สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 1 > นก
นก  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 1
 
นก โดย กิติ ทองลงยา
          ทุกๆ คนจะรู้จักและทราบกันดีว่า นกเป็นสัตว์โลกประเภทหนึ่ง แต่มีน้อยคนนักที่สามารถจะให้คำจำกัดความว่า นกแตกต่างจากสัตว์อื่นๆ อย่างไรบ้าง จะว่ามีปีกบินได้ก็ไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะมีสัตว์อื่นๆ อีกหลายชนิดที่มีปีกบินได้ แต่ไม่ใช่นก เช่น ค้างคาว ผีเสื้อ แมลง ฯลฯ และก็ยังมีนกหลายชนิดที่มีปีก แต่บินไม่ได้เลย เช่น นกกระจอกเทศ นกกีวี นกเพนกวิน เป็นต้น

นกกีวี

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

ขนนก
          นกแตกต่างจากสัตว์อื่นๆ เนื่องจากมีขนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "ขนนก" ปกคลุมทั่วตัว ขนนกนี้แตกต่างจากสัตว์อื่นๆในโลกทุกชนิด ขนนกสามารถแบ่งได้เป็น ๓ ประเภท คือ ขนอุย ขนคลุมตัว และ ขนเส้น โดยเฉพาะขนคลุมตัวมักจะมีสีสันที่สวยงามยิ่ง และถือว่าเป็นความงามตามธรรมชาติจริงๆ
          ขนอุย เป็นขนอ่อนๆ และละเอียดเป็นฝอย มักเป็นขนที่เกิดกับลูกนก และเป็นขนที่อยู่ชิดติดลำตัวใต้ขนคลุมอีกทีหนึ่ง เป็นขนที่ไม่ใคร่มีสีฉูดฉาด แต่โดยมากมักเป็นสีน้ำตาล เทา หรือขาว
          ขนคลุมตัวนั้น เป็นขนที่มีทั่วไปทั้งตัว เป็นขนที่มีแกนกลางแล้วมีขนละเอียดติดกันเป็นพืด แยกออกไปทั้งสองข้างขนเหล่านี้มีสีสันที่งดงามน่าดูมาก และขนเหล่านี้ยังสามารถกันน้ำได้อีกด้วย ขนที่อยู่บริเวณหางและปีก มักจะใหญ่กว่าขนที่อื่นๆ เพื่อใช้ในการบิน และพยุงตัว ดังนั้น ขนปีกและขนหางจึงแผ่ออกไปคล้ายรูปพัด
          ขนเส้น เป็นขนขนาดเล็ก เป็นเส้นแข็งๆ หรือนุ่มๆ ใช้รับความรู้สึกแทนประสาทได้ มักพบขึ้นทั่วๆ ไป ตามบริเวณปาก หน้าผาก หรือในนกบางชนิด ขนเส้นแทรกอยู่กับขนคลุมตามลำตัวก็มี
           แม้ว่าขนนกจะมีสีสันงดงาม แต่หน้าที่แท้จริงของมันก็คือ ปกคลุมห่อหุ้มร่างกาย ป้องกันความร้อนหนาวจากอากาศเนื่องจากนกเป็นสัตว์เลือดอุ่น คือ มีอุณหภูมิในร่างกายคงที่ตลอดเวลา ไม่ว่าอุณหภูมิภายนอกจะเปลี่ยนเป็นร้อนหรือหนาวเย็นสักปานใดก็ตาม ดังนั้น ขนนกจึงมีความสำคัญมากในการรักษาอุณหภูมิภายในร่างกาย
