เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานช่าง  
 

 
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานช่าง โดย ศาสตราจารย์ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต และคนอื่นๆ
          พระราชจริยวัตรในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับงานช่างมีความสมบูรณ์ ในบทพระราชทานสัมภาษณ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ในรายการ “พูดจาประสาช่าง” ทางสถานีวิทยุจุฬาฯ ซึ่งรองศาสตราจารย์ ดร.มนู วีระบุรุษ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และรองศาสตราจารย์ดร.วิชา จิวาลัย  หัวหน้าภาควิศวกรรมสำรวจคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ขอพระราชทานสัมภาษณ์ มีความในส่วนที่เกี่ยวกับการทรงงานช่างตอนหนึ่งรับสั่งว่า

          “เท่าที่สังเกตมาตั้งแต่ยังจำความได้ เห็นท่านทำงานช่างอยู่หลายอย่าง ท่านเคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อตอนเด็กๆ  นั้น ท่านก็มีความสนพระทัยในงานช่างมาก แล้วก็ตอนท่านเล็กๆ สมเด็จย่าเลี้ยงท่านอย่างค่อนข้างจะเข้มงวด คือ แม้แต่ของเล่นมากมาย สำเร็จรูปอย่างฟุ่มเฟือยเหมือนอย่างเด็กๆ  สมัยนี้...อย่างเช่น  ท่านอยากได้วิทยุมาฟัง  ท่านก็ต้องเข้าหุ้นกับทูลกระหม่อมลุงซื้อชิ้นส่วนของวิทยุทีละชิ้นๆ  เอามาแล้วก็มาประกอบเองเป็นวิทยุ  ซึ่งต้องฟังกันสองคนที่เข้าหุ้นกัน แล้วก็การที่บางครั้งเงินที่ได้รับเป็นค่าขนมก็ไม่พอที่จะซื้อของที่ท่านอยากได้ ก็ต้องมีการหาเงินพิเศษ วิธีหาเงินพิเศษก็ต้องใช้ความสามารถของท่านเองนี่แหละ เช่น  มีพี่เลี้ยงซึ่งก็ไม่กล้าให้ท่านโดยไม่มีเหตุผล เวลาทำอะไรให้แกแกถึงจะให้ได้ เช่น เวลาจักรแกเสีย จักรเย็บผ้าเสีย ท่านตอนนั้นก็สัก ๑๐ ขวบ  ท่านก็แก้ได้แก้ได้ก็ได้สตางค์เป็นค่าจ้างแก้จักร...”

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

การต่อเรือ
          เมื่อทรงเจริญพระชันษา ก็ได้ทรงสนพระราชหฤทัยในงานช่างสาขาอื่นๆ  ดังความในบทพระราชนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เรื่อง “เจ้านายเล็กๆ ยุวกษัตริย์” ทรงเล่าไว้ว่า
         
         “พระอนุชาได้เริ่มทำแบบเรือต่างๆ  ด้วยไม้เช่น แบบเรือรบที่ไม่มีขาย ในระยะนั้นกำลังทำเรือใบที่ใหญ่พอสมควร ใบก็เย็บเองด้วยจักรเสร็จแล้วเหลือแต่การทาสี เมื่อเริ่มไปแล้ว ก็พอดีเป็นเวลาที่กำลังจะตัดสินว่าจะอพยพออกไปสวิตเซอร์แลนด์ทรงเล่าว่า ทุกคนก็ถามอย่างล้อๆ ว่า เรือจะแห้งทันไหม” 

