เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 > การเลี้ยงกล้วยไม้ในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย
การเลี้ยงกล้วยไม้ในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7
 
การเลี้ยงกล้วยไม้ในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย โดย นายระพี สาคริก
          ประเทศไทยเป็นประเทศร้อน  ที่มีพันธุ์กล้วยไม้ป่านานาชนิดอยู่ตามธรรมชาติ   สามารถจะนำมาศึกษาเพาะเลี้ยง  เพื่อการอนุรักษ์  ขยายพันธุ์  ปรับปรุงพันธุ์ให้เกิดประโยชน์ในด้านสังคม เศรษฐกิจ และอนุรักษ์ธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ประกอบกับสภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติของประเทศไทยเหมาะสมแก่การเลี้ยงกล้วยไม้โดยไม่ต้องลงทุนมากนัก    การเลี้ยงกล้วยไม้ในประเทศไทยจึงได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ  พ.ศ.  ๒๔๕๐  ในหมู่ของผู้สูงอายุและมีฐานะทางเศรษฐกิจดีพอสมควร    ซึ่งในขณะนั้นความเจริญทางสังคม และเศรษฐกิจของประเทศไทยยังไม่กว้างขวางนัก  การส่งเสริมการเลี้ยงกล้วยไม้อีกระยะหนึ่งได้เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๐  วงการกล้วยไม้ได้มีการนำกล้วยไม้พันธุ์ต่างๆจากต่างประเทศเข้ามาเลี้ยง และมีการผสมพันธุ์กันบ้างแต่ยังจำกัดวงอยู่เช่นเดิม  ความรู้ทางวิชาการจึงมิได้กระจายออกไปเท่าที่ควร     และทรัพยากรต่างๆ ก็ยังมิได้เกิดประโยชน์อย่างชัดเจนด้วย   ใน  พ.ศ. ๒๔๙๕ จึงได้มีการเปิดแนวความคิดใหม่ออกไปสู่มุมกว้าง   ได้มีการค้นคว้าหาความรู้ใหม่ๆ ในการเพาะเมล็ดกล้วยไม้แบบวิทยาศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพสูง  และนำออกเผยแพร่    เพื่อให้คนทุกระดับฐานะนำไปปฏิบัติได้   อันเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนรักและสนใจต้นไม้  เพื่อการพัฒนาทางจิตใจ และเป็นการส่งเสริมการกระจายรายได้ทางเศรษฐกิจด้วย


ลูกกล้วยไม้ที่แยกจากกระถางหมู่ลงปลูกในกระถางเดี่ยว ขนาด ๑ นิ้ว

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

พันธุ์กล้วยไม้
          ได้มีการส่งเสริมให้นำเอาพันธุ์ไม้  ซึ่งชนรุ่นก่อนๆได้นำเข้ามาจากต่างประเทศ  มาพิจารณาเน้นความสำคัญในด้านการผลิตเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ  ร่วมกันไปกับการชักจูงให้ประชาชนได้สนใจพันธุ์กล้วยไม้พื้นเมืองที่มีอยู่ในประเทศไทย เพื่อนำมาคัดพันธุ์  ผสมพันธุ์ และผลิตลูกผสมใหม่ๆ แปลกๆ   ออกมาสู่สังคมทั้งในและต่างประเทศด้วย
          สกุลกล้วยไม้ที่นิยมเลี้ยงกันในประเทศอย่างแพร่หลายมีตัวอย่างเช่น สกุลหวาย คัทลียา  ออนซีเดียม (Oncidium)แวนดา  ฟาแลนอปซิส (Phalaenopsis) รินคอสไทลิสหรือสกุลช้าง (Rhynchostylis) แมลงปอลาย (Arachnis) แอสโคเซนทรัมหรือเข็ม (Ascocentrum) และแวนดอปซิส (Vandopsis) เป็นต้น  กล้วยไม้สกุลต่างๆ ตามที่ได้ยกตัวอย่างมานี้ทั้งหมด  แม้จะมีบางสกุลและบางชนิดซึ่งถูกนำมาจากภูมิภาคอื่นของโลก แต่ก็ได้ปรากฏผลว่า เจริญงอกงามดีในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย จึงได้มีการส่งเสริมให้ประชาชนสนใจ และผสมพันธุ์ผลิตกล้วยไม้ลูกผสมใหม่ๆ  มีลักษณะสวยงามในแบบแปลกออกไปอย่างกว้างขวาง ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศหนึ่งซึ่งมีผลงานผสมพันธุ์กล้วยไม้เมืองร้อน เป็นที่รู้จักแพร่หลายในประเทศต่างๆทั่วโลก
[กลับหัวข้อหลัก]

