ดูจะเป็นค่านิยมที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของมนุษย์ในสังคมอุตสาหกรรมเสียแล้ว ที่หลงใหลได้ปลื้มกับความเป็นที่สุดในด้านต่างๆ (เฉพาะในด้านที่ดีเท่านั้น) ตึกที่สูงที่สุด สนามกีฬาที่จุคนได้มากที่สุด หรือสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดเป็นต้น ความเป็นที่สุดมิได้หยุดอยู่เพียงสิ่งก่อสร้างหรือทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น หากแต่รวมไปถึงความยิ่งใหญ่ทางธุรกิจอีกด้วย เช่นปริมาณการจ้างพนักงาน ขอบข่ายสาขา เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้สร้างความภาคภูมิใจแก่เจ้าของสถิตินั้นเป็นอย่างยิ่ง ในปัจจุบันได้มีการคิดค้นวิธีวัดความเป็นที่สุดทางเศรษฐกิจแบบใหม่ขึ้น ซึ่งอาศัยข้อมูลมาทำเป็นสถิติโดยคิดจาก "ผลิตผลรวบยอดของประชาชาติ" หรือ Gross National Product (GNP) โดยพิจารณาค่าของสินค้าและบริการที่ถูกผลิตขึ้นมาทั้งหมด แต่เป็นวิธีที่มีข้อผิดพลาดอยู่มากทีเดียว เนื่องจากมองข้ามการผลิตนอกกลไกอุตสาหกรรม เช่น งานบ้านหรืองานเลี้ยงเด็ก เป็นต้น
อย่างไรก็ดี ประเทศไทยซึ่งได้หันมาพัฒนาอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๐ เป็นต้นมาก็ได้รับวัฒนธรรมนิยมความเป็นที่สุดมาจากประเทศอุตสาหกรรมต้นแบบอย่างเต็มที่ และวัฒนธรรมดังกล่าวนี้ก็ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากทุกฝ่าย ทั้งจากคณะผู้บริหารประเทศ และจากภาคธุรกิจต่างๆ
ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ โครงสร้างสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก หรือสวนอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะได้รับความสนใจและสนับสนุนจากทุกฝ่ายด้วยดี
นอกจากโครงการที่เป็นวัตถุรูปธรรมแล้วสถิติผลิตผลรวบยอดของประชาชาติก็ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นเครื่องมือวัดสถานะทางเศรษฐกิจของประเทศ ว่ามีความเจริญเติบโตในระดับที่น่าพอใจหรือไม่ รัฐบาลพยาบาลทุกวิถีทางที่จะผลักดันให้ค่าเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และหากประสบผลสำเร็จ ก็ถือเป็นผลงานชิ้นสำคัญของรัฐบาล ที่จะได้รับคำยกย่องชมเชย และมีคะแนนนิยมสม่ำเสมอ
ลักษณะเช่นนี้แพร่ไปทั่วทุกมุมโลก ทั้งในประเทศอุตสาหกรรมและประเทศที่กำลังมุ่งสู่ความเป็นประเทศอุตสาหกรรม โดยที่มนุษย์ผู้สร้างวัฒนธรรม มิได้คำนึงถึงผลเสียที่เป็นปัญหาเรื้อรังและร้ายแรงมากขึ้นทุกทีๆ ซึ่งก็คือปัญหาเกี่ยวกับระบบนิเวศวิทยา และความเสื่อมโทรมของสภาพจิตใจมนุษย์ในปัจจุบัน
ทุกวันนี้ทรัพยากรหลักของโลกทั้งสามอย่างอันได้แก่ ป่าไม้ น้ำ และอากาศ ต่างก็ถูกคุกคามทำลายจนมีสภาพเลวร้ายลงเรื่อยๆ ยากที่จะกอบกู้ให้กลับมามีสภาพดีดังเดิม ตราบใดที่วัฒนธรรมนิยมความเป็นที่สุดยังฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของมนุษย์ยุคอุตสาหกรรม ตราบนั้นความต้องการไม่สิ้นสุดก็ยังคงดำเนินต่อไป และปัญหาต่างๆ ก็ยังไม่มีทางจะหมดสิ้นไปได้เช่นเดียวกัน
เป็นที่น่าเสียดายที่ประเทศไทยได้รับวัฒนธรรมนี้มา เช่นเดียวกับประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั่วโลก ที่ประสบปัญหาทั้งทางด้านทรัพยากรธรรมชาติ และทรัพยากรมนุษย์
ระบบนิเวศวิทยาถูกทำลายเสียหายมากมายทั้งโดยอุตสาหกรรมโรงงาน และอุตสาหกรรมบริการต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งนับเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้หลักมาสู่ประเทศไทย คุณภาพชีวิตของคนดูจะลดลงมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพมหานครและเมืองอุตสาหกรรมรอบนอก มลพิษโดยเฉพาะทางอากาศและทางเสียงเป็นปัญหาเรื้อรัง ซึ่งแก้ไขยากขึ้นทุกวันๆ ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี ขณะนี้ปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมของโลก ก็เริ่มได้รับความสนใจบ้างแล้ว โดยเฉพาะในประเทศทางตะวันตกซึ่งพยายามหันมาแก้ไขและป้องกันอย่างจริงจัง ทั้งโดยวิธีรณรงค์สร้างสำนึกรับผิดชอบในสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและการใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด เป็นต้น มาตรการเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ช่วยให้สมดุลของระบบนิเวศวิทยาคงอยู่ต่อไป
ประเทศไทยซึ่งรับเอาวัฒนธรรมทางอุตสาหกรรมเข้ามานั้น ได้รับทั้งประโยชน์และโทษจากวัฒนธรรมเหล่านี้ ในส่วนของผลประโยชน์ที่เป็นการดี คือยกระดับความก้าวหน้า ในการดำรงชีวิตอีกขั้นหนึ่ง แต่ในส่วนของโทษ หากไม่ป้องกันและแก้ไขก็สามารถนำความหายนะอันใหญ่หลวงมาได้ เปรียบดังดาบสองคมนั่นเอง
ปัจจุบัน โทษของอุสาหกรรมที่มีต่อสิ่งแวดล้อมก็หนักและเฉียบพลันมากขึ้นทุกที หากรัฐบาลไทยไม่ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดกวดขันเอาจริงเอาจังต่อการรักษาระบบนิเวศแล้ว วิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วก็จะขยายตัว และทำร้ายคนไทยทั้งชาติอย่างแน่แท้
[กลับหัวข้อหลัก]