          ความสนพระราชหฤทัยในงานช่างโดยเฉพาะการต่อเรือนี้ ต่อมาเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ยังโปรดต่อเรือใบพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง และทรงทดลองแล่นเรือในสระภายในสวนจิตรลดาเรือใบฝีพระหัตถ์ที่สำคัญลำแรก ทรงต่อเมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๗ เป็นเรือใบประเภทเอนเตอร์ไพรส์  ชื่อเรือราชปะแตน ลำที่สองชื่อเรือเอจี ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๐๘ ทรงต่อเรือใบประเภทโอเค ตามแบบสากล ชื่อเรือนวฤกษ์ และทรงต่อเรือประเภทนี้ต่อมาอีกหลายลำ ได้แก่ เรือเวคา ๑ เรือเวคา ๒ เรือเวคา ๓ นอกจากนี้ยังทรงออกแบบและต่อเรือใบประเภทม็อธ ซึ่งเป็นเรือที่กำหนดความยาวของลำเรือไม่เกิน  ๑๑  ฟุต เนื้อที่ใบไม่เกิน  ๗๕  ตารางฟุตส่วนกว้างของเรือ รูปร่างลักษณะของเรือ ความสูงของเสาเรือออกแบบได้โดยไม่จำกัด วัสดุที่ใช้สร้างเรืออาจทำด้วยโลหะไฟเบอร์กลาสหรือไม่ก็ได้เรือม็อธที่ทรงออกแบบ และทรงต่อด้วยพระองค์เองระหว่าง พุทธศักราช  ๒๕๐๙ - ๒๕๑๐ มี ๓  แบบ พระราชทานชื่อว่า เรือมด  เรือซูเปอร์มดเละเรือไมโครมด เรือใบลำสุดท้ายที่ทรงออกแบบและต่อด้วยพระองค์เอง ในพุทธศักราช  ๒๕๑๐  คือเรือโม้ก เป็นเรือที่ทรงทดลองสร้าง โดยออกแบบให้มีลักษณะผสมระหว่างเรือโอเค และเรือโอเคซูเปอร์มด คือทรงออกแบบให้มีขนาดลำเรือใหญ่กว่าเรือซูเปอร์มด โดยให้มีขนาดใกล้เคียงเรือโอเค ใช้อุปกรณ์เสาและใบของเรือโอเค หลังจากทรงออกแบบเรือโม้กแล้ว  ก็มิได้ทรงออกแบบเรือใบอีก

          อย่างไรก็ดี  ความสนพระราชหฤทัยในด้านการต่อเรือก็มิได้หมดไป หากแต่ได้พระราชทานแนวพระราชดำริอันเป็นประโยชน์แก่กิจการของทหารเรือสืบมา เช่น มีพระราชดำริว่ากองทัพเรือควรจะต่อเรือยนต์รักษาฝั่งไว้ใช้ในราชการเองบ้าง และเมื่อกองทัพเรือได้ดำเนินการต่อเรือตามพระราชดำริ ก็ได้มีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานคำปรึกษาและเอกสารรวมทั้งพระราชทานความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ เช่น ทรงช่วยเหลือโดยติดต่อกับสถาบันวิจัยและทดลองแบบเรือแห่งชาติของประเทศอังกฤษให้ช่วยทดสอบแบบให้จนเป็นที่พอใจ แล้วจึงทำการต่อเรือขึ้นที่กรมอู่ทหารเรือ และเมื่อต่อเรือแล้วเสร็จ จะทำการทดสอบความเร็วเรือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ  ไปทดสอบด้วยพระองค์เอง  ทรงสังเกตอย่างละเอียดถี่ถ้วนและมีพระราชวินิจฉัยอย่างถูกต้องถึงความผิดพลาดที่ยังมีอยู่ จึงได้มีการปรับปรุงแก้ไขจนแล้วเสร็จ เป็นเรือยนต์รักษาฝั่งลำแรกของไทยตั้งชื่อเรือว่า  “ ต. ๙๑”  ต.  หมายถึงประเภท เรือ  ๙ หมายถึงรัชกาลที่ ๙ และ ๑ หมายถึงเป็นลำที่ ๑ ปัจจุบันได้ต่อเรือประเภทนี้ขึ้นในกองทัพเรือแล้วถึง ๙ ลำ และเปลี่ยนชื่อเรือชุดนี้จาก  “เรือยนต์รักษาฝั่ง” เป็น “เรือตรวจการใกล้ฝั่ง”

