เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12 > การพัฒนาฝีมือแรงงานและอุปกรณ์การผลิต
การพัฒนาฝีมือแรงงานและอุปกรณ์การผลิต  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12
 
การพัฒนาฝีมือแรงงานและอุปกรณ์การผลิต โดย นายโกวิท วรพิพัฒน์
          การทำงานหากจะให้ได้ผลดี เป็นที่ภาคภูมิใจของตัวเราเองและครอบครัว เราควรเลือกงานที่เหมาะสมกับนิสัยใจคอ กำลังกาย กำลังทรัพย์สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราและสภาพของบ้านเมืองฉะนั้น นอกจากเราจะต้องฟังมาก อ่านมาก รู้เห็นมากแล้ว เราจะต้องสำรวจตัวเองในเชิงเปรียบเทียบความเหมาะสมกับสภาพของงานนั้นๆ ด้วย
          การทำงานนั้น แม้ตัวเองจะชอบและเห็นช่องทางว่าจะเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ แต่ถ้าเราขาดฝีมือ ขาดความรู้แล้วก็จะทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร  ฉะนั้น เราอาจจะต้องไปเรียน ไปฝึกงานที่เราชอบ และเห็นช่องทางเพื่อเราจะได้มีฝีมือการฝึกงานเพื่อพัฒนาฝีมือของเรานั้น เราอาจฝึกกับผู้รู้หรือหน่วยงานต่างๆ บางคนฝึกงานกับพ่อแม่พี่น้อง แต่ส่วนมากจะฝึกกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้มีทั้งหน่วยงานของรัฐและ
เอกชน การฝึกงานสำหรับเด็กและเยาวชนมักเป็นการเรียนการฝึกเพื่อเตรียมเข้าทำงาน บางคนเลือกเรียน  เลือกเตรียมฝึกงานตามเพื่อน เห็นเพื่อนเรียนครูก็เรียนครูบ้าง เพื่อนเรียนแพทย์ก็อยากเรียนแพทย์บ้าง ผู้ที่เลือกฝึกเลือกเรียนตามเพื่อนโดยไม่คิดไม่สำรวจตัวเองว่าตัวเองชอบอาชีพหรืองานนั้นๆ จริงหรือไม่ มักจะเรียนไม่สำเร็จหรือหากฝืนใจเรียนจนสำเร็จก็มักทำงานที่เรียนที่ฝึกนั้นไม่ได้ดี  ต้องฝืนใจทำ บางคนต้องเปลี่ยนอาชีพเพราะไปค้นพบภายหลังว่าตนชอบปลูกผัก  ปลูกต้นไม้ ชอบเลี้ยงสัตว์ ชอบอยู่กับธรรมชาติ ไม่ชอบเป็นนายแพทย์  ซึ่งต้องดูแลคนไข้เกือบตลอดวันเป็นต้น
          การเลือกงานและการฝึกงานนั้น นอกจากจะต้องรู้มาก เห็นมาก  ต้องรู้นิสัยตัวเอง รู้กำลังของตนเองดังกล่าวแล้ว เรายังต้องรู้ระบบการงานนั้นๆ ให้ตลอด เราอาจต้องรู้ระบบการจัดการ การตลาด การลงทุน  การทำบัญชีการรวมกลุ่ม การทำงานเป็นกลุ่ม ซึ่งเรื่องเหล่านี้เราฝึกอบรมกันได้ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามแม้เราจะมีฝีมือ และฝึกอบรมแล้ว เวลาทำงานจริงเรายังต้องเลือกอุปกรณ์และหรือพัฒนาอุปกรณ์ที่จะใช้ด้วย เรารู้ว่าประเทศไทยมีที่ดินสำหรับการเกษตรมาก มีโรงงานอุตสาหกรรมน้อย มีคนว่างงานมาก  ฉะนั้น หากเราจะเลือกใช้อุปกรณ์ เราอาจพิจารณาเลือกอุปกรณ์ที่ต้องใช้แรงงานคนมากๆ เพื่อเป็นการช่วยเหลือญาติพี่น้องเพื่อนร่วมชาติของเราให้มีงานทำ หากเราใช้เครื่องจักรประเภทที่ใช้แทนแรงงานคนทั้งหมด คนก็จะว่างงานมากซึ่งจะเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองของเรา

นักศึกษาวิชาชีพกำลังศึกษาภาคปฏิบัติ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

