ประกอบด้วย
๑. ความต้องการน้ำเพื่อการเพาะปลูก เป็นปริมาณน้ำที่พืชต้องการเพื่อการเจริญเติบโต โดยพื้นที่เพาะปลูกอาจได้รับน้ำดังกล่าวจากน้ำฝน ได้จากฝนรวมกับน้ำที่จัดหามาเพิ่มเติมจากงานพัฒนาแหล่งน้ำที่สร้างขึ้น หรือใช้แต่น้ำที่ได้มาจากงานพัฒนาแหล่งน้ำที่สร้างขึ้นอย่างเดียว ซึ่งปริมาณดังกล่าวเป็นน้ำที่พืชใช้เพื่อการเจริญเติบโตในแปลงเพาะปลูก รวมกับน้ำที่สูญเสีย เนื่องจากการรั่วซึมลงในดินและที่ไหลออกจากแปลงปลูกพืชไปตามผิวดินด้วย
๑.๑. ความต้องการน้ำในนาข้าว ต้นข้าวในระยะแรกปลูก ต้องการน้ำจำนวนไม่มาก และต้องการเพิ่มมากขึ้นๆ จนต้องการน้ำมากที่สุดในระยะที่ต้นข้าวออกรวง จนถึงระยะที่เมล็ดข้าวเริ่มแก่ จึงระบายน้ำออก การทำนาในประเทศไทย น้ำที่ใช้เพื่อการปลูกข้าวโดยเฉลี่ยตั้งแต่ระยะไถคราด เตรียมแปลง แล้วปล่อยน้ำขังในนาตอนเริ่มปักดำถึงระยะเก็บเกี่ยว จะต้องการรวมทั้งหมดเป็นความลึกประมาณ ๑,๓๐๐ มิลลิเมตร
๑.๒ ความต้องการน้ำสำหรับพืชไร่ ผัก และต้นไม้ผล พืชไร่ ผัก และต้นไม้ผล มีความต้องการน้ำมากหรือน้อยในปริมาณแตกต่างกัน นอกจากนั้น แต่ละช่วงของการเจริญเติบโตสำหรับพืชต่างๆ ก็ต้องการน้ำในอัตราไม่เท่ากัน นั่นคือ ระยะแรกปลูกพืชมีความต้องการน้ำน้อย และจะต้องการเพิ่มมากขึ้นจนต้องการน้ำมากที่สุดในระยะที่พืชออกดอกและมีผล จน
กระทั่งผลเริ่มแก่เต็มที่จึงต้องการน้ำน้อยมาก เช่นผักที่ปลูกในประเทศไทยโดยเฉลี่ยจะต้องการน้ำรวมตลอดอายุของผักเป็นความลึกประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ มิลลิเมตร ส่วนพืชไร่ เช่น ข้าวโพดจะต้องการน้ำรวมตลอดอายุที่ปลูกประมาณ ๓๕๐-๔๐๐ มิลลิเมตร ฯลฯ
๒. ความต้องการน้ำเพื่อการเลี้ยงสัตว์ ในท้องถิ่นที่สัตว์เลี้ยงขาดแคลนน้ำเป็นประจำ งานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรควรพิจารณารวมน้ำสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์ด้วย ตามเกณฑ์โดยประมาณคือ วัวและควายต้องการน้ำตัวละประมาณ ๕๐ ลิตรต่อวัน หมูตัวละประมาณ ๒๐ ลิตรต่อวัน และไก่ตัวละประมาณ ๐.๑๕ ลิตรต่อวัน เป็นต้น
๓. ความต้องการน้ำของราษฎรในหมู่บ้าน หมู่บ้านและตำบลซึ่งขาดแคลนน้ำในหน้าแล้ง ราษฎรมักขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคงานพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรที่จะสร้างอยู่ในบริเวณใกล้กับหมู่บ้าน จึงมีประโยชน์อย่างยิ่งแก่ราษฎรในชนบท ซึ่งจะมีน้ำเพื่อการใช้สอยได้ตลอดทั้งปี โดยทั่วไปราษฎรในชนบทที่ขาดแคลนน้ำจะต้องการน้ำประมาณวันละ ๖๐ ลิตรต่อคน
๔. ความต้องการน้ำสำหรับเลี้ยงปลา แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรส่วนใหญ่ใช้เป็นที่เลี้ยงปลาได้ เช่น อ่างเก็บน้ำ สระเก็บน้ำ รวมทั้งหนองและบึงที่ขุดแล้วมีน้ำตลอดปี ในช่วงปลายฤดูแล้งหรือก่อนที่จะมีน้ำท่าไหลลงมาให้เก็บกักใหม่ ควรกำหนดให้เหลือน้ำในแหล่งน้ำมีความลึกไม่น้อยกว่า ๑ เมตร เพื่อที่ปลาจะได้มีชีวิตและเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องไปได้ดี
[กลับหัวข้อหลัก]