          พระวิริยะอุตสาหะในการทรงงานช่างของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงกล่าวไว้ในบทพระราชทานสัมภาษณ์ทางสถานีวิทยุจุฬาฯเช่นเดียวกัน มีความว่า “ท่านต้องการให้ทำด้วยตัวเอง ไม่ใช่มีบุญ พอทำอะไรมีคนมาช่วยตลอดเวลา เพราะท่านเอง ท่านทำทุกอย่างด้วยมือ ท่านบอกว่า คนเป็นช่าง  ช่าง หมายถึงงานทำด้วยมือทั้งหลายแหล่  ซึ่งการทำอะไรด้วยมือได้ไม่ใช่หมายความว่า มือทำเอง มันมาจากสมอง  สมองสั่งให้มือทำจึงจะทำได้ งานช่างคืองานที่ผนวกกันระหว่างสมองกับมือ เพราะฉะนั้น ต้องทำเองขีดเอง ลูบคลำมันไป  แล้วมันจะได้จากมือที่ลูบคลำ จากตาที่ดู ย้อนกลับมา”

[กลับหัวข้อหลัก]




[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ช่างวิทยุ
          นอกจากงานช่างไม้และช่างต่อเรือแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงสนพระราชหฤทัยในวิชาการช่างไฟฟ้า และช่างวิทยุที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ด้วยทรงตระหนักในประโยชน์และความสำคัญทางด้านการสื่อสารตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ได้ทรงศึกษาเพิ่มเติมจากการอ่านตำราและทดลองทำ เมื่อเสด็จครองสิริราชสมบัติแล้ว มีพระราชประสงค์จะทรงทราบข่าวคราวความทุกข์สุขของราษฎรที่อยู่ตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ให้รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ สามารถพระราชทานคำแนะนำ และความช่วยเหลือได้แม้จะอยู่ห่างไกล ได้ทรงศึกษาหาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในการสื่อสารทางวิทยุและโทรศัพท์ทรงสามารถตรวจซ่อมปรับแต่งเครื่องวิทยุด้วยพระองค์เองได้ ดังที่พลตำรวจตรี  สุชาติเผือกสกนธ์  อดีตอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลขผู้เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองการสื่อสารกรมตำรวจ และได้เข้าปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจสำนักเวรเมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๑ ปัจจุบัน เป็นผู้อำนวยการโครงการพระดาบสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เขียนเล่าไว้ในเรื่อง “พระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระกูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในด้านการสื่อสารในวารสารสุโขทัยธรรมาธิราช  ปีที่ ๙  ฉบับที่  ๓  เดือนกันยายน - ธันวาคม ๒๕๓๙ หน้า ๑๑ - ๒๗  ว่า  “...พระองค์ท่านทรงห่วงใย และมีพระราชประสงค์จะทรงทราบข่าวคราวทุกข์สุขของพสกนิกรอย่าง ราดเร็วและตรงกับความเป็นจริงเพื่อจะได้ทรงช่วยเหลือบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ได้ทันการณ์ และทรงตระหนักดีว่า การสื่อสารทางวิทยุเป็นสื่ออย่างดีที่จะช่วยให้บรรลุพระราชประสงค์ในเรื่องนี้...”  ได้ทรงใช้เครื่องวิทยุติดต่อในข่ายวิทยุตำรวจแห่งชาติ  ซึ่งมีศูนย์ควบคุมข่ายใช้สัญญาณเรียกว่า “ปทุมวัน”

