สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 > ชนิดปลาที่นิยมเลี้ยง : ปลาไทย
ชนิดปลาที่นิยมเลี้ยง : ปลาไทย  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7
 
ชนิดปลาที่นิยมเลี้ยง : ปลาไทย โดย นายเมฆ บุญพราหมณ์

          ปลาพื้นบ้านของไทยเรามีอยู่หลายชนิดที่เลี้ยงได้ดีทั้งในบ่อน้ำจืดและน้ำกร่อย ในนาข้าวและในกระชัง ปลาดังกล่าวได้แก่

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

ปลาสวาย

          ปลาสวายมีประวัติการเลี้ยงในย่านแหลมอินโดจีนมานาน ปลาสวายเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ มีความยาวถึง ๑.๕๐ เมตร

          การเลี้ยงปลาสวาย  เริ่มด้วยการรวบรวมลูกปลาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ การวางไข่ของปลาสวายจะเริ่มต้นในฤดูน้ำหลาก ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - เดือนตุลาคม แหล่งวางไข่ก็คือ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่นครสวรรค์ - ชัยนาท  และลุ่มน้ำโขง ลูกปลาที่จับได้มักจะปนกัน คือ มีทั้งปลาสวาย ปลาเทโพและปลาสังกะวาด ปัจจุบันลูกปลาที่นำมาเลี้ยง ส่วนใหญ่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ด้วยวิธีผสมเทียมและฉีดฮอร์โมน
 
          ลูกปลาสวายกินแพลงก์ตอนสัตว์เป็นอาหาร  หากอาหารมีไม่พอเพียง  ลูกปลาจะกินกันเอง ในวันที่  ๒ หลังจากฟักเป็นตัว ลูกปลาอายุ ๑๖-๒๑ วัน จะมีความยาว  ๒-๖ เซนติเมตรกินอาหารสมทบจำพวกเนื้อปลา เนื้อหอยได้ และสามารถนำไปปล่อยเลี้ยงในบ่อดินหรือในกระชังตาถี่ได้

          การเลี้ยงปลาสวายอาจเลี้ยงรวมกับปลาอื่นได้    เช่น  ปลาตะเพียน อาหารของปลาสวาย  ได้แก่  เศษอาหาร    เศษปลารำข้าว ข้าวต้มสุกระยะการเลี้ยง ๘-๑๐ เดือน  ปลาสวายจะโตได้น้ำหนัก ๑.๐-๑.๒ กิโลกรัม

[กลับหัวข้อหลัก]

ปลาสวาย

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ปลาดุก

          ปลาดุกมีอยู่ทั่วไปในเอเชียตะวันออก-เฉียงใต้ อินเดีย และแอฟริกา ปลาดุกเป็นปลาที่มีอวัยวะพิเศษช่วยในการหายใจ ฉะนั้นจึงทำให้สามารถอยู่บนบกได้เป็นชั่วโมงและอยู่ในน้ำที่ปริมาณก๊าซออกซิเจนต่ำได้ จึงเหมาะแก่การที่จะเลี้ยง การเลี้ยงปลาดุกมีมากในแอฟริกาตะวันออก และในประเทศไทย  ไทยเรามีปลาดุกอยู่ประมาณ  ๗  ชนิด แต่ที่นิยมเลี้ยงมีอยู่ ๒ ชนิดคือ ปลาดุกด้านและปลาดุกอุย

          ลูกปลาดุกที่นำมาเลี้ยง แต่เดิมก็เก็บรวบรวมจากแหล่งน้ำธรรมชาติในฤดูฝน แหล่งหนึ่งๆ จะได้ลูกปลาประมาณ๒,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ ตัว ปีหนึ่งๆ จะจับลูกปลาได้ประมาณ ๕๐ล้านตัว

