สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8 > นมแม่
นมแม่  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
 
นมแม่ โดย นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา

          เต้านมหญิงเมื่อเป็นสาว จะประกอบด้วยต่อมสร้างน้ำนมจำนวนมาก จากต่อมนี้จะมีท่อส่งน้ำนมรวมกันประมาณ ๑๕ -๒๐ ท่อ มาที่หัวนม ก่อนจะถึง หัวนมนี้จะป่องเป็นกระเปาะอยู่ตรงบริเวณลานหัวนม (บริเวณที่มีสีคล้ำที่ผิวหนังรอบๆ หัวนม)เมื่อมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น เต้านมจะมีการเจริญเติบโตขึ้นจากอิทธิพลของฮอร์โมนเอสโทรเจน และโพรเจสเทอโรน โดยเอสโทรเจนกระตุ้นให้มีการเติบโตของท่อ และระบบการหลั่งเก็บน้ำนม ส่วนโพรเจสเทอโรนช่วยให้มีการเจริญเติบโตของต่อมสร้างน้ำนม
           จำนวนการหลั่งของนมแม่มีแตกต่างกันแต่ละบุคคล หากได้รับการแนะนำ และปฏิบัติตามแล้ว จำนวนน้ำนมที่หลั่งจะเพียงพอสำหรับเลี้ยงลูก ตั้งแต่แรกเกิดจนอายุประมาณ ๕-๖  เดือน ปัจจัยสำคัญที่จะต้องคำนึง คือ
           ๑. สภาพโภชนาของแม่ แม่จำเป็นต้องได้รับอาหารเพียงพอสำหรับตนเอง และเด็กในครรภ์ ตลอดจนสะสมไว้สำหรับสร้างน้ำนมหลังคลอด ดังนั้นแม่ เมื่อก่อนคลอดจะมีน้ำหนักเพิ่มจากก่อนตั้งครรภ์ประมาณ ๑๒ กิโลกรัม น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจะเป็นน้ำหนักของลูก รกและน้ำคร่ำ ประมาณ ๔  กิโลกรัมอีกประมาณ ๔-๖ กิโลกรัม จะสำรองไว้สำหรับการสร้างน้ำนมในรูปแบบของไขมัน หรือประมาณ ๓๖,๐๐๐ แคลอรี พลังงานจำนวนนี้สามารถจะใช้ช่วยในการสร้างน้ำนมได้ประมาณ ๓๐๐ แคลอรีต่อวันเป็นเวลาถึง ๔ เดือน ดังนั้น หากแม่ไม่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเอง จะเป็นสาเหตุให้อ้วนเกินแม่ที่ได้รับสารอาหารที่มีคุณค่าและจำนวนเพียงพอจะหลั่งน้ำนมได้มาก ส่วนคุณภาพของสารอาหารที่สำคัญของนม เช่น โปรตีน ไขมัน และน้ำตาลนั้นใกล้เคียงกัน มีจำนวนไขมันและวิตามินบางอย่างซึ่งพบว่ามีสูงในแม่ที่มีสภาพโภชนาการดี
           ๒. ปัจจัยด้านฮอร์โมน การหลั่งน้ำนมจะถูกควบคุม โดยต่อมไร้ท่อในร่างกาย ซึ่งจะหลั่งฮอร์โมนหลายชนิด เช่น โปรแล็กติน เป็นฮอร์โมนที่หลั่งจากต่อมพิทูอิทารีซึ่งอยู่ในสมองส่วนหน้า นับได้ว่าเป็นกุญแจของฮอร์โมนของการหลั่งน้ำนม ตั้งแต่เริ่มต้นและต่อๆ มา ขณะที่เด็กยังไม่คลอด โปรแล็กติน จะถูกควบคุมโดยสารป้องกันการหลั่งของนม ซึ่งสร้างโดยไฮโปทาลามัสของสมอง ดังนั้น น้ำนมจึงไม่ไหลก่อนคลอดนอกจากระยะสามเดือนหลังของการตั้งครรภ์จะมีน้ำนมเหลือง(Colostrum)เป็นน้ำใสสีเหลืองออกเล็กน้อยเมื่อนวดและบีบเบาๆ    
          บริเวณลานหัวนม อิทธิพลของฮอร์โมนต่อการหลั่งน้ำนมมี ๒ รูปแบบ คือ
                      ๒.๑ การหลั่งโดยตรง
เมื่อเด็กดูดนมบริเวณหัวนมและลานหัวนม จะมีเส้นประสาทเลี้ยงอย่างมากมาย ผลของการกระตุ้นที่ปลายประสาทจะส่งกระแสไปยังไฮโปทาลามัส และ จากไฮโปทาลามัสมีกระแสกระตุ้นมายังต่อมพิทูอิทารีทั้งส่วนหน้าและหลัง จากส่วนหน้า โปรแล็กตินจะหลั่งออก ทำให้ต่อมสร้างน้ำนมหลั่งน้ำนมเพื่อทดแทนนมที่เด็กดูดออกไป
                      ๒.๒ การไหลของน้ำนมเอง การที่ต่อมพิทูอิทารี ส่วนหลังถูกกระตุ้นโดยไฮโปทาลามัสก็จะหลั่ง  "ออกซีไทซิน"ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อของเยื่อบุของต่อมน้ำนม ช่วยให้มีการขับน้ำนมมาตามท่อทำให้ไหลสะดวกมากขึ้นนอกจากแรงดูดของเด็ก ดังจะเห็นว่าขณะที่เด็กดูดนมจากเต้าหนึ่งแล้ว  ยังมีน้ำนมไหลเองเล็กๆ น้อยๆ จากอีกเต้าหนึ่ง 
           ๓. ปัจจัยทางจิตใจ ตั้งแต่ดั้งเดิมและปัจจุบันในชุมชนชนบท การเลี้ยงลูกต้องอาศัยนมแม่อย่างเดียว ไม่มีนมอื่นมาทดแทน แม่จึงใช้เลี้ยงลูกจนอายุ ๑ ๑๒ - ๒ ปี หรือจนกระทั่งตั้งครรภ์ใหม่ การปฏิบัติดังนี้ ก่อให้เกิดความสุขและความพึงพอใจ ทั้งแม่และลูกกระชับความสัมพันธ์ยิ่งขึ้น ปัจจุบันในชุมชนเขตเมืองแม่มีความจำเป็นต้องทำงาน มีความเครียดอีกทั้งมีนมอื่นทดแทน นับเป็นอิทธิพลที่สำคัญในด้านลบต่อการกระตุ้น "ไฮโปทาลามัส" เป็นเหตุให้การหลั่งน้ำนมลดลงได้ ดังนั้นความพร้อมและความเข้าใจถึงประโยชน์ของนมแม่ ตลอดจนการสนับสนุนของผู้ใกล้เคียง เช่น พ่อ ปู่ ย่า ตา ยาย ฯลฯ สามารถ ทำให้แม่มีความมั่นใจ และสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมตนเองได้สำเร็จ


