สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2 > บรรยากาศ
บรรยากาศ  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
 
บรรยากาศ โดย นาวาเอกเจริญ เจริญรัชต์ภาคย์

         อุตุนิยมวิทยา คือ วิทยาศาสตร์ของบรรยากาศและปรากฏการณ์ต่างๆ ของอากาศ เช่น ฝน พายุ ฟ้าร้อง ฟ้าแลบ เป็นต้น อุตุนิยมวิทยาเป็นวิชาสาขาหนึ่งของวิชาภูมิฟิสิกส์ (geophysics) การศึกษาอุตุนิยมวิทยาต้องอาศัยวิชาคำนวณฟิสิกส์ และข้อมูลที่ได้จากการตรวจอากาศตามระดับต่างๆ บนพื้นดินและตามบริเวณต่างๆ ของโลก

         อุตุนิยมวิทยา แบ่งออกเป็นสาขาใหญ่ๆ ได้ดังต่อไปนี้ คือ
                  อุตุนิยมวิทยาไดนามิก (dynamic meteorology)
                  อุตุนิยมวิทยาแผนที่อากาศ (synoptic meteorology)
                  ภูมิอากาศ (climatology)


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

อุตุนิยมวิทยาไดนามิกและอุตุนิยมวิทยาแผนที่อากาศ
          การศึกษาอุตุนิยมวิทยาไดนามิกและอุตุนิยมวิทยาแผนที่อากาศ  เป็นการศึกษาปรากฏการณ์หรือลักษณะอากาศปัจจุบัน หรือในระยะเวลาใกล้ๆซึ่งเรียกว่า "กาลอากาศ" (weather) ในการศึกษาอุตุนิยมวิทยาไดนามิก  ต้องอาศัยการศึกษากฎและทฤษฎีกลศาสตร์ของของเหลว (fluid mechanics of  hydro-dynamic) เพื่อที่จะนำมาอธิบายพฤติการณ์ของบรร-ยากาศในขณะนั้น   และเพื่อการพยากรณ์อากาศล่วงหน้า ส่วนการศึกษาอุตุนิยมวิทยาแผนที่อากาศนั้นอาศัยการศึกษาข้อมูลตรวจอากาศจากบริเวณกว้างๆเพื่อที่จะทราบสภาวะของบรรยากาศและเพื่อการพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเช่นกัน  หรืออาจกล่าวได้ว่าอุตุนิยมวิทยาไดนามิก เป็นการศึกษาด้านทฤษฎีส่วนอุตุนิยมวิทยาแผนที่อากาศเป็นการศึกษาลักษณะของอากาศในปัจจุบันหรือประจำวัน ซึ่งเรียกว่า "กาลอากาศ"
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ภูมิอากาศ
          ภูมิอากาศหมายถึงการศึกษาสภาพของบรร-ยากาศ ลมฟ้าอากาศ หรืออากาศประจำถิ่นของบริเวณใดบริเวณหนึ่ง เพื่อที่จะนำไปช่วยในการพยากรณ์อากาศและนำไปใช้เป็นประโยชน์ในกิจการต่างๆ จากคำอธิบายนี้ จะเห็นได้ว่า  ภูมิ-อากาศก็คือผลเฉลี่ยระยะยาวของอุณหภูมิ ฝน ลมและสารประกอบอุตุนิยมวิทยาอื่นๆ ของกาลอากาศนั่นเอง หรืออาจจะกล่าวได้ว่า กาลอากาศ คือพฤติ-การณ์หรือปรากฏการณ์ของกาลอากาศปัจจุบัน ส่วนภูมิอากาศเป็นผลเฉลี่ยของกาลอากาศในระยะยาว (ตามธรรมดาตั้งแต่ ๓๐ หรือ ๓๕ ปีขึ้นไป) ตัวอย่างเช่น  วันนี้ กาลอากาศของกรุงเทพมหานครมีฝนตกส่วนกรุงเทพมหานครนั้น อยู่ในภูมิอากาศของโซนร้อนและชื้น เป็นต้น


