สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12
การพัฒนาชาวเขาและการเกษตรที่สูง  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12
 
การพัฒนาชาวเขาและการเกษตรที่สูง โดย หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี

          โครงการหลวงกับการพัฒนาที่สูง
          ประเทศไทยทางตอนเหนือ  เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย น่าน และแม่ฮ่องสอน  นั้นจะมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาและหุบเขาเป็นส่วนมาก โดยจะมีทิวเขาเป็นแนวยาวขนานกันจากเหนือมาใต้  เริ่มตั้งแต่ทิวเขาแดนลาวทางทิศตะวันตก ถัดมาเป็นทิวเขาขุนตาล ทิวเขาผีปันน้ำ และทิวเขาหลวงพระบางทางทิศตะวันออก  จากทิวเขาแดนลาวจะมีทิวเขาถนนธงชัยทอดตัวลงมาทางใต้  และมีทิวเขาจอมทองเป็นสาขาอีกด้วยที่ราบระหว่างหุบเขาเช่นในบริเวณจังหวัดเชียงใหม่นั้น  จะมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ  ๓๐๐ ถึง ๕๐๐ เมตร ส่วนภูเขาต่างๆ จะมีความสูงแตกต่างกันไป และส่วนใหญ่จะสูงประมาณ ๑,๐๐๐ ถึง ๒,๕๐๐ เมตร ยอดเขาหรือดอยที่สูงที่สุดคือดอยอินทนนท์ของทิวเขาจอมทองซึ่งสูงถึง ๒,๕๖๕ เมตร
          จากลักษณะของภูมิประเทศดังกล่าวนี้  ได้มีการนิยามว่าพื้นที่ในระดับความสูง ๗๐๐ เมตรขึ้นไปนั้นจะเรียกว่า "ที่สูง" ซึ่งจะหมายถึงพื้นที่เชิงเขาขึ้นไปจนถึงยอดเขานั่นเอง  พื้นที่สูงนี้มีลักษณะอากาศแตกต่างไปจากพื้นที่อื่นคือ  จะมีอากาศหนาวเย็นมากกว่า และในที่สูงบางแห่งจะมีอากาศหนาวเย็นมากในฤดูหนาวจนกระทั่งน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ที่สูงของไทยมีเนื้อที่มากถึง ๓๖ ล้านไร่


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

ความสำคัญของที่สูง
          ที่สูงมีความสำคัญมากสำหรับประเทศไทย และได้แผ่ขยายความสำคัญไปยังส่วนอื่นทั่วประเทศด้วย ดังเหตุผลต่อไปนี้
          ๑. ที่สูงเป็นต้นน้ำลำธารที่สำคัญ ฝนที่ตกลงบนพื้นที่ส่วนบนจะไหลลง กลายเป็นห้วยลำธาร และแม่น้ำน้อยๆ เป็นกิ่งก้านสาขาไปสมทบกันกลายเป็นแม่น้ำใหญ่  สำหรับที่สูงในภาคเหนือนี้ปันน้ำลงเป็นสามทาง คือ ทางใต้ปันน้ำส่วนใหญ่ลงสู่แม่น้ำปิง วัง ยม และน่าน ซึ่งเป็นสาขาสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยา ทางทิศเหนือเป็นต้นแม่น้ำอิง  กก ฝาง และจัน ไหลลงแม่น้ำโขง และทางทิศตะวันตกเป็นแม่น้ำปาย และขุนยวม ไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน เมื่อฝนตกลงบนที่สูง เราไม่ต้องการให้น้ำไหลบ่าอย่างรุนแรงไปท่วมทำลายไร่นาและบ้านช่องบนพื้นราบ  และเมื่อฝนหยุดตก เราก็ไม่ต้องการให้ห้วยลำธารเหล่านั้นเหือดแห้งไปโดยทันที ทำให้พืชผลเหี่ยวแห้งเสียหาย
          ๒. ที่สูงเป็นที่ที่มีอากาศเย็น สามารถปลูกพืชเมืองหนาว ซึ่งมีค่าสูงทางเศรษฐกิจ
          ๓. ที่สูงมีหน้าดินอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุที่พืชต้องการใช้เป็นอาหาร ฉะนั้นที่สูงจึงเป็นบริเวณป่าที่สมบูรณ์กว่าส่วนอื่นของประเทศ  ป่านี้มีคุณค่าโดยตรง คือ เมื่อตัดฟันต้นไม้แล้ว ก็ลากเอาไปทำบ้านเรือนและเครื่องใช้ได้ นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ทางอ้อม เช่น ช่วยลดความรุนแรงของน้ำที่ไหลบ่าลงจากที่สูง และเป็นแหล่งที่มีหน้าดินที่สมบูรณ์เนื่องจากใบไม้ที่ร่วงลงเน่าเปื่อยสะสมกัน
          ๔. ที่สูงเป็นที่ปลูกฝิ่นโดยชาวเขา แม้ฝิ่นจะมีคุณค่าทางยาอยู่บ้างแต่ก็มีโทษมหันต์ สามารถทำลายชีวิตมนุษย์ได้ทั้งในและนอกประเทศ
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ที่สูงต้องมีการพัฒนา
          ถ้าที่สูงถูกปล่อยไว้เฉยๆ  ความเสียหายจะเพิ่มขึ้นโดยทวีคูณ และคุณประโยชน์ที่อาจจะกระทำให้เกิดขึ้นได้ก็จะไม่ปรากฏ
          ชาวเขา
         