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

ลักษณะและการหลั่งของนมแม่

          ภายหลังคลอด จะมีน้ำนมสีเหลืองข้น มีโปรตีนสูงจำนวนเล็กน้อยในวันแรก น้ำนมสีเหลืองมีประโยชน์มากเพราะมีส่วนประกอบของ "อิมมูโนโกลบูลิน" ที่จะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแก่เด็กที่ได้รับ โดยเฉพาะภูมิคุ้มกันโรคของระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ ลดอัตราโรคท้องร่วงและปอดอักเสบได้ ภายหลัง ๒๔-๔๘ ชั่วโมง ฮอร์โมนจะช่วยทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของเต้านมอย่างรวดเร็ว มีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น เต้านมจะขยายตัวมากขึ้นและตึง มีการหลั่งน้ำนมเพิ่มขึ้น นมที่ไหลออกมาจะมีสีจางลงเป็นสีขาวขุ่น จำนวนนมจะหลั่งออกเต็มที่ประมาณวันที่ ๖-๗ หลังคลอด ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของเด็กในการเติบโตด้วย

 ตารางแสดงส่วนประกอบของนมแม่ เปรียบเทียบกับนมวัว

ส่วนประกอบ

นมแม่

นมวัว

  โปรตีน (กรัม %)
  ไขมัน (กรัม %)
  คาร์โบไฮเดรต (กรัม %)
  แคลเซียม (มิลลิกรัม %)
  ฟอสฟอรัส (มิลลิกรัม %)
  โซเดียม (มิลลิกรัม%)
  พลังงาน (แคลอรี / ๑๐๐ มิลลิลิตร)