[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ทำไมเราจึงต้องศึกษาอุตุนิยมวิทยา
          อากาศซึ่งหุ้มห่อโลกของเราเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งอย่างหนึ่งสำหรับการดำรงชีวิต  เพราะมนุษย์จำเป็นต้องใช้อากาศสำหรับหายใจ จึงจะมีชีวิตอยู่ได้ นอกจากนี้ธุรกิจประจำวันเกือบทุกๆ อย่างของมนุษย์ย่อมขึ้นอยู่กับภาวะของอากาศเสมอ ในธุรกิจบางอย่างภาวะของอากาศมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเพียงเล็กน้อยแต่ในธุรกิจบางอย่าง ภาวะของอากาศมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่มาก บางครั้งอากาศอาจจะทำให้เกิดภัยอันตรายและความเสียหายได้มาก หรืออาจจะทำให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ฉะนั้นไม่ว่าเราจะประกอบอาชีพอะไร อากาศย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชีพนั้นเสมอไม่มากก็น้อย เช่น
          ถ้าเราเป็นเกษตรกร เราย่อมอยากจะทราบว่าดินฟ้าอากาศในบริเวณนั้นๆ เป็นอย่างไร มีฝนมากน้อยเพียงใด การกระจายของฝนตกเป็นอย่างใด และพืชที่เราจะทำการเพาะปลูกนั้น เหมาะสมกับสภาวะของอากาศในบริเวณนั้นหรือไม่
          ถ้าเราทำงานที่เกี่ยวข้องกับการบิน เราย่อมต้องการทราบสภาวะของอากาศในขณะที่จะออกบินเพราะความปลอดภัยในการเดินทางขึ้นอยู่กับสภาวะของอากาศด้วย บริการอุตุนิยมวิทยาสำหรับการบินจึงมีไว้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารและอีกประการหนึ่งเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินอากาศ ข่าวอุตุนิยมวิทยานั้นมีประโยชน์ต่อการบินหลายอย่าง นับตั้งแต่การวางแผนการบินสำหรับระยะทางไกลจนถึงการให้คำแนะนำชี้แจงลักษณะอากาศแก่นักบินทุกๆ ครั้งที่บิน สำหรับการบินระหว่างประเทศ หน่วยอุตุนิยมวิทยามีบริการข่าวอากาศ ซึ่งจัดทำเป็นแผนที่และภาพต่างๆ พร้อมด้วยคำอธิบายชี้แจงและแนะนำอย่างย่อๆ เพื่อให้ความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่และนักบิน เพราะในการพิจารณาถึงสภาวะอากาศสำหรับเส้นทางบินนั้น สารประกอบอุตุนิยมวิทยา เช่น อุณหภูมิ ทิศ และความเร็วลมทัศนวิสัย ความสูงของฐานเมฆ ความปั่นป่วนของอากาศ เหล่านี้มีผลกระทบกระเทือนต่อประสิทธิภาพของเครื่องบิน บางครั้งอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตหรือทำให้ทรัพย์สินเสียหายได้อย่างมาก
          การดำเนินกิจการของโครงการอวกาศก็เช่นกันต้องอาศัยการพยากรณ์อากาศอย่างแม่นยำ เพราะการที่จะส่งจรวดขึ้นไปต้องอาศัยลักษณะอากาศที่ดีไม่มีพายุแรงหรือฝน  และการที่นักบินอวกาศจะกลับลงมายังพื้นดินได้ เจ้าหน้าที่ของศูนย์อวกาศบนพื้นดินต้องเตรียมหาบริเวณพื้นที่ที่อากาศดีไม่มีฝน ไม่มีพายุรุนแรง มิฉะนั้นอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตของนักบินอวกาศได้
          ในบางครั้งลักษณะอากาศที่เลวร้ายได้นำผลเสียหายมาสู่ประเทศชาติต่างๆ ได้เสมอ เช่น พายุไต้ฝุ่น เป็นต้น เมื่อพายุไต้ฝุ่นนี้ผ่านไปในบริเวณใดอาจจะทำให้ประชาชนในบริเวณนั้นเสียชีวิตเป็นจำนวนร้อย  และทรัพย์สมบัติเสียหายเป็นเงินหลายร้อยล้านบาทได้ เช่น เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๓ พายุไซโคลนพัดเข้าประเทศบังคลาเทศ ทำให้ประชาชนตายประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ คน
[กลับหัวข้อหลัก]

ภาวะอากาศเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของมนุษย์ทุกด้าน

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
บรรยากาศทำหน้าที่เป็นร่มกำบัง
          นอกจากความสำคัญหลายประการของอากาศดังที่ได้กล่าวมาแล้ว บรรยากาศยังทำหน้าที่เป็นร่มบังรังสีที่ร้อนแรงจากดวงอาทิตย์ โดยบรรยากาศชั้นสูงได้ดูดรังสีอัลตราไวโอเลต (ultraviolet) ไว้เกือบ หมด รังสีคลื่นสั้นนี้เป็นอันตรายต่อพืชและผิวหนังของมนุษย์ ยิ่งกว่านั้นในเวลากลางคืนบรรยากาศซึ่งมีไอน้ำอยู่ด้วย ยังทำหน้าที่เป็นร่มหรือหลังคากั้นความร้อน ซึ่งจะหนีออกไป จากโลกได้ด้วย ถ้าหากว่าไม่มีบรรยากาศแล้ว อุณหภูมิของโลกคงคล้ายอุณหภูมิของดวงจันทร์ คือในเวลากลางวันอุณหภูมิสูงสุดของโลกอาจจะพุ่งขึ้นสูงกว่า ๑๐๐ องศาเซลเซียส* และในเวลากลางคืนอุณหภูมิต่ำสุดของโลกจะดิ่งลงต่ำถึง -๑๘๐ องศาซลเซียล ในลักษณะเช่นนี้บรรยากาศจึงทำหน้าที่คล้ายกับเรือนกระจกที่ใช้ปลูกต้นไม้เมืองร้อนในเขตหนาว  คือเรือนกระจกยอมให้รังสีคลื่นสั้นจากดวงอาทิตย์ผ่านเข้ามาได้ แต่จะกั้นความร้อนของโลกซึ่งเป็นรังสีคลื่นยาวไม่ให้ออกไปจากเรือนกระจก ฉะนั้น ภายในเรือนกระจกจึงอบอุ่นอยู่เสมอ สามารถทำให้ต้นไม้เมืองร้อนเติบโตในเขตหนาวได้
          นอกจากนี้แล้ว อาจจะกล่าวได้ว่าบรรยากาศยังทำหน้าที่เป็นตะแกรงใสหรือเครื่องรับการตกของอุกกาบาต  แล้วทำให้อุกกาบาตเกิดการเผาไหม้ด้วยในวันหนึ่งๆ อาจจะมีผงอุกกาบาตตกมายังโลกได้ถึง ๑๐๐ ล้านเม็ด อุกกาบาตนี้มีตั้งแต่เม็ดเล็กมากๆ จนถึงขนาดใหญ่ แต่ส่วนมากอุกกาบาตเหล่านี้จะถูกเผาไหม้หมดไปด้วยความร้อนซึ่งเกิดจากการเสียดสีกับบรรยากาศ

*เซลเซียส (Celsius) ชื่อหน่วยอุณหภูมิ เดิมเรียกว่า เซนติเกรด ต่อมาเปลี่ยนเป็นเซลเซียสเพื่อเป็นเกียรติคุณแก่ แอนเดอรส์ เซลซิอัส (Anders Celsius, ค.ศ. ๑๗๐๑-๑๗๔๔, นักดาราศาสตร์ชาวสวีเดน) ผู้คิดมาตราอุณหภูมิเซลเซียสขึ้น

[กลับหัวข้อหลัก]

