สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก
ขอเชิญร่วมทดลองใช้สารบัญเว็บไทย 2.0 Beta ก่อนใคร คลิก!!!


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12
ชนิดของสัตว์เลี้ยง  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12
 
ชนิดของสัตว์เลี้ยง โดย นายทิม พรรณศิริ
          สัตว์เลี้ยงที่ถือว่ามีความสำคัญและสามารถทำรายได้ให้แก่เกษตรกร คือ
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

สัตว์เคี้ยวเอื้อง
          ได้แก่ สัตว์เลี้ยงพวกโค กระบือ แพะและแกะ ซึ่งเป็นสัตว์สี่กระเพาะ เมื่อกินอาหารเข้าไปแล้วจะคายออกมาเคี้ยวเอื้องอีกครั้งก่อนจะถูกนำไปใช้เป็นประโยชน์ 
          สัตว์เคี้ยวเอื้องอาจแบ่งแยกประเภทออกได้ตามวัตถุประสงค์ที่สำคัญของการเลี้ยงดังนี้ คือ
          ๑. โคเนื้อ โคที่เลี้ยงในบ้านเราป็นโคขนาดเล็ก มีการเจริญเติบโตช้า ส่วนใหญ่เลี้ยงไว้ใช้งานเช่น ไถนา ทำไร่ และเทียมเกวียนหรือล้อเพื่อใช้ในการขนส่งระยะสั้นๆ หลังจากเลิกใช้งานแล้วก็ส่งเข้าโรงฆ่า ชำแหละออกมาเป็นเนื้อวัวสำหรับบริโภค 
          ปัจจุบัน  ทางราชการได้นำโคพันธุ์เนื้อจากต่างประเทศเข้ามาเลี้ยงหลายพันธุ์ และพบว่าโคเนื้อพันธุ์อเมริกันบราห์มัน หรือโคลูกผสมอเมริกันบราห์มัน (เช่น โคพันธุ์เดราต์มาสเตอร์) สามารถเลี้ยง และเจริญเติบโตได้ดีในบ้านเรา  นอกจากนี้ยังมีความทนทานต่อโรคเหมือนโคพื้นเมืองของไทย
          ๒. โคนม  โคพื้นเมืองของไทยให้นมน้อยประมาณวันละ ๒-๓ ลิตร ทางราชการจึงได้ทดลองนำโคพันธุ์จากต่างประเทศเข้ามาเลี้ยงหลายพันธุ์ด้วยกัน และพบว่าโคพันธุ์แท้ที่นำเข้ามาทดลองเลี้ยงในบ้านเรายังไม่มีความเหมาะสมกับบ้านเรา  โดยเฉพาะมีการแพ้โรคต่างๆ  มาก และมักจะเสียชีวิตหลังจากนำเข้าไม่นานนัก จึงได้ผลิตโคลูกผสมโดยใช้โคพันธุ์นมจากต่างประเทศที่นำเข้ามาผสมกับวัวพื้นเมือง และพบว่าโคนมลูกผสมขาวดำ  (โฮลสไตน์  ฟรีเชียน) กับโคพื้นเมืองเป็นโคนมลูกผสมที่ให้นมดีที่สุด บางตัวให้นมสูงถึง ๓๘ ลิตรต่อวัน และทั่วๆ ไปให้นมมากกว่า ๑๐ ลิตรต่อวัน
         ๓. กระบืองานหรือกระบือปลัก กระบือบ้านเราเรียกทั่วๆ ไปว่ากระบือปลักหรือกระบือที่เลี้ยงไว้เพื่อใช้งานเป็นหลัก ให้น้ำนมน้อยประมาณวันละ ๑-๒  ลิตร และเมื่อเลิกใช้งานแล้วก็ส่งเข้าโรงฆ่าเอาเนื้อมาบริโภค
         ๔. กระบือนมหรือกระบือแม่น้ำ กระบือชนิดนี้เป็นกระบือที่นำเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อเลี้ยงเอาไว้รีดนมโดยเฉพาะ  ที่เรียกว่า กระบือแม่น้ำเป็นการเรียกตามชาวต่างประเทศที่เรียกว่า ริเวอร์บัฟฟาโล (River buffalo)
          กระบือนมมีหลายพันธุ์แต่ที่นำเข้ามาทดลองเลี้ยงในบ้านเราคือ กระบือพันธุ์มูร์ราห์ ซึ่งมีการให้นมประมาณวันละ ๗-๘ ลิตร  แต่บางตัวให้นมสูงถึง ๒๐ ลิตรหรือกว่านั้น
          กระบือพันธุ์นี้นอกจากให้นมแล้วยังใช้งานได้ด้วย  และเมื่อรีดนมแล้วก็สามารถใช้เนื้อบริโภคได้เป็นอย่างดี
          ปัจจุบันได้มีการนำกระบือมูร์ราห์มาผสมกับกระบือบ้านเรา ปรากฏว่าลูกออกมาให้น้ำนมมากขึ้น  และสามารถใช้งานได้ดีเช่น กระบือพื้นเมือง และเนื้อก็มีคุณภาพดี
          ๕. แพะ  แพะพื้นเมืองของบ้านเรามีเลี้ยงกันมากในภาคใต้ ตัวค่อนข้างเล็ก หนักประมาณ ๑๐-๑๘ กิโลกรัม และมีนมน้อย ทางราชการจึงได้นำแพะพันธุ์นมจากต่างประเทศเข้ามาทดลองเลี้ยงในบ้านเรา  และพบว่าแพะพันธุ์ซาเนนเหมาะสมที่จะเลี้ยงขยายพันธุ์ในบ้านเราโดยเฉพาะซาเนนลูกผสม ซึ่งให้น้ำนมประมาณวันละ  ๒-๔ ลิตร และมีความทนทานต่อโรคมากกว่าแพะพันธุ์แท้ที่นำเข้ามาทดลองเลี้ยง
          ๖. แกะ   แกะพื้นเมืองเลี้ยงกันมากในภาคใต้เช่นเดียวกับแพะ ตัวมีขนาดเล็กมากประมาณ  ๘-๑๒ กิโลกรัมแต่มีความทนทานต่อโรคดี ทางราชการได้ทดลองนำแกะพันธุ์ต่างๆเข้ามาทดลองเลี้ยงในบ้านเรา  และพบว่าแกะพันธุ์แท้ที่นำเข้ามายังไม่สามารถเลี้ยงได้ในสภาพแวดล้อมของบ้านเรา  แต่แกะลูกผสมที่เกิดจากแกะพันธุ์ดอร์เซตและพันธุ์พื้นเมืองจะสามารถเลี้ยงในบ้านเราได้เป็นอย่างดี และมีน้ำหนักประมาณ ๒๕-๓๐ กิโลกรัม  ซึ่งเหมาะสมจะนำมาใช้ส่งเสริมให้เลี้ยงแกะในบ้านเรา  
[กลับหัวข้อหลัก]

