รูปทรงที่มีผิวหน้าเป็นรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่า เท่ากันทุกหน้า มีเพียง 5 แบบเท่านั้น ดังต่อไปนี้
1. รูปเตตราเฮดรอน (tetrahedron) ลักษณะผิวหน้าเป็นรูปสามเหลี่ยม มีผิวหน้า (face) 4 หน้า จุดยอดมุม (vertex)4 จุด เส้นขอบ (edge) 6 เส้น
2. รูปออคตาเฮดรอน (octahedron) ลักษณะผิวหน้าเป็นรูปสามเหลี่ยม มีผิวหน้า 8 หน้า จุดยอดมุม 6 มุม เส้นขอบ12 เส้น
3. รูปอิโคซาเฮดรอน (icosahedron) ลักษณะผิวหน้าเป็นรูปสามเหลี่ยม มีผิวหน้า 20 หน้า จุดยอดมุม 12 มุม เส้นขอบ 30 เส้น
4. รูปเหลี่ยมลูกบาศก์ (cube) ลักษณะผิวหน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีผิวหน้า 6 หน้า จุดยอดมุม 8 มุม เส้นขอบ 12 เส้น
5. รูปโดเดคาเฮดรอน (dodecahedron) ลักษณะผิวหน้าเป็นรูปห้าเหลี่ยม มีผิวหน้า 12 หน้า จุดยอดมุม 20 มุม เส้นขอบ 30 เส้น
รูปทรงที่มีผิวหน้าเป็นรูปหลายเหลี่ยมด้านเท่าเท่ากันทุกหน้านั้น มีเพียง 5 ชนิดเท่านั้น รูปทรงอื่นๆ นั้นมีอีกมากมายแต่จะไม่มีผิวหน้าเท่ากันเหมือนกันทุกหน้า รูปผลึกต่างๆ ในธรรมชาติล้วนมีลักษณะเป็นทรงรูปเหลี่ยม อัญมณีต่างๆ ที่ช่างได้เจียระไนแล้วก็ล้วนประดิษฐ์ให้เป็นรูปทรงเหลี่ยมทั้งนั้น การหาพื้นที่ผิวและปริมาตรของรูปทรงเหล่านี้ก็อาจจะกระทำได้เช่นกัน
จำนวนผิวหน้า จำนวนจุดยอดมุม และจำนวนเส้นขอบของรูปทรงที่มีหน้าเป็นรูปหลายเหลี่ยมนี้มีความเกี่ยวข้องกัน ผู้ที่สังเกตเห็นความเกี่ยวข้องนี้ และเขียนเป็นทฤษฎีคือ
ออยเลอร์ ทฤษฎีของออยเลอร์กล่าวว่าถ้าให้ F, E และ V แทนจำนวนผิวหน้า จำนวนเส้นขอบ และจำนวนจุดยอดมุมของรูปทรงตามลำดับจะได้ความสัมพันธ์ว่า
E + 2 = F + V เช่น รูปปริซึมที่มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจะมีผิวหน้า 6 หน้า จุดยอดมุม 8 มุม และเส้นขอบ 12 เส้น ดังนั้น F = 6 V = 8 E = 12 จะเห็นได้ว่า 12 + 2 = 6 + 8 ทฤษฎีของออยเลอร์นี้ใช้ได้กับรูปทรงที่มีผิวหน้าเป็นรูปหลายเหลี่ยมทุกชนิด ดังนั้น ถ้าเราทราบค่า F, E และ V เพียงสองค่าเท่านั้น ก็จะหาค่าที่สามได้ทันที
[กลับหัวข้อหลัก]