ตารางส่วนประกอบของบรรยากาศในชั้นโทรโพสเฟียร์

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
กลจักรบรรยากาศ

          ดวงอาทิตย์ โลก บรรยากาศ และไอน้ำ ทั้ง ๔ สิ่งนี้ เป็นองค์ประกอบใหญ่ของกลจักรบรรยากาศ (atmospheric engine) อันมหึมา ซึ่งทำให้เกิดการหมุนเวียน (circulation) และเกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ของบรรยากาศหรือกาลอากาศ (weather phenomena) ขึ้นในโลกของเรา ดวงอาทิตย์ทำหน้าที่คล้ายเป็นเตาเชื้อเพลิง ส่งความร้อนมายังพื้นโลก บริเวณพื้นโลกที่ได้รับความร้อนมากกว่า เช่น ที่บริเวณศูนย์สูตรก็จะทำให้บรรยากาศของบริเวณนั้นร้อนขึ้น เกิดการขยายตัว  และลอยสูงขึ้นไป อากาศในบริเวณพื้นโลกที่ได้รับความร้อนน้อยกว่าและเย็นกว่าก็จะเคลื่อนตัวเข้ามาแทนที่ กรรมวิธีนี้ทำให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศขึ้น นอกจากนี้แล้ว การหมุนรอบตัวของโลกประมาณทุกๆ ๒๔ ชั่วโมง การเอียงของแกนหมุนของโลก การโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ประมาณ๓๖๕ ๑ / วัน รวมทั้งคุณสมบัติและความแตกต่างของผิวพื้นดินและพื้นน้ำของโลก ทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะทำให้การหมุนเวียนของบรรยากาศ ภูมิอากาศและปรากฏการณ์ของบรรยากาศเกิดความยุ่งยากขึ้นนานาประการ และแตกแยกออกไปเป็นหลายต่อหลายชนิด เช่น ลม ฝน พายุฟ้าคะนอง พายุไต้ฝุ่น เป็นต้น


[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ส่วนผสมของบรรยากาศ
          บรรยากาศหรืออากาศที่หุ้มห่อโลกคือส่วนผสมของก๊าซต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยก๊าซไนโตร-เจนและออกซิเจน ส่วนก๊าซชนิดอื่นๆ นั้นมีจำนวนน้อย ซึ่งจะเห็นได้จากตารางในหน้า ๗๔
          จากด้านซ้ายของตาราง จะเห็นว่า ส่วนประกอบของบรรยากาศบริสุทธิ์และแห้ง ซึ่งไม่มีไอน้ำปนอยู่เลย ประกอบด้วยก๊าซไนโตรเจนประมาณร้อยละ ๗๘ ออกซิเจนร้อยละ ๒๑ และก๊าซอื่นๆ อีกประมาณร้อยละ ๑ ส่วนทางด้านขวาของตารางเป็นส่วนประกอบของอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ เราต้องสังเกตสิ่งสำคัญในข้อที่ว่า บรรยากาศชื้นจะมีไอน้ำปนอยู่ได้ตั้งแต่ร้อยละ ๐ ถึง ๔ และปริมาณไอน้ำระหว่างร้อยละ ๐ ถึง ๔ นี้ จะมีส่วนสำคัญยิ่งในการเกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ของบรรยากาศ เช่นปรากฏการณ์ฝนตก พายุไต้ฝุ่น ฟ้าแลบ ฟ้าร้องเหล่านี้เป็นต้น
[กลับหัวข้อหลัก]

ส่วนผสมของอากาศแห้ง แสดงเป็นร้อยละของปริมาตรโดยไม่รวมไอน้ำซึ่งมีจำนวนไม่แน่นอนอยู่ด้วย

