เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 > การเลี้ยงปลาในบ่อ
การเลี้ยงปลาในบ่อ  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7
 
การเลี้ยงปลาในบ่อ โดย นายเมฆ บุญพราหมณ์
 
          การเลี้ยงปลาในบ่อ
          การเลี้ยงปลาส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงในบ่อ  ซึ่งมีการควบคุมการขยายพันธุ์ การให้อาหาร  การเจริญเติบโต ขนาดและอัตราการปล่อย  ตลอดจนให้การดูแลรักษา  แทนที่จะปล่อยปละละเลยให้เป็นไปตามธรรมชาติ

          การเลี้ยงปลาในบ่อ  เป็นการพัฒนาการใช้ที่ดินให้เกิดผลผลิต  เช่น ใช้ที่ดินซึ่งเป็นที่ลุ่ม  หรือที่ดินที่ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกมาดัดแปลงแก้ไขให้เกิดผลผลิตเป็นปลาซึ่งเป็นอาหารโปรตีนผลผลิตต่อหน่วยเนื้อที่ของบ่อสูงมากเมื่อเทียบกับผลผลิตจากแหล่งน้ำธรรมชาติ

          สิ่งที่ต้องพิจารณา สำหรับการเลี้ยงปลาในบ่อมีดังนี้


บ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ สำหรับเลี้ยงปลาเพื่อการค้า

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

๑. การเลือกทำเล

          การทำบ่อเลี้ยงปลา สิ่งที่จะต้องพิจารณาเบื้องแรก ได้แก่ การเลือกหาสถานที่หรือทำเลที่เหมาะแก่การดำเนินการเลี้ยงปลา    ข้อที่ควรจะนำมาพิจารณาก็คือ

          ๑.๑ ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิประเทศควรเป็นทำเลที่มีเชิงลาดกว้าง  เมื่อสร้างบ่อสามารถที่จะระบายน้ำได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำ ถ้าเป็นที่ราบลุ่มจำเป็นต้องยกคันรอบเพื่อเก็บกักน้ำ  และควรเป็นที่ที่น้ำไม่ท่วมในฤดูน้ำมากหรือฤดูฝน

          ๑.๒ ลักษณะดิน ดินควรจะเป็นดินเหนียวหรือดินเหนียวปนทราย น้ำไม่ซึมหรือรั่ว ไม่ควรเลือกที่ที่เป็นดินทรายหินหรือกรวด การทดสอบดินว่าจะเก็บกักน้ำได้หรือไม่เพียงใดก็โดยวิธีนำดินมาผสมน้ำพอชื้น แล้วบีบเป็นปั้น หากจับกันเป็นก้อนแน่น  แสดงว่าเก็บกักน้ำได้ดี หากร่วนซุยไม่จับกันเป็นก้อนแสดงว่าคุณภาพในการเก็บกักน้ำต่ำ ในกรณีที่จำเป็นจะต้องเลือกที่ที่มีดินเก็บกักน้ำไม่ดี ควรจะปูพื้นก้นบ่อด้วยพลาสติก หรือดินเหนียว หรือสารอื่นที่มีคุณสมบัติที่จะจับเนื้อดิน หรืออุดรูรั่ว  เช่นยางมะตอย  หรือจะใช้ดินเหนียวบดอัดแน่นหลายๆชั้น

          บ่อเลี้ยงปลาจะต้องเก็บกักน้ำได้ในระยะเวลานานการสูญหายของน้ำส่วนใหญ่จะเกิดจากการระเหย   ฉะนั้น หากเกิดการรั่วไหลเนื่องจากดินร่วนซุยจึงไม่เหมาะแก่การเลี้ยงปลาระยะยาวนาน   แต่อาจจะใช้เป็นบ่ออนุบาลเลี้ยงลูกปลาในระยะสั้นได้บ่อดังกล่าวเมื่อใช้ติดต่อกันไปอย่าให้แห้ง ก็จะเกิดโคลนตม ซึ่งมีลักษณะพองตัว เมื่อถูกน้ำนานเข้าก็จะช่วยอุดรูรั่วต่างๆ ได้

          ๑.๓ ปริมาณน้ำ     น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงปลา การสร้างบ่อเลี้ยงควรจะอยู่ในที่ซึ่งมีน้ำอุดมสมบูรณ์ เช่นใกล้แม่น้ำลำคลอง หนองบึง ซึ่งมีน้ำตลอดปี หรืออยู่ใกล้คลองชลประทาน ซึ่งสะดวกต่อการทดน้ำระบายเข้าบ่อ  ในบางกรณีที่จำเป็นอาจจะใช้น้ำบาดาลหรือน้ำพุ