ความหมายของการพัฒนาฝีมือแรงงาน
          คำว่า "ฝีมือ" ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕  ได้ให้ความหมายไว้ว่าเป็นความเชี่ยวชาญในการใช้มือ การช่างทำด้วยมือ  ส่วนคำว่า "แรงงาน" ได้ให้ความหมายไว้ว่าเป็นความสามารถในการทำงานเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ กิจการที่คนงานทำในการผลิตเศรษฐทรัพย์ ดังนั้น "ฝีมือแรงงาน" จึงหมายถึง ความเชี่ยวชาญในการลงมือ  ลงแรงทำงานเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ
         สังคมไทยปัจจุบันกำลังก้าวสู่ยุคแห่งการถ่ายทอดกำลังแรงงานจากภาคเกษตรกรรมในชนบทเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมในเมือง ประกอบกับการเพิ่มตัวของประชากรเป็นไปอย่างรวดเร็วที่ดินเพื่อการเกษตรมีจำนวนจำกัด  ทรัพยากรผิวดินของเราที่เคยอุดมสมบูรณ์โดยธรรมชาติเริ่มขาดแคลนลง  จะต้องนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ให้มากขึ้น เช่น พัฒนาการบำรุงดินการใช้ปุ๋ย การใช้ยาปราบศัตรูพืช การคัดเลือกพันธุ์ การปลูกพืชในพื้นที่น้อยๆ แต่ใช้เทคโนโลยีเพื่อให้ได้ผลิตผลมาก ในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมก็เช่นเดียวกัน เรามีความจำเป็นต้องพัฒนาฝีมือแรงงานในด้านต่างๆ เช่น ช่างโลหะ ช่างกล ช่างไม้ และช่างอื่นๆ ให้ทันความต้องการ  ของตลาด  ตลอดจนมีคุณภาพ ประณีต สวยงามเพื่อให้สามารถผลิตผลงานให้ทัดเทียมประเทศอื่นเพื่อการแข่งขันในตลาดโลก คนที่เคยประกอบอาชีพอยู่อย่างไร  ถ้ายังทำอยู่อย่างนั้น ไม่พัฒนางานอาชีพ ไม่พัฒนาฝีมือของตนเอง  หนทางการทำมาหากินเพื่อให้มีการดำรงชีวิตที่ดีก็จะยากขึ้นทุกที
          ปัจจุบันอิทธิพลและค่านิยมเดิมยังทำให้โรงเรียนเป็นจำนวนมากมุ่งเน้นการเรียนรู้ภาคทฤษฎีเป็นสำคัญ การฝึกทักษะอาชีพที่จัดขึ้นในโรงเรียนยังไม่ได้รับความสนใจเพียงพอ และการเรียนการสอนยังไม่ทำให้นักเรียนสามารถนำ ไปใช้ในการประกอบอาชีพในชีวิตได้ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรเท่าที่ควร  ประกอบกับประชากรจำนวนกว่าร้อยละ ๗๐ ของประเทศไทยเป็นประชากรภาคชนบทที่มีการศึกษาระดับประถมศึกษาหรือต่ำกว่า จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาฝีมือแรงงานหรือยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับอาชีพ เพื่อให้ประชากรมีประสิทธิภาพในการทำงานและดำรงชีวิตด้วยดียิ่งขึ้น
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การดำเนินงานพัฒนาฝีมือแรงงาน
          หน่วยงานต่างๆ ของทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ตระหนักดีในปัญหาดังกล่าว  จึงได้ดำเนินการ ฝึกอบรมเพื่อยกระดับฝีมือแรงงานกันอยู่หลายหน่วยงาน  โดยกระจายการให้บริการทั้งในเมือง และชนบท และให้บริการในหลายๆ สาขาวิชาชีพตลอดจนมีการให้บริการที่ต่อเนื่องกัน การกำหนดหลักสูตรฝึกอบรม  แต่ละหน่วยงานเป็นผู้กำหนดหลักสูตรเอง โดยคำนึงถึงความต้องการของประชากรกลุ่มเป้าหมาย และความต้องการด้านฝีมือแรงงานเป็นสำคัญ สำหรับค่าใช้จ่ายในการอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานนั้น ส่วนใหญ่เป็นการฝึกอบรมให้เปล่าเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล  หน่วยงานเอกชนประเภทโรงเรียนอาชีพจะเก็บค่าเข้ารับการฝึกอบรมบ้าง แต่ก็อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล หน่วยงานฝึกอบรมที่สำคัญๆ เช่น 

