สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก
ขอเชิญร่วมทดลองใช้สารบัญเว็บไทย 2.0 Beta ก่อนใคร คลิก!!!


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
ข้อควรปฏิบัติเพื่อการตรวจค้นหาและวินิจฉัยมะเร็ง  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
 
ข้อควรปฏิบัติเพื่อการตรวจค้นหาและวินิจฉัยมะเร็ง โดย นายแพทย์ไพรัช เทพมงคล
          การที่จะค้นหามะเร็งได้ในขณะที่ยังไม่มีอาการหรือวินิจฉัยมะเร็งได้ในระยะที่เพิ่งเริ่มเป็น มีความสำคัญมาก และจะต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนผู้ป่วยเป็นอย่างมาก นอกเหนือไปจากความสามารถของแพทย์และการพัฒนาก้าวหน้าในด้านเครื่องมือตรวจทางการแพทย์
          ก. การตรวจเพื่อค้นหามะเร็งในระยะเริ่มเป็นการเอาใจใส่และสนใจสุขภาพของตนเอง โดยมีการตรวจร่างกายประจำปี โดยการไปตรวจที่คลินิกมะเร็งแรกเริ่มตามโรงพยาบาลหรือสถาบันต่างๆ เช่น ในผู้ชายอายุเกิน ๓๐ ปีขึ้นไปควรจะไปถ่ายภาพรังสีของปอดปีละครั้ง  หรือในหญิงอายุเกิน  ๒๕  ปีขึ้นไป ควรจะได้รับการตรวจเต้านม และตรวจมะเร็งปากมดลูกโดยวิธีแปปสเมียร์**  (Pap smear) ปีละครั้ง เพราะเป็นวัยที่มีโอกาสเป็นมะเร็งได้ง่าย  ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และไปพบตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง
          ข. การตรวจเพื่อวินิจฉัยมะเร็งเมื่อเริ่มมีอาการแล้ว  โดยเฉพาะเมื่อมีอาการของสัญญาณอันตราย ๗ ประการของโรคมะเร็ง หรือมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกายควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว การตอบคำถามของแพทย์โดยละเอียด และตามความจริงจะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้เร็วยิ่งขึ้น
          ในกรณีที่แพทย์สงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง  ควรมอบความไว้วางใจและให้ความร่วมมือกับแพทย์  การที่แพทย์จะตัดสินใจกระทำวิธีการตรวจใดๆ เพื่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งอย่างแน่นอนและแม่นยำ การกระทำนั้นๆ ย่อมจะไม่มีอันตรายต่อผู้ป่วย แต่กลับจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยเองเสมอ


          ** แปปสเมียร์ คือ การขูดเอาเซลล์บริเวณปากมดลูกไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง คำนี้ย่อมาจากชื่อของ ปาปานิโคลัว (George Papanicolaou, ค.ศ.๑๘๘๓-๑๙๙๒) แพทย์ชาวอเมริกัน ผู้ค้นพบวิธีการตรวจวิธีนี้เป็นท่านแรก ซึ่งเป็นการตรวจที่ไม่เจ็บปวดแต่ประการใด

หัวข้อ

ขั้นตอนในการวินิจฉัยโรคมะเร็ง
          ขั้นตอนต่างๆ ในการวินิจฉัยโรคนี้ เหมือนกับการวินิจฉัยโรคโดยทั่วไป คือจะต้องอาศัยจาก
          ๑. ประวัติ ประวัติการเจ็บป่วยทั้งในปัจจุบันและอดีต  รวมทั้งการรักษา ประวัติการเป็นมะเร็งของบุคคลในครอบครัว  อาชีพ และประวัติการติดของเสพติดทั้งหลาย เช่น สุรา บุหรี่ เป็นต้น
          ๒. การตรวจร่างกาย  ทั้งเฉพาะตรงบริเวณที่เป็นมะเร็ง รวมทั้งต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง และการตรวจร่างกายโดยทั่วๆไป เพื่อค้นหามะเร็งทุติยภูมิ  โดยวิธีการตรวจธรรมดา  การถ่ายภาพรังสี  การใช้กล้องส่องตรวจ เป็นต้น
          ๓. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ รวมทั้งการตรวจโดยวิธีเซลล์วิทยา เพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยมะเร็งปฐมภูมิ และค้นหามะเร็งทุติยภูมิ
          ๔. การตรวจด้วยวิธีพิเศษ เช่น การฉีดสารทึบแสงและถ่ายภาพรังสี การตรวจด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
          ๕. การตัดชิ้นเนื้อ รวมทั้งการทำผ่าตัดเพื่อเอาชิ้นเนื้อมาตรวจทางพยาธิวิทยา การที่แพทย์จะวินิจฉัยว่าผู้ใดเป็นมะเร็งนั้น  จะต้องอาศัยพยาธิแพทย์เป็นผู้ตรวจและอ่านชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยาว่าเป็นมะเร็งจริงก่อนเสมอ จึงนับว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญจะจำเป็นที่สุดในการวินิจฉัยโรคมะเร็ง ในบางรายพยาธิแพทย์จะช่วยตัดชิ้นเนื้อไปตรวจโดยคร่าวๆ ก่อน (frozen section)  ซึ่งวิธีนี้สามารถให้การวินิจฉัยได้ภายใน ๑๐-๒๐ นาที ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถตัดสินใจผ่าตัดอวัยวะที่สำคัญออกได้อย่างมาก
[กลับหัวข้อหลัก]

บรรณานุกรม
• นายแพทย์ไพรัช เทพมงคล

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9