แม้จะไม่มีสิ่งพิมพ์ใดๆ เหลือมาให้เห็นเป็นหลักฐานว่ามีการพิมพ์หนังสือโดยเครื่องพิมพ์ในสมัยอยุธยา แต่ก็มีเอกสารประกอบหลายชิ้นที่กล่าวถึงการพิมพ์ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาชาติราช เช่น
- ในปี พ.ศ. ๒๒๐๕ (ค.ศ. ๑๖๖๒) สังฆราชชื่อ ลาโน (Mgr. Laneau) ซึ่งเป็นท่านหนึ่งในบรรดามิชชันนารีคาทอลิกที่เข้ามาสอนศาสนาในสมัยนั้น ได้แต่งและพิมพ์หนังสือคำสอนทางคริสต์ศาสนา จำนวน ๒๖ เล่ม หนังสือไวยากรณ์ไทยและบาลี ๑ เล่ม และพจนานุกรมไทยอีก ๑ เล่ม
สังฆราชลาโนได้สร้างศาลาเรียนขึ้นในที่พระราชทานที่ตำบลเกาะมหาพราหมณ์ ตอนเหนือกรุงศรีอยุธยา ทั้งยังได้ตั้งโรงพิมพ์ขึ้นที่โรงเรียนนี้ นัยว่าสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงพอพระทัยการพิมพ์ตามวิธีฝรั่งของสังฆราชลาโน ถึงกับทรงโปรดฯ ให้ตั้งโรงพิมพ์ขึ้นที่เมืองลพบุรีเป็นส่วนของหลวงอีกโรงหนึ่งต่างหาก
- พ.ศ. ๒๒๑๓ (ค.ศ. ๑๖๗๐) มิชชันนารีชื่อปิแอร์ ลองกรัว (Pierre Langrois) คิดจัดตั้งโรงพิมพ์เพื่อพิมพ์หนังสือไทย เพราะเห็นว่ากระดาษในประเทศไทยราคาถูกมากและค่าจ้างคนงานก็ถูกจึงขอให้ทางฝรั่งเศสจัดส่งช่างแกะตัวพิมพ์มาให้เพื่อพิมพ์คำสอนทางคริสต์ศาสนาเป็นภาษาไทย
- พ.ศ. ๒๒๑๗ (ค.ศ. ๑๖๗๔) บาทหลวงลังคลู อาส์ มีจดหมายบอกบุญไปยังหัวหน้ามิชชันนารีต่างประเทศในกรุงปารีส กล่าวถึงเรื่องการพิมพ์เป็นใจความว่า "ถ้าท่านอยากได้รับส่วนแบ่งในการช่วยเผยแผ่พระศาสนาคริสตังให้แพร่หลายในเมืองไทยแล้ว ขอท่านได้โปรดช่วยซื้อหาเครื่องพิมพ์ส่งมาให้สักเครื่องหนึ่งเถิด มิซซังเมืองไทยนี้จะได้มีโรงพิมพ์สำหรับพิมพ์หนังสือเหมือนกับที่เขาทำกันแล้วในเมืองมะนิลาเมืองคูอาและเมืองมะเกานั้น"
- พ.ศ. ๒๒๒๙ (ค.ศ. ๑๖๘๖) ออกพระวิสุทธ์สุนทร (ปาน) ซึ่งต่อมาภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นออกญาโกษาธิบดี เป็นราชทูตที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงส่งไปให้เจริญพระราชไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งประเทศฝรั่งเศส มีเรื่องปรากฏในหนังสือประชุมพงศาวดารภาค ๕๙ เรื่อง
โกศาปานไปฝรั่งเศส ว่าราชทูตได้ไปดูโรงพิมพ์หลวงของฝรั่งเศสซึ่งอยู่ในความดูแลของเมอร์ซิเออร์ เดอครามวาซีช่วงนั้นเป็นฤดูหนาว ทางผู้จัดการโรงพิมพ์ต้อง ตั้งเตาไฟไว้ในที่ต่างๆ เพื่อราชทูตจะได้ดูการพิมพ์โดยสะดวกสบาย เมื่อราชทูตได้ดูการเรียงพิมพ์ได้เห็นช่างเรียงหยิบตัวพิมพ์จากช่องที่เก็บตัวพิมพ์มาเรียงในรางเหล็กที่ถือไว้ในมือซ้ายรวดเร็วจนดูแทบไม่ทัน ราชทูตหยิบตัวพิมพ์ออกมาพิเคราะห์ดูเป็นตัวๆ พร้อมกับซักถามวิธีหล่อตัวพิมพ์และวัสดุที่ใช้ทำ ดูการเข้าหน้าจัดกรอบพิมพ์ ดูแท่นพิมพ์ เวลานั้นโรงพิมพ์หลวงของฝรั่งเศสมีแท่นพิมพ์ ๑๒ แท่น มีช่างพิมพ์ประจำแท่นละ ๒ คน ราชทูตดูแล้วกล่าวว่าทำง่ายเสียจริง ดูเหมือนราชทูตจะทำได้เหมือนกัน แล้วได้ลองพิมพ์ดู ปรากฏว่าพิมพ์ออกมาได้งามเหมือนที่ช่างพิมพ์พิมพ์ จึงเกิดความพอใจมาก ราชทูตได้ดูวิธีผสมหมึก วิธีจัดทำลูกหมึกสำหรับกลิ้งไปมาบนแผ่นกระดาษ และได้ซักถามวิธีทำกระดาษตั้งแต่งต้นจนกระทั่งใช้พิมพ์ได้ สรุปความว่าวันนั้นราชทูตได้ดูเข้าใจในวิธีพิมพ์ วิธีพับกระดาษรวมเข้าเล่ม และเย็บใส่ใบปกเสร็จจนกระทั่งเป็นหนังสือเล่ม ใช้อ่านกันได้ ทั้งยังได้ดูตัวพิมพ์ที่ทำไว้ของหลายชาติหลายภาษา เช่น ตัวพิมพ์อักษรกรีก และตัวพิมพ์อักษรอาหรับที่ทำขึ้นใหม่ราชทูตได้สอบถามว่า "ไม่ได้ทำจำเพาะตัวหนังสือฝรั่งดอกหรือ ถ้าอย่างนี้ตัวหนังสือไทยเห็นจะพิมพ์ขึ้นได้เหมือนกันกระมัง" เมอร์ซิเออร์ เดอ ครามวาซี ตอบว่า "ไม่ว่าภาษาอะไรถ้าตั้งใจอยากทำจริงๆ ก็ทำได้ทั้งนั้น ตัวพิมพ์ภาษาไทยก็คงทำไม่ยาก หากราชทูตจะไปตั้งโรงพิมพ์ขึ้นเองในเมืองไทยก็คงทำได้ง่าย"
- ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชจึงเป็นที่แน่นอนว่ามีคนไทยที่มีโอกาสได้เห็นโรงพิมพ์และวิธีการดำเนินงานทางการพิมพ์ และมีความคิดว่าหนังสือไทยก็น่าจะนำมาพิมพ์ได้แม้จะไม่มีหลักฐานทางกายภาพยืนยันว่ามีการพิมพ์ในสมัยอยุธยา แต่ก็อาจกล่าวได้ว่ามีคนไทยในสมัยอยุธยาที่ได้รู้จักการพิมพ์แล้ว
[กลับหัวข้อหลัก]