          หน่วยงานภาครัฐบาล
          ๑. สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน สังกัดกรมแรงงาน จัดฝึกอบรมช่างฝีมือประเภทต่างๆ ทั้งที่เป็นการฝึกคนใหม่ ฝึกยกระดับฝีมือช่าง ฝึกอบรมครูฝึก  และฝึกอบรมผู้จัดการการฝึกอบรมนอกจากนี้ยังมีการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ที่มิใช่ช่าง เช่น วิชาเลขานุการ พนักงานต้อนรับ ฯลฯ
          ๒. กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดฝึกอบรมเป็น ๒ ลักษณะคือ
               ๑) หลักสูตรที่เน้นด้านการพัฒนา การจัดการ การเพิ่มผลิตผลในอุตสาหกรรม  การตลาด เทคนิคการปรับปรุงโรงงานฯลฯ โดยฝึกอบรมให้แก่ผู้จัดการ หัวหน้าคนงานช่างและพนักงาน
               ๒) หลักสูตรที่เน้นการผลิตหัตถกรรมไทยที่ทันสมัย  การออกแบบ และการฝึกอุตสาหกรรมในครอบครัว สำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจ
          ๓. กรมการพัฒนาชุมชน จัดฝึกอบรมในลักษณะที่เน้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมในครอบครัว โครงการอาชีพตามพระราชดำริ งานช่างประเภทต่างๆ การเลี้ยงสัตว์ และการเพาะปลูกเป็นต้น
          ๔. สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท จัดบริการฝึกอบรมอาชีพ โดยแบ่งเป็น  ๒ งานคือ งานพัฒนานิคมและส่งเสริมอาชีพ สำหรับประ-ชาชนทั่วไปในชนบท  และงานส่งเสริมอาชีพสำหรับเยาวชนในชนบท โดยหลักสูตรจะเน้นวิชาชีพด้านหัตถกรรมและกสิกรรม
          ๕. กรุงเทพมหานคร จัดบริการฝึกอบรมอาชีพ แยกเป็น ๓ โครงการใหญ่ๆ คือ
              ๑) โครงการส่งเสริมอาชีพประชาชน สวนลุมพินี เปิดอบรมในวันเสาร์และอาทิตย์ โดยเปิดสอนสาขาช่างอุตสาหกรรมและบริการ  ประมาณ ๒๔ วิชา
              ๒) โครงการฝึกอาชีพเคลื่อนที่สี่มุมเมือง จัดการฝึกอบรมให้แก่เยาวชนนอกโรงเรียนและประชาชนทั่วไปในเขตกรุงเทพฯ โดยเคลื่อนย้ายไปตามสถานที่ต่างๆ หลักสูตรที่เปิดสอนคือ ช่างอุตสาหกรรม  ช่างเสริมสวย ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า และ 
              ๓) โครงการพัฒนาอาชีพประชาชนในชุมชนแออัดจัดฝึกอบรมให้แก่ประชาชนทั่วไปในชุมชนแออัดของกรุงเทพฯ โดยเปิดสอนวิชาช่างอุตสาหกรรมช่างเสริมสวย และช่างตัดเย็บเสื้อผ้า
          ๖. กรมการศึกษานอกโรงเรียน จัดฝึกอบรมอาชีพเป็น ๓ ลักษณะคือ งานการศึกษาสายอาชีพระยะสั้น ดำเนินการในรูปแบบเคลื่อนที่ออกสู่ชนบทและรูปแบบประจำที่ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มีงานกลุ่มสนใจโดยจัดร่วมกับผู้นำท้องถิ่น รวมกลุ่มบุคคลที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน และจัดวิทยากรให้  และงานฝึกอบรมในเขตหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเองใน ๕๒ จังหวัด เน้นการฝึกในหมู่บ้านเขตชนบท
          ๗. กรมอาชีวศึกษา จัดฝึกอบรมเป็น ๒ ลักษณะคือ โรงเรียนสารพัดช่าง  และศูนย์ฝึกอาชีพ เน้นการฝึกอาชีพช่างต่างๆ