          แหล่งน้ำที่เหมาะสมแก่การเลี้ยงปลา  ได้แก่  ลำธารหรือคลอง ซึ่งมี (๑)  ปริมาณน้ำไหลพอเพียงสำหรับบ่อปลา (๒)มีระดับน้ำคงที่ตลอดปี (๓) ไม่เกิดน้ำมากจนท่วม และ (๔)มีน้ำใสสะอาดปราศจากตะกอน แม้ในฤดูฝนซึ่งมีฝนตกหนัก

          บ่อเลี้ยงปลาที่อาศัยน้ำฝนที่บ่าลงมา  ขนาดของแหล่งรับน้ำ  มีความสำคัญมาก เพราะปริมาณของน้ำจะมีมากพอหรือไม่ขึ้นอยู่กับเนื้อที่แหล่งรับน้ำและปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา  เนื้อที่แหล่งรับน้ำ ๔-๘ ไร่ จะรับน้ำได้พอสำหรับบ่อน้ำขนาดเนื้อที่๑ ไร่ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงลักษณะของแหล่งรับน้ำด้วย แหล่งรับน้ำที่เป็นป่ามีความสามารถในการป้องกันการไหลบ่าได้มากกว่าทุ่งหญ้าถึงร้อยละ ๕๐

          ๑.๔  ขนาดของพื้นที่ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ หากทำการเลี้ยงปลาเพื่อบริโภคในครัวเรือนก็ใช้เนื้อที่เพียง ๔๐๐ตารางเมตร ก็พอ  แต่ถ้าทำเป็นการค้าจะต้องมีบ่ออนุบาล  บ่อเลี้ยง  บ่อเพาะฟัก  ก็จะต้องมีเนื้อที่มาก การเลี้ยงปลาเป็นการค้าควรมีเนื้อที่ตั้งแต่ ๓๐ ไร่ขึ้นไป

          ๑.๕ ความสะดวก การเลือกทำเลควรคำนึงถึงความสะดวกต่างๆ เช่น    มีทางคมนาคมใกล้ถนนหนทาง    หรือแม่น้ำลำคลอง เพื่อสะดวกในการขนส่ง  ใกล้ชุมชนและอื่นๆ
[กลับหัวข้อหลัก]

แหล่งน้ำที่เหมาะสมแก่การเลี้ยงปลา (การเลี้ยงหมูกับปลา)

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
๒. การวางแผนและการก่อสร้าง

          ก่อนลงมือก่อสร้างควรวางแผนผังและออกแบบบ่อคันดิน    ท่อทางระบายน้ำ อาคาร และรายละเอียดเกี่ยวกับระดับพื้นที่ดังนี้

          ๒.๑  การจัดพื้นก้นบ่อ ถากถางเอาพืชก้นบ่อออกแล้วขุดร่องน้ำตามก้นบ่อติดต่อกันเป็นรูปก้างปลา เพื่อให้สะดวกแก่การระบายน้ำ ร่องก้นบ่อควรมีขนาดความกว้างและลึก ๕๐ เซนติเมตร  มีความลาดเทอย่างน้อย ๒-๓  ใน ๑,๐๐๐ในระหว่างการสร้างบ่อควรกลบหลุมและแอ่ง เพื่อให้การระบายน้ำก้นบ่อแห้งตลอดจะได้จับปลาได้สะดวก ร่องน้ำตรงกลางจะขุดตรงไปยังทางระบายน้ำออก  และขยายร่องให้กว้างและลึกก่อนถึงปากท่อระบายน้ำทิ้ง ๒-๓ เมตร เพื่อให้เป็นที่รวบรวมปลาเมื่อต้องการจับ

          ๒.๒ คันบ่อ เป็นส่วนสำคัญในการเก็บกักน้ำ หากสร้างคันบ่อในพื้นที่เป็นกรวด  หรือที่แฉะ จะต้องขุดให้ถึงส่วนที่เป็นดินแข็ง บริเวณที่จะตั้งคันต้องถากถางเอาหญ้า ต้นไม้กิ่งไม้ และเศษวัชพืชออกให้หมด หากดินบริเวณนั้นเก็บน้ำไม่ดีจะต้องขุดร่องทำแกนกลางด้วยดินเหนียวในที่ดินปนทราย ความกว้างของคันดินจะต้องเป็น  ๒ เท่า และมีแกนกลางที่เป็นดินเหนียวหนา ๔๐-๕๐ เซนติเมตร ดินที่ใช้ทำคันควรปราศจากเศษไม้ ก้อนหิน