เป็นเวลานานแล้วที่มีผู้คนอาศัยอยู่ในเขตภูเขาหรือ "ที่สูง" จนเรารู้จักกันดีในชื่อของ  "ชาวเขา"  ซึ่งภาษาราชการเรียกว่า "ชาวไทยภูเขา" ชนชาวเขานี้มีอยู่มากมายหลายเผ่าและอาศัยอยู่ในที่สูงทางภาคเหนือเป็นจำนวนมากมีชาวเขาหลายเผ่าที่ชอบอาศัยอยู่ในที่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก คือ ตั้งแต่ ๑,๐๐๐ เมตรขึ้นไป และในพื้นที่เช่นนี้พืชที่ชอบอากาศเย็นจะมีการเจริญเติบโตได้ดีมาก ชาวเขาในประเทศไทยมีประมาณ ๑๐ เผ่า๕๐๐,๐๐๐ คน คือ ลัวะ กะเหรี่ยง แม้ว เย้ามูเซอ อีก้อ ถิ่น ว้า และปะหล่อง ยกเว้นเผ่าลัวะและกะเหรี่ยง  ชาวเขาทำไร่เลื่อนลอย  กล่าวคือ เมื่อเพาะปลูกซ้ำที่จนกระทั่งผลิตผลต่ำ  เพราะดินหมดความอุดมสมบูรณ์ และหญ้าขึ้นรกแล้วก็จะย้ายไร่  เคลื่อนหมู่บ้านไปตัด   ฟันป่าเพื่อทำไร่ในบริเวณอื่นการเคลื่อนย้าย เช่นนี้เริ่มต้นที่จีน  พม่า  ลาว  จนถึงประเทศไทยซึ่งถัดไปก็เป็นทะเลเผ่าลัวะและกะเหรี่ยงผิดแปลกจากเผ่าอื่น ๓ ประการ คือ
          ๑. ตามธรรมดาไม่ปลูกฝิ่น
          ๒. ตั้งภูมิลำเนาในประเทศไทยมาก่อนคนไทยเอง
          ๓. ตั้งหมู่บ้านอยู่อย่างถาวร เพราะใช้ระบบทำไร่หมุนเวียน