         หน่วยงานภาคเอกชน
ภาคเอกชนจัดบริการการฝึกฝีมือแรงงานไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าภาครัฐบาล  การดำเนินงานแบ่งได้เป็น ๓ ลักษณะ คือ
          ๑. การฝึกอบรมภายในกิจการ การฝึกอบรมนี้ เจ้าของกิจการจะเป็นผู้จัดการฝึกอบรมมีการฝึกอบรมลูกจ้างทุกระดับ ตั้งแต่คนงานขึ้นไปจนถึงผู้จัดการ บางกิจการจะมีศูนย์ฝึกอบรมของตนเอง มีเครื่องมืออุปกรณ์การฝึกอย่างครบครัน มีทรัพยากรบุคคลผู้ให้การฝึกที่ชำนาญงานมีงบประมาณการฝึกอบรมให้แก่ลูกจ้างเป็นจำนวนมากๆ บางกิจการลงทุนการฝึกปีละหลายล้านบาท
          ๒. การฝึกอบรมที่จัดโดยองค์การที่ไม่หวังผลกำไร องค์กรดังกล่าวเหล่านี้ ได้แก่ สภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย ฯลฯ จะจัดการฝึกอบรมที่เน้นหนักทางด้านการจัดการ คือ มุ่งพัฒนาการจัดการโดยพัฒนาฝ่ายจัดการให้มีประสิทธิภาพ และมีการฝึกอบรมลูกจ้างของกิจการต่างๆ ด้วยบางระดับ นอกจากนี้ยังมีสมาคมและมูลนิธิต่างๆ  เช่น สภาสตรีแห่งชาติ สภาสตรีอุดมศึกษา สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ฯลฯ จัดฝึกอบรมสตรีและแม่บ้าน เน้นหนักด้านศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน เพื่อเพิ่มพูนเศรษฐทรัพย์ของครอบครัว
          ๓. การฝึกอบรมที่จัดในรูปของธุรกิจ ปัจจุบันนี้มีการฝึกอบรมที่จัดในรูปของธุรกิจมากมายส่วนใหญ่จะจัดตั้งขึ้นเป็นโรงเรียนเอกชน บริษัท  เช่น โรงเรียนสอนตัดเสื้อ โรงเรียนสอนออกแบบทรงผมและเสริมสวย และโรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์จะจัดการฝึกอบรมอาชีพใหม่ๆ ตามความต้องการของตลาด  และรับจ้างจัดการฝึกอบรมลูกจ้างและฝ่ายจัดการในกิจการต่างๆ นอกจากนี้ยังมีการตั้งศูนย์การฝึกช่างฝีมือด้วย โดยเฉพาะบริษัทที่จัดส่งคนงานไปทำงานต่างประเทศ  บางแห่งจะเปิดศูนย์ฝึกอบรมของตนเองขึ้นมา เพื่อใช้เป็นศูนย์ทดสอบฝีมือหรือศูนย์ฝึกอบรมระยะสั้น สำหรับคนที่ต้องการจะสมัครงานและยังขาดทักษะ อย่างไรก็ตาม การจัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานนี้ ส่วนใหญ่จะจัดทำในเมืองมาก กว่าชนบท ในระยะเริ่มแรกของการฝึกอบรมในชนบท หน่วยงานต่างๆ มักมุ่งเน้นการฝึกฝีมือแรงงานเพื่อเพิ่มพูนด้านเศรษฐกิจ และบุคลากรของหน่วยฝึกอบรมมักมีประสบการณ์อาชีพที่มีหน่วยรองรับในเมือง จึงทำให้พบปัญหาว่ากระบวนการฝึกอบรมตลอดจนทักษะอาชีพที่จัดฝึกอบรมไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจของท้องถิ่น เป็นเหตุให้ผู้รับการฝึกอบรมเข้าสู่ตัวเมืองกันมาก ปัจจุบันหน่วยงานต่างๆ  ตระหนักในปัญหาดังกล่าว นอกจากจะพยายามจัดการอบรมให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจของท้องถิ่นแล้ว  ยังมุ่งเน้นพัฒนากระบวนการจัดการทางอาชีพในท้องถิ่นอีกด้วย
[กลับหัวข้อหลัก]

การฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมอาชีพด้านการตัดเย็บเสื้อผ้า