          คันบ่อควรจะถมเป็นชั้นหนาชั้นละ  ๒๐ เซนติเมตรและอัดแน่น ถ้าดินแห้งควรจะรดน้ำ บด และอัดถมให้มีความสูงตามความต้องการ ความกว้างของสันคันบ่อไม่ควรจะน้อยกว่า๑ เมตร  แต่ถ้าทำให้กว้างไว้จะสะดวกต่อการใช้ยานพาหนะขนถ่ายปลา อาหารและอุปกรณ์อื่นๆ ความสูงของคันบ่อ ควรสูงกว่าระดับเก็บกักน้ำ  ๓๐ เซนติเมตรสำหรับบ่อขนาดเล็ก และ ๕๐เซนติเมตรสำหรับบ่อขนาดใหญ่  และควรจะคำนวณถึงการยุบตัวของคันดินไว้เผื่ออีกร้อยละ ๑๐

          ความลาดเทของคันดินด้านนอกควรจะเป็น  ๑ : ๑และด้านใน ๑ : ๒ และถ้าหากบ่อมีขนาดใหญ่ที่รับคลื่นลมหรือเป็นดินร่วน ควรจะมีความลาดเท ๑ : ๔ เมื่อทำคันเรียบร้อยแล้วควรปลูกหญ้าคลุมคันดิน  เพื่อป้องกันการพังทลาย ไม่ควรปลูกต้นไม้บนคันเพราะรากจะชอนไชทำให้น้ำรั่วได้  ในระหว่างการสร้างส่วนที่จะทำท่อทางระบายน้ำควรจะทิ้งว่างไว้ก่อน

          ๒.๓ ท่อทางระบายน้ำออก ระบบการระบายน้ำมีหลายแบบด้วยกัน แบบธรรมดาสำหรับบ่อขนาดเล็กใช้ฝังท่อใต้คันดินในตำแหน่งที่ต่ำสุด เพื่อให้การระบายน้ำได้ถึงก้นบ่อ  เพื่อความรวดเร็วในการระบายน้ำ  ขนาดของท่อควรมีความสัมพันธ์กับขนาดบ่อ  ท่อระบายน้ำ ควรทำด้วยวัตถุที่ทนทาน   เช่นซีเมนต์ไฟเบอร์กลาส หรือเหล็กอบสังกะสี การวางท่อควรป้องกันน้ำไหลซึมข้างๆ ด้วยการหุ้มท่อด้วยคอนกรีตเป็นตอนๆควรวางท่อต่ำกว่าก้นบ่อ ๓๐-๔๐ เซนติเมตร

          สำหรับบ่อขนาดใหญ่ควรทำเป็นประตูระบายน้ำทำด้วยคอนกรีต ลักษณะของประตูน้ำประกอบด้วยส่วนที่สามารถควบคุมน้ำ มีช่องสำหรับใส่ไม้อัดน้ำ  ๒  ช่อง  ระหว่างช่องทั้งสองอาจใส่ดินอัดแน่นก็ได้ และมีช่องสำหรับใส่ตะแกรงป้องกันปลาหนีอีกหนึ่ง ช่องประตูน้ำดังกล่าวอาจจะทำด้วยไม้ซึ่งมีความหนาประมาณ  ๒ นิ้วก็ได้ จะมีความคงทนนานถึง ๒๕ ปี

          ช่องสำหรับใส่ตะแกรงอาจจะทำตะแกรงเฉพาะส่วนล่าง  แต่ส่วนบนใช้ไม้อัดน้ำปิดไว้   เป็นประโยชน์มากในการระบายน้ำส่วนล่างออกไปพร้อมกับก๊าซที่เป็นพิษหรือเศษเหลือตามก้นบ่อ ควรใช้ตะแกรงตาห่างเพื่อให้น้ำไหลสะดวก  หรือจะคอยเปลี่ยนขนาดช่องตาของตะแกรงตามขนาดของปลาที่เลี้ยงก็ได้

          ๒.๔  ท่อทางระบายน้ำเข้า ท่อทางน้ำเข้าควรจะวางให้ 
          (๑) น้ำผ่านได้สม่ำเสมอ  และสามารถควบคุมการปล่อยน้ำได้
          (๒) สามารถป้องกันไม่ให้ปลาหลบหลีกทวนน้ำออกไปได้และ 
          (๓) ป้องกันไม่ให้ปลาที่ไม่ต้องการ หรือศัตรูปลาเข้ามากับน้ำ การวางท่อระบายน้ำควรระมัดระวังเป็นพิเศษ สำหรับบ่ออนุบาลควรมีตะแกรงป้องกัน ๒ ชั้น ขนาดช่องตาของตะแกรงควรเปลี่ยนแปลงตามขนาดของปลา  และต้องหมั่นทำความสะอาดเก็บเอาเศษตะกอน กิ่งไม้  ใบไม้ที่เข้าไปอุดตันออกทิ้งเพื่อให้น้ำถ่ายเทได้สะดวก
[กลับหัวข้อหลัก]

บ่อเลี้ยงปลาควรมีคันบ่อซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเก็บกักน้ำ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายเมฆ บุญพราหมณ์

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 > การเลี้ยงปลาในบ่อ