          นักวิทยาศาสตร์ ได้ทำการศึกษาและค้นคว้าจนได้ความจริงแน่ชัดว่า นกได้มีวิวัฒนาการถือกำเนิดมาจากสัตว์เลื้อยคลาน ประมาณ ๑๕๐ ล้านปีมาแล้ว ต้นตระกูลโบราณของนกเท่าที่พบกันยังมีลักษณะเป็นสัตว์เลื้อยคลานอยู่มาก แต่มีขนนกแทนเกล็ด ที่ปากยังมีฟันเป็นซี่เล็กๆ บริเวณปลายปีกยังมีนิ้วและเล็บยาว และมีหางซึ่งมีขนหางยาวมาก นักสัตวศาสตร์เชื่อกันว่า นกต้นตระกูลนั้น คงบินไม่แข็ง คงทำได้แต่เพียงกระพือปีกร่อนไปมาตามต้นไม้เท่านั้น นิ้วและเล็บที่ปลายปีกคงใช้ในการช่วยจับยึดกิ่งไม้ ปีนป่ายไปตามลำต้น หางที่ยาวนั้น คงใช้ช่วยในการพยุงตัวมากกว่าที่ใช้ในการเลี้ยวร่อนขณะอยู่ในอากาศ ปัจจุบันนี้ นิ้วและเล็บที่ปลายปีกนกได้หายไปจนหมดสิ้น คงเหลือเพียง ๒-๓ ชนิดเท่านั้น ที่ยังมีเล็บที่ปลายปีกสำหรับในประเทศไทย นกกระแต้หาดยังคงมีเล็บที่ปลายปีกแต่สั้นมาก และสันนิษฐานกันว่า เพื่อเอาไว้ใช้ในการต่อสู้มากกว่าประโยชน์อย่างอื่นๆ เพราะนกชนิดนี้มักอยู่ตามลานดินกว้างๆหรือหาดทราย ไม่ป่ายปีนขึ้นต้นไม้เลย ลูกนกฮวตซิน (huatzin)ในทวีปอเมริกาใต้ ยังมีเล็บที่ปลายปีก สำหรับเกาะกิ่งไม้ป่ายปีนออกจากรังไป เที่ยวตามกิ่งไม้อื่นๆ ได้
          รูปร่างของนกทุกชนิดแทบจะคล้ายคลึงกัน กล่าวคือแหลมหัวแหลมท้าย และป่องตรงกลาง คล้ายจรวด ซึ่งเป็นรูปร่างที่เหมาะต่อการเคลื่อนไหวไปในอากาศดีที่สุด
           สัตว์เลี้ยงบางประเภทก็เป็นสัตว์จำพวกนก แต่เราไม่    ได้เรียกนกนำหน้าเท่านั้น เช่น เป็ด ไก่ เป็นต้น สัตว์เหล่านี้มนุษย์ได้นำมาเลี้ยงเป็นระยะ เวลานานๆ จนเชื่องและบินไม่ไหวพวกไก่ป่า ไก่ฟ้า เป็ดป่า และห่านป่านั้น สามารถบินได้สูงๆและไกลๆ เช่นเดียวกับนกประเภทอื่นๆ
          มีนกหลายชนิดแม้จะมีปีกแต่ก็บินไม่ได้ ปีกเหล่านี้มักจะใช้ในการพยุงตัว ขณะเดินหรือวิ่ง เช่น นกกระจอกเทศ นกอีมูเป็นต้น ปีกนกบางชนิดก็ใช้ในการว่ายน้ำได้ เช่น นกเพนกวินเป็นต้น ปีกนกบางจำพวกมีไว้เพื่อใช้ในการร่ายรำอวดตัวเมียด้วย เช่น นกหว้า เป็นต้น
           หางนกก็เช่นกัน ตามปกติ หางนั้นมีไว้สำหรับบังคับทิศทางที่นกต้องการบินไป แต่มีหางนกหลายชนิดที่มีเอาไว้สำหรับอวดตัวเมีย หรือใช้ร่ายรำอวดตัวเมียได้ เช่น นกยูง นกแว่น หางนกบางชนิดแข็งมาก ใช้ช่วยค้ำจุนขณะไต่กิ่งไม้ต้นไม้เพื่อหาอาหาร เช่น นกหัวขวาน เป็นต้น
[กลับหัวข้อหลัก]