          ความนิยมในการเลี้ยงปลาดุกได้เพิ่มความต้องการลูกปลามากขึ้น จึงได้มีผู้เพาะลูกปลาสำหรับจำหน่ายโดยเฉพาะลูกปลาอายุ  ๕ วัน เมื่อถุงไข่แดงยุบแล้ว จะนำไปเลี้ยงในบ่ออนุบาลซึ่งเป็นบ่อดินมีเนื้อที่ผิวน้ำประมาณ ๓ ตารางเมตร น้ำลึก ๑๐-๑๘ เซนติเมตร อัตราการปล่อย ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ตัวต่อตารางเมตร อาหารที่ใช้เลี้ยงประกอบด้วยลูกไร   เมื่ออายุได้๒-๓ สัปดาห์ ใช้ปลาต้มเป็นอาหาร เมื่อลูกปลาโตได้ขนาดความยาว ๑๐ เซนติเมตร จึงนำไปปล่อยลงเลี้ยงในบ่อเป็นปลาใหญ่ เพื่อจำหน่าย

          บ่อเลี้ยงปลาใหญ่มีขนาดตั้งแต่ ๑๐๐-๑,๐๐๐ ตารางเมตรมีระดับน้ำลึก ประมาณ  ๑ เมตร รอบบ่อมีรั้วรอบกันปลาหนีมีความสูงประมาณ ๕๐ เซนติเมตร อัตราการปล่อยลูกปลา  ๑๘๐ตัวต่อตารางเมตร  อาหารที่ใช้เลี้ยงประกอบด้วยปลาเป็ดผสมรำข้าว


[กลับหัวข้อหลัก]

ปลาดุกอุย

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ปลาแรด

          ปลาแรดเป็นปลาขนาดใหญ่ซึ่งมีขนาดความยาวถึง ๖๕  เซนติเมตร ปลาแรดทำรังวางไข่ด้วยเศษไม้ใบหญ้าในระดับใต้น้ำ ๓๐ เซนติเมตร  ไข่มีน้ำหนักเท่ากับน้ำลอยตัวอยู่ในรัง ลูกปลาที่ฟักเป็นตัวจะลอยหงายท้องจนกว่าไข่แดงจะยุบใช้เวลาประมาณ  ๕  วัน จึงจะเริ่มกินอาหาร ปลาแรดจะวางไข่ตลอดปีในบ่อที่กว้าง ปลาแรดเป็นปลาที่เนื้อมีรสชาติดี นิยมใช้ปรุงอาหารและอยู่ในความสนใจของชาวยุโรปมีผู้นำไปเลี้ยงในฝรั่งเศส การเลี้ยงปลาแรดแพร่กระจายทั่วไปในอินโดนีเซีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้  จีน อินเดีย ศรีลังกาฟิลิปปินส์

          ปลาแรดวางไข่ตามธรรมชาติในบ่อ  ซึ่งมีพันธุ์ไม้น้ำจำพวกหญ้าหรือกก ซึ่งปลาแรดได้อาศัยทำรังวางไข่ ผู้เลี้ยงปลาอาจจะเตรียมรังไข่ ซึ่งสานด้วยไม้ไผ่ไปวางตามชายฝั่งใต้ผิวน้ำ ๒๐ เซนติเมตร

          บ่อสำหรับปลาแรดวางไข่มีขนาดประมาณ  ๑๐๐  ตา-รางเมตร ปล่อยแม่ปลา ๑๐ ตัว พ่อปลา ๕ ตัว อาหารที่ใช้เลี้ยงประกอบด้วยใบมันสำปะหลัง หรือใบแค หรือพืชอื่น ๕ กิโลกรัมต่อบ่อต่อวัน และรำข้าว ๔ ลิตรต่อบ่อต่อ  ๓  วัน สัปดาห์ละ ๒ครั้ง ปลาจะใช้เวลาทำรังประมาณ ๑๐ วัน หลังจากทำรังเสร็จแล้ว ๓ วัน ปลาจะเริ่มวางไข่ แต่ละรังจะมีไข่ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ฟอง ไข่จะฟักเป็นตัวภายใน ๕ วันลูกปลาแรดกินแพลงก์ตอนสัตว์  และเมื่อมีอายุ  ๑๐วัน จะมีความยาว  ๑ เซนติเมตร จะนำมาปล่อยเลี้ยงในบ่อดินขนาด ๔๐-๒๐๐ ตารางเมตรต่อลูกปลา ๑ รัง ให้ปลวกเป็นอาหารบ่อละ ๑ ช้อนชาต่อวัน และให้กากถั่วสมทบอีกประมาณ๒ ช้อนชาต่อวัน เมื่อลูกปลาอายุ ๓ เดือนจะมีความยาวประมาณ๓ เซนติเมตร และเมื่ออายุ ๕ เดือน  จะมีความยาวประมาณ๕-๘ เซนติเมตร ลูกปลาขนาดดังกล่าวจะกินอาหารพวกพืชเช่น   แหนเป็ด   แหนตีนตุ๊กแก หรือใบพืชหั่นฝอย   ปลาแรดเป็นปลาที่โตช้า ต้องเลี้ยง ๒-๓  ปี จึงจะโตได้ขนาดที่ตลาดต้องการ และให้ผลผลิตต่ำ คือประมาณ ๔๐ กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี



[กลับหัวข้อหลัก]

ปลาแรด

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ปลาสลิด

          ปลาสลิดเป็นปลาที่มีกำเนิดในไทยเวียดนามใต้ มาเลเซีย ขนาดโตที่สุดมีความยาว ๒๕ เซนติเมตรได้มีการนำเข้าไปเลี้ยงในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย พม่า ปากีสถานและศรีลังกา

          ปลาสลิดเพศผู้ต่างกับเพศเมียที่ครีบหลัง   ครีบหลังปลาตัวผู้จะยาวยื่นไปจรดโคนครีบหาง ปลาสลิดจะวางไข่แพร่พันธุ์เกือบตลอดปี ปลาตัวผู้และตัวเมียจะจับคู่กัน ปลาตัวผู้จะก่อหวอดทำรังในระหว่างต้นไม้น้ำ  เมื่อตัวเมียวางไข่ ตัวผู้จะปล่อยเชื้อเข้าผสม หลังจากนั้นปลาตัวผู้ก็จะเก็บไข่ไปพ่นติดกับรังปลาตัวเมียขนาดน้ำหนัก   ๑๐๐-๒๐๐  กรัม จะมีไข่  ๑,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ฟอง ไข่จะฟักเป็นตัวภายใน  ๒๔-๓๖ ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ ๒๘-๓๐ องศาเซลเซียส

          ปลาสลิดเป็นปลาที่เหมาะสำหรับเลี้ยงในนาซึ่งปล่อยให้หญ้าขึ้นรก แปลงหนึ่งมีเนื้อที่ประมาณ  ๑๐  ไร่ ปล่อยพ่อแม่ปลาให้วางไข่แพร่พันธุ์เองประมาณ  ๓๕ คู่ต่อไร่ ผู้เลี้ยงปลาจะทยอยตัดหญ้าในแปลงแล้วหมักทิ้งไว้เพื่อให้เกิดอาหารธรรมชาติปลาจะโตได้ขนาดต้องการภายในเวลา   ๘-๑๐ เดือน ผลผลิตของปลาสลิด ๔๐ - ๖๐ กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี

[กลับหัวข้อหลัก]

ปลาสลิด

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ปลาหมอตาล

          ปลาหมอตาลวางไข่ลอยกระ-จายบนผิวน้ำ ไม่ทำรัง  บ่อวางไข่มีระดับน้ำลึก ๕๐-๘๐ เซนติ-เมตร มีเนื้อที่ ๓๐-๑๐๐ ตารางเมตร  ปลาหมอตาลจะวางไข่ทุกๆ ๖ เดือน และจะวางไข่ได้ประมาณ  ๕ ครั้งในชีวิต บ่อวางไข่จะใส่พ่อแม่ปลา ๑ คู่ต่อเนื้อที่ ๓๐-๕๐ ตารางเมตร ปลาจะวางไข่หลังจากปล่อย ๑๘ ชั่วโมง ตามปกติจะวางไข่ตอนเช้าไข่จะฟักเป็นตัวภายใน ๒ วัน ลูกปลาจะลอยอยู่บนผิวน้ำ ๓-๔วัน หลังจากนั้นนำไปเลี้ยงในบ่ออนุบาล ซึ่งควรใส่ปุ๋ยคอกให้น้ำมีสีเขียว เมื่อเลี้ยงได้ ๑ เดือน ก็นำไปปล่อยเลี้ยงเป็นปลาใหญ่ต่อไป   ผลผลิตของปลาหมอตาลในบ่อใส่ปุ๋ยจะได้ ๘๐  กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี

          ตามปกติปลาชนิดต่างๆ เหล่านี้อาจเลี้ยงรวมกันเองหรือรวมกับปลาสกุลอื่นๆ  ก็ได้  การเลี้ยงปลาหลายชนิดรวมกันนี้  ประกอบด้วยปลาหมอซึ่งกินเนื้อเป็นอาหาร  ปลาแรดซึ่งกินพืช ปลาสลิด ปลาหมอตาล และปลากระดี่  ซึ่งกินแพลงก์-ตอนเป็นอาหาร ในมาเลเซีย และสิงคโปร์นิยมเลี้ยงปลาสลิดรวมกับปลาไน ปลาหมอเทศ ปลาตะเพียนทอง ปลาตะเพียนและปลาจีน

[กลับหัวข้อหลัก]

ปลาหมอตาล

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ปลาช่อน
          การดำน้ำไม่มีความก้าวหน้านับเป็นพันปีเนื่องจากปราศจากความเข้าใจในวิชาสรีรวิทยาที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ และปฏิกิริยาของร่างกายต่อสภาวะต่างๆ ใต้น้ำ กับวิชาฟิสิกส์ที่ว่าด้วยแรงกดดัน หรือแรงที่กระทำบนตัวนักดำน้ำขณะอยู่ใต้น้ำ ผลของแรงกดดันต่อคุณสมบัติและพฤติกรรมของสสารในร่างกาย ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาความรู้ขึ้น การเรียนรู้วิชาฟิสิกส์ของการดำน้ำอันเกี่ยวกับคุณสมบัติของสสาร (ของเหลวและก๊าซ) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงภายใต้สภาวะต่างๆ รวมถึงวิชาสรีรวิทยาประยุกต์กับการดำน้ำจึงทำให้เข้าใจถึงการดำน้ำ และผลที่ก่อให้เกิดความผิดปกติของร่างกายมนุษย์
          ของเหลวมีน้ำหนักและปริมาณคงที่ แต่มีรูปร่างตามภาชนะที่บรรจุไม่สามารถบีบอัดให้มีปริมาตรเล็กลงได้ ปริมาตรของของเหลวจึงไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความกดดันหรืออุณหภูมิ ในขณะที่ก๊าซทุกชนิดที่มีน้ำหนักต้องการที่อยู่ และไม่มีรูปร่างที่จำกัด สามารถบีบอัดให้มีปริมาตรเล็กลงได้ ในจำนวนก๊าซที่มีอยู่มากมาย มีเพียง ๓-๔ ชนิดเท่านั้นที่มีความสำคัญเป็นพิเศษต่อนักดำน้ำ ได้แก่ ส่วนประกอบสำคัญของอากาศ ๒ ชนิดคือ ก๊าซออกซิเจนและ ก๊าซไนโตรเจน เมื่อหายใจนานเกินไปภายใต้ความกดดันที่เพิ่มขึ้นหรือใต้น้ำ ก๊าซทั้งสองชนิดจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย เรียกว่า การเป็นพิษของออกซิเจน และการเมาไนโตรเจนก๊าซอีกชนิดที่มีความสำคัญต่อนักดำน้ำในขณะที่ความลึกของการดำเพิ่มขึ้นได้แก่ ก๊าซฮีเลียมเพราะเมื่อนำมาผสมกับก๊าซออกซิเจนในสัดส่วนที่พอเหมาะ จะทำให้เกิดอากาศเทียมซึ่งคล้ายอากาศปกติใต้น้ำ แต่มีความหนาแน่นน้อยกว่าและทำให้เกิดการมึนเมาน้อยกว่าเมื่อความกดดันเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นยังมีก๊าซอันตรายอีก ๒ชนิด ที่นักดำน้ำควรรู้จัก คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ก๊าซชนิดแรกเกิดขึ้นจากปฏิกิริยาการเผาผลาญของร่างกายตามปกติ แต่ถ้าปริมาณคาร์บอน-ไดออกไซด์เกิดมากเกินกว่าปกติก็จะเป็นอันตรายได้การหายใจของนักดำน้ำ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดอันตรายจากคาร์บอนไดออกไซด์มากผิดปกติได้ สำหรับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งเกิดจากไอเสียเครื่องยนต์ หรือเกิดในห้องที่ปิดที่มีสี หรือของที่เก็บไว้กำลังเสื่อมสภาพ ถ้าก๊าซชนิดนี้มีการปนเปื้อนในอากาศที่ใช้หายใจของนักดำน้ำ จะทำให้เกิดอาการผิดปกติอย่างร้ายแรงจากภาวะการเป็นพิษของคาร์บอนมอนอกไซด์ ได้
          โดยธรรมชาติ ในน้ำมีความกดดันสูงกว่าบนบก น้ำยิ่งลึกมากเท่าใดความกดดันก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ที่ระดับน้ำทะเลมีความกดดัน ๑บรรยากาศ และทุกๆ ๓๓ ฟุต (๑๐ เมตร) ลึกลงไปในน้ำ จะมีความกดดันเพิ่มขึ้น ๑ บรรยากาศและเมื่อดำน้ำลงไปที่ความลึกมากๆ การละลายของก๊าซที่หายใจก็ยิ่งมากขึ้น
          สภาพแวดล้อมที่เป็นน้ำใต้ทะเล มีธรรมชาติแตกต่างจากบนพื้นดินที่มนุษย์คุ้นเคย เมื่ออยู่ใต้น้ำ การทำงานของอวัยวะหลายอย่างผิดไปจากปกติ ไม่ว่าจะเป็นการทรงตัว การมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหวหรือแม้แต่การหายใจก็จะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากหากอยู่ใต้น้ำ ความจำกัดเหล่านี้เป็นอุปสรรคในการกระทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขณะดำน้ำนอกเหนือจากความเสี่ยงต่อการจมน้ำ
[กลับหัวข้อหลัก]