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
วิธีการและจุดเน้นของการพัฒนาฝีมือแรงงาน
          การฝึกอาชีพและการพัฒนาฝีมือแรงงานของหน่วยงานทั้งหลายนี้  มีวิธีการและจุดเน้นที่คล้ายกันบ้างและแตกต่างกันบ้างตามแนวความคิดสภาพ ปัญหา และจุดประสงค์ของแต่ละหน่วยงานโดยทั่วๆ ไปอาจแบ่งออกเป็น ๕ ประเภทคือ
          ๑. การฝึกเตรียมเข้าทำงาน เป็นการฝึกเบื้องต้นเพื่อเป็นพื้นฐานในการทำงาน เน้นใน ด้านกระบวนการการทำงาน การผลิต และกระบวนการในธุรกิจ ตลอดจนเสริมสร้างเจตคติและฝีมือขั้นพื้นฐาน จุดอ่อนของการฝึกเตรียมบุคคลเข้าทำงานมักเป็นเรื่องของหลักสูตรที่ไม่สอดคล้อง กับสภาพความต้องการของตลาด การคัดเลือกผู้เข้าฝึกที่ไม่เหมาะกับความถนัดและความสนใจและการมุ่งเน้นการฝึกด้านฝีมือเป็นสำคัญเพียงอย่างเดียว 
          หลักสำคัญสำหรับพิจารณาในการฝึกบุคคลเพื่อเตรียมเข้าทำงาน  ทั้งผู้ดำเนินการและผู้รับ การฝึกจะต้องสำรวจตลาดสำหรับงานที่ฝึกเตรียมเข้าทำงานนั้นมีอยู่หรือไม่เพียงใด มีการสำรวจความถนัด จุดเด่น จุดอ่อนของผู้รับการฝึกทั้งในด้านบุคลิก ลักษณะนิสัย และทรัพยากรอื่นๆที่จะเอื้ออำนวยต่องานนั้นๆ อนึ่ง ตลอดเวลาฝึกอบรมควรสอดแทรกการวางแผนทำงานและการ เริ่มงานในระหว่างผู้รับการฝึกด้วยกันเอง ครู และสถาบันนั้นๆ เป็นระยะๆ 
          อนึ่ง หลักสูตรควรสอดแทรกวิธีการวางแผนและแสวงหาช่องทางไว้ในทุกขั้นตอนของการฝึกอบรม มิฉะนั้นเมื่อฝึกสำเร็จและแยกย้ายกันไปแล้ว ผู้สำเร็จการฝึกอาจจะโดดเดี่ยว ไม่สามารถจะเริ่มงานหรือหางานที่เหมาะสมทำได้
          ๒. การฝึกยกระดับฝีมือ เน้นการฝึกความรู้ความสามารถ เจตคติทั้งด้านทฤษฎี ด้านปฏิบัติ และวิทยาการ ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ๆให้แก่ผู้ที่ทำงานอยู่แล้ว ให้สามารถทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งๆ ขึ้น การฝึกเพื่อยกระดับฝีมือนี้มีทั้งการฝึกเฉพาะกิจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ และการฝึกเพื่อยกระดับฝีมือในระยะยาว การฝึกเพื่อยกระดับฝีมือนี้มักเป็น การฝึกที่ได้ผลตอบแทนสูง เพราะหน่วยงานแต่ละหน่วยงานที่ส่งบุคลากรเข้ารับการฝึก  และผู้เข้ารับการฝึกเองจะทราบถึงความต้องการหน่วยงานและของตนเองเป็นอย่างดี บางครั้งหน่วยฝึกอบรมและหน่วยที่ส่งคนเข้าฝึกอบรมจะมีการปรึกษาทำความตกลงกันในเรื่องหลักสูตรการฝึกอบรม เพื่อให้การฝึกอบรมมีประสิทธิภาพตรงกับความต้องการสูงสุดอีกด้วย
          ๓. การฝึกในกิจการ เป็นการฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ  โดยปกตินิยมให้ผู้จบการฝึกเตรียมเข้าทำงาน ได้เข้าฝึกในกิจการทั้งนี้เพื่อให้มีความชำนาญ มีความคุ้นเคยกับเครื่องมืออุตสาหกรรม สภาพการทำงานและการปฏิบัติตามกฎระเบียบและการเน้นชีวิตจริงของกระบวนการของสถานประกอบการนั้น การเข้าฝึกในกิจการนี้ หากมีการวางแผนร่วมกันระหว่างสถานประกอบการ หน่วยงานฝึกอบรม และผู้รับการฝึกอบรม ให้ฝึกงานในสภาพที่ผู้เข้าฝึกจะนำประสบการณ์ไปทำงานจริงจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสำหรับการฝึกหากสามารถจัดให้ผู้รับการฝึกได้เห็นกระบวนการที่ผู้รับการฝึกอาจต้องเกี่ยวข้องในอาชีพนั้นๆ ทุกขั้นตอนได้ก็จะเป็นการดี ส่วนที่ผู้ใดกลุ่มใด จะฝึกเน้นขั้นตอนใดหรือด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะก็อาจทำความตกลงร่วมกันเพื่อประโยชน์สูงสุดของการฝึกอบรม
          ๔. การฝึกอาชีพที่ไม่ใช่ช่าง อาชีพที่ม่ใช่ช่างมีอยู่มากมาย เช่น การประกอบธุรกิจส่วนตัว พนักงานบริการ ผู้ช่วยแม่บ้าน จุดอ่อนของการฝึกอาชีพที่ไม่ใช่ช่างโดยทั่วๆ ไป มักเป็นการฝึกโดยที่ผู้รับการฝึกไม่มีโอกาสได้สำรวจอาชีพอย่างกว้างขวาง ไม่มีการสำรวจตนเองถึงความถนัด ความชอบ  ทรัพยากรที่ตนมีอยู่อนึ่งการฝึกโดยทั่วไปมักเน้นที่ฝีมือในการผลิตเป็นสำคัญ  มักละเลยองค์ประกอบอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จในอาชีพ เช่น เรื่องความเหมาะสมของนิสัยใจคอ ความถนัด การเห็นช่องทางในการประกอบอาชีพ ความสามารถในการจัดการ การบริหารงาน ทรัพยากร  การมีแหล่งข้อมูลที่กว้างขวางและทันเหตุการณ์ การเลือกสถานที่  การรู้จักการทำบัญชี การระดมทุนการติดตามผล การประเมินผล  และการประชาสัมพันธ์ เป็นต้น
           ๕. การฝึกอาชีพในชนบท เป็นการฝึกความรู้ความสามารถในอาชีพต่างๆ ตามความต้องการและความเหมาะสมของบุคคล กลุ่มบุคคลและท้องถิ่น ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๕ มีการฝึกอาชีพในชนบทในลักษณะนี้มากและค่อนข้างจะกว้างขวางจุดอ่อนของการฝึกอาชีพในชนบทประเภท "กลุ่มสนใจ" นี้ คือ ชาวชนบทมักขาดข้อมูลทางการตลาด  ทำให้ไม่แน่ใจว่าตนเองต้องการรู้ต้องการฝึกอะไร ฉะนั้นมักฝึกตามที่หน่วยงานที่จัดมีความพร้อมที่จะฝึกให้ ซึ่งอาจไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและความต้องการของตน อนึ่งการฝึกอาชีพในชนบทซึ่งหลายหน่วยงานจัดอยู่มักเป็นการนำอาชีพในเมืองหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปใช้ไปสอนและการเรียนการสอนมักไม่เอื้อให้ได้ใช้ข้อมูลท้องถิ่นและข้อจำกัดส่วนบุคคลเข้ามาเป็นเครื่องตัดสินใจในการทำงาน การฝึกงานให้ได้ผลิตผลมากโดยการใช้ปุ๋ยเคมี อาจทำให้ชาวนาทำงานได้ผลิตผล คือได้ข้าวต่อไร่มากขึ้นจริง  แต่เพราะต้องไปกู้หนี้ยืมสินเสียดอกเบี้ยสูงการเพิ่มผลผลิตอาจทำให้ได้กำไรน้อยกว่าที่ชาวนาจะใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่พอจะจัดทำจัดหาเองได้แม้ผลิตผลจะไม่สูงเท่ากับการใช้ปุ๋ยเคมีก็ตาม
[กลับหัวข้อหลัก]

การฝึกอบรมการซ่อมเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การส่งเสริมการประกอบอาชีพสำหรับแรงงานที่พัฒนาฝีมือแล้ว
          ในการพัฒนาอาชีพของประชาชนนอกจากจะจัดให้มีการพัฒนาฝีมือแรงงานในลักษณะต่างๆ ดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ผู้รับการฝึกฝีมือดี มีเจตคติมีนิสัย มีความสามารถ และเห็นช่องทางในการประกอบอาชีพ และสามารถประกอบอาชีพได้ดีขึ้นตามที่กล่าวแล้ว ยังอาจส่งเสริมให้การประกอบอาชีพของผู้ได้รับการฝึกประสบความสำเร็จในการใช้ความรู้ความสามารถยิ่งขึ้นได้อีกหลายประการ เช่น
          ๑. การจัดหรือการส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ การรวมกลุ่มหรือชมรม เพื่อส่งเสริมและหรือกำหนดปริมาณ คุณภาพ และมาตรฐานของการผลิต ให้เหมาะสมและตรงตามความต้องการของตลาด  เพื่อแสวงหาตลาด กำหนดราคา และแสวงหาเงินทุน
          ๒. การส่งเสริมให้มีหน่วยกลาง เพื่อแจกจ่ายงานให้ประชาชนโดยทั่วไปในชนบทได้มีส่วนร่วมในการใช้ฝีมือแรงงานในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับที่กลุ่มบุคคลหรือแต่ละบุคคลจะมีส่วนร่วมได้ซึ่งประชาชนในชุมชนอาจทำงานเต็มเวลาหรือเฉพาะช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ ตามสภาพของงานและของแต่ละบุคคลที่จะร่วมในเครือข่ายของงานชหน่วยงานกลางนี้อาจเป็นทั้งผู้จัดการ ผู้สนับสนุนด้านการเงิน ผู้ช่วยเหลือทางเทคนิค ผู้กำหนดควบคุมมาตรฐาน ผู้ออกแบบ ผู้แสวงหาและจัดการด้านการตลาด และการป้อนวัตถุดิบพร้อมกันไปก็ได้
          ๓. การส่งเสริมให้มีระบบการควบคุม สนับสนุน ป้องกันดูแลให้การใช้ฝีมือแรงงานเป็นไปด้วยความเชื่อมั่นสูงและยุติธรรม และป้องกันการเอารัดเอาเปรียบและการหลอกลวง ซึ่งปัจจุบันกรมแรงงานและหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานได้พยายามดำเนินการเรื่องนี้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
          ๔. การให้มีระบบข้อมูลเรื่องแนวโน้มของอาชีพต่างๆ ความต้องการของตลาด ความเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่แม่นตรงฉับไวที่กระจายอย่างทั่วถึง จะทำให้ประชาชนไหวตัวปรับตัว ปรับอาชีพ ปรับฝีมือและปรับวิธีทำงานได้ทันท่วงที ทำให้เกิดความมั่นคงและมั่นใจในการทำงาน  ปัจจุบันระบบข้อมูลด้านวิทยุมีประสิทธิภาพสูงและครอบคลุมทุกส่วนของประเทศแล้วกิจการด้านโทรทัศน์ได้รับการปรับปรุงด้านเครือข่ายไปมาก ซึ่งตามแผนจะครอบคลุมทุกพื้นที่ในอนาคตอันใกล้ จะมีปัญหาอยู่บ้างในเรื่องราคาเครื่องรับวิทยุยังสูง ยากที่ชาวชนบทจะมีโดยทั่วถึงระบบข้อมูลที่ยังขาดอยู่มากในชนบทคือข้อมูลทางด้านสิ่งพิมพ์ ซึ่งจะต้องส่งเสริมกันอีกมาก การขาดระบบข้อมูลด้านสิ่งพิมพ์นี้ทำให้ชาวชนบทเสียเปรียบชาวเมืองซึ่งมีข้อมูลจากสิ่งพิมพ์ในการพัฒนาคน และพัฒนาอาชีพเพื่อประโยชน์สุขตามระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างมาก
[กลับหัวข้อหลัก]

การฝึกอาชีพให้แก่สตรีชนบทที่สนใจ โดยศูนย์ศิลปาชีพพิเศษบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ความหมายของการพัฒนาอุปกรณ์การผลิต
          อุปกรณ์การผลิต หมายถึงสิ่งที่จะช่วยในการแปรรูปหรือแปรสภาพของวัตถุดิบในขั้นต่างๆ เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์ อุปกรณ์การผลิตส่วนใหญ่จะทำให้วัตถุดิบนั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้น  เช่น ปอ ถ้าเรามีอุปกรณ์ในการฟอกปอที่มีประสิทธิภาพ จะได้ปอที่มีคุณภาพ สามารถกำหนดราคาขายได้สูง และถ้าเราสามารถพัฒนาฝีมือแรงงานให้สามารถนำปอมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป จะเป็นการเพิ่มรายได้ประชากรทางหนึ่ง
[กลับหัวข้อหลัก]

รถเกษตรหรือรถอีแต๋น รถที่เหมาะกับการใช้งานในไร่นาของเกษตรกร

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การพัฒนาอุปกรณ์การผลิตด้านเกษตรกรรม
          ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศเป็นเกษตรกร และมีการศึกษาระดับประถมศึกษาหรือต่ำกว่า การพัฒนาอุปกรณ์การผลิตควรเริ่มจากการพัฒนาอุปกรณ์การผลิตเพื่อการเกษตร และนำไปสู่การพัฒนอุตสาหกรรมต่อไป อุปกรณ์การผลิตทางด้านการเกษตรจำเป็นต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาพอาชีพ ความรู้ ฝีมือแรงงาน เศรษฐกิจและประการสำคัญต้องคำนึงถึงการมีงานทำของประชากรในท้องถิ่นนั้นด้วย ฉะนั้นอุปกรณ์การผลิตในภาคเกษตรกรรมจำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบดังต่อไปนี้
          ๑. ใช้เงินทุนน้อย เนื่องจากฐานะเศรษฐกิจของเกษตรกรค่อนข้างต่ำ  อุปกรณ์การผลิตที่จะช่วยเพิ่มผลิตผล หรือแปรสภาพผลิตผลไปสู่ตลาดต้องมีราคาถูก อยู่ในฐานะที่เกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกรจะร่วมกันลงทุนได้ ซึ่งขณะนี้มีอุปกรณ์การผลิตด้านเกษตรที่คนไทยพัฒนาขึ้นใช้ในท้องถิ่นเป็นที่รู้จักกันดีแล้วได้แก่ ควายเหล็ก เครื่องสีข้าวขนาดเล็ก และรถเกษตรหรือรถอีแต๋น
          ๒. ใช้วัสดุในท้องถิ่น เพื่อให้เกษตรกรทั่วไปสามารถพัฒนาอุปกรณ์นั้นๆ ขึ้นใช้ได้ในท้องถิ่น และจะทำให้ราคาต้นทุนการผลิตอุปกรณ์นั้นๆ ต่ำลงด้วย
          ๓. ใช้แรงงานและฝีมือของคนในท้องถิ่นเพื่อเป็นการเสริมสร้างและสนับสนุนเศรษฐกิจของประชากรในท้องถิ่น
          ๔. ไม่ใช้ทฤษฎีที่ยุ่งยาก สามารถให้คนในท้องถิ่นซึ่งมีการศึกษาค่อนข้างต่ำ สามารถควบคุมการทำงานได้ และนอกจากนั้นอาจทำให้สามารถซ่อมแซมและบำรุงรักษาได้ง่ายอีกด้วย
          ๕. ใช้พลังงานธรรมชาติให้มากที่สุด การใช้พลังงานธรรมชาติ เช่น พลังน้ำ พลังลม จะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้งาน ทำให้ต้นทุนผลิตผลต่ำลง และเป็นการประหยัดทรัพยากรของประเทศด้วย
          ๖. ขนาดไม่ใหญ่โตนัก ขนาดของอุปกรณ์ทางการเกษตรมีผลต่อการใช้งาน และการลงทุนตลอดจนการเคลื่อนย้าย เนื่องจากเกษตรกรไทยแต่ละรายมีพื้นที่ทำกินไม่มากนัก ผลิตผลที่ได้มีจำนวนไม่มาก เหมาะสำหรับใช้อุปกรณ์การผลิตขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังสามารถเคลื่อนย้ายไปใช้งานในท้องถิ่นต่างๆ ได้โดยง่าย ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยีเครื่องผ่อนแรง  ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง
          ๗. เสริมสร้างความร่วมมือในท้องถิ่น ซึ่งไม่ขัดกับวัฒนธรรมอันดีงาม
[กลับหัวข้อหลัก]