ขนคลุมตัวของนกชนิดต่างๆ


นกดึกดำบรรพ์

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ปากนก

          เนื่องจากมือหรือรยางค์ส่วนหน้าของนกเปลี่ยนไปเป็นปีกสำหรับบิน ดังนั้น การจับหาอาหารจึงกลายเป็นหน้าที่ของปากไป ปากนกจึงมีลักษณะผิดแปลกกันมาก ตามลักษณะอาหารที่นกกิน และมีหลายรูปหลายแบบ ดังนี้
          ๑. ปากนกกระทุง มีปากใหญ่ยาวมากสำหรับกินปลาและยังมีถุงใต้คอสำหรับเก็บปลาไว้ด้วย
          ๒. ปากนกเป็ด กินปลา ปู หอย สาหร่าย และวัชพืชในน้ำ ปากจึง แบนและริมขอบๆ ปากมักจะมีซี่เล็กๆ คล้ายตะแกรงกรองอาหารออกจากน้ำด้วย
          ๓. ปากนกกระสา นกกระยาง มักจะยาวแหลมเพื่อใช้คุ้ยจับปลาในน้ำ ในโคลน
          ๔. ปากนกปากห่าง ซึ่งกินหอยโข่งเป็นอาหาร เป็น  โพรงตรงกลางปากเพื่อจับหอยได้ถนัด
          ๕. ปากเหยี่ยว มักจะแหลม คม งองุ้ม เพื่อใช้ในการฉีกเนื้อสัตว์
          ๖. ปากนกแก้ว งองุ้มใหญ่ สำหรับฉีกผลไม้ เปลือกไม้
          ๗. ปากนกอีก๋อย นกกุลา มักจะยาว โค้ง เพื่อใช้ในการคุ้ยเขี่ยหาไส้เดือนหรือหนอน ตามชายทะเล ตามโคลนเลน
          ๘. ปากนกกะฮัง (หรือนกเงือก) ใหญ่และยาวมาก ใช้ในการกินผลไม้ แต่การที่นกเงือกมีปากใหญ่ยาวผิดปกติ เนื่องจากเอาไว้อวดตัวเมีย หรืออวดกันเองมากกว่า
          ๙. ปากนกหัวขวาน แข็งแรง และแหลมมาก ใช้เคาะสับโขกต้นไม้ และมีลิ้นที่ยาวเหนียวมาก ใช้ในการจับตัวบุ้งตัวหนอน และแมลง
          ๑๐. ปากนกกินแมลง มักจะแบน และกว้าง โคนปากมี "หนวด" ยาว เพื่อใช้ในการจับแมลง
          ๑๑. ปากนกกระจอก นกกระจาบเป็นรูปกรวย เพื่อใช้ในการขบวัชพืช
          ๑๒. ปากนกกินปลี มักจะยาว และโค้ง เพื่อใช้ดูดน้ำหวานตามดอกไม้
          ๑๓. ปากนกปากซ่อม ยาวมากและค่อนข้างอ่อนนุ่มเพื่อจะได้ไว้ใช้จับตัวแมลง ตัวหนอน ตามเลน ตามโคลน
          ๑๔. ปากนกอีโก้ง มักจะหนาเป็นสันคมมาก เพื่อใช้ในการขบกัดพวกธัญพืชต่างๆ ในน้ำ และใช้ในการขบกัด หอยปู ปลาต่างๆ
          ๑๕. ปากนกอีกา หนาเป็นสัน แต่ค่อนข้างยาวคมเนื่องจากใช้ขบกัดหรือฉีกเนื้อสัตว์ต่างๆ กินเป็นอาหารด้วยนอกจากอาหารอื่นๆ


[กลับหัวข้อหลัก]