โคนมลูกผสมขาวดำ (Holstein Friesian)


กระบือพันธุ์มูร์ราห์แท้ตัวผู้


แพะพันธุ์ซาเนน (Saanen) ตัวเมีย

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
สัตว์กระเพาะเดียว
          สัตว์กระเพาะเดียวที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศคือสุกร ซึ่งมีการเลี้ยงกันมากทั่วประเทศ
          สุกรพื้นเมืองเดิมมีชื่อต่างๆ  กัน เช่น พวง  แรด  และอื่นๆ มีลำตัวค่อนข้างเล็ก แต่ให้ลูกดกและมีความทนทานต่อโรคต่างๆ ได้ดีซึ่งไม่เหมาะสมจะใช้เลี้ยงเพื่อธุรกิจการค้า
          ต่อมาจึงได้มีการนำสุกรพันธุ์จากต่างประเทศเข้ามาทดลองเลี้ยงในบ้านเราหลายพันธุ์ด้วยกัน   และพบว่าสุกรพันธุ์แท้บางพันธุ์สามารถเลี้ยงได้ดีในบ้านเรา ซึ่งได้แก่สุกรพันธุ์ต่อไปนี้
          (๑) ดูร็อกเจอร์ซี
          (๒) ลาร์จไวต์
          (๓) แลนด์เรซ
          นอกจากนี้ก็ได้มีผู้นำสุกรพันธุ์ผสมเข้ามาเลี้ยงอีกหลายพันธุ์  แต่ส่วนใหญ่เป็นสุกรพันธุ์ผสมซึ่งเกิดจากสุกรทั้งสามพันธุ์ดังกล่าวข้างต้น
          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  ได้ทรงนำสุกรพันธุ์เหมยซาน  ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้น้อมเกล้าฯ ถวาย จำนวน ๔ คู่ มาให้กรมปศุสัตว์ทดลองเลี้ยงและขยายพันธุ์  พบว่าสุกรพันธุ์นี้สามารถให้ลูกดกมากเฉลี่ยครอกละ ๑๖ ตัว และมีบางครอกให้ลูกถึง ๒๔ ตัว สามารถเจริญเติบโตได้ดีกว่าสุกรพื้นเมืองเดิม  มีเนื้อมาก และเนื้อมีคุณภาพดี 
          เพื่อให้สุกรนี้มีลักษณะดีขึ้นกว่าที่มีอยู่เดิม  กรมปศุสัตว์ได้นำสุกรพันธุ์นี้มาทดลองผสมกับสุกรทั้งสามพันธุ์ดังกล่าวข้างต้น และพบว่าสุกรลูกผสมเหมยซานกับดูร็อกเจอร์ซี่จะมีลักษณะดีที่สุดทั้งในด้านรูปร่างลักษณะ การเจริญเติบโตคุณภาพของเนื้อ และความทนทานต่อโรค 
          สุกรพันธุ์ลูกผสมเหมยซานและดูร็อกเจอร์ซี่  ที่กรมปศุสัตว์ผสมขึ้นเพื่อให้เกษตรกรในชนบทได้นำไปเลี้ยงนั้น  ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี  พระราชทานนามว่า "สุกรมิตรสัมพันธ์"
[กลับหัวข้อหลัก]

