สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10 > จิตเวชศาสตร์ และสุขภาพจิต
จิตเวชศาสตร์ และสุขภาพจิต  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10
 
จิตเวชศาสตร์ และสุขภาพจิต โดย แพทย์หญิงสุพัฒนา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา

          จิตเวชศาสตร์เป็นวิชาแพทย์ ซึ่งเกี่ยวกับการวินิจฉัยโรค การรักษาการป้องกัน และงานวิจัยโรคหรือความผิดปกติทางจิตใจ (mental disorders) 
          ปัจจุบันงานทางจิตเวชได้ครอบคลุมไปถึงรักษาทางจิตเวชในโรงพยาบาลทั่วไป การดูแลรักษาในชุมชน การให้คำปรึกษาแนะนำและการร่วมงานกับหน่วยงานต่างๆ  ที่เกี่ยวข้อง เช่น  ศาล โรงเรียนและกรมประชาสงเคราะห์ เป็นต้น


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

ประวัติจิตเวชศาสตร์และสุขภาพจิต
          มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่า ในประเทศอียิปต์สมัย ๑,๕๐๐ ปีก่อนคริสต์กาล คนในยุคนั้นเชื่อถืออำนาจเหนือธรรมชาติ เช่น เชื่อว่าโรคทั้งหลายรวมทั้งโรคจิตเกิดจากวิญญาณของภูติผีปีศาจเข้ามาสิงสู่     หรือโรคจิตเกิดจากการกระทำในสิ่งที่ต้องห้าม  (taboo) จากการไม่ปฏิบัติตามกฎศาสนา ฯลฯ การรักษาโรคจิตจึงมักอาศัยพระ หรือการเข้าทรง หมอผี
          ฮิปโปคราเตส  (Hippocrates,  ๔๖๐-๓๗๗  ปี ก่อนคริสต์ศักราช  ชาวกรีก ผู้ริเริ่มการแพทย์) ผู้ได้รับสมญาว่าเป็น "บิดาแห่งการแพทย์" เป็นคนแรกที่นำความรู้เกี่ยวกับโรคจิตเข้ามาสู่วงการแพทย์   ประมาณคริสต์ศตวรรษที่  ๔ ก่อนคริสต์กาล เขากล่าวว่า "สมองเป็นที่ตั้งของจิตใจ"  เขาไม่เชื่อว่าโรคจิตเกิดจากพระเจ้าหรือปีศาจ
          ต่อมาในยุคกลาง  (Middle Ages) ซึ่งเป็นยุคของศาสนาและภูติผีปีศาจ  นักบวชมีอำนาจทั้งทาง ศาสนาและมายากล คนทั้งหลายกลับไปมีความเชื่อ อย่างเดิมว่าโรคจิตเกิดจากผีสิงหรือแม่มด    โดยเฉพาะชาวตะวันออกส่วนมากเชื่อเวทมนตร์คาถา   ลางสังหรณ์   การบูชาพระเจ้า  ผี  ต้นไม้ ไฟ เป็นต้น  ในคริสต์ศตวรรษที่ ๘ เริ่มมีสถานดูแลผู้ป่วยโรคจิต (asylum) ในกรุงแบกแดด ต่อมามีการสร้างโรงพยาบาลโรคจิตในที่อื่นๆ อีก โดยเฉพาะในเมืองอะเดรียนาโบลิส   (Adrianabolis)   สุลต่านที่  ๒  ได้สร้างโรงพยาบาลโรคจิตขึ้นใน   พ.ศ. ๒๐๔๓  (ค.ศ. ๑๕๐๐)  มีบรรยากาศสงบ  มีน้ำพุและสวนดอกไม้  การรักษาใช้ยา  เครื่องหอม อาหารพิเศษ และการแสดงดนตรี
         ในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ เป็นยุคเริ่มต้นของการตื่นตัวเรื่องจิตไร้สำนึก (unconscious) จ็อง มาร์แตงชาร์โกต์ (Jean  Martin  Charcot, ค.ศ. ๑๘๒๕-๑๘๙๓)ประสาทแพทย์ชาวฝรั่งเศส ศึกษาสาเหตุของโรคฮิสทีเรียอย่างลึกซึ้ง ลูกศิษย์ของเขาคนหนึ่งคือ ซิกมันด์ฟรอยด์ (Sigmund Freud, ค.ศ. ๑๘๕๖-๑๙๓๙) ได้เป็นผู้วางรากฐานทฤษฎีจิตวิเคราะห์ (psychoanalysis) แรกเริ่มเขาเป็นประสาทแพทย์ชาวออสเตรีย แต่ภายหลังหันมาสนใจเรื่องจิตใจ และใช้วิธีสะกดจิตรักษาผู้ป่วยฮิสทีเรีย เขาพบว่า ผู้ป่วยส่วนมากจะกดเก็บความต้องการอันไม่เป็นที่ยอมรับ  (unacceptable wishes) ไว้ในจิตไร้สำนึก เขาค้นพบทฤษฎีของจิตกลไกหรือกลวิธาน (mental or defense mechanisms) ซึ่งเป็นรากฐานส่วนหนึ่งของทฤษฎีจิตวิเคราะห์  ต่อมาเขาเลิกใช้วิธีสะกดจิตและใช้วิธีปล่อยให้ผู้ป่วยพูดสิ่งที่ผู้ป่วยคิดออกมาได้เองตามใจชอบทำให้เขานึกถึงเรื่องอื่นๆ ได้ติดต่อกันไปอย่างเสรี (free association) เขาได้ศึกษาค้นคว้าเทคนิคในการทำจิตบำบัด (Psychotherapy) ในทฤษฎีลิบิโด (libido) ซึ่งเป็นแก่นของจิตวิเคราะห์
          ในยุคครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก แนวคิดทางจิตเวชศาสตร์ได้เบน ไปจากเรื่องศาสนาและปรัชญา และเปลี่ยนไปทางอุดมคตินิยมและวัตถุนิยมมากขึ้นนักจิตเวชศาสตร์เริ่มเชื่อว่า  อาการทางจิตเวชสืบเนื่องมาจากสาเหตุทางสรีรวิทยา จนบางคนถึงกับเชื่อว่าโรคจิตคือโรคของสมอง แนวโน้มในการรักษาผู้ป่วยโรคจิตในยุคนี้คือ  รีบแยกผู้ป่วยออกจากครอบครัว  แล้วรีบนำไปไว้ในโรงพยาบาล
          ในปัจจุบัน  ผู้ป่วยโรคจิตส่วนมากได้รับการรักษาด้วยการใช้ยา ซึ่งมีมากมายหลายชนิด  และส่วนมากมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการทางจิต  นอกจากนี้ ยังมีวิธีการรักษาที่ทันสมัย ทำให้ผู้ป่วยหลายรายไม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล สามารถอยู่ในชุมชนของเขาได้
[กลับหัวข้อหลัก]

ฮิปโปคราเตส ผู้ได้รับสมญา บิดาแห่งการแพทย์


ซิกมันด์ ฟรอยด์ ผู้วางรากฐานทฤษฎีจิตวิเคราะห์

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ประวัติจิตเวชศาสตร์และสุขภาพจิตในประเทศไทย
          ในสมัยโบราณ  ชาวบ้านเชื่อถือเทวดา ผีสางนางไม้ จึงมักรักษาผู้ป่วยโรคจิต โดยการเฆี่ยนตีไล่ผีสะเดาะเคราะห์ ฯลฯ บางคนก็เชื่อปาฎิหาริย์  และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น บ่อน้ำพรานบุญล้างเนื้อที่ใกล้พระพุทธบาท ใครป่วยเป็นโรคจิตโรคประสาทก็ไปตักน้ำบ่อนั้นมาอาบและกิน การเยียวยาแบบอื่น ได้แก่ การใช้รากไม้สมุนไพรและยานัตถุ์ เช่น เอาสมุนไพรบดผสมเป็นผงเป่าเข้าทางจมูก จนผู้ป่วยเมายา สงบจากความคลั่งได้ ถ้าไม่ทุเลาก็กักขัง  หรือถ้าอาละวาดก็อาจชกให้สลบลงไปแล้วล่ามโซ่จองจำไว้
          โรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกของประเทศไทย คือ โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เป็นโรงพยาบาลเก่าแก่ยุคเดียวกับโรงพยาบาลศิริราช   ตั้งขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๑  พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๓๒  "คนเสียจริต" จำนวน  ๓๐ คน ได้ถูกนำมาฝากรวมกันไว้ ณ สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเดิมเป็นของพระยาภักดีภัทรากร  สถานที่แห่งนี้ขึ้นกับกระทรวงธรรมการ  มิได้มีลักษณะเป็นโรงพยาบาลเช่น ปัจจุบัน ผู้ป่วยถูกขังไว้ในห้องลั่นกุญแจ  ล้อมลูกกรงเหล็กขนาดใหญ่  ผู้ป่วยคลั่งบางคนก็ถูกล่ามโซ่ตรวนหรือใช้ยาต้ม  หรือใช้ยานัตถุ์
          พ.ศ. ๒๔๔๘ เปลี่ยนชื่อเป็น "โรคพยาบาลคนเสียจริตปากคลองสาน" ขึ้นกับกองแพทย์สุขาภิบาลใน กระทรวงนครบาล  ซึ่งมีนายแพทย์  เอช แคมป์เบลล์ ไฮเอ็ด  (H.Cambell Hyed) เป็นหัวหน้า การดูแลผู้ป่วยบกพร่องมากจนนายแพทย์ไฮเอ็ดต้องรายงานไปยังรัฐบาล จึงได้สร้างโรงพยาบาลขึ้นใหม่  เปิดรับผู้ป่วยเมื่อเดือนกันยายน  พ.ศ. ๒๔๕๕ ผู้อำนวยการคนแรกเป็นแพทย์ชาวอังกฤษชื่อ โมเดิร์น คาทิวส์ (Modern Cathews) ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาอายุรเวชวิจักษ์  โรงพยาบาลแห่งนี้มุงหลังคาสีแดง ทั้งนี้เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ (ยุคนั้นสถานที่ราชการในประเทศอังกฤษมีหลังคาสีแดงเป็นเครื่องหมาย) สีแดงมิได้เป็นสัญลักษณ์ของความวิกลจริตตามที่บางคนเข้าใจ
          ผู้อำนวยการคนต่อมา   คือ   นายแพทย์   อาร์เมนเดิลสัน  (R. Mendleson)  ศัลยแพทย์ประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้จัด "นายแพทย์ผู้รักษาการ" ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๕ ประกอบด้วยแพทย์ ๖ ท่าน คือ พระเชษฐ์ไวทยากร (ต่อมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข) พระบรรจงพยาบาล (ต่อมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลป์)  พระชาญวิธีเวช (ต่อมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) หลวงไมตรีแพทยารักษ์  (ต่อมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระ)   หลวงวิเชียรแพทยาคม  (ต่อมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลโรคจิต และปลัดกระทรวงวัฒนธรรม)  และหลวงพิจิตรภิสัชการ (ต่อมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลโรคเรื้อนพระประแดง)
          พ.ศ. ๒๔๖๘    หลวงวิเชียรแพทยาคมได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการคนแรกซึ่งเป็นแพทย์ไทย 
          พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้เปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลคนเสียจริตเป็น "โรงพยาบาลโรคจิตธนบุรี" 
          พ.ศ. ๒๔๘๕  นายแพทย์ฝน  แสงสิงแก้ว ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล  และในปีนี้เองโรงพยาบาลโรคจิตได้ย้ายมาเข้าสังกัดกรมการแพทย์  เป็นยุคสำคัญของวิวัฒนาการโรงพยาบาลฝ่ายจิตและการศึกษาจิตเวชศาสตร์
         นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้วได้ก่อตั้งสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทยขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๖  มุ่งหนักไปในทางส่งเสริมวิชาการแก่แพทย์ และจัดตั้งสมาคมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์   ใน พ.ศ. ๒๕๑๐  มีวัตถุประสงค์ให้ความรู้ความเข้าใจและส่งเสริม สุขภาพจริต   สมาคมนี้จึงทำงานร่วมกับครูอาจารย์และผู้มีอาชีพอื่นๆ
         ปัจจุบัน มีภาควิชาจิตเวชศาสตร์ในโรงเรียนแพทย์ทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา หน่วยจิตเวชในโรงพยาบาลทั่วไปในบางจังหวัด  ได้แก่  ยะลา สระบุรี นครสวรรค์ ชลบุรี จันทบุรี และมีแผนกจิตเวชในโรงพยาบาลทหารตำรวจ และเทศบาล
         นอกจากนี้ ได้มีการสอนวิชาสุขภาพจิตในหลักสูตรก่อนและหลังปริญญาในแขนงวิชาต่างๆ เช่น สาธารณสุขศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ครุศาสตร์  มนุษยศาสตร์ ทั้งนี้เพราะเป็นวิชาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชิวิตอย่างสร้างสรรค์ ทั้งแก่ตนเองผู้ใกล้ชิดในครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน
[กลับหัวข้อหลัก]

หลวงวิเชียรแพทยาคม ผู้อำนวยการคนแรกของโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแพทย์ไทย


นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ผู้ก่อตั้งสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• แพทย์หญิงสุพัฒนา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
ไข้กาฬนกนางแอ่น หรือไข้กาฬหลังแอ่น
ไซนัสอักเสบ
ประเภทของความผิดปกติทางจิตใจ
ปัญญาอ่อน
โรคจากสัตว์เซลล์เดียว
โรคทางอายุรศาสตร์
โรคผิวหนังที่เกิดจากบัคเตรี
โรคผิวหนังที่มีลักษณะเป็นเม็ดหรือผื่นด้านและลอก
โรคหูจากภูมิแพ้
อาหารกับการออกกำลัง
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 1
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 5
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 17
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 18
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 27
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10 > จิตเวชศาสตร์ และสุขภาพจิต