ปลาช่อน

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ปลาบู่

          ตามธรรมชาติ ปลาบู่กินปลาตัวเล็กๆกุ้ง ปู หอย และแมลงในน้ำ ในประเทศไทยจะพบปลาบู่ตามแม่น้ำลำคลองหนอง บึง ในทุกภาคของประเทศ

          ปลาบู่จะวางไข่ตั้งแต่เดือนเมษายน - สิงหาคม  ปลาบู่ วางไข่ติดวัตถุต่างๆในน้ำ ไข่มีสีเหลืองเข้ม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๖ มิลลิเมตร ปลาตัวเมียที่มีขนาดความยาว ๑๕ -๓๖ เซนติเมตร จะมีไข่ ๑๐,๐๐๐-๙๐,๐๐๐ ฟอง ไข่จะฟักออกเป็นตัวภายใน ๑๖-๓๐ ชั่วโมง ในอุณหภูมิน้ำ ๒๐-๓๐ องศา-เซลเซียส

          การเลี้ยงปลาบู่    นิยมเลี้ยงในกระชังแขวนลอยชายฝั่งแม่น้ำ อาหารที่ใช้เลี้ยงคือ   ปลาเป็ดสับเป็นชิ้นโยนให้กินปลาจะโตได้ขนาดที่ตลาดต้องการในระยะเวลา ๘-๑๐ เดือน

[กลับหัวข้อหลัก]