ลักษณะส่วนหน้าของรถเกษตร

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การพัฒนาอุปกรณ์การผลิตด้านอุตสาหกรรม
          อุปกรณ์การผลิตด้านอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมส่งออกผลิตภัณฑ์ที่เป็นสากลระบบการผลิตส่วนใหญ่จะมุ่งผลิตภัณฑ์ให้ได้จำนวนมาก พยายามนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้งานแทนแรงงานคน เทคโนโลยีสำหรับอุปกรณ์การผลิตด้านอุตสาหกรรมนี้ ประเทศไทยยังจำเป็นต้องซื้อมาจากต่างประเทศอีกเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นการพัฒนาอุปกรณ์การผลิตด้านอุตสาหกรรมในประเทศไทยควรเริ่มต้นพัฒนาไปตามขั้นตอนดังนี้
          ๑. พัฒนาการเลือกสรรอุปกรณ์การผลิตของต่างประเทศที่คนไทยสามารถนำมาเชื่อมโยงสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ตามที่ต้องการในประเทศไทย
          ๒. พัฒนาการควบคุมดูแลให้อุปกรณ์การผลิตนั้นๆ ทำงานได้เต็มขีดความสามารถ โดยไม่ต้องอาศัยเจ้าของอุปกรณ์ และนอกจากนั้นยังต้องพัฒนาไปถึงการดูแลรักษาและซ่อมแซมอุปกรณ์การผลิตนั้นด้วยตนเอง
          ๓. พัฒนาความสามารถในการดัดแปลงกรรมวิธีการผลิตหรือรูปแบบการผลิตเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกลง สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น ตลอดจนพัฒนาดัดแปลงอุปกรณ์ เครื่องจักรหรือกระบวนการผลิตให้มีขีดความสามารถใหม่ หรือพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่
          ๔. พัฒนาความสามารถในการผลิตอุปกรณ์การผลิตด้วยตนเอง เราจะมีโอกาสได้เปรียบดุลการค้า คือสามารถเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ได้จำนวนมากขึ้น  และอาจจะพัฒนาไปถึงการส่งออกเทคโนโลยีด้วย
[กลับหัวข้อหลัก]

เครื่องสีข้าวขนาดเล็กของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชหฤทัยฝักใฝ่ในทุกข์สุขของราษฎร และมีพระราชประสงค์ที่จะอำนวยประโยชน์สุขแก่ชีวิต และความเป็นอยู่ของประชาชนโดยทั่วไป จึงก่อให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นเป็นจำนวนมาก โครงการเหล่านี้มุ่งพัฒนาฝีมือแรงงานและอุปกรณ์การผลิตซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีหลายด้าน และก้าวไปสู่การพึ่งพาตนเองของเทคโนโลยีของประเทศได้ ตัวอย่างโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทางด้านวิศวกรรม ได้แก่ การส่งเสริมสนับสนุนให้มีการต่อเรือโดยนำเอาเทคโนโลยีการต่อเรือที่ทันสมัยมาใช้ในการต่อเรือที่ใช้ในราชการกองทัพ การพัฒนาเรือใบที่มีสมรรถนะสูง การพัฒนาเรือเก็บเกี่ยวผักตบชวาซึ่งเป็นการพัฒนาอุปกรณ์การผลิตที่มีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศ  ในด้านการเกษตรได้มีการวิจัยการทำฝนเทียม และผลิตอุปกรณ์การทำฝนเทียมสำเร็จทรงพัฒนาอุปกรณ์การสีข้าวชื่อ "เครื่องสีข้าวปิ่นแก้ว" ออกแบบยุ้งฉางเพื่อรักษาคุณภาพข้าวผลิตเครื่องแปรสภาพนมสดเป็นนมผง และนมผงอัดเม็ด และผลิตเครื่องจักรที่ผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กจากชีวมวล
          โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มุ่งเน้น การพัฒนาฝีมือแรงงานด้านศิลปหัตถกรรมมากมายเช่น การส่งเสริมการทอผ้ากลายตามวัฒนธรรมท้องถิ่น มุ่งส่งเสริมสมรรถภาพการทอผ้า และการออกแบบลวดลายให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด  การส่งเสริมอุตสาหกรรมในครัวเรือนมุ่งส่งเสริมการพัฒนาอุปกรณ์การผลิตงานอาชีพต่างๆ ตามสภาพท้องถิ่น รวมถึงการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามความต้องการของตลาดและพัฒนาฝีมือแรงงาน โครงการต่างๆ เหล่านี้เป็นการเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรในชนบทที่ว่างงานตามฤดูกาล

          (ดูเพิ่มเติมเรื่อง การพัฒนาชนบท หมวดการศึกษาการพัฒนา  และเรื่อง ธนาคาร หมวดเดียวกัน เล่มเดียวกัน)


[กลับหัวข้อหลัก]

การฝึกอาชีพด้านศิลปหัตถกรรมเพื่อพัฒนาฝีมือ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายโกวิท วรพิพัฒน์

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12 > การพัฒนาฝีมือแรงงานและอุปกรณ์การผลิต