ปากนกกระทุง


ปากเหยี่ยว

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เท้านก

          ส่วนเท้านกนั้น มักจะมีนิ้วเท้าเพียง ๔ นิ้วเท่านั้น และ  มีลักษณะแปลกๆ แตกต่างออกไปตามลักษณะการใช้งาน นกบางชนิดอาจมีนิ้วเท้าลดลงเหลือ ๓ นิ้ว และ ๒ นิ้วได้ เช่น นกกระจอกเทศ มีนิ้วเท้าเพียง ๒ นิ้ว นกหัวขวานบางชนิด และนกกินปลาบางชนิดมีนิ้วเท้าเพียง ๓ นิ้วเท่านั้น ลักษณะนิ้วเท้าของนกมีแปลกๆ ไปตามลักษณะการใช้งาน ดังตัวอย่างต่อไปนี้
          ๑. เท้านกเป็ด แผ่แบนออกไป มีพังผืดระหว่างนิ้วใช้ในการว่ายน้ำ เวลาเดินบนดินไม่คล่องตัว
          ๒. เท้านกกระสา นกกระยาง ยาวมากทั้งเท้าและเล็บใช้ในการเดินลุยโคลน และเล็บกลางของนกชนิดนี้ ยังมี "หวี"เป็นซี่ๆ ออกมาด้านข้างๆ เพื่อพยุงตัวให้ดีขึ้นขณะอยู่ในโคลน
          ๓. เท้าเหยี่ยว มีกรงเล็บที่แหลมคม มีอุ้งเท้าที่สากมาก เพื่อใช้ในการจับสัตว์และฉีกเนื้อสัตว์
          ๔. เท้าพวกนกตีนเทียน มักมีหน้าแข้งยาวสำหรับเดินลุยเลน นิ้วเท้าหลังยกสูง นิ้วเท้าหน้าติดกันเป็นพังผืด คล้ายเท้าเป็ด
          ๕. เท้านกหัวขวาน พวกนี้เป็นนกประเภทป่ายปีน จึงมีนิ้วเท้าหน้า ๒ นิ้ว นิ้วเท้าหลัง ๒ นิ้ว แยกออกจากกัน เพื่อใช้ยันต้นไม้ นอกจากนี้พวกนี้ยังมีหางที่แข็งแรง และแหลมใช้ยันต้นไม้ขณะวิ่งขึ้นลงตามต้นไม้อีกด้วย
          ๖. เท้าไก่ พวกไก่ นกคุ่ม นกกระทา พวกนี้เป็นพวกคุ้ยเขี่ย ฉะนั้นจึงมีเท้าหลังยกขึ้นสูงกว่าปกติ เวลาคุ้ยเขี่ยจะได้สะดวกขึ้น เท้ามักใหญ่หนา เล็บสั้น แต่แข็งแรง
          ๗. เท้านกอีแจว พวกนี้มีเล็บและนิ้วเท้าที่ยาวมาก สำ-หรับใช้เดินบนสาหร่ายหรือใบบัว แต่จำเป็นจริงๆ ก็ใช้ว่ายน้ำได้เช่นกัน
          ๘. เท้านกเกาะ เป็นแบบเท้าที่พบกันมากที่สุด คือมีข้างหน้า ๓ นิ้ว ข้างหลัง ๑ นิ้ว ซึ่งสามารถทำให้นกพวกนี้เกาะ กระโดด เดินไปมาได้คล่องแคล่วที่สุด เวลาเกาะกิ่งไม้น้ำหนักตัวนกจะทับลงมาตรงๆ บนอุ้งเท้า ทำให้เอ็นที่เท้ายึดดึงเอานิ้วเท้างอเข้าหากัน ทำให้นกเกาะได้แน่นตลอดเวลา ซึ่งเป็นเหตุอันหนึ่ง ทีทำให้นกสามารถเกาะกิ่งไม้ได้โดยไม่ตกลงพื้นดินในขณะนอนหลับ

          ดังได้กล่าวมาแล้วว่า นกนั้นมีวิวัฒนาการเจริญสืบ-เนื่องมาจากสัตว์เลื้อยคลาน ดังจะเห็นได้ว่า บริเวณของหน้าแข้งของนก ยังมีลักษณะเกล็ดคล้ายๆ เกล็ดพวกกิ้งก่าอย่างชัดเจนยิ่งกว่านั้น นกยังออกลูกเป็นไข่ เช่นเดียวกับสัตว์เลื้อยคลานแต่นกนั้นเจริญกว่าที่มีการทำรัง ออกไข่ กกไข่ และเลี้ยงลูกอ่อนจนกว่าลูกจะเจริญเติบโตหาอาหารกินเองได้


[กลับหัวข้อหลัก]

เท้านกกระสา


เท้านกเป็ด

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นกนายกิตติ ทองลงยา

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 1 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การควบคุมและใช้ประโยชน์พลังงานจากลม
การหาอาหารและการเจริญเติบโตของปลา
เครื่องจักรพลังน้ำ
เครื่องร่อน
จันทรุปราคา
บรรยากาศของดวงอาทิตย์
ปลา
ระบบควบคุมป้อนกลับ(Feedback Control System)
วงปี่พาทย์
วิธีทำรังและลักษณะรังนก
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 1 > นก