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
สมดุลความร้อนของโลกและบรรยากาศ
          จากการศึกษาภูมิอากาศของโลกและจากการศึกษาประวัติของธรณีวิทยาเป็นล้านๆ ปี เราจะพบว่าภูมิอากาศของโลกได้เคยเย็นลงจนเกิดเป็นยุคน้ำแข็ง (ice age) และอุ่นขึ้นเป็นครั้งคราว  การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลกในระยะยาวๆ เช่นนั้น อาจเป็นเพราะการเปลี่ยน แปลงของความร้อนที่มาจากดวงอาทิตย์ หรือเพราะรังสีที่แผ่ออกไปจากโลก ซึ่งก็ยังไม่มีทฤษฎีที่จะอธิบายให้แน่นอนลงไปได้ อย่างไรก็ดี ถ้าเราพิจารณาถึงอุณหภูมิของโลกในระยะเพียง๑๐๐ ถึง ๑,๐๐๐ ปี จะเห็นว่าอุณหภูมิของโลกค่อนข้างจะคงที่ ทั้งนี้แสดงว่ารังสีที่โลกได้รับจากดวงอาทิตย์และรังสีที่โลกส่งออกไปยังนอกโลก(อวกาศ) นั้นสมดุลกัน  คือโลกรับรังสีไว้เท่าใดก็ส่งคลื่นกับออกไปอวกาศเท่านั้น เพราะเหตุนี้โลกจึงไม่ร้อนขึ้นหรือเย็นลง เพราะถ้าหากว่าโลกรับรังสีไว้มากกว่าส่งออกไป นานๆ เข้าโลกจะต้องร้อนขึ้นแน่นอน
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
โทรโพสเฟียร์
          บรรยากาศของโลกถูกแบ่งออกเป็นหลายชั้นแต่ละชั้นก็มีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างกัน  ชั้นของบรรยากาศที่ติดอยู่กับพื้นโลกเรียกว่า "ชั้นโทรโพส-เฟียร์" (troposphere) ในชั้นนี้เป็นชั้นซึ่งมีปรากฏการณ์ของกาลอากาศเกิดขึ้น เช่น ฝน เมฆ พายุต่างๆ อุณหภูมิของบรรยากาศในชั้นนี้ลดลงตามความสูงที่เพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยอุณหภูมิในชั้นโทรโพสเฟียร์จะลดลงประมาณ ๖.๕ องศาเซลเซียลต่อ ๑ กิโลเมตรการลดลงของอุณหภูมิกับความสูงนี้ เรียกว่า "อัตราการเปลี่ยนของอุณหภูมิตามความสูง" (temperaturelapse rate) เขตของโทรโฟสเฟียร์ที่บริเวณเส้นศูนย์สูตรสูงประมาณ ๑๖ ถึง ๑๗ กิโลเมตร และที่บริเวณขั้วโลกประมาณ ๘ ถึง ๑๐ กิโลเมตร สุดเขตของโทรโฟสเฟียร์ เรียกว่า "โทรโพพอส" (tropopause)ในบริเวณเส้นศูนย์สูตรอุณหภูมิที่โทรโพพอสเย็นราวๆ  -๘๐ องศาเซลเซียส และในบริเวณขั้วโลกอุณหภูมิที่โทรโพพอสเย็นราวๆ -๕๕ องศาเซลเซียล
   


[กลับหัวข้อหลัก]