ปลาบู่

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ปลานวลจันทร์ทะเล

          เป็นปลาในวงศ์คลูเปอิดี(Clupeidae) พบอยู่ทั่วไปในย่านอินโดแปซิฟิก ในเขตร้อนและเขตอบอุ่นอาศัยอยู่ในน้ำที่มีอุณหภูมิ ๑๕ องศาเซลเซียส ขึ้นไปถึง ๔๐ องศาเซลเซียส และจะตายเมื่ออุณหภูมิประมาณ ๑๒องศาเซลเซียส ปลานวลจันทร์ทะเลอาศัยอยู่ใกล้ฝั่ง ใกล้ปากแม่น้ำ เจริญเติบโตดีในบ่อน้ำกร่อย แต่จะไม่วางไข่แพร่พันธุ์ในบ่อ ลูกปลาที่นำมาเลี้ยงจับได้ตามชายฝั่งทะเล ลูกปลาเจริญเติบโตรวดเร็วภายใน ๑ เดือน จะมีความยาว ๕-๗ เซนติเมตรและจะโตมีความยาว ๑๒-๑๕ เซนติเมตร ในเดือนที่ ๒ ระยะเวลาเลี้ยง ๘-๑๐ เดือนจะโตได้น้ำหนัก ๒๕๐-๕๐๐  กรัม ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดต้องการ ขนาดโตที่สุดที่พบในทะเลมีน้ำหนักถึง๑๕ กิโลกรัม

[กลับหัวข้อหลัก]

ปลานวลจันทร์ทะเล

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ปลากระบอก

          ปลากระบอกเป็นปลาทะเลในวงศ์มูจิลิดี (Mugilidae) ซึ่งมาอาศัยหากินอยู่ในน้ำกร่อยบริเวณปากแม่น้ำ  พบทั่วไปในมหาสมุทรอินเดียในย่านอินโดแปซิฟิกเลยไปถึงญี่ปุ่น   ฟิลิปปินส์     และออสเตรเลีย   ปลากระบอกสามารถปรับตัวเข้าอยู่อาศัยได้ดีในน้ำกร่อยและน้ำจืด  ปลากระ-บอกนำมาเลี้ยงในบ่อได้ดี และสามารถนำมาเลี้ยงรวมกับปลาอื่นเช่น ปลาในสกุลคาร์ปและสกุลตีลาเบียในบ่อน้ำกร่อยเล็กน้อย
[กลับหัวข้อหลัก]

ปลากระบอก

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ปลากะพง

          ปลากะพงเป็นปลาทะเล แต่เข้ามาหากินในน้ำกร่อย และเลยเข้ามาอยู่ในแม่น้ำซึ่งมีน้ำจืด ปลากะพงเป็นปลาชั้นดี มีราคา ปลากะพงเป็นปลากินเนื้อ  กินปลา  กุ้ง  ปู หอยและตัวหนอนเป็นอาหาร ลูกปลากะพงที่นำมาเลี้ยงเก็บรวบรวมจากแหล่งธรรมชาติตามบริเวณปากแม่น้ำโดยเฉพาะปากแม่น้ำเจ้าพระยา   ทางฝั่งตะวันออกมีมากที่จันทบุรีและตราด การจับลูกปลาใช้อวนหรือสวิงช้อน  ขนาดของลูกปลาที่จับได้มีขนาดความยาวน้อยกว่า ๒๐ เซนติเมตร การเลี้ยงปลากะพงอาจเลี้ยงได้ในกระชังที่วางในทะเล ในบ่อน้ำกร่อยและในบ่อน้ำจืด อัตราการปล่อยปลาขนาดดังกล่าว ๑ ตัวต่อตารางเมตรใช้ปลาเป็ดเป็นอาหาร  ปลาจะโตได้น้ำหนัก  ๒ กิโลกรัม มีความยาว ๕๐ เซนติเมตร ภายในระยะเวลาการเลี้ยง ๑ ปี
[กลับหัวข้อหลัก]

ปลากะพง

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายเมฆ บุญพราหมณ์

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การก่อสร้างบ้านตึก
การเลี้ยงปลาน้ำกร่อย
การเลี้ยงปลาในกระชัง
บ้านเรือนของเรา
ผีเสื้อในวงศ์ต่างๆของประเทศไทย
ระบบการย่อยอาหาร
รูปลักษณะโดยทั่วไปของผีเสื้อ
สีและลวดลายบนปีกผีเสื้อ
อาการของโรคที่พบที่ผล
อาหารสมทบ
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 5
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 15
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 16
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 22
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 24
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 25
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 27
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 > ชนิดปลาที่นิยมเลี้ยง : ปลาไทย