๑.๒
๓.๘
๗.๐
๓๓
๑๕
๑๕
๖๗

๓.๓
๓.๗
๔.๘
๑๒๕
๙๖
๕๘
๖๖

ส่วนประกอบของนม ตามธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงลูก
          ด้วยนมแม่แต่ละชนิดแตกต่างกัน สุดแต่ชนิดของสัตว์ที่จะใช้ในการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ สำหรับข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างนมแม่กับนมวัว (มักจะใช้เป็นนมทดแทนนมแม่) นั้น ก็คือโปรตีนของนมวัวมากกว่า แต่เด็กไม่สามารถจะย่อยได้ โดยที่ส่วนประกอบของโปรตีนในนมวัวเป็นเคซีอีน น้ำตาลของนมแม่จะเป็นชนิดแล็กโทสแทนทั้งสิ้น และมีจำนวนมากกว่า ส่วนไขมันถึงแม้จะมีจำนวนเท่ากันแต่ไขมันของนมแม่เป็นชนิดไม่อิ่มตัว เด็กย่อมได้ง่ายกว่า ถึงแม้ปัจจุบันมีการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่พยายามเปลี่ยนแปลงนมวัวให้มีส่วนประกอบต่างๆ คล้ายนมแม่ แต่ก็ยังไม่สามารถจะทำได้ครบทุกส่วนประกอบ ดังนั้นจึงไม่สามารถจะใช้ทดแทนนมแม่ได้
          พอที่จะสรุปได้ว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นการเลี้ยงตามธรรมชาติที่ถูกต้องและไม่สิ้นเปลือง  เพิ่มความสัมพันธ์และความรักระหว่างแม่กับลูก ลดอัตราเจ็บป่วยโดยเฉพาะโรคท้องร่วง  และขาดอาหารให้วัยทารก โรคภูมิแพ้ และโรคอ้วนเมื่อเติบโตขึ้นลดน้ำหนักแม่โดยตรงภายหลังคลอด และทำให้ระยะเวลาตั้งครรภ์ห่างได้


[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การให้นมลูก

          ขณะเริ่มให้ลูกดูดนม ควรจะอยู่ในระยะที่สบาย ไม่มีกังวลทั้งแม่และลูก เพราะระหว่างให้นมลูกไม่เพียงแต่ให้อาหาร  ลูกเท่านั้น ยังให้โอกาสที่แม่และลูกได้หยอกล้อและใกล้ชิดกันอย่างมีความสุข เสริมความรักและความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันท่าที่เหมาะสม คือนั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักและมีที่รองเท้า เด็กอยู่ในอ้อมแขน สำหรับหลังคลอดใหม่ๆ อาจจะนอนตะแคงให้ก็ได้ เมื่อริมฝีปากของเด็กกระทบหัวนม ความรู้สึกนี้จะทำให้เด็กหันปากมาอ้าปากดูดนมตามธรรมชาติ มีบางคราวอาจจะต้องช่วยจับหัวนมให้จ่อที่ปากเด็ก และขยับท่าให้เหมาะสมเพื่อให้ปากเด็กกระชับกับเต้านม
          การจะให้นมลูกเมื่อใด และแต่ละครั้งนานเท่าใดนั้นตัวแม่และลูกเองเป็นผู้กำหนด ปกติประมาณ ๓-๔ ชั่วโมงต่อครั้ง เมื่อเด็กหิว แม่จะสังเกตได้ โดยมากเป็นเวลาหลังตื่นและ มีกิริยาแสดงว่าหิว ก่อนที่จะร้องก็เริ่มให้ได้เลย ภายหลังดูดได้ประมาณ ๕ นาที เด็กก็จะได้นมประมาณ ๓๔ ของความต้องการแล้ว การดูดนมจะเป็นเวลาให้แม่และเด็กมีความสุข และกระตุ้นการสร้างน้ำนมเพื่อเตรียมไว้คราวต่อไปจึงมักจะให้เวลาทั้งสิ้นประมาณ ๑๕-๒๐ นาที หลังจากนั้นควรจะจับเด็กนั่งหรือพาดบ่าตบหลังเบาๆ เพื่อให้เด็กเรอเอาลมออก ถ้าจับนอนทันทีเด็กมักขย้อน การดูดแต่ละครั้งดูดจากเต้าเดียวก็เพียงพอครั้งต่อไป จึงสลับข้างกัน


[กลับหัวข้อหลัก]