ตารางส่วนประกอบของบรรยากาศในชั้นโทรโพสเฟียร์

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
สตราโทรเฟียร์
          บริเวณที่สูงจากโทรโพพอสขึ้นไปมีชื่อว่า ชั้นสตราโทสเฟียร์ (stratosphere)  เป็นชั้นบรรยากาศที่อุณหภูมิไม่ลดลงตามความสูง  ในชั้นสตราโทสเฟียร์บรรยากาศค่อนข้างเรียบและไม่ค่อยมีความปั่นป่วนมาก สุดเขตของสตราโทสเฟียร์เรียกว่า "สตราโท-พอส" (stratopause) สูงราวๆ ๕๕ กิโลเมตรจากพื้นดิน และเป็นระดับซึ่งเริ่มมีก๊าซโอโซนในบรรยากาศก๊าซโอโซนสามารถดูดรังสีอัลตราไวโอเลตไว้ได้มากจึงทำให้รังสีของดวงอาทิตย์ที่ผ่านมายังพื้นโลกไม่เป็นอันตรายต่อพืชและมนุษย์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เมโซสเฟียร์
          เมื่อเราขึ้นไปสูงกว่าสตราโทรพอส อุณหภูมิของบรรยากาศจะลดลงตามความสูง และบริเวณนี้มีชื่อเรียกว่า "เมโซสเฟียร์" ยอดของบริเวณนี้เรียกว่า  "เมโซพอส" (mesopause) ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินประมาณ๗๐ ถึง ๘๐ กิโลเมตร อุณหภูมิที่เมโซพอสเย็นราวๆ -๑๔๐ องศาเซลเซียส
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เทอร์มอสเฟียร์
          สูงขึ้นไปจากระดับเมโซพอส อุณหภูมิของบรรยากาศจะร้อนขึ้นรวดเร็วตามความสูง บรรยา-กาศในบริเวณนี้มีชื่อว่า "เทอร์มอสเฟียร์" (thermos-phere) ความร้อนในบริเวณนี้เกิดจากปรมาณูออกซิเจนซึ่งดูดรับรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ ก๊าซในบรรยากาศนี้เริ่มมีการแตกแยกเป็นอิเล็กตรอนและไอออน (ion) ขึ้น  ไอออนคืออนุภาคอิสระซึ่งมีประจุไฟฟ้าบวกหรือลบ ฉะนั้นบางทีเราเรียกบริเวณเทอร์มอสเฟียร์ว่า "ไอโอโนสเฟียร์"  (ionosphere)
         ชั้นไอโอโนสเฟียร์ ยังแบ่งออกไปอีกคือ
         ชั้นดี   (D-layer) สูง  ๔๐ ถึง ๑๐๐ กิโลเมตร
         ชั้นอี   (E-leyer) สูง ๑๐๐ ถึง ๑๕๐ กิโลเมตร
         ชั้นเอฟ  (F-layer) สูง ๑๕๐ ถึง ๒๔๐ กิโลเมตร
         ชั้นไอโอโนสเฟียร์เป็นชั้นที่มีความสำคัญในการสื่อสารในระยะไกลๆ เพราะบรรยากาศชั้นนี้สามารถสะท้อนคลื่นของวิทยุได้ ทำให้สามารถส่งสัญญาณคลื่นวิทยุได้ระยะทางไกลๆ เป็นพันๆ กิโลเมตร ไปยังสถานีรับอีกแห่งหนึ่งได้
         จากระดับสูงกว่า ๘๐๐ กิโลเมตรขึ้นไป เราเรียกว่า ชั้นเอกโซเฟียร์ (exosphere) ซึ่ง "แนวรังสีแวนแอลเลน" (Van Allen radiation belts) ก็รวมอยู่ในชั้นนี้ด้วย บรรยากาศในชั้นนี้มีปรมาณูหรืออณูของก๊าซอยู่แยกกันและไม่ค่อยจะมีการปะทะกัน
         เราควรทราบด้วยว่า ความกดของอากาศและความแน่นของอากาศนั้นลดลงตามระดับความสูงภายใต้ระดับ ๕๐ กิโลเมตร น้ำหนักของบรรยากาศมีปริมาณร้อยละ ๙๙.๙ ของบรรยากาศทั้งหมดของโลก ฉะนั้น ระยะที่สูงจากระดับ ๕๐ กิโลเมตรขึ้นไปจะมีน้ำหนักของบรรยากาศเหลือเพียงร้อยละ ๐.๑ เท่านั้น
         น้ำหนักของบรรยากาศทั้งโลกมีประมาณ ๕.๗  x ๑๐๑๕ ตัน และความแน่นของบรรยากาศที่ผิวพื้นโลกมีประมาณ ๐.๐๐๑๒ กรัม ต่อ ๑ ลูกบาศก์เซน-ติเมตร หรือประมาณ ๑/๑,๐๐๐ของความหนาแน่นของน้ำ
[กลับหัวข้อหลัก]

กราฟแสดงความสัมพันธ์ของชั้นต่างๆ ของบรรยากาศ อุณหภูมิและปรากฏการณ์บางอย่างตามระดับต่างๆ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายปราโมทย์ ทัศนาสุวรรณ

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การจำแนกและจัดลำดับหมวดหมู่ของสัตว์
การตรวจอากาศ
การถลุงโลหะ
พระบรมรูปทรงม้า
ระดับการศึกษา
เราจะเขียนชื่อวิทยาศาสตร์ของสัตว์อย่างไร
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
หัวข้อหลักในการจำแนกสัตว์
อุปกรณ์ขยายขอบเขตของสัมผัส
อุปกรณ์สำหรับใช้หยั่งขอบเขตของสัมผัส
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2 > บรรยากาศ