   จนมาถึงดินแดนภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย   ที่แคว้นคันธารราฐ  ในพุทธศตวรรษที่ ๓   คติการสร้างรูปเคารพเป็นพระพุทธรูปจึงน่าจะได้แรงบันดาลใจจากอิทธิพลของชาวกรีก ที่แพร่หลายตั้งแต่ในครั้งนั้น  และนำเอาคติ ความเชื่อต่างๆเข้ามาผสมผสานกับความเชื่อเดิมของชาวพื้นเมือง  ส่งผลให้นำความนิยมในการสร้างรูปเคารพเทพเจ้าของชาวกรีกมา  สร้างเป็นพระพุทธรูปขึ้น   ดังนั้น พระพุทธรูป สมัยคันธารราฐ  ซึ่งเป็นสมัยแรกสุดที่มีการสร้างพระพุทธรูป  จึงมีลักษณะเป็นแบบชาว กรีกค่อนข้างมาก  ทั้งรูปร่าง  หน้าตา  และลักษณะการครองจีวร  
          การสร้างพระพุทธรูปไม่ใช่การสร้าง   รูปเหมือนของพระพุทธเจ้า   แต่เป็นสัญลักษณ์ แทนพระพุทธองค์  ดังนั้น  ลักษณะของพระ-พุทธรูปในแต่ละสกุลช่างและแต่ละสมัยจึงแตกต่างกันออกไป  อย่างไรก็ตาม  ถึงแม้ว่าพระพุทธรูปจะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน   แต่ ในการสร้างพระพุทธรูปจะมีสัญลักษณ์สำคัญที่บ่งบอกว่ารูปนั้นเป็นพระพุทธองค์เรียกว่า มหาปุริสลักษณะ  หรือลักษณะของมหาบุรุษรวม   ๓๒   ประการ   เช่น   มีขนระหว่างคิ้ว  เรียกว่า  อุณาโลม    มีส่วนบนของศีรษะนูนสูงขึ้นคล้ายสวมมงกุฎ   เรียกว่า   อุณหิส  หรือ  อุษณีษะ  หรือพระเกตุมาลา   นอกจากนี้  ยังมีพระรัศมีที่เปล่งออกมาจากพระเศียรของ      พระพุทธรูป  ทำเป็นตุ่มกลมคล้ายดอกบัวตูม  หรือชูสูงขึ้นคล้ายเปลวไฟ
          หากจะถามว่า  พระพุทธรูปเริ่มเข้ามาปรากฏในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อใดนั้น  จาก  หลักฐานทางโบราณคดี   ซึ่งได้มีการค้นพบ  พระพุทธรูปในประเทศไทยรุ่นเก่าแก่สุด คือ พระพุทธรูปสมัยอมราวดี (ศิลปะอินเดีย ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๗ - ๙)  และศิลปะสมัยคุปตะ  (ศิลปะอินเดีย   ช่วงพุทธศตวรรษที่   ๙ - ๑๑)    เป็นพระพุทธรูปขนาดเล็ก  จึงสันนิษฐานว่า   เป็นสิ่งที่ชาวอินเดียนำติดตัวเข้ามาพร้อมกับการเดินทางค้าขาย    และน่าจะเป็นผู้ที่นำเอาพระพุทธศาสนาเข้ามาเผยแผ่ในดินแดนแถบนี้ด้วย
          ส่วนการสร้างพระพุทธรูปในดินแดนไทยน่าจะเกิดขึ้นราวๆพุทธศตวรรษที่  ๘ - ๙   ในสมัยก่อนทวารวดี  โดยได้พบหลักฐานการสร้างศาสนสถาน  พระพุทธรูป  และรูปพระสงฆ์ที่บริเวณเมืองโบราณอู่ทอง   จังหวัดสุพรรณบุรี   ลักษณะของพระพุทธรูป และ รูปพระสงฆ์ที่พบนี้  สามารถเปรียบเทียบได้  ใกล้เคียงกับศิลปะอมราวดี   จึงกำหนดอายุ  อยู่ในราวๆพุทธศตวรรษที่  ๘  -  ๙  และเป็น หลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า   ดินแดนไทย เริ่มรับพระพุทธศาสนาแบบเถรวาท  และรู้จัก การสร้างศาสนสถานและพระพุทธรูปเป็นครั้งแรกแล้วในช่วงระยะเวลานี้  ก่อนที่จะพัฒนา เป็นศิลปกรรมในสมัยทวารวดีที่แพร่หลายในที่ราบลุ่มภาคกลางของประเทศไทยในช่วงระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๖

[กลับหัวข้อหลัก]

บรรณานุกรม

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 29 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การใช้ทองคำของไทยในสมัยสุโขทัยและอยุธยา
การเผยแพร่ผลงานศิลปาชีพ
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับทองคำ
ประเภท วัสดุ และเทคนิคในการก่อสร้างพระพุทธรูป
ผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพที่สำคัญ
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย
พระพุทธรูปในศิลปะไทยสมัยต่าง ๆ
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญในสมัยต่าง ๆ
ศิลปาชีพ
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 29 > พระพุทธรูป