          ในการใช้เครื่องวิทยุเพื่อสื่อสารนั้น ได้ทรงทดลองและตรวจสอบสายอากาศทุกชนิดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับส่งสัญญาณจากที่ห่างไกล โดยปราศจากเสียงรบกวน ไม่ว่าจะเสด็จพระราชดำเนิน ณ ที่ใด โปรดเกล้าฯ  ให้ผู้มีความรู้ และสนใจในเรื่องสายอากาศเป็นพิเศษเข้าเฝ้าฯ ถวายคำอธิบาย และพระราชทานกระแสพระราชดำริให้ไปทดลองค้นคว้าพัฒนาสายอากาศชนิดที่มีทิศทาง และอัตราขยายกำลังสัญญาณสูงเป็นพิเศษ แล้วโปรดเกล้าฯ พระราชทานแบบให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจนำไปผลิตใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ระบบการสื่อสารของหน่วยงานหนึ่งๆ  ด้วย  ในพุทธศักราช  ๒๕๑๒  สมัยที่ยังไม่มีตำราเกี่ยวกับการพัฒนาสายอากาศใช้ในการติดต่อทางวิทยุระบบ  VHF/FM  ทางไกลได้พระราชทานพระราชกระแสให้พลตำรวจตรี สุชาติ เผือกสกนธ์ ศึกษาหาความรู้และพัฒนาสายอากาศเพื่อการนี้ ได้ทรงทดลองการติดต่อด้วยพระองค์เอง... อาจกล่าวได้ว่าในปัจจุบันนี้ ข่ายการสื่อสารระหว่างเครื่องบินพระที่นั่งกับผู้เกี่ยวข้อง ทั้งบนอากาศและภาคพื้นดินที่เกิดจากแนวกระแสพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  มีประสิทธิภาพสูงมากเมื่อเครื่องบิน Take - off  จะทรงติดต่อได้ทันทีและสามารถติดต่อกับผู้เกี่ยวข้องได้ตลอดเส้นทางเสด็จ ไม่เกิดช่องว่างขาดการติดต่อเลย...”

          นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงสนพระราชหฤทัยในด้านปฏิบัติการสื่อสารแล้วยังทรงสนพระราชหฤทัยด้านงานช่าง เนื่องจากเครื่องรับ-ส่งวิทยุที่ทรงใช้งานเกิดขัดข้องเป็นบางครั้ง เช่น ส่งไม่ออกบ้าง รับฟังได้ไม่ดีบ้าง มีเสียงรบกวนบ้าง ได้ทรงศึกษาสาเหตุของปัญหาขัดข้อง อุปกรณ์และเครื่องมือในการแก้ไข้ จนทรงสามารถตรวจซ่อมปรับแต่งเครื่องวิทยุให้ใช้การได้ดี ทรงปฏิบัติงานนี้ในตอนกลางคืน หลังเสร็จสิ้นพระราชภารกิจประจำวันแล้ว  “... บางครั้งผลเกิดขึ้นไม่เป็นไปตามตำราคู่มือ หรือเป็นสิ่งใหม่ที่ตำรามิได้กล่าวไว้ พระองค์ท่านก็มิได้ย่อท้อยังคงทรงปฏิบัติการต่อไป จนกว่าจะประสบความสำเร็จ ซึ่งมีบางครั้งได้ทรงพบตัวปัญหาเอาเมื่อตอนใกล้สว่าง

[กลับหัวข้อหลัก]

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้เครื่องวิทยุติดต่อสื่อสาร


ทรงใช้เครื่องวิทยุติดต่อทุกแห่งที่เสด็จพระราชดำเนินต่างจังหวัด

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
กังหันน้ำชัยพัฒนา
          ในการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ได้เกิดผลเสียแก่แหล่งน้ำหลายแห่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนผู้อาศัยน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นอย่างมาก ไม่มีหน่วยราชการใดสามารถแก้ไข และบำบัดน้ำเสียในเขตชุมชนของกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่ได้พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำริแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ร่วมมือกันหาวิธีแก้ไข และบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีง่ายๆ และเหมาะสม ได้ทรงประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศทั้งผิวน้ำและในน้ำแบบหมุนช้า พระราชทานชื่อว่า  “กังหันน้ำชัยพัฒนา”  โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ทูลเกล้าฯ  ถวายสิทธิบัตร ในพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ ๒  กรกฎาคม พุทธศักราช  ๒๕๓๖  นับเป็นสิ่งประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศ เครื่องที่ ๙  ของโลกที่ได้รับสิทธิบัตร เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย และเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการรับจดทะเบียน และออกสิทธิบัตรถวายแด่พระมหากษัตริย์
[กลับหัวข้อหลัก]

กังหันน้ำชัยพัฒนา

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นางสาวบุหลง ศรีกนก
• นางสาวสมทรง แสงแก้ว
• นายอุดม จะโนภาษ
• ศาสตราจารย์พิเศษ คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก