สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3 > การใช้ประโยชน์
การใช้ประโยชน์  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3
 
การใช้ประโยชน์ โดย นายชูเกียรติ อิถรัชด์ และ นายนาค โพธิแท่น

หัวข้อ

การสกัดน้ำมันจากเม็ดฝ้าย
          เมล็ดฝ้ายที่หีบเอาเส้นใยออกไปแล้วจะมีน้ำหนักเกือบ  ๒  เท่าของเส้นใย  ฉะนั้น  ในแต่ละปีจึงมีเมล็ดฝ้ายเป็นจำนวนมาก  จะเอาไปใช้เป็นเมล็ดพันธุ์เพียงประมาณร้อยละ ๕ เท่านั้น ก่อนที่จะรู้จักวิธีสกัดและใช้ประโยชน์ของน้ำมันเมล็ดฝ้ายนี้  เมล็ดฝ้ายที่เหลือจากทำพันธุ์จึงไม่มีประโยชน์  อาจใช้ทำเป็นปุ๋ยหมักบ้าง  นอกนั้นก็ทิ้งไป
          การคิดค้นหาวิธีสกัดน้ำมันจากเมล็ดฝ้ายนั้น  มีรายงานว่า  ชาวจีนและชาวฮินดู  ได้คิดค้นมาก่อนแต่เป็นน้ำมันดิบ (crude oil)  จนมาถึงปี พ.ศ. ๒๓๑๑  ประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการทดลองสกัดน้ำมันจากเมล็ดฝ้าย  หลังจากได้ประดิษฐ์เครื่องจักรหีบฝ้ายขึ้นในปี พ.ศ. ๒๓๓๖ แล้ว การผลิตฝ้ายได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว  ในแต่ละปีจึงมีเมล็ดฝ้ายมากมาย  ความสำคัญของการใช้ประโยชน์จากเมล็ดฝ้ายจึงมีมากขึ้น
          ในต้นศตวรรษที่ ๑๙ ได้มีการพยายามที่จะสกัดน้ำมันเมล็ดฝ้ายออกเป็นการค้า แต่ก็ต้องล้มเหลว เพราะอุปสรรคอันสำคัญ คือ เมล็ดฝ้ายอเมริกันอัพแลนด์นั้นมีปุยสั้นปกคลุม  ฉะนั้น  เมื่อบดเมล็ดฝ้ายซึ่งมีทั้งเปลือกและปุยสั้นรวมกัน  นำไปอัดเอาน้ำมันออก เปลือกและปุยสั้นเหล่านี้จะดูดเอาน้ำมันไว้มาก น้ำมันที่ได้จึงน้อยและกากที่เหลือซึ่งใช้เป็นอาหารสัตว์ก็มีคุณภาพต่ำ  ความพยายามค้นหาวิธีสกัดน้ำมันจึงมีตลอดมา จนกระทั่งเมื่อประมาณ ๓๐ ปีมานี้  การค้นคว้าหาวิธีสกัดน้ำมันจากเมล็ดฝ้าย  จึงประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริงและโดยเหตุที่น้ำมัน  แป้ง  หรือกาก ตลอดจนเปลือกมีประโยชน์ อย่างมาก ดังได้กล่าวมาแล้ว  จึงถือได้ว่าเมล็ดฝ้ายเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจของการค้าฝ้าย
          วิธีสกัดน้ำมันเมล็ดฝ้าย  ในปัจจุบันนี้เริ่มตั้งแต่ทำความสะอาดโดยแยกสิ่งปะปน  เช่น  เศษ  กิ่ง  ใบ  สมอ ตลอดจนสิ่งอื่น ๆ เช่น  ดิน  ออก แล้วจึงนำไปขูดโกนเอาปุยสั้นที่คลุมเมล็ดออก  โดยเครื่องโกน (delinter) ซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกับเครื่องหีบชนิดฟันเลื่อย  ขนปุยสั้นที่ได้นำไปอัดเป็นลูก (bale) ไว้จำหน่ายต่อไป
          เมล็ดที่ได้หลังจากโกนขนปุยออกแล้ว  จะมองเห็นเป็นสีดำ  และจะถูกนำเข้าไปยังเครื่องกะเทาะเปลือก  (huller) แล้วผ่านเข้าเครื่องเขย่าและตีแยกเอาเปลือกกับเนื้อเมล็ดออกจากกัน  เปลือกที่ได้นี้ก็พร้อมที่จะนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อไป ส่วนเนื้อเมล็ดก็นำเข้าเครื่องสกัดน้ำมัน การสกัดน้ำมันออกจากเมล็ดฝ้าย มี ๒ แบบ คือ โดยวิธีอัดบีบด้วยแรงอัดกำลังสูงและการใช้สารเคมีละลายน้ำมัน  เอาน้ำมันออกมา ก่อนที่เนื้อเมล็ดฝ้ายจะถูกนำเข้าสู่การสกัดน้ำมันทั้ง  ๒ แบบ ดังกล่าว  เนื้อเมล็ดฝ้ายจะต้องผ่านเครื่องอัดรีดให้เป็นแผ่นบาง ๆ  เสียก่อน
          สำหรับวิธีอัดบีบ หลังจากเนื้อเมล็ดฝ้ายถูกอัดรีดให้เป็นแผ่นบาง ๆ จะถูกนำเข้าเครื่องลดความชื้น  แล้วนำเข้าเครื่องอัดด้วยแรงสูง  พร้อมกับเพิ่มความร้อน  น้ำมันจะถูกบีบออกจากเนื้อเมล็ด  แล้วกรองเอาเศษเนื้อที่ปะปนออกรวมเก็บไว้ในถังใหญ่   ส่วนเนื้อที่เหลือปล่อยให้เย็นลง  แล้วบดให้ป่นหรือส่งเข้าอัดเป็นเม็ด
          วิธีการใช้สารเคมีละลายเอาน้ำมันออก  เนื้อฝ้ายที่ถูกอัดรีดเป็นแผ่นบาง ๆ นั้น  จะถูกนำเข้าผสมกับตัวทำละลาย (solvent) น้ำมันในเนื้อเมล็ดจะละลายไปรวมกับสารตัวทำละลาย  แล้วแยกเอากากออกไป น้ำเหลว  ซึ่งประกอบด้วยน้ำมันกับสารตัวทำละลาย  จะถูกนำไปกลั่นแยกเอาตัวทำละลายออกไป  ส่วนที่เหลือจะเป็นน้ำมันดิบ  ซึ่งจะมีประมาณร้อยละ ๑๙ ของเมล็ดฝ้าย  แล้วจึงนำไปกลั่นฟอกสี  และกำจัดกลิ่น  ส่วนกากหรือเนื้อเมล็ดที่ถูกละลายเอาน้ำมันออกไปแล้ว จะถูกนำมาย่างแล้วบดเป็นแป้ง หรือทำเป็นเม็ด สำหรับโรงสกัดน้ำมันขนาดใหญ่  เมล็ดฝ้ายหนึ่งตันจะสกัดน้ำมันออกได้ ๓๓๖ ปอนด์ กากเนื้อเมล็ด  ๙๓๖ ปอนด์ เปลือกเมล็ด  ๔๖๐ ปอนด์ และขนปุยสั้น ๑๖๘ ปอนด์ และน้ำหนักหายระหว่างดำเนินการ ๑๐๐ ปอนด์ เนื่องจากน้ำมันเมล็ดฝ้ายเป็นน้ำมันพืชที่ใช้เป็นอาหารได้ดี  มีกลิ่นทน  และคงสภาพนานกว่าน้ำมันจากพืชชนิดอื่น จึงเป็นที่นิยมใช้ในการปรุงอาหารมาก ฉะนั้น น้ำมันเมล็ดฝ้ายส่วนใหญ่จึงใช้เป็นอาหาร  นอกจากน้ำมันที่มีคุณภาพต่ำ จึงจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นที่ไม่ใช่อาหาร
          สำหรับกรดกอสซีโพล  (gossypol) ซึ่งเป็นพิษต่อสัตว์ที่ไม่เคี้ยวเอื้องนั้น  ถูกทำลายโดยการให้เมล็ดฝ้ายผ่านไอน้ำร้อน ในระหว่างก่อนส่งเข้าเครื่องอัดรีดน้ำมันหรือกาก จึงใช้เป็นอาหารได้ทั้งคนและสัตว์
[กลับหัวข้อหลัก]

บรรณานุกรม
• นายชูเกียรติ อิถรัชด์
• นายนาค โพธิแท่น

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การกำจัดหรือการควบคุม
การเก็บรักษาข้าว
การจำแนกแมลงตามความเสียหายที่ฝ้ายได้รับ
การทำไม้
ช้างเผือก
ระบบการเลี้ยงวัวควายแบบอุตสาหกรรม
โรคที่เกิดจากไส้เดือนฝอย
ลักษณะที่สำคัญของข้าว
วัชพืช
สวนยางพาราในประเทศไทย
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 3 > การใช้ประโยชน์