          ไร่หมุนเวียน

          ลัวะและกะเหรี่ยงจะแบ่งเนื้อที่เพาะปลูกออกเป็น  ๘ แปลง (บางทีอาจถึง  ๑๐ แปลง) ซึ่งแต่ละแปลงจะใช้เพาะปลูกเพียงปีเดียว แล้วย้ายไปแปลงที่ ๒ ต่อไป ดังนั้นแต่ละแปลงจะได้พักคือเว้นการเพาะปลูก ๗ ปีระหว่างที่พัก  แต่ละแปลงจะมีเมล็ดของต้นไม้ป่าที่ขึ้นอยู่โดยรอบปลิวลงมา  เมื่อฝนตกเมล็ดเหล่านี้ก็จะงอก  และโดยที่ชาวบ้านคอยระวังเป็นอย่างมากไม่ให้เกิดไฟไหม้ ต้นไม้เล็กๆ เหล่านี้ก็จะเติบโตจนกระทั่งกลายเป็นป่าที่สมบูรณ์ในปีที่ ๘ ในปีที่จะใช้พื้นที่เพาะปลูก  ต้นไม้จะถูกโค่นล้มและเผา  เถ้าถ่านของต้นไม้ที่ดูดแร่ธาตุจากใต้ดินจะเป็นปุ๋ยที่ดีของพืชที่จะปลูก การปลูกใช้วิธีเอาไม้จิ้มดินให้เป็นหลุม แล้วหยอดเมล็ดลงไป การที่ไร่ถูกใช้ครั้งเดียว  และไม่มีการไถพรวน  หน้าดินจึงไม่ถูกชะล้าง ความอุดมสมบูรณ์จะคงอยู่ตลอดไป กับทั้งจะป้องกันไม่ให้วัชพืช เช่น หญ้าขึ้นรกจนปราบไม่ไหว แต่ระบบหมุนเวียนมีข้อเสียที่ว่าจะต้องมีเนื้อที่ถึง ๘ เท่า ของไร่ที่จะใช้แต่ละปี ซึ่งขณะนี้เป็นปัญหาเพราะมีที่ดินไม่เพียงพอ

          ปัญหาเรื่องฝิ่น
          ฝิ่นต้องการอากาศเย็น และในประเทศไทยต้องปลูกบนที่สูงอย่างน้อย ๑,๐๐๐ เมตร ก่อน พ.ศ. ๒๕๐๒ แม้ว เย้า มูเซอ และอีก้อ ปลูกฝิ่นเพียงอย่างเดียวเอาไว้ขาย เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตขึ้นไปซื้อเพื่อนำไปขายให้โรงยาฝิ่นสำหรับให้ผู้ติดฝิ่นที่มีใบอนุญาตเท่านั้นเข้าไปสูบสมัยนั้นมีผู้ติดฝิ่นน้อยมาก เพราะผู้สูบผอมแห้งแรงน้อย และถูกประณามว่าเป็น "ขี้ยา" พ.ศ. ๒๕๐๒ รัฐบาลออกกฎหมายห้ามปลูกและค้าฝิ่น  จวบจนปัจจุบันนี้ (พ.ศ. ๒๕๓๕) เราทราบว่ากฎหมายนั้นทำให้ฝิ่นซึ่งยังคงมีอยู่บนดอยกลายสภาพเป็นเฮโรอีนบนพื้นราบ  สาเหตุเพราะรัฐบาลไม่ได้จัดการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล รัฐบาลเพียงแต่ตั้งกองสงเคราะห์ขาวเขากรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย ขึ้นเพื่อช่วยชาวเขาที่จะไม่มีรายได้ถ้าไม่ปลูกฝิ่น กองสงเคราะห์ชาวเขาขาดพืชที่จะให้ชาวเขาปลูกแทนฝิ่น เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ด้านการเกษตรทำการทดลองค้นคว้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็ไม่ทราบเพราะไม่ได้ขึ้นไปทำงานบนที่สูงนั้นในขณะที่ชาวเขาต้องมีรายได้ จึงยังคงปลูกฝิ่นอยู่จนทุกวันนี้