ตัวอย่างของกล้วยไม้ที่มีลักษณะการเจริญสู่ส่วนยอด

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เรือนเลี้ยงกล้วยไม้
          เนื่องจากสภาพแวดล้อมธรรมชาติของประเทศไทยเหมาะสมแก่การเลี้ยงกล้วยไม้   การสร้างเรือนเลี้ยงกล้วยไม้จึงไม่ต้องลงทุนอย่างในประเทศหนาว  นอกจากนั้นอาจมีกล้วยไม้บางชนิดซึ่งสามารถปลูกกลางแจ้งได้   โดยไม่จำเป็นต้องสร้างเรือนกล้วยไม้เพื่อบังร่มเงาให้เลยก็ได้  นอกจากนั้นในภูมิประเทศบางแห่งของประเทศไทย   เช่น   บริเวณชายฝั่งทะเลบางท้องที่อาจเลี้ยงกล้วยไม้บางชนิดได้โดยไม่ต้องสร้างเรือนกล้วยไม้เลยเพราะการหมุนเวียนถ่ายเทของกระแสลม  มีส่วนช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้มากพอสมควร  ในสภาพเช่นนี้จะปรากฏว่ากล้วยไม้เจริญแข็งแรงและสมบูรณ์ดี  เพราะสามารถรับแสงแดดอันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตได้อย่างเต็มที่    โดยไม่มีความร้อนรุนแรง  ถึงขั้นเป็นอันตรายต่อกล้วยไม้นั้นๆ
          โดยทั่วๆไปการสร้างเรือนกล้วยไม้ในประเทศไทย   นิยมใช้ไม้ระแนงตีเว้นช่องอย่างโปร่งๆ  และทิศทางในการตีไม้ระแนงนั้น  วางตามยาวระหว่างทิศเหนือกับทิศใต้   ทั้งนี้เพื่อให้เงาไม้ระแนงสามารถเคลื่อนตัวได้ตลอดวัน  สอดคล้องกันกับการเคลื่อนตัวของดวงอาทิตย์  อันเป็นต้นกำเนิดของแสงแดด  ผลจากสิ่งนี้จะช่วยให้กล้วยไม้   ซึ่งเลี้ยงอยู่ในเรือนได้รับแสงแดดโดยทั่วถึง
          อย่างไรก็ตาม   ในระยะหลังๆ การเลี้ยงกล้วยไม้ได้ขยายวงกว้างออกไปมาก ประกอบกับปัญหาป่าไม้ถูกทำลาย  ทำให้ไม้มีราคาสูงขึ้น   แต่การเลี้ยงกล้วยไม้ก็เป็นกิจกรรมที่สังคมยอมรับในผลประโยชน์    จึงได้มีผู้คิดนำวัสดุอย่างอื่นมาใช้แทนไม้ระแนง  อาทิเช่น  ไม้รวกผ่าซีก   ผ้าไนลอนซึ่งทออย่างโปร่งๆ สำหรับใช้กรองแสงในการปลูกต้นไม้  ซึ่งผลิตในต่างประเทศ  เป็นต้น
[กลับหัวข้อหลัก]

เรือนเลี้ยงกล้วยไม้ที่ใช้ไม้ระแนงเพื่อให้ร่มเงา

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การปลูกกล้วยไม้

         เนื่องจากในรอบปีแต่ละปีนั้น  มีการเปลี่ยนแปลงฤดูกาลตามธรรมชาติ   ไม่ว่าจะเป็นช่วงแสงสว่างของแต่ละวัน     อุณหภูมิ และความชุ่มชื้นก็ตาม   อัตราการเจริญของกล้วยไม้ต่างๆในแต่ละฤดูกาล   ก็มีความสอดคล้องกับบทบาทการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล  เช่นเดียวกันกับพันธุ์ไม้อื่นๆ  ประเทศไทยตั้งอยู่ค่อนมาทางเหนือของเส้นศูนย์สูตร   (equator)   ของโลก    ซึ่งมีผลกำหนดลักษณะฤดูกาลไว้อย่างแน่ชัด  การปลูกและการขยายพันธุ์ไม้ควรยึดหลักปฏิบัติในระยะต้นๆของฤดูเจริญเติบโต   เพื่อให้กล้วยไม้ได้มีโอกาสตั้งตัวและเจริญแข็งแรงดี   ก่อนถึงฤดูกาลที่กล้วยไม้จะต้องมีการเจริญช้าลง  หรือบางชนิดก็พักตัว  ฤดูเจริญเติบโตของกล้วยไม้เริ่มต้นระหว่างปลายฤดูแล้งต่อต้นฤดูฝนหรือประมาณเดือนมีนาคม-มิถุนายน
          กล้วยไม้ที่อยู่ในสภาพซึ่งควรจะได้พิจารณาปลูกใหม่ ได้แก่  กล้วยไม้ที่มีอายุมากอยู่ในสภาพทรุดโทรม   สมควรที่จะตัดแยกและปลูกใหม่  กล้วยไม้ที่แตกกอขนาดใหญ่มากเกินไป หรืออยู่ในสภาพที่ระบบรากหมดอายุ     การตัดแยกปลูกใหม่จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงสมบูรณ์ให้แก่กล้วยไม้ได้   นอกจากนั้น  การหาพันธุ์กล้วยไม้มาจากธรรมชาติเพื่อนำมาปลูก   ก็ควรกระทำในฤดูนี้ด้วย    ภาชนะปลูกอาจใช้กระถางดินเผา  หรือกระเช้าไม้แล้วแต่ความเหมาะสม   หากเป็นกล้วยไม้ที่มีระบบรากอากาศคือ   มีรากใหญ่และโปร่ง  เช่น  กล้วยไม้หลายชนิดที่ขึ้นอยู่ตามต้นไม้ในธรรมชาติ   อาทิเช่น    กล้วยไม้สกุลแวนดา   เป็นต้น  ควรใช้ภาชนะปลูกที่มีลักษณะโปร่ง    อากาศถ่ายเทได้สะดวก ส่วนเครื่องปลูกก็ควรยึดหลักการเช่นเดียวกันคือ ใช้เครื่องปลูกที่โปร่ง  เช่น  ถ่านไม้  เป็นต้น  ในสมัยก่อนได้เคยมีผู้นิยมใช้รากเฟิร์นบางชนิด    มีลักษณะเป็นเส้นสีดำเรียกกันว่า   ออสมันดา(osmunda)      เป็นเครื่องปลูกกล้วยไม้กันอย่างแพร่หลาย ต่อมาออสมันดาหายากและมีราคาแพงยิ่งขึ้น  จึงได้มีการสนใจใช้กาบมะพร้าวแห้งเป็นเครื่องปลูกกล้วยไม้บางชนิด    ต่อมาในภายหลังได้พิจารณาเห็นว่า    การใช้ถ่านไม้นับเป็นวิธีการที่สะดวกกว่า  จึงได้มีผู้นิยมมากขึ้นเป็นลำดับ  แต่ก็มีผู้ซึ่งพยายามงดเว้นการใช้เครื่องปลูกใดๆทั้งสิ้น   สำหรับกล้วยไม้ประเภทที่มีรากอากาศ  โดยให้รากเกาะอยู่ในภาชนะปลูกเท่านั้น     ซึ่งก็ได้ผลเป็นที่พอใจ      ทั้งจำเป็นต้องมีการปรับวิธีการเลี้ยงดูให้สอดคล้องกับสภาพดังกล่าว  เช่น  มีการให้น้ำและให้ปุ๋ยมากขึ้น
          กล้วยไม้เหมือนพันธุ์ไม้ที่พบทั่วๆไปทั้งหลาย   ซึ่งมีความต้องการน้ำ  ปุ๋ย   และการเลี้ยงดูตามสมควร   กล้วยไม้ประเภทที่มีรากอากาศนั้น   มีผิวรากหนา  และมีคุณสมบัติอุ้มน้ำได้มาก จึงสามารถอยู่ในอากาศได้ดี   และยังดูดความชื้นจากอากาศบางส่วนได้ด้วย    โดยปกติในสภาพฝนฟ้าอากาศโปร่งและแจ่มใสการรดน้ำให้กล้วยไม้วันละครั้งในเวลาเช้าอย่างทั่วถึง    นับว่าเป็นการเพียงพอ    ส่วนปุ๋ยนั้นโดยทั่วๆไป     ควรมีการให้ปุ๋ยละลายน้ำรดกล้วยไม้ประมาณสัปดาห์ละ ๑  ครั้ง   และใช้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารหลักไนโตรเจน  ฟอสเฟต  และโพแทสเซียม ในอัตราส่วนประมาณเท่าๆ กัน  ปุ๋ยผสมนี้ควรเป็นปุ๋ยที่ละลายน้ำได้ดี  และใช้ในอัตราประมาณร้อยละ ๐.๑-๐.๕  ของปริมาณน้ำก็นับว่าเป็นการเพียงพอ
          การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชใน  การเลี้ยงกล้วยไม้เป็นสิ่งพึงระมัดระวังเป็นพิเศษ  เพราะสารเคมีเหล่านี้เมื่อมีพิษมีภัยต่อศัตรูกล้วยไม้ได้ฉันใด    ก็ย่อมมีพิษมีภัยต่อชีวิตคนได้ฉันนั้น    การเลี้ยงกล้วยไม้เป็นงานอดิเรกทั่วๆไป   ย่อมมีเรือนหรือสวนกล้วยไม้อยู่ในบริเวณบ้าน  การใช้ยาอันตรายทั้งหลาย จึงเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตคนในครอบครัวและสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างยิ่งจึงขอแนะนำว่า    คนเลี้ยงต้นไม้ที่ฉลาดและมีเหตุผลนั้น  จะให้ความสนใจเลี้ยงและทะนุบำรุงต้นไม้  ให้เจริญแข็งแรงและสมบูรณ์ มีความต้านทานศัตรูได้ดีอยู่เสมอ  ดีกว่าการใช้ยาป้องกันกำจัดศัตรู   การใช้ยาจึงควรให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ  และพิจารณาปฏิบัติเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ


[กลับหัวข้อหลัก]

วิธีการปลูกกล้วยไม้ ในกระเช้าไม้ลูกกล้วยไม้แวนดาที่นำออกจากกระถางเดี่ยว ขนาด ๑ นิ้ว

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายระพี สาคริก

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 > การเลี้ยงกล้วยไม้ในสภาพแวดล้อมของประเทศไทย