สุกรพันธุ์แลนด์เรซตัวผู้


สุกรพันธุ์เหมยซานตัวผู้

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
สัตว์ปีก

          สัตว์ปีกที่มีการเลี้ยงกันในแง่ของการค้าคือ
          ๑. ไก่
          ๒. เป็ด
          ๓. ห่าน
          ๔. ไก่งวง
          ๕. นกกระทา

          ๑. ไก่
ไก่พื้นเมืองที่เลี้ยงในบ้านรา เป็นไก่ที่เจริญเติบโตช้า ให้ไข่น้อย และมีลำตัวค่อนข้างเล็ก แต่มีความทนทานต่อโรคต่างๆ ได้ดี 
          ปัจจุบันมีผู้นำไก่จากต่างประเทศมาเลี้ยงในรูปของการค้ากันมาก  จนถึงกับมีการส่งเนื้อไก่ออกไปขายต่างประเทศจำนวนมาก  ไก่ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศมี ๒ ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ
          ก. ไก่เนื้อ ไก่เนื้อ คือไก่ที่เลี้ยงประมาณ ๘ สัปดาห์หรือ ๕๖ วัน ก็จะส่งตลาดหรือเข้าโรงฆ่า เป็นไก่ที่มีการเจริญเติบโตเร็วและมีเนื้อมาก หากมีการให้อาหารตามคุณภาพที่กำหนด 
          ไก่เนื้อที่นำเข้ามาเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นไก่ลูกผสมที่ผลิตจากบริษัทต่างๆ ในต่างประเทศ โดยประเทศของเรายังไม่สามารถผลิตไก่เนื้อที่มีคุณภาพดีเท่าต่างประเทศได้ 
          ไก่เนื้อที่นำเข้ามาส่วนใหญ่เป็นพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งเมื่อเลี้ยงแล้วผสมพันธุ์ ลูกที่ออกมาก็จะนำไปเลี้ยงเป็นไก่เนื้อส่งโรงฆ่า แต่มีบางฟาร์มได้นำปู่ย่าตายายมาเลี้ยงเพื่อนำมาผลิตพ่อแม่พันธุ์  แล้วจึงขยายเป็นไก่เนื้ออีกครั้ง
          ข. ไก่ไข่ ไก่ไข่ในระยะเริ่มแรกที่นำเข้ามาเลี้ยง  เมื่อประมาณ ๔๐ ปีจนถึงเมื่อประมาณ ๑๕ ปีที่แล้วมา  ส่วนใหญ่เป็นไก่พันธุ์แท้ซึ่งได้แก่ไก่พันธุ์โรดไอส์แลนด์แดง  และพันธุ์เล็กฮอร์นขาวเป็นหลัก แต่ต่อมาได้มีการนำไก่ไข่ลูกผสมจากต่างประเทศเข้ามาเลี้ยงเป็นส่วนใหญ่จนอาจกล่าวได้ว่าปัจจุบันนี้ไม่มีผู้ใดเลี้ยงไก่ไข่พันธุ์แท้ก็ว่าได้ นอกจากไก่ของหน่วยงานของรัฐบาล
          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้นำไก่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้น้อมเกล้าฯ ถวายไข่ฟักจำนวนหนึ่ง    และได้พระราชทานให้กรมปศุสัตว์นำไปฟักและเลี้ยงขยายพันธุ์ ปรากฏว่าไก่พันธุ์นี้เลี้ยงได้ดีในบ้านเรา  กินอาหารได้ทุกอย่างมีการเจริญเติบโตดี  ตัวผู้น้ำหนักประมาณ ๕กิโลกรัมเมื่อโตเต็มที่ และตัวเมียหนักประมาณ ๒.๐-๒.๕ กิโลกรัมเมื่อโตเต็มที่ และมีไข่ดกกว่าไก่พื้นเมืองมาก 
          ในการปรับปรุงให้ไก่พื้นเมืองมีคุณภาพดีขึ้น ไก่เซี่ยงไฮ้จำนวนหนึ่งได้ถูกนำไปผสมข้ามพันธุ์กับไก่พื้นเมือง  ซึ่งปรากฏว่าไก่ลูกผสมที่ผลิตออกมาเลี้ยงง่าย  โตเร็ว  น้ำหนักมาก และให้ไข่ดกกว่าไก่พื้นเมืองมาก

          ๒. เป็ด เป็ดพื้นเมืองของเรามีเลี้ยงมากที่นครปฐม สมุทรปราการและชลบุรี จึงมักเรียกชื่อเป็ดพื้นเมืองตามแหล่งที่เลี้ยงว่าเป็ดนครปฐม เป็ดปากน้ำ และเป็ดชลบุรี เป็นต้น
          เป็ดพื้นเมืองตัวค่อนข้างเล็ก  การเจริญเติบโตช้า แต่มีไข่ดกดีพอสมควร มักจะพบบ่อยๆ ว่าเป็ดพื้นเมืองไข่เกิน ๒๐๐ ฟองต่อปีแต่ไข่มีขนาดเล็ก
          ด้วยเหตุดังกล่าวจึงได้มีการนำเป็ดจากต่างประเทศเข้ามาเลี้ยงในบ้านเราในระยะหลังๆ  
          เป็ดที่นำเข้ามาเลี้ยงในบ้านเราแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกันคือ
          ก. เป็ดไข่  เป็ดไข่ที่นำเข้ามาเลี้ยงในบ้านเราส่วนใหญ่ เป็นเป็ดพันธุ์กากีแคมเบลล์เป็นเป็ดที่มีอัตราการไข่ค่อนข้างสูง บางตัวไข่ถึง ๓๐๐ ฟองต่อปี แต่บางครั้งก็มีปัญหาเรื่องโรคจึงได้มาผสมข้ามพันธุ์กับเป็ด  พื้นเมือง ปรากฏว่าเป็ดลูกผสมกากีแคมเบลล์ให้ไข่ดกและไข่ใหญ่กว่าเป็ดพื้นเมืองมาก จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันทั่วไป
          ข. เป็ดเนื้อ เป็ดเนื้อที่นำเข้าเลี้ยงในบ้านเรามีหลายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่นิยมมากที่สุดคือเป็ดพันธุ์ปักกิ่ง และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ก็ได้พระราชทานไข่เป็ดพันธุ์ปักกิ่งซึ่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนน้อมเกล้าฯ  ถวาย  ให้กรมปศุสัตว์นำไปฟักและเลี้ยงขยายพันธุ์ ปรากฏว่าเป็ดนี้ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในบ้านเรา แต่บางครั้งก็ยังมีปัญหาเรื่องโรค จึงผสมเป็ดระหว่างพันธุ์ปักกิ่งกับพันธุ์พื้นเมืองก็ปรากฏว่าเป็ดลูกผสมดังกล่าวมีการเจริญเติบโตได้ดีในบ้านเรา และมี
น้ำหนักมากเมื่อถึงอายุส่งตลาด

          ๓. ห่าน ห่านที่เลี้ยงในบ้านเราส่วนใหญ่เป็นห่านจีน มีทั้งชนิดตัวสีขาวและสีน้ำตาลห่านกินอาหารได้ทุกชนิดทั้งหญ้า  ผัก  เมล็ดพืช ปลา  หรือ อาหารผสม แต่เนื่องจากคนไทยยังไม่ค่อยนิยมบริโภคจึงมีการเลี้ยงค่อนข้างจำกัด

          ๔. ไก่งวง ไก่งวงสามารถกินอาหารต่างๆ  ได้คล้ายกับห่าน เกษตรกรมักจะเลี้ยงปล่อยให้หาอาหารกินเอง
          ไก่งวงที่เลี้ยงในบ้านเรามีทั้งชนิดสีขาวและสีเทาปนน้ำตาล  แต่ไม่ค่อยแพร่หลายนัก ยกเว้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือค่อนข้างมากกว่าภาคอื่นๆ เพราะคนไทยยังไม่นิยมบริโภคไก่งวงมากนัก

          ๕. นกกระทา นกกระทาที่เลี้ยงในบ้านเราส่วนใหญ่นำมาจากประเทศญี่ปุ่น  และเลี้ยงเพื่อเอาไข่เป็นหลัก มีการเลี้ยงกันบ้างในภาคกลางแต่ก็ยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร


[กลับหัวข้อหลัก]

ไก่งวงสีเทาปนน้ำตาล


เป็ดเนื้อลูกผสมกากี (ซ้าย-ตัวผู้ ขวา-ตัวเมีย)


นกกระทา


ไก่ลูกผสมพันธุ์ฮาร์โก (ตัวเมีย)

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายทิม พรรณศิริ

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12