การให้ทารกดูดนมแม่อย่างมีความสุข ควรให้ปากเด็กกระชับกับเต้มนม

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การดูแลเต้านม

          การให้ลูกดูดนมเป็นธรรมชาติ ถึงแม้หัวนมและลานหัวนม จะมีปลายประสาทมาเลี้ยงอย่างมากและบอบบางก็ตามธรรมชาติได้สร้างให้มีต่อมน้ำมันอยู่บริเวณลานหัวนม น้ำมันจะช่วงป้องกันบริเวณหัวนมขณะเด็กดูด การใช้น้ำสะอาดล้างหัวนมก่อนและหลังดูดก็เป็นการเพียงพอ ขณะอาบน้ำไม่ควรใช้สบู่ฟอกหัวนมมากเพราะจะล้างน้ำมันออกทำให้หัวนมแห้งและแตกได้ การใส่ยกทรงจะช่วงป้องกันนมคัดได้ แต่ต้องเป็นยกทรงที่ไม่รัด ควรเป็นแบบที่พยุงเต้านมและเปิดให้ลูกกินได้ด้วย

          ปัญหาที่อาจจะเกิดได้ ถึงแม้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะเป็นธรรมชาติ สะดวกก็ตาม ปัญหาที่อาจจะพบได้บ่อยก็มี เช่น
 
          ๑. หัวนมบอด ควรจะต้องมีการเตรียมตั้งแต่ก่อนคลอด โดยการนวดคลึงบริเวณหัวนมเบาๆ และใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ดึงออกวันละหลายๆ ครั้ง หัวนมก็จะยื่นออกเอง 
          ๒. นมคัด (นมหลง) มักจะพบระหว่างสัปดาห์แรกหลังคลอด โดยที่มีน้ำนมคั่งมาก เด็กดูดไม่ทัน ควรจะค่อยๆบีบออกเบาๆ มารดาจะเจ็บมาก บางคราวอักเสบบวมได้
          ๓. หัวนมแตก มักจะเกิดจากการดูดนมไม่ถูกต้องควรจะปรึกษาแพทย์หรือผดุงครรภ์ ข้อสำคัญขณะเด็กดูดนม อย่าให้เด็กใช้เหงือกกัดบนหัวนม
          ๔. น้ำนมหยด บางครั้งขณะเด็กดูดนมข้างหนึ่ง จะมีน้ำนมไหลออกมาจากอีกข้างหนึ่ง จำต้องใช้กระดาษหรือผ้าซับออก หรือบางครั้งเมื่อถึงเวลาให้นม หรือเมื่อได้ยินเสียงเด็กร้อง น้ำนมก็จะไหลออกมาเอง น้ำนมที่ไหลเองนี้มีจำนวนเล็กน้อยในเดือนแรกๆ ต่อมาก็จะปรับตัวได้เอง
          ๕. นมไม่พอ ปัจจัยที่สำคัญก็คือ สภาพโภชนาการของแม่ไม่ดี แม่มีอารมณ์หงุดหงิดหรือกังวลมาก ดังนั้นควรให้แม่กินอาหารมากเพียงพอ คลายอารมณ์บ้าง  และให้เด็กได้ดูดแม้จะมีน้ำนมน้อยก็เป็นการกระตุ้นอย่างดี โดยปกติแล้ว หากโภชนาการของแม่ดีจะมีน้ำนมพอเลี้ยงลูกได้ประมาณ ๔-๕  เดือน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องเริ่มให้อาหารเสริมแก่ทารก ตามตาราง
          ๖. แม่รับประทานยา ยาจำนวนมากที่แม่รับประทาน จะหลั่งออกทางน้ำนม ยาบางอย่างอาจจะเป็นอันตรายแก่ทารกที่กินนมแม่ได้ ดังนั้นควรบอกกับแพทย์ว่าตนให้นมทารกด้วยเวลาเจ็บป่วย  อนึ่ง ยาดองเหล้าหรือเหล้าที่มักนิยมดื่มเวลาอยู่ไฟ ก็เป็นอันตรายแก่ทารกได้ ฉะนั้นแม่จึงไม่ควรดื่มเหล้า


[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
กระดูกหัก
การกำเนิดของโรค
การปฐมพยาบาล
การแพทย์แผนปัจจุบันในสมัยรัตนโกสินทร์
เป็นลมหมดสติ
ระบบกล้ามเนื้อ
ระบบขับปัสสาวะ
ระบบทางเดินอาหาร
โรคติดเชื้อที่พบบ่อยในวัยเด็ก
อุบัติเหตุ
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 6
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 17
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 18
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 24
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 25
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8 > นมแม่