เป็นการละเล่นมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา การแต่งตัวของผู้เล่นเหมือนกับระเบ็ง มือถือไม้กำพต คือ กระบองสั้นแต่มีด้ามยาว มีกลองประกอบการเล่น กลองใหญ่เหมือนกลองทัด หน้ากว้างประมาณ ๕๕ เซนติเมตร ผู้เล่นแบ่งออกเป็นกลุ่ม จะมีกี่กลุ่มก็ได้ กลุ่มละ ๔ คน กลุ่มหนึ่งมีกลองโมงครุ่ม ๑ ใบ อยู่ตรงกลาง ด้านหน้ามีผู้เล่น ๒ คน ด้านหลัง ๒ คน ต้องมีผู้เล่น ๑ คน มายืนตรงหน้าคอยตีโหม่งบอกท่าทางให้ผู้เล่นทำตาม
เมื่อผู้ตีโหม่งให้สัญญาณผู้เล่นเข้าประจำที่แล้ว คนตีโหม่งจะร้อง
"อีหลัดถัดทา" และตีโหม่ง ๒ ทีแล้วบอกท่าต่างๆ ผู้เล่นจะยักเอวซ้ายที ขวาที จะร้อง
"ถัดถัดท่า ถัดท่าท่าถัด" จนกว่าคนตีโหม่งจะให้สัญญาณเปลี่ยนท่า ผู้ตีโหม่งจะรัวสัญญาณให้ผู้เล่นหยุดยืนอยู่กับที่ด้วยวิธีร้องบอกว่า
"โมงครุ่ม" ตีโหม่ง ๒ ที (มงๆ) ผู้เล่นจะใช้ไม้กำพตตีหนังกลอง ซ้ายที ขวาที (ดังครุ่มๆ) ผู้ตีโหม่งจะรัวสัญญาณให้ผู้เล่นหยุด แล้วบอกท่าใหม่ ท่าที่เล่นมีมากมายหลายท่า เช่น ท่าบัวตูม ท่าบัวบาน ท่าลมพัด ท่ามังกรฟาดหาง พระจันทร์ทรงกลด เมขลาล่อแก้ว รามสูรขว้างขวาน ฯลฯ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงพระนิพนธ์ท่ารำโบราณไว้ในสาส์นสมเด็จ การเล่นแบบนี้บางท่านเรียก
"อีหลัดถัดทา" ที่เรียกว่า
โมงครุ่ม สันนิษฐานว่าคงจะเรียกชื่อตามเสียงโหม่งและเสียงกลองที่ดัง
[กลับหัวข้อหลัก]