อาจกล่าวได้ว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับความผาสุกของประชาชนไทย ประกอบด้วย ๔ กระทรวงหลัก คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุขแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการดำเนินงานส่งเสริมและสนับสนุนการสังคมสงเคราะห์เพื่อสวัสดิภาพและความผาสุกของประชาชนก็คือ กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งกรมประชาสงเคราะห์มีวัตถุประสงค์หลักคือ
๑. เพื่อให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนที่เดือดร้อน ช่วยตนเองไม่ได้ทุกประเภทในราชอาณาจักรไทย
๒. เพื่อดำเนินการป้องกันมิให้ประชาชนต้องกลายเป็นผู้เดือดร้อนช่วยตนเองไม่ได้
๓. เพื่อดำเนินงานให้เกิดความมั่นคงทางครอบครัวและสังคม
๔. เพื่อช่วยผู้มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม ให้มีโอกาสปรับสภาพหรือพัฒนาตนเองให้อยู่ดีกินดี
๕. เพื่อควบคุม อุดหนุน และส่งเสริมองค์การสังคมสงเคราะห์เอกชน ตลอดจนเร่งเร้าให้ประชาชนได้สงเคราะห์ซึ่งกันและกันอย่างเต็มความสามารถ
๖. เพื่อศึกษา วิจัย และเผยแพร่เกี่ยวกับสภาพและปัญหาสังคม
งานที่กรมประชาสงเคราะห์ปฏิบัติเรียกว่า "การประชาสงเคราะห์" ขณะนี้มีประชาสงเคราะห์จังหวัดประจำอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทยและมีประชาสงเคราะห์ประจำอำเภอถึง ๒๓ อำเภอ อนึ่ง เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๒๗ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริม และพัฒนางานสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน-กรรมการ และมีกรรมการประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานทางสังคมสงเคราะห์ทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชน คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่กำหนดนโยบายในการดำเนินงานสังคมสงเคราะห์ และเป็นแกนกลางในการประสานงานระหว่างภาครัฐบาลและภาคเอกชนในเรื่องการสังคมสงเคราะห์ การแก้ไขปัญหาสังคมและการพัฒนาสังคม เพื่อช่วยให้งานสังคมสงเคราะห์พัฒนาไปด้วยดี นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้วันที่ ๒๑ ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็น "วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ" โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นต้นมา
[กลับหัวข้อหลัก]