ฝ้าย
โดย
นายชูเกียรติ อิถรัชด์ และ นายนาค โพธิแท่น
เสื้อผ้าอาภรณ์ที่เราใช้เป็นเครื่องหุ้มห่อร่างกาย เพื่อให้รอดพ้นจากความร้อนหนาวของธรรมชาติอยู่ในขณะนี้ ส่วนใหญ่ทำขึ้นจากเส้นใยฝ้าย ในสมัยก่อนที่วิทยาศาสตร์ยังไม่เจริญ มนุษย์ทำเสื้อผ้าขึ้นจากเส้นใยธรรมชาติที่ได้จากพืชและสัตว์ เส้นใยจากพืช ได้แก่ เส้นใยฝ้าย เส้นใยจากเปลือกต้นไม้ ได้แก่ ป่าน ปอ ลินิน และเส้นใยจากสัตว์ ได้แก่ ขนสัตว์ เช่น ขนแกะ และใยไหม ต่อมาเมื่อวิทยาศาสตร์เจริญขึ้น จึงมีผู้คิดทำเส้นใยเทียมหรือเส้นใยประดิษฐ์ เช่น เรยองเทโทรอน โพลีเอสเทอร์ อย่างไรก็ตาม เสื้อผ้าที่ทำจากฝ้ายก็ยังเป็นที่นิยม เพราะสวมใส่สบายให้ความอบอุ่น การซึมซับและการถ่ายเทอากาศดีกว่าเส้นใยประดิษฐ์ แม้การผลิตเส้นใยประดิษฐ์จะเจริญก้าวหน้าไปเพียงใดก็ตาม แต่เสื้อผ้าที่ผลิตจากฝ้ายก็ยังมีปริมาณไม่ต่ำกว่า ครึ่งหนึ่งของทั้งหมด ฝ้ายจึงเป็นพืชที่มีความสำคัญต่อมนุษย์เสมอมา
คนไทยรู้จักปลูกฝ้ายเพื่อทอผ้ามาเป็นเวลาหลายร้อยปี ดังปรากฏในสุภาษิต ชาวสุโขทัย และวรรณคดีสมัยอยุธยา จากหลักฐานที่มีอยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ ปรากฏว่า ประเทศไทยเริ่มส่งเสริมให้มีการปลูกฝ้ายตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๓ ในสมัยนั้นประเทศไทยไม่มีอุตสาหกรรมสิ่งทอเอง จึงส่งเสริมเพียงให้ปลูกเพื่อส่งขายเป็นสินค้าออกและใช้ในครัวเรือน พันธุ์ฝ้ายสมัยนั้นก็เป็นฝ้ายพื้นเมือง (Gossypium arboreum) ซึ่งปุยหยาบและสั้น จนกระทั่งมาถึงปี พ.ศ. ๒๔๗๘ กระทรวงกลาโหมได้ตั้งโรงหีบฝ้ายและโรงงานปั่นด้ายขึ้น จึงได้เริ่มส่งเสริมฝ้ายกันขึ้นอีก โดยนำพันธุ์ฝ้ายที่มีคุณภาพดี (Gossypium hirsutum) จากต่างประเทศเข้ามาทดลองปลูก ฝ้ายพันธุ์ที่ส่งเสริมให้กสิกรปลูกสมัยแรก ได้แก่ ฝ้ายพันธุ์เขมร แต่ก็ยังปลูกกันไม่มากนัก จนกระทั่งมาถึงระยะหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ รัฐบาลได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมสิ่งทอขึ้นในประเทศ ซึ่งได้เจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ความต้องการฝ้ายก็มีมากขึ้น ในระยะเดียวกันนี้การปลูกฝ้ายได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจังตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๔ ซึ่งในระยะนั้นประเทศไทยผลิตฝ้ายได้ปีละประมาณ ๓,๐๐๐ ตัน และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๑-๒๕๑๒ ก็สามารถผลิตฝ้ายที่มีคุณภาพดีได้ถึง ๓๖,๐๐๐ ตัน ต่อมาผลิตผลฝ้ายเริ่มลดลง เพราะมีโรคและแมลงศัตรูระบาดมาก จนในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ผลิตฝ้ายได้เพียงประมาณ ๘,๐๐๐ ตัน แต่ความต้องการของอุตสาหกรรมในประเทศมีมากถึงปีละกว่า ๖๐,๐๐๐ ตัน ฉะนั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ประเทศไทยจึงต้องสั่งฝ้ายจากต่างประเทศเข้ามาป้อนโรงงานประมาณ ๘๕,๐๒๗ ตันเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า ๑,๓๔๖ ล้านบาท ฉะนั้น ฝ้ายจึงเป็นพืชที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมาก
|

| ไร่ฝ้าย |
 |
|
|