          สามเหลี่ยมยากจน

          ชาวต่างประเทศริเริ่ม (และคนไทยเอาอย่าง) เรียกบริเวณที่ปลูกฝิ่นในประเทศพม่า  ลาว  และไทยว่า  "สามเหลี่ยมทองคำ" ซึ่งหมายความว่าประชาชนในแถบนั้นร่ำรวย เพราะรายได้จากฝิ่นสูงมาก แต่ผู้ที่พบปะชาวเขาบนดอยทราบดีว่า ชาว
เขายากจน ขาดแคลนเสื้อผ้า อนามัยไม่ดี  อาหารไม่เพียงพอ คุณภาพชีวิตต่ำ รายได้จากฝิ่นน่าจะน้อยกว่าที่ทุกคนคิด และสามเหลี่ยมเห็นจะไม่ใช่เป็นทองคำเสียแล้วเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่าๆกับที่ได้จากท้อพันธุ์พื้นเมือง  ซึ่งโดยวิธีติดตาต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง  ก็ควรจะได้ผลใหญ่  หวานฉ่ำ ทำรายได้สูงกว่าฝิ่นเป็นแน่ ดังนั้น จึงทรงตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์เพื่อดำเนินการซึ่งก็กลายเป็นโครงการแรกของโลกที่กำจัดฝิ่นโดยปลูกพืชที่มีรายได้ดีกว่าแทน
[กลับหัวข้อหลัก]

ภูมิทัศน์บริเวณสามเหลี่ยมยากจน


สภาพป่าบนที่สูงถูกบุกรุกทำลายเพื่อการทำไร่เลื่อนลอย


ไร่ฝิ่น

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
วัตถุประสงค์ของโครงการหลวง
          โปรดเกล้าฯ พระราชทานวัตถุประสงค์ให้โครงการหลวงดังนี้ คือ
          ๑. เพื่อช่วยชาวเขาในฐานะเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
          ๒. ลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ คือป่าไม้และต้นน้ำลำธาร
          ๓. ยุติการปลูกฝิ่นโดยส่งเสริมพืชทดแทนภายหลังเมื่อดำเนินการไปจนเห็นเค้าแล้วจึงเพิ่มวัตถุประสงค์อีกหนึ่งข้อ คือ
          ๔. ใช้พื้นที่อย่างถูกต้อง  เพื่อผลิตพืชอันเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ

          ในการดำเนินการ มีพระราชกระแสรับสั่งให้ปฏิบัติดังนี้
          ๑. ลดขั้นตอน  คือจะทำอะไรก็ไม่ต้องให้ได้รับอนุมัติต่อๆ กันไปหลายๆ ขั้น
          ๒. รีบ
          ๓. ช่วยให้ชาวเขาช่วยตัวเอง อย่าให้อะไรๆ เปล่าๆ
          ๔. ปิดทองหลังพระ คือเมื่อทำความดีอะไรแล้วก็กระทำไปโดยไม่โฆษณา
[กลับหัวข้อหลัก]

ชาวเขากำลังทำงานในไร่

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ปัญหาการพัฒนาที่สูง
          การพัฒนาที่สูง มีปัญหาดังต่อไปนี้
          ๑. ปัญหาเรื่องคน คือชาวเขานอกจากจะอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แล้ว ก็ยังไม่เชี่ยวชาญภาษาไทย  นอกจากนี้ ความนึกคิดและชีวิตก็ผิดแปลกจากคนไทยทั่วไป  ทำให้การถ่ายเทความฃรู้ไม่ใคร่จะปลอดโปร่งนัก อนึ่ง เจ้าหน้าที่ ก็จะต้องเป็นบุคคลที่อดทน เสียสละ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ซึ่งบุคคลเช่นนี้มีน้อย
          ๒. ปัจจุบันนี้ แม้จะมี "ทาง" รถแล่นได้บ้างแล้ว การคมนาคมก็ยังลำบากอยู่มาก โดยเฉพาะหน้าฝน ซึ่งจำกัดพืชผลที่ส่งเสริมได้
          ๓. ปัญหาพื้นที่ลาดชัน จำต้องมีการบริรักษ์ คือป้องกันไม่ให้หน้าดินที่อุดมสมบูรณ์ถูกน้ำชะล้าง
          ๔. การขาดแคลนน้ำ
          ๕. การขาดข้อมูลในด้านดินฟ้าอากาศและไม่ทราบว่าจะปลูกพืชอะไรเมื่อใด
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การศึกษาพัฒนาที่สูง
          ในระยะต้น  โครงการฯ ขาดข้อมูลเป็นอย่างมาก เช่น ไม่ทราบว่าอุณหภูมิบางปีลดลงถึง -๙ °เซลเซียส  และบางแห่งน้ำค้างจะกลายเป็นน้ำแข็งขาวโพลนจนพระอาทิตย์ขึ้นอยู่เสมอสำหรับในด้านพืชนั้น  โครงการหลวงไม่ทราบแม้แต่ว่าจะเอาพันธุ์อะไรมาต่อกับท้อพื้นเมืองจึงจะได้ลูกดก ดังนั้นจึงต้อง "ทำไป เรียนไป" บัดนี้ (พ.ศ. ๒๕๓๕) ๒๓ ปีล่วงมาแล้ว การ "ทำ" อย่างถูกต้องได้เพิ่มสวนขึ้นมาก แต่การ "เรียน" คือวิจัยนั้น ก็ยังหยุดยั้งไม่ได้
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การวิจัย
          โครงการหลวงได้จัดการวิจัยมาแล้ว ๖๖โครงการ โดยมีข้าราชการหลายหน่วยงานอาสามาร่วมทำ คือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   มหาวิทยาลัยเชียงใหม่   สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้       กรมวิชาการเกษตร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย    สำนักงานเกษตร ภาคเหนือ  และสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ  เป็นต้น กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา    ไต้หวัน และแคนาดา ให้ทุนสนับสนุน  และประเทศต่างๆ หลายประเทศทูลเกล้าฯ ถวายพันธุ์พืชเมืองหนาว และอนุเคราะห์ให้เจ้าหน้าที่ไปดูงาน
           การวิจัยส่วนมากเกี่ยวกับการหาพืชเมืองหนาวมาปลูก  เพราะควรจะมีราคาสูงกว่าพืชเมืองร้อน  ส่วนพืช  เช่นผักหรือไม้ดอก  ที่ปลูกบนพื้นราบในฤดูหนาวได้ก็จะเลี่ยงปลูกนอกฤดูในเมื่อราคาสูงขึ้นหลายเท่า ตลอดเวลา เราจะต้องคำนึงถึงรายได้ที่จะต้องให้มากพอที่จะทดแทนรายได้จากฝิ่น
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
พืชที่ทำรายได้สูงกว่าฝิ่น
          พืชที่ทำรายได้มากว่ารายได้จากฝิ่นมีหลายชนิด คือ
          ๑. ผลไม้เมืองหนาว คือ บ๊วย ท้อ พลัมแอปเปิล สาลี่ พลับ กีวี
          ๒. กาแฟอะราบิกา
          ๓. ผลไม้กึ่งหนาว คือสตรอว์เบอรี องุ่นเฉพาะที่ไม่มีเมล็ด และเสาวรส
          ๔. เห็ดหอม
          ๕. ดอกไม้ คือ แกลดิโอลัส (ทั้งหัวและดอก) เยอร์บีราพันธุ์ยุโรปและที่ผสมขึ้น  สแตติสจิบโซฟิลลา  คาร์เนชัน แอลสโตรมีเรีย ลิลี ไอริสแดฟโฟดิล พรีเซีย และเบญจมาศ
          ๖. ผักเมืองหนาว และนอกฤดู เช่น กะหล่ำดาว กะหล่ำแดง กระเทียมต้น  หอมญี่ปุ่นผักชีฝรั่ง ผักกาดฝรั่งต่างๆ แรดิช เฟนเนล เทอร์นิพ และเอ็นไดฟ์
          ๗. มันฝรั่ง โดยเฉพาะเพื่อทำพันธุ์
          ๘. ถั่วแดงหลวงและถั่วอื่นๆ
          ๙. ลินสีด เพื่อเอาเมล็ดไปสกัดน้ำมัน และเอาเส้นในลำต้นไปทอผ้าลินิน
          ๑๐. ข้าวสาลี
[กลับหัวข้อหลัก]

ท้อ นอกจากเป็นไม้ผลราคาดีที่ปลูกทดแทนฝิ่นแล้ว ยังมีดอกที่สวยงามอีกด้วย

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
สถานีวิจัย
          โครงการหลวงมีสถานีวิจัย คือ
          ๑. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง  งานหลัก คือวิจัยผลไม้เมืองหนาว แต่ยังเป็นสถานที่อบรมและขยายพันธุ์อีกด้วย การวิจัยคาดว่ากำลังจะเสนอผลไม้ใหม่อีกชนิดหนึ่ง คือ ราสป์เบอร์รี
          ๒. สถานีแม่หลอด วิจัยหาสายพันธุ์กาแฟอะราบิกาที่ปลอดโรคราสนิม
          ๓. สถานีเกษตรหลวงปางดะ ได้รับพระราชทานชื่อ "หลวง" เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ วิจัยผักและถั่ว แต่งานหลักคือขยายพันธุ์ไม้ผล และถั่ว
          โครงการอินทนนท์  งานหลักคือส่งเสริมแต่มีการวิจัยไม้ดอก  และที่สถานีย่อยขุนห้วยแห้งวิจัยมะเดื่อหวาน ทับทิม และองุ่นไม่มีเมล็ด นอกจากนี้ยังมีแปลงหญ้าสำหรับเลี้ยงและขยายพันธุ์วัวพันธุ์ยุโรปที่ต้องการอากาศเย็นอีกด้วย
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ขั้นตอนของการพัฒนาที่สูง
          โครงการหลวงมีขั้นตอนการพัฒนาดังนี้
          ขั้นพื้นฐาน
          ๑. สำรวจสำมะโนประชากร ว่ามีอยู่กี่ครอบครัว แบ่งเป็นหญิง ชาย เด็ก และหาข้อมูลทางเศรษฐกิจ
          ๒. สำรวจและวางแผนการใช้ที่ดินด้วยกล้องถ่ายรูปสี่ช่วงแสงติดเครื่องบิน  (Multispectrum)แบบเดียวกับที่ใช้ติดดาวเทียม การสำรวจโดยวิธีนี้กระทำได้รวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อย การถ่ายภาพกระทำโดยกรมแผนที่ และการอ่านภาพถ่ายและรายงานอยู่ในความรับผิดชอบของสภาวิจัยแห่งชาติ แผนการใช้ที่ดินแบ่งออกดังนี้ คือ
               ก) ที่ชันมาก  หรือหน้าดินตื้น  สำหรับปลูกป่า  ซึ่งต้องปลูกขึ้นถ้าถูกทำลายไปแล้ว
               ข) ที่ชัน สำหรับปลูกไม้ยืนต้น  แบ่งออกเป็นที่ที่ให้น้ำชลประทานได้และไม่ได้ แปลงที่ให้น้ำได้ใช้สำหรับปลูกท้อ พลับ แอปเปิล สาลี่ส่วนที่ให้น้ำไม่ได้สำหรับปลูกบ๊วย   พลับ   และกาแฟเพราะต้นไม้พวกหลังนี้ใบผลิ ออกดอก และติดผลขณะที่ยังมีฝนอยู่
               ค) ที่ลาด สำหรับพืชไร่ เช่น ข้าวไร่ข้าวสาลี ลินสีด
               ง) ที่ลาดน้อยและให้น้ำได้ สำหรับพืชที่ต้องดูแลมาก เช่น ผักและดอกไม้  ซึ่งแต่ละครอบครัวมีแรงงานเพาะปลูกได้เพียงหนึ่งไร่เท่านั้น แต่จะมีรายได้จากพืชผล
               จ) ที่ไม่ชัน แต่หน้าดินตื้น สำหรับทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ทุ่งเลี้ยงสัตว์บนที่สูงมีทางที่จะผลิตวัวพันธุ์ยุโรปได้ดี วัวสามารถเดินไปที่รถได้ถ้าถนนเสีย
          ๓. บริรักษ์  เนื้อที่เพื่อการเกษตรที่แยกจำพวกการใช้ตามข้างบนนี้แล้ว  ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีการบริรักษ์  เพื่อมิให้หน้าดินพังทลายลงมาเมื่อฝนตก  มีการทำขั้นบันได  ทำคูตามแนวระดับเพื่อระบายน้ำ หรือปลูกพืชตามแนวระดับ เป็นต้นการบริรักษ์ทำให้ชาวเขาสามารถทำไร่ทำสวนอยู่ที่เดิมได้ไม่ต้องทำไร่เลื่อนลอยอีกต่อไป   ควรจะกล่าวในที่นี้ว่าโครงการหลวงกำลังทดลองการเพาะปลูกพืชไร่โดยไม่ไถหรือขุดพรวนดิน  ทั้งนี้เพื่อป้องกันการพังทลายของดิน นอกจากนี้ การเพาะปลูกแบบใหม่นี้จะทิ้งต้นและใบพืชเอาไว้ในไร่หลังจากเก็บเกี่ยว  ซึ่งจะกลายเป็นอาหารของพืชที่จะปลูกต่อไป กับทั้งจะป้องกันไม่ให้วัชพืชขึ้นอีกด้วย
          ๔. ชลประทาน ทำฝาย ท่อ และคูส่งน้ำดังที่กล่าวแล้วแต่ต้น ที่สูงมักจะกันดารน้ำ โครงการจึงได้ศึกษาระบบการให้น้ำหยดของอิสราเอล และบัดนี้ก็ได้ผลิตอุปกรณ์ระบบน้ำหยดจำหน่ายแล้ว
          ๕. ถนนมีความสำคัญมากในการพัฒนา เพราะที่ซึ่งการคมนาคมสะดวกสามารถผลิตพืชผลที่ราคาแพงแต่ไม่ทนทานได้ เช่น ดอกไม้ ผักและสตรอว์เบอร์รี
          ส่วนบริเวณที่ห่างไกลจากถนนที่ใช้ได้สะดวก  ก็ย่อมจะส่งเสริมพืชได้เฉพาะชนิดที่ทนทานเท่านั้น
[กลับหัวข้อหลัก]

การให้น้ำหยดแก่พืชบนที่สูง

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ศูนย์พัฒนา
          ในการที่จะนำพืชใหม่ๆ  ไปให้ชาวเขาปลูกนั้น โครงการหลวงตั้งศูนย์พัฒนาขึ้น ๒๖ ศูนย์ดูแลหมู่บ้าน ๒๑๙ หมู่บ้าน ในจังหวัดเชียงใหม่เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา และลำพูน
          ศูนย์แต่ละแห่งมีหัวหน้าคุณวุฒิปริญญาตรีทางเกษตรกรรม  พร้อมด้วยผู้ช่วยและคนงาน  ศูนย์มีหน้าที่ส่งเสริมและจัดส่งผลิตผลไปโรงคัดบรรจุที่เชียงใหม่ งานย่อยคือระงับทุกข์บำรุงสุขแก่ชาวบ้าน โดยที่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมของศูนย์ไม่อาจจะรอบรู้วิธีปลูกพืชทุกชนิด โครงการหลวงจึงมีหน้าที่เฉพาะพืช เช่น ดอกไม้ ผลไม้ และผัก แยกกันช่วยพนักงานส่งเสริมอีกต่อหนึ่ง เจ้าหน้าที่เฉพาะพืชเหล่านี้ถึงแม้จะทำงานส่งเสริมเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม  แต่ก็เป็นบุคลากรของโครงการวิจัย
          จึงสามารถเอาผลงานของการวิจัยไปถ่ายทอดให้ชาวเขาได้อย่างทันท่วงที   พร้อมกันนี้ก็อาจจะเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงบนดอยไปพิจารณาในวงการวิจัย     ในการส่งเสริม กรมส่งเสริมการเกษตรได้ช่วยเหลือโครงการเป็นอย่างมาก โดยให้เจ้าหน้าที่มาช่วยงาน และดูแลศูนย์สำคัญด้วยหนึ่งศูนย์
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ฝ่ายขนส่ง
          ที่ศูนย์พัฒนาทุกแห่งการคมนาคมลำบากไม่มากก็น้อย รถขนส่งส่วนใหญ่จะต้องเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งชาวเขายังไม่ค่อยจะมีกัน โครงการหลวงจึงต้องรับภาระขนผลิตผลไปยังโรงคัดบรรจุที่เชียงใหม่ หรือโรงงานอาหารสำเร็จรูปของโครงการ และจัดส่งต่อไปยังกรุงเทพฯ อีกด้วย
[กลับหัวข้อหลัก]

การขนส่งผลิตภัณฑ์ไปยังโรงคัดบรรจุ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ฝ่ายคัดบรรจุและจัดส่ง
          โรงคัดบรรจุของโครงการหลวงตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นจุดรวมของผลิตผลต่างๆ มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานของผลิตผลบรรจุหีบห่อ แล้วจัดส่งไปร้านค้า หรือหน่วยการตลาดที่กรุงเทพฯ
          ภาระสำคัญของฝ่ายคัดบรรจุคือพยายามลดการสูญเสียของพืชผลตั้งแต่หลังเก็บเกี่ยวไปจนถึงร้านค้า ในฤดูที่ของราคาแพง การสูญเสียก็จะมากขึ้นด้วย
          การสูญเสียจะลดลงได้มากถ้าบรรทุกรถที่มีเครื่องทำความเย็นและความชื้น รถเช่นนี้โครงการหลวงมีหนึ่งคัน ถ้าพิสูจน์แล้วว่าได้ผลดี จึงจะจัดหาเพิ่มขึ้น
[กลับหัวข้อหลัก]

การเก็บเกี่ยวลินิน

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
หน่วยตลาด
          ผลิตผลของชาวเขานั้น  โครงการหลวงจัดจำหน่ายให้ โดยคิดค่าใช้จ่าย ๒๐% ของราคาที่ขายได้แต่ละครั้ง หน่วยตลาดมีที่เชียงใหม่และกรุงเทพฯ ส่งผลิตผลไปจำหน่ายที่ซุเปอร์มาร์เก็ตโรงแรม  และตลาดขายส่ง  ลูกค้าขายส่งที่สำคัญ คือ อ.ต.ก. เครื่องกระป๋องและแยม บริษัทบอร์เนียวเป็นผู้แทนจำหน่าย ผลิตผลและผลิตภัณฑ์ของโครงการหลวงใช้ชื่อจดทะเบียนการค้าว่า "ดอยคำ"
[กลับหัวข้อหลัก]

ผลิตภัณฑ์ดอยคำ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
งานพัฒนาสังคม
          ๑. ธนาคารข้าว   พระราชทานข้าวเพื่อตั้งธนาคารแห่งแรกของประเทศไทย  ที่บ้านป่าแป๋อำเภอแม่สะเรียง เพราะชาวลัวะที่นั่นบางปีขาดแคลนข้าว   ต้องยืมเงินซื้อโดยเสียดอกเบี้ยสูงมากจนไม่มีทางจะชำระหนี้ได้หมด ธนาคารข้าวที่ตั้งขึ้นนี้คิดดอกเบี้ยต่ำขนาดชาวบ้านสามารถใช้คืนได้ในฤดูเก็บเกี่ยวครั้งต่อไป  หลักเกณฑ์ของธนาคารมีอยู่ว่าชาวบ้านต้องช่วยกันสร้างยุ้งข้าว และรวมกลุ่มกันดูแลการจ่ายออกและทวงคืน มีธนาคารข้าวหลายแห่งที่สามารถสะสมข้าวได้จนเหลือใช้ จึงทูลเกล้าฯ  ถวายคืน  เพื่อพระราชทานธนาคารอื่นต่อไป
          ๒. โรงเรียน  ที่ใดไม่มีโรงเรียน  โครงการหลวงจะตั้งขึ้น แล้วทางการประถมศึกษาแห่งชาติรับไปดูแลต่อไป
          ๓. ห้องสมุดเคลื่อนที่    มีวัตถุประสงค์ให้เด็กรักที่จะอ่านหนังสือ นอกจากนี้ ยังสอนให้เด็กร้อง รำ และเล่นตามแบบไทยอีกด้วย
          ๔. ศูนย์ศิลปหัตถกรรม สอนวิธีจักสานและเย็บผ้า เป็นต้น
          ๕. กลุ่มเฉพาะกิจ เพื่อสร้างถนน ประปาโดยชาวเขาร่วมกันออกเงินและแรง โครงการหลวงช่วยด้านทุนทรัพย์โดยได้รับจากการกุศลเฉพาะราย
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ประโยชน์ทางเศรษฐกิจของการพัฒนาที่สูง
          การพัฒนาที่สูงจำเป็นต้องกระทำเพื่อลดความเสียหายแก่ประเทศจากต้นน้ำลำธาร จากฝิ่น และจากการที่มีคนอดอยากยากