เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก
ขอเชิญร่วมทดลองใช้สารบัญเว็บไทย 2.0 Beta ก่อนใคร คลิก!!!


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12
 
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) โดย นายสุเมธ ตันติเวชกุล
          ความคิดที่จะจัดตั้งธนาคารของชาวไร่ชาวนาหรือธนาคารเกษตร ได้เริ่มขึ้นเมื่อปลายสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลดเปลื้องหนี้สินของชาวนา ทั้งนี้ก็เพราะว่าเกษตรกรในระยะนั้นมีฐานะยากจนมาก  ไม่มีเงินทุนเพียงพอสำหรับใช้สอยระหว่างฤดูเพาะปลูก จึงต้องกู้ยืมเงินจากเอกชนซึ่งต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมาก บางครั้งต้องขายผลิตผลให้แก่ผู้ให้กู้เงินโดยผู้ให้กู้เงินเป็นผู้กำหนดราคาซื้อตามใจชอบ เกษตรกรจึงตกอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบเป็นอย่างมาก และมีหนี้สินพอกพูนตลอดเวลา
          วัตถุประสงค์อีกประการหนึ่งในการจัดตั้งธนาคารเกษตรขึ้นในสมัยนั้น  ก็เพื่อที่จะประคองฐานะของชาวนาไม่ให้ทรุดโทรมลงเมื่อประสบภัยธรรมชาติทั้งนี้ก็เพราะว่าเกษตรกรมักจะประสบภัยทางธรรมชาติติดต่อกันจนยากที่จะฟื้นตัว ดังเช่นใน พ.ศ. ๒๔๖๐ เกิดน้ำท่วมใหญ่ทั่วประเทศแต่ใน พ.ศ. ๒๔๖๒ เกษตรกรกลับต้องผจญกับภาวะฝนแล้ง เป็นต้นแต่ในที่สุด ธนาคารเกษตรในระยะนั้นก็ไม่อาจตั้งขึ้นได้ เนื่องจากมีปัญหาขัดข้องเกี่ยวกับหลักประกันเงินกู้และปัญหาในการควบคุมมิให้ราษฎรละทิ้งนาและหลบหนีหนี้สิน ซึ่งเป็นการยากที่จะควบคุม และระมัดระวังมิให้เกิดความเสียหายได้ ความคิดที่จะจัดตั้งธนาคารเกษตร โดยมุ่งหมายให้ชาวนาได้กู้ยืมเงินในครั้งนั้นจึงต้องเลิกล้มไป
          ต่อมาได้มีการจัดตั้งสหกรณ์หาทุนขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๔๕๙ คือ สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้จังหวัดพิษณุโลก มีการให้กู้เงินแก่สมาชิกโดยทั่วไป เกษตรกรซึ่งเป็นสมาชิกก็ได้อาศัยเงินทุนจากสหกรณ์เพื่อนำไปใช้ลงทุนประกอบอาชีพทางการเกษตรของตน  แต่ก็เป็นที่พึ่งได้ไม่มากนัก เพราะตัวสหกรณ์เองก็มีปัญหาในด้านการเงินต้องขอกู้จากที่อื่นๆ มาดำเนินงานเช่นกัน โดยในระยะเริ่มแรกขอกู้เงินจากธนาคารสยามกัมมาจล จำกัด ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๗๖ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ มาก รัฐบาลต้องขออนุมัติเงินงบประมาณแผ่นดินประจำปีให้เป็นทุนของสหกรณ์ด้วย และใน พ.ศ. ๒๔๘๓ รัฐบาลต้องใช้วิธีอนุมัติให้ธนาคารชาติไทยจัดการจำหน่ายพันธบัตรเงินกู้เพื่อหาทุนให้กับสหกรณ์
          ในที่สุดจึงได้มีการจัดตั้งธนาคารเพื่อการสหกรณ์ขึ้น ตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการสหกรณ์ พ.ศ. ๒๔๘๖ โดยเริ่มดำเนินงานในพ.ศ. ๒๔๙๐ ทำหน้าที่เป็นแหล่งกลางทางการเงินและอำนวยสินเชื่อแก่สหกรณ์ทั้งหลายที่มีอยู่ใน ประเทศไทยในขณะนั้น
          หลังจากที่ได้จัดตั้งธนาคารเพื่อการสหกรณ์ขึ้นแล้ว ธนาคารแห่งนี้ยังมีปัญหาอยู่มาก ไม่อาจทำหน้าที่ได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพต่อการที่จะเอื้ออำนวยสินเชื่อให้แก่เกษตรกรได้ดังนั้นรัฐบาลจึงได้มีการพิจารณาจัดตั้งธนาคารขึ้นใหม่เพื่อทำหน้าที่แทนธนาคารเพื่อการสหกรณ์ สรุปเหตุผลที่จำเป็นจะต้องกระทำเช่นนั้นได้ดังนี้
          ๑. ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ให้เงินกู้แก่ สมาชิกสหกรณ์เท่านั้น แต่ยังมีเกษตรกรที่มิใช่  สมาชิกสหกรณ์อีกเป็นจำนวนมากที่มีความต้องการเงินกู้  ซึ่งธนาคารเพื่อการสหกรณ์ไม่มีอำนาจหรือหน้าที่จะให้กู้ได้
          ๒. ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ให้เงินกู้ส่วนใหญ่เพื่อระยะยาวและปานกลาง แต่เกษตรกรมีความต้องการเงินกู้เพื่อผลิตผลในระยะสั้นเป็นอันมาก
          ๓. ธนาคารเพื่อการสหกรณ์มิได้ทำหน้าที่ในการพิจารณาคำขอกู้เงิน  งานส่วนใหญ่ของธนาคารนี้ก็คือ เก็บรักษาเงิน ให้ความสะดวกในการเบิกจ่ายเงิน  และเก็บรักษาสมุดบัญชีอันเป็นงานประจำเท่านั้น ธนาคารนี้มิได้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้กู้ยืมเงินอย่างแท้จริง
          ๔. ธนาคารเพื่อการสหกรณ์มิได้ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและกำกับดูแลการให้สินเชื่อ (Super-vised credit) และยังไม่มีหน่วยงานทำหน้าที่นี้ได้
          ๕. การดำเนินงานและองค์การของธนาคารเพื่อการสหกรณ์ ยังไม่ได้รับการรับรองจากต่างประเทศ จึงเป็นเหตุให้กำลังเงินของธนาคารไม่เพียงพอ
          ด้วยเหตุผลดังกล่าว รัฐบาลจึงได้จัดตั้งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๙ โดยให้เป็นสถาบันระดับชาติทำหน้าที่อำนวยสินเชื่อให้แก่เกษตรกรอย่างกว้างขวางทั้งในด้านของเกษตรกรโดยตรงและสถาบันเกษตรกร

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)สาขาเชียงใหม่ หน่วยอำเภอหางดง

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

วัตถุประสงค์ของธนาคาร
          ธกส. มีวัตถุประสงค์ให้ความช่วยเหลือทางการเงิน เพื่อส่งเสริมอาชีพหรือการดำเนินงานของเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร หรือสหกรณ์การเกษตร
          เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ธกส.ได้ดำเนินการให้กู้เงินแก่เกษตรกรเป็น ๓ ทางด้วยกัน คือ
          ๑. ให้กู้เงินแก่เกษตรกรซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารโดยตรง
          ๒. ให้กู้เงินแก่สหกรณ์การเกษตร
          ๓. ให้กู้เงินแก่กลุ่มเกษตรกร
          ต่อมามีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ ส่งผลให้ ธกส. สามารถดำเนินงานได้กว้างขวางยิ่งขึ้น กล่าวคือ สามารถให้กู้เงินแก่นิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการทางการเกษตร ให้กู้เงินแก่ผู้ฝากเงินภายในวงเงินที่ฝากไว้กับธนาคารโดยใช้เงินฝากเป็นประกัน และให้กู้เงินแก่ผู้ที่ประกอบอาชีพการเกษตรอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการธนาคารกำหนดนอกเหนือไปจากเกษตรกรตามความหมายที่พระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรกำหนดไว้
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
สถานที่ตั้งของสำนักงานใหญ่และสาขาหรือตัวแทนของธนาคาร
          ธกส. มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่ ๔๖๙ ถนนนครสวรรค์ แขวงจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และมีสำนักงานสาขาหรือตัวแทนตั้งอยู่ในตัวจังหวัดต่างๆ หรือบางอำเภอที่สำคัญๆ ภายในราชอาณาจักรไทย
          นอกจากสำนักงานสาขาแล้ว ธนาคารได้จัดตั้งหน่วยอำเภอประจำอำเภอต่างๆ ขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและบริการแก่เกษตรกร ผู้มีถิ่นที่อยู่และประกอบอาชีพการเกษตรในอำเภอนั้นๆ ด้วย ซึ่งใน พ.ศ. ๒๕๒๘ ธกส. มีสาขาระดับจังหวัด ๖๘ แห่ง ระดับอำเภอและกิ่งอำเภอ ๕๘๐ แห่ง
[กลับหัวข้อหลัก]

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานใหญ่

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ฐานะและคณะกรรมการของธนาคาร
          ธกส. จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙ และได้เริ่มดำเนินงานตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๙ เป็นต้นมา โดยรับโอนบรรดาทรัพย์สิน สินทรัพย์ หนี้สิน ความรับผิดชอบธุรกิจ พนักงานและลูกจ้างมาจากธนาคารเพื่อการสหกรณ์ 
          ธกส. มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการคลัง มีคณะกรรมการ ธกส. เป็นผู้วางนโยบาย และควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของธนาคาร 
          คณะกรรมการ ธกส. ดังกล่าวประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ และมีรองประธานกรรมการและกรรมการอื่นไม่เกิน ๘ คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง และให้ผู้จัดการเป็นกรรมการและเลขานุการ
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การดำเนินงานของธนาคาร
          ธกส. แบ่งการดำเนินงานออกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ คือ
          ๑. การดำเนินงานสินเชื่อด้านเกษตรกร โดยให้กู้เงินแก่เกษตรกรรายคน สหกรณ์การเกษตรกลุ่มเกษตรกร และอื่นๆ ตามที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น
          ๒. บริการเงินฝาก โดยรับฝากเงินจากประชาชนทั่วไป

          ๑. การดำเนินงานสินเชื่อด้านเกษตรกร

               ๑.๑  การให้กู้เงินแก่เกษตรกรรายคนเกษตรกรรายคน คือเกษตรกรที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหกรณ์การเกษตร หรือสมาชิกกลุ่มเกษตรกรเกษตรกรรายคนนี้นิยมเรียกว่า เกษตรกรลูกค้าธกส. วิธีการให้กู้ยืมแก่เกษตรกรประเภทนี้แบ่งเป็น ๒ ลักษณะ คือ
          ลักษณะแรก ให้กู้แก่เกษตรกรรายคน ซึ่งรวมตัวกันเป็นกลุ่มลูกค้าของธนาคารเกษตรกรที่กู้ยืมโดยวิธีนี้ส่วนมากเป็นกลุ่มเกษตรกรขนาดเล็ก และขาดหลักทรัพย์เป็นประกันเงินกู้ดังนั้น จึงใช้บุคคลในกลุ่มร่วมค้ำประกันแทนเกษตรกรที่กู้เงินจาก ธกส. ส่วนใหญ่จะขอกู้เงินในลักษณะนี้
          ลักษณะที่สอง เป็นการให้กู้ แก่เกษตรกรรายคน ซึ่งไม่จำเป็นต้องสังกัดกลุ่มลูกค้าของ ธกส. ที่กู้ยืมโดยวิธีนี้ส่วนมากเป็นผู้ที่มีฐานะค่อนข้างดี และมีหลักทรัพย์เป็นประกันเงินกู้
              ๑.๒  การสนับสนุนเงินทุนแก่สหกรณ์การเกษตร พระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้บัญญัติความหมายของคำว่าสหกรณ์การเกษตรไว้ดังนี้ 
          "สหกรณ์การเกษตร" หมายความว่า สหกรณ์ที่ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมดเป็นเกษตรกร และได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ กับให้หมายความรวมถึงสหกรณ์ดังกล่าวที่ได้รวมกันเป็นชุมชนสหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ 
          ธกส. ให้การสนับสนุนในด้านเงินทุนการดำเนินงานแก่สหกรณ์การเกษตร ตลอดจนให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินงานสินเชื่อและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สหกรณ์การเกษตรมีประสิทธิภาพในการบริหารเงินกู้และอำนวยผลประโยชน์อย่างแท้จริงแก่เกษตรกรสมาชิกซึ่งแบ่งออกได้ตามลักษณะดังต่อไปนี้
                 ๑) เงินกู้เพื่อใช้เป็นทุนสำหรับให้สมาชิกกู้ต่อตามข้อบังคับของสหกรณ์การเกษตร
                 ๒) เงินกู้เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานจัดหาวัสดุอุปกรณ์การเกษตรตลอดจนสิ่งจำเป็นอื่นๆ มาจำหน่ายแก่สมาชิกและเกษตรกร
                 ๓) เงินกู้เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินการขายผลิตผลการเกษตร
                 ๔) เงินกู้ระยะยาวเพื่อการเกษตร
              ๑.๓ บริการเงินกู้แก่กลุ่มเกษตรกรพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้บัญญัติความหมายของคำ กลุ่มเกษตรกร ไว้ดังนี้ 
          "กลุ่มเกษตรกร" หมายความว่าเกษตรกรซึ่งรวมเป็นกลุ่มโดยมีกฎหมายรับรองให้เป็นนิติบุคคล และมีวัตถุประสงค์ดำเนินการทางธุรกิจเพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพของเกษตรกร
          กลุ่มเกษตรกร เป็นสถาบันเกษตรกรอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งได้รับบริการสินเชื่อจาก ธกส. บริการนี้ แบ่งออกเป็น ๔ ประเภท คือ
                  ๑) เงินกู้เพื่อใช้เป็นทุนให้กู้แก่สมาชิก
                  ๒) เงินกู้เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการดำเนินการเพิ่มผลิตผลการเกษตร
                  ๓) เงินกู้เพื่อจัดหาวัสดุอุปกรณ์การเกษตร
                  ๔) เงินกู้ระยะยาวเพื่อการเกษตร
          ใน พ.ศ. ๒๕๒๙ ธกส. ได้ปล่อยสินเชื่อแก่ภาคเกษตรกรรมทั้งสิ้น ๒๕,๑๒๖.๑ ล้านบาทมีอัตราการชำระคืนร้อยละ ๗๒.๕ ของยอดเงินกู้ที่ถึงกำหนดชำระ

          ๒. บริการเงินฝากของธนาคาร
          หน้าที่โดยตรงของ ธกส. นอกเหนือไปจากการให้กู้เงินแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรแล้ว ธกส. มีบริการรับฝากเงินเช่นเดียวกับธนาคารแห่งอื่นๆ อีกด้วยบริการเงินฝากของ ธกส. มีอยู่ ๒ ประเภท คือ
          ๑. เงินฝากออมทรัพย์
          ๒. เงินฝากประจำ
          บริการเงินฝากของ ธกส. ทั้ง ๒ ประเภทนี้ ผู้ที่ฝากเงินไว้จะได้ดอกเบี้ยตอบแทนในอัตราเดียวกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจากธนาคารแห่งอื่นๆ 
          และที่สำคัญก็คือ ผู้ที่นำเงินมาฝากไว้กับ ธกส. จะเป็นผู้ที่มีส่วนให้ความช่วยเหลือเกษตรกรหรือประชาชนส่วนใหญ่ที่ทุกข์ยากแสนเข็ญของแผ่นดิน  เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ฝากไว้กับ ธกส. จะหลั่งไหลไปสู่เกษตรกร เพื่อใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพ โดยการกำกับและแนะนำอย่างใกล้ชิดของ ธกส. เพื่อให้เงินฝาก ทุกบาททุกสตางค์ของผู้ที่มีจิตใจช่วยเหลือเกษตรกรสัมฤทธิ์ผลสูงสุด คือความกินดีอยู่ดีของเกษตรกร
[กลับหัวข้อหลัก]

แผนกบริการรับฝากเงิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายสุเมธ ตันติเวชกุล

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12