เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 > กิจการโทรเลขในประเทศไทย
กิจการโทรเลขในประเทศไทย  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7
 
กิจการโทรเลขในประเทศไทย โดย นายเสงี่ยม เผ่าทองศุข

          เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๑๒ รัฐบาลสมัยพระ-บาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ได้อนุมัติให้ชาวอังกฤษ ๒ นาย จัดตั้งบริษัทก่อสร้าง  และบำรุงรักษาทางสายโทรเลขภายในราชอาณาจักรตามคำเสนอขอแต่การดำเนินงานของบุคคลทั้งสองล้มเหลว

          ดังนั้น ใน พ.ศ. ๒๔๑๘ รัฐบาลไทยจึงได้ดำเนินการเองโดยมอบหมายให้กรมกลาโหมสร้างทางสายโทรเลขสายแรกจากกรุงเทพฯ ไปปากน้ำ (จังหวัดสมุทรปราการ)     และวางสายเคเบิลโทรเลขใต้น้ำต่อออกไปถึงกระโจมไฟ นอกสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยา รวมระยะทางยาว ๔๕ กิโลเมตรเพื่อให้ทางราชการใช้ส่งข่าวเกี่ยวกับการผ่านเข้าออกของเรือกลไฟ

          พ.ศ. ๒๔๒๑ กรมกลาโหมได้สร้างทางสายโทรเลขสายที่ ๒ จากกรุงเทพฯ  ถึงพระราชวังบางปะอิน   และภายหลังได้ขยายทางสายออกไปถึงกรุงเก่า (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)เพื่อใช้ประโยชน์ในทางราชการเช่นกัน

          ใน  พ.ศ. ๒๔๒๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมโทรเลขขึ้นรับช่วงงานโทรเลขจากกรมกลาโหมมาทำต่อไปได้เริ่มสร้างทางสายใช้ลวดเหล็กอาบสังกะสีเป็นสายแรกจากกรุงเทพฯ  ผ่านปราจีนบุรี    กบินทร์บุรี   อรัญประเทศ   ศรี-โสภณ  ไปถึงคลองกำปงปลัก  ในจังหวัดพระตะบอง (ในสมัยนั้นยังเป็นของไทย)   และเชื่อมต่อกับสายโทรเลขอินโดจีนไปถึงเมืองไซ่ง่อน เป็นสายโทรเลขสายแรกที่ติดต่อกับต่างประเทศได้เปิดให้สาธารณชนใช้เป็นครั้งแรก  เมื่อวันที่  ๒๖  กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๒๖ และในปีเดียวกันนั้นก็ได้มีประกาศเป็นทางการให้สาธารณชนทั่วไปใช้โทรเลขสายกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ-อยุธยา ได้ด้วย

          กรมโทรเลขได้สร้างทางสายโทรเลขจากกรุงเทพฯ ผ่านกาญจนบุรีไปถึงชายแดนติดต่อกับเมืองทวายในประเทศพม่าและเชื่อมต่อกับสายโทรเลขของอังกฤษไปยังเมืองมะละแหม่งเปิดใช้งานเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๔๒๖  (ภายหลังได้เลิกใช้เนื่องจากการบำรุงรักษาไม่สะดวก เพราะทางสายผ่านป่าดงทึบและห้วยเขาคงให้เหลือไว้เพียงแค่จังหวัดกาญจนบุรี)

          พ.ศ.  ๒๔๔๐ กรมโทรเลขได้สร้างทางสายจากกรุงเทพฯไปแม่สอดจังหวัดตาก ไปต่อกับทางสายโทรเลขของอังกฤษไปเมืองมะละแหม่ง และย่างกุ้ง

          ทางภาคใต้  ได้สร้างทางสายโทรเลขจากกรุงเทพฯ  ผ่านเพชรบุรี  ชุมพร  ทุ่งสง  ไปหาดใหญ่  และสงขลา      ต่อมาในพ.ศ. ๒๔๔๑ ได้สร้างทางสายต่อจากสงขลาออกไปถึงไทรบุรี(เดิมเป็นของไทย ปัจจุบันเป็นรัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย)และกัวลามุดา เชื่อมต่อกับสายโทรเลขของอังกฤษ  ไปยังปีนังและสิงคโปร์

          ในวันที่  ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๑ ทางราชการได้รวมกรมโทรเลขเข้ากับกรมไปรษณีย์  ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคมพ.ศ. ๒๔๒๖ เป็นกรมไปรษณีย์โทรเลขมีที่ทำการอยู่ที่ปากคลองโอ่งอ่าง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา (เชิงสะพานพุทธยอดฟ้าฯ ในปัจจุบัน)

          เมื่อครั้งจัดตั้งกรมโทรเลขขึ้นนั้น    ทางราชการไม่สามารถจัดหาตัวบุคคล  ผู้มีความรู้ความสามารถเข้าประจำตำแหน่งงานเพราะต้องใช้ความรอบรู้ในวิชาการความชำนาญงาน  และต้องติดต่อประสานงานกับต่างประเทศอีกด้วย   จึงจำเป็นต้องจ้างชาวยุโรปมารับราชการ  เป็นเลขานุการช่างกล  สารวัตรตรวจการ  พนักงานรับส่งสัญญาณโทรเลข  ฯลฯ  การรับส่งโทรเลขก็ต้องใช้รหัสสัญญาณมอร์สสากลอักษรโรมัน  ดังนั้น ข้อความโทรเลขที่จะส่งไปมาถึงกันได้    จึงต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษหากประสงค์จะส่งข้อความเป็นภาษาไทย   ก็ต้องเขียนภาษา-ไทยด้วยอักษรโรมัน   เช่น   จะส่งข้อความว่า   "ฉันไปไม่ได้"ก็ต้องเขียนเป็น "CHAN PAI MAI DAI" ทำให้อ่านเข้าใจยาก  เพราะคำ MAIอาจอ่านเป็น "ไม ไม่ ไม้ ไหม ใหม่ ใหม้ หรือ หม้าย" ก็ได้

          ด้วยความจำเป็นที่ทางราชการทหารกับกรมรถไฟจะต้องใช้สัญญาณโทรเลขแบบเดียวกัน  และกรมไปรษณีย์โทรเลขก็มีความจำเป็นจะต้องใช้รหัสสัญญาณโทรเลขภาษาไทย ในการรับส่งโทรเลขของประชาชนภายในประเทศ   รัฐบาลจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายกระทรวงกลาโหม  ฝ่ายกรมรถไฟและฝ่ายกรมไปรษณีย์โทรเลข พิจารณาจัดทำรหัสสัญญาณโทรเลขมอร์สภาษาไทยขึ้นได้  เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่  ๑  พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๕  (ต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖)

          การจัดทำรหัสสัญญาณโทรเลขมอร์สภาษาไทยนี้    มิได้กำหนดรหัสสัญญาณประจำทุกตัวพยัญชนะ และสระ    หากพยัญชนะ หรือสระตัวใดมีเสียงอ่านเหมือนกัน หรือคล้ายกันก็กำหนดให้ใช้รหัสสัญญาณเหมือนกัน

          รหัสสัญญาณโทรเลขมอร์สภาษาไทยนี้   ใช้งานได้สะดวกตลอดมาเป็นเวลานานถึง ๒๔ ปี จึงได้มีการเพิ่มรหัสสัญญาณ"ไม้ยมก (ๆ)"  ขึ้นอีกตัวหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน  พ.ศ.๒๔๗๙   เพียงครั้งเดียวเท่านั้น







เครื่องโทรพิมพ์สำหรับบริการเทเลกซ์หรือเรียกสั้นๆ ว่าเครื่องเทเลกซ์


ตึกที่ทำการโทรเลขแห่งแรกของประเทศไทย ในกระทรวงกลาโหม ด้านมุมวังสราญรมย์ (พ.ศ. ๒๔๑๘)

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

การใช้เครื่องโทรพิมพ์

          ได้มีการใช้เครื่องโทรพิมพ์  เป็นครั้งแรกในประเทศไทยประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๔ เป็นเครื่องโทรพิมพ์ภาษาอังกฤษ ระบบ ๕  ยูนิต (คือ ปรุแถบ ๕ รูเป็นอย่างมาก)ใช้ทำงานรับส่งโทรเลขระหว่างที่ทำการโทรเลขกลางบางรักกับโฮเต็ลพญาไท (ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า) ในกรุงเทพมหานคร

          ใน พ.ศ. ๒๔๙๖  ดร. สมาน บุญยรัตพันธุ์ ค้นคิดประดิษฐ์เครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทยได้สำเร็จ    ต่อมาได้ประดิษฐ์เพิ่มเติมให้เครื่องโทรพิมพ์ทำงานได้   ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษในเครื่องเดียวกัน   เครื่องโทรพิมพ์แบบนี้มีชื่อเรียกว่า "เครื่องโทรพิมพ์ไทยแบบ เอส. พี. (S.P.)" พิมพ์ได้ทั้งอักษรไทยและอักษรโรมัน ใช้ระบบ ๖ ยูนิต

          กรมไปรษณีย์โทรเลขได้รับรองเครื่องโทรพิมพ์ไทยแบบเอส.พี.  เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้สั่งซื้อเครื่องโทรพิมพ์ไทยจากบริษัทในประเทศญี่ปุ่น เข้ามาใช้งานรับส่งโทรเลขเป็นรุ่นแรกระหว่างกรุงเทพฯ กับนครสวรรค์    กรุงเทพฯ  กับอุตรดิตถ์และอุตรดิตถ์กับเชียงใหม่  เมื่อวันที่  ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๐กรมไปรษณีย์โทรเลขถือว่า  การรับส่งโทรเลขด้วยเครื่องโทร-พิมพ์ระบบนี้   เป็นมาตรฐานของการโทรเลขในประเทศไทยต่อไปด้วย

[กลับหัวข้อหลัก]

เครื่องโทรพิมพ์ไทยแบบเอส.พี. โรมัน

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
บริการเทเลกซ์

          กรมไปรษณีย์โทรเลข ได้เปิดให้ใช้บริการเทเลกซ์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่  ๑  เมษายนพ.ศ. ๒๕๐๖ เป็นบริการเทเลกซ์ระหว่างประเทศ  ติดต่อตรงกับประเทศญี่ปุ่นด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง   และผ่านประเทศญี่ปุ่นไปยังประเทศอื่นๆได้อีก๑๒ ประเทศ  คือ  ไต้หวัน  แคนาดา   สหรัฐอเมริกา   เปรูอาร์เจนตินา ออสเตรเลีย อังกฤษ  เยอรมนีตะวันตก เบลเยียมเนเธอร์แลนด์    และสวิตเซอร์แลนด์    เครื่องโทรพิมพ์แต่ละเครื่องจะป้อนสัญญาณเข้าเครื่องแบ่งช่องสัญญาณ  และเครื่องแก้คำผิดโดยอัตโนมัติ   ก่อนที่จะไปเข้าเครื่องส่งวิทยุระบบนี้ต้องใช้พนักงานเป็นผู้ต่อสายให้ (manual)

          ในวันที่   ๖  พฤษภาคม  พ.ศ.  ๒๕๐๖     กรมไปรษณีย์โทรเลขได้เปิดให้ใช้บริการเทเลกซ์ ภายในเขตกรุงเทพมหานครเพื่อให้ผู้เช่าสามารถติดต่อส่งข่าวสารกับผู้เช่าเครื่องโทรพิมพ์อื่นๆ ที่อยู่ในข่ายชุมสายเทเลกซ์เดียวกันได้เอง    ต่อมาได้เปิดชุมสายเทเลกซ์ในต่างจังหวัด  คือ ที่หาดใหญ่ (จังหวัดสงขลา)ลำปาง และนครราชสีมา  และได้เปิดชุมสายเทเลกซ์สาขาขึ้นที่นครสวรรค์   เชียงใหม่    และสระบุรีอีกด้วย   ผู้เช่าใช้เครื่องเทเลกซ์ทุกข่ายสายเทเลกซ์  ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด  สามารถติดต่อส่งข่าวสารไปได้ทั้งภายในประเทศและไปต่างประเทศ

          อนึ่ง    ในการติดต่อทางบริการเทเลกซ์กับต่างประเทศในระยะเริ่มแรก  ผู้ใช้บริการจะต้องจองการใช้บริการเทเลกซ์มายังศูนย์ควบคุมการติดต่อเพื่อให้พนักงานเทเลกซ์ที่ศูนย์ทำหน้าที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศให้    นับว่าขาดความสะดวกและไม่รวดเร็ว ใน  พ.ศ. ๒๕๑๖ กรมไปรษณีย์โทรเลขจึงได้ติดตั้งเครื่องชุมสายเทเลกซ์ต่างประเทศ  แบบอัตโนมัติสมบูรณ์(fully automatic) ซึ่งผู้ใช้บริการเทเลกซ์ในประเทศสามารถหมุนหมายเลขเรียกติดต่อกับต่างประเทศด้วยตนเองได้โดยตรงไม่ต้องให้พนักงานประจำศูนย์เป็นผู้เชื่อมโยงสายให้ดังแต่ก่อนนอกจากนั้น  ชุมสายเทเลกซ์แบบอัตโนมัติสมบูรณ์ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงให้ผู้ใช้บริการเทเลกซ์ในประเทศต่างๆแต่ละประเทศ   ได้ติดต่อถึงกันได้โดยผ่านชุมสายเทเลกซ์อัตโนมัติสมบูรณ์นี้อีกด้วย




[กลับหัวข้อหลัก]

เครื่องแบ่งช่องสัญญาณด้วยความถี่

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายเสงี่ยม เผ่าทองศุข

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 > กิจการโทรเลขในประเทศไทย