คณะองคมนตรีในระบอบประชาธิปไตยไทย
ตั้งแต่เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นต้นมา ก็ไม่ปรากฏว่า มีคณะองคมนตรีในรัฐธรรมนูญหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจนกระทั่งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๔๙๐ จึงได้มีบัญญัติไว้ในมาตรา ๙ ว่า “พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งอภิรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งสำหรับถวายคำปรึกษาในราชการแผ่นดิน”
อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๙๒ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกในยุคประชาธิปไตย ที่บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่ง และองคมนตรีคนอื่นอีกไม่เกินแปดคนเป็นคณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด นับแต่นั้นเป็นต้นมา สถาบัน คณะองคมนตรี” ก็เป็นสถาบันที่รัฐธรรมนูญฉบับต่อๆ มาได้บัญญัติรองรับเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
๑. คณะองคมนตรีตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงเลือก และแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่งและมีองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคน ทั้งนี้การทรงเลือกและทรงแต่งตั้ง หรือทรงให้ประธานองคมนตรีหรือองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง เป็นพระราชอำนาจที่ทรงใช้ได้ตามพระราชอัธยาศัยโดยไม่ต้องรับการถวายคำแนะนำจากผู้ใด โดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้ประธานรัฐสภาลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ แต่งตั้งหรือให้ประธานองคมนตรีพ้นจากตำแหน่ง และให้ประธานองคมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ แต่งตั้งหรือให้องคมนตรีอื่นพ้นจากตำแหน่ง โดยผู้มีหน้าที่ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการไม่อาจใช้ดุลยพินิจเป็นอื่นได้
เพื่อให้การทำหน้าที่เป็นไปอย่างเหมาะสมรัฐธรรมนูญจึงไม่ได้กำหนดคุณสมบัติใดๆ ของผู้เป็นประธานองค มนตรีหรือองคมนตรีไว้ นอกจากความเป็น “ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งสุดแต่พระราชอัธยาศัย แต่รัฐธรรมนูญได้วางบทกำหนดลักษณะต้องห้ามขององคมนตรีไว้ ๒ ลักษณะ ลักษณะแรกคือ ต้องไม่ดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เช่น ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินเผ่นดิน และต้องไม่ดำรงตำแหน่งประจำต่างๆ รวมทั้งต้องไม่เป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ เช่น กำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน เป็นต้น ลักษณะที่สองคือ ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง รัฐธรรมนูญจึงห้าม องคมนตรีเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองหรือกระทำการ หรือแสดงการฝักใฝ่พรรคการเมืองใดๆ
๒. อำนาจหน้าทีของคณะองคมนตรี
รัฐธรรมนูญวางหลักเกณฑ์ทั่วไปว่า คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา ซึ่งหมายความว่า หากพระมหากษัตริย์ไม่ทรงปรึกษา หรือทรงปรึกษาแล้วแต่ไม่ทรงเห็นด้วยกับความเห็นของคณะองคมนตรีก็ถือเป็นพระราชอำนาจเด็ดขาด ในรัชกาลปัจจุบัน ตามธรรมเนียมและประเพณีการปกครองเรื่องต่างๆ ที่รัฐบาลกราบบังคมทูลถวายคำแนะนำผ่านราชเลขาธิการขึ้นไป ก่อนนำความขึ้นกราบบังคมทูล ราชเลขาธิการมักจะส่งเรื่องนั้นๆ ให้คณะองคมนตรีตรวจพิจารณาเพื่อถวายความเห็นก่อน อาทิ ร่างกฎหมายทั้งหลาย ร่างพระราชกฤษฎีกา ตลอดจนร่างพระบรมราชโองการอันเกี่ยวกับราชการแผ่นดิน เช่น การแต่งตั้งข้าราชการฝ่ายทหาร หรือพลเรือนระดับอธิบดีขึ้นไป รวมทั้งการพิจารณาฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษของนักโทษทั้งหลายด้วย นอกจากเรื่องที่ต้องกราบบังคมทูลตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายแล้ว ยังอาจโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีรับผิดชอบราชการ อันเป็นพระราชกรณียกิจอื่นก็ได้ เช่น อาจทรงมอบหมายให้องคมนตรีรับผิดชอบโครงการตามพระราชประสงค์หรือพระราชดำริ เป็นต้น
นอกจากนั้น รัฐธรรมนูญยังกำหนดหน้าที่ของประธานองคมนตรีและองคมนตรีไว้เป็นการเฉพาะอีกหลายประการ คือ
๑) การแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เมื่อจะไม่ประทับอยู่ในราชอาญาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดๆ อาทิ ทรงพระประชวรเป็นเวลานานๆ หรือทรงพระผนวชและกำหนดไว้ว่า หากพระมหากษัตริย์ไม่ทรงแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือไม่สามารถทรงแต่งตั้งได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้คณะองคมนตรีเสนอชื่อบุคคลผู้สมควรดารงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ และในระหว่างที่ยังไม่มี ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ก็ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นการชั่วคราวในช่วงเวลาสั้นๆ ระหว่างรอการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แม้จะมีการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แล้วแต่ถ้าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ดังกล่าวเป็นการชั่วคราวด้วย ในกรณีที่ประธานองคมนตรีต้องทำหน้าที่ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามรัฐธรรมนูญนี้ คณะองคมนตรีต้องเลือกองคมนตรีคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานองคมนตรีแทนเป็นการชั่วคราว เพราะรัฐธรรมนูญห้ามมิให้ประธานองคมนตรีที่ทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ มาปฏิบัติหน้าที่ประธานองคมนตรีไปพร้อมๆ กัน
นอกจากนั้น ในกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลงและยังไม่มีการประกาศอัญเชิญพระรัชทายาทหรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัฐธรรมนูญก็กำหนดให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการอัญเชิญพระรัชทายาท หรือองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์
๒) การแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์
พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่จะทรงแก้ไขกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ โดยเฉพาะ ในกรณีนี้ รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะองคมนตรีจัดทำร่างกฎมณเฑียรบาลดังกล่าวขึ้นตามพระราชดำริเพื่อทูลเกล้าฯ ให้ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อทรงเห็นชอบและลงพระปรมาภิไธยแล้ว ประธานรัฐสภาก็มีหน้าที่ต้องลงนามรับสนองพระบรมราชโองการตามที่ประธานองคมนตรีแจ้งไป และเมื่อแจ้งให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาทราบพร้อมทั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็ให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ พึงสังเกตว่า ทั้งคณะองคมนตรีรัฐสภา และประธานรัฐสภา จะใช้ดุลยพินิจใดๆ ในการนี้ไม่ได้เลย ต้องดำเนินการตามพระราชดำริของพระมหากษัตรีย์เท่านั้น
๓) การเป็นพระนามผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์
ในกรณีที่ราชบัลลังก์ว่างลง และพระมหากษัตริย์มิได้ทรงแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้ คุณองคมนตรีมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่จะเสนอพระนามผู้สืบราชสันตติวงศ์ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช๒๔๖๗ ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอให้ที่ประชุมร่วมของรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ในกรณีนี้ จะเสนอพระนามพระราชธิดาก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลฉบับดังกล่าว เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว ประธานรัฐสภาก็มีหน้าที่อัญเชิญองค์ผู้สืบราชสันตติวงศ์ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ และประกาศให้ประชาชนทราบ
อนึ่ง หากราชบัลลังก์ว่างลงโดยพระมหากษัตริย์ได้ทรง แต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วรัฐธรรมนูญ กำหนดให้เป็นหน้าที่ของ คณะรัฐมนตรีที่จะแจ้งให้ประธานรัฐสภาทราบ เพื่อเรียกประชุมให้รัฐสภารับทราบร่วมกัน และให้ประธานรัฐสภาอัญเชิญพระรัชทายาทขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ แล้วจึงประกาศให้ประชาชนทราบ
[กลับหัวข้อหลัก]
|

| การประชุมคณะองคมนตรี |
 |
|

| พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ แก่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี |
 |
|

| สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงกล่าวปฏิญาณพระองค์ต่อรัฐสภาเพื่อทรงทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ |
 |
|

| สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงกล่าวปฏิญาณพระองค์ต่อรัฐสภาเพื่อทรงทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ |
 |
|
|