เป็นการละเล่นของภาคกลาง ผู้เล่นหญิงเป็นผู้นั่ง ชายเป็นผู้แกว่ง ชายเป็นผู้นั่ง หญิงเป็นผู้แกว่ง จำนวนไม่จำกัด ให้ชายหญิงมีจำนวนเท่ากับชิงช้า อุปกรณ์การเล่น ได้แก่ เชือกหรือเถาวัลย์ ไม้หรือไม้ไผ่ ขนาดพอนั่งได้ ๑ คน
วิธีเล่น เจาะกระดานหรือไม้ไผ่สองรู เอาเชือกร้อยให้ได้ความยาวตามต้องการที่จะให้ไกวได้ไกลหรือสูงเท่าใด แล้วแขวนกับต้นไม้หรือใต้ถุนเรือน
บทร้องประกอบมีว่า
ต้นบทหญิงร้อง ช้าเจ้าพระยาหงส์เอย ปีกหงส์หักลง ใครเขาผลักหงส์ลงเข้าในดงเตย ไม่ทันมีทุกข์มียาก พี่มาจากน้องไปเฉยๆ
รับ เอ๊ยช้าเจ้าเอย กินนะรินกินนะร่อย เจ้าสร้อยสนเอย เจ้าสร้อยสังวาลมณฑล เจ้างามเฉิดฉินเอย
รับ ระเนระนาดเอย เอาผ้าไปพาดที่ต้นมะขามโพรง พี่ไปไหนมาดูผ้าตาโถง
รับ สูงเอย รำระเนระนาดเอย น่ารัก น่าชม น่าสมคะเน เพสลาดพาดอ่อนเอย
ต้นบทชายร้อง ช้าเจ้าหงส์เอย ปีกพี่ไม่หัก ใครเขาไม่ผลักพี่ลง พี่อยู่ในดงนางแย้ม พี่ขอฝากจมูกของพี่ด้วยเหนอ จะได้ไปเป็นเกลอกับแก้ม
รับ เอ๊ยช้าเจ้าเอย กินนะรินกินนะร่อย เจ้าสร้อยสนเอย เจ้าสร้อยสังวาลมณฑล เจ้างามเฉิดฉินเอย
หญิง ระเนระนาดเอย เอาผ้าไปพาดที่ต้นพิกุล พี่ไปไหนมา หรือมาหาหมาที่ใต้ถุน
รับ สูงเอย รำระเนระนาดเอย น่ารัก น่าชม น่าสมคะเน เพสลาดพาดอ่อนเอย
คัดจากบทโทรทัศน์ "อยู่อย่างไทย" ๒๕๒๐ ของ ดร.บุษกร กาญจนจารี
บทร้องนี้เป็นเพียงตัวอย่างตอนหนึ่งของเพลงช้านางหงส์ ทำนองเพลงหาผู้ร้องตามแบบโบราณได้ยากแล้ว มีผู้ทราบในขณะนี้คือ นายธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร
[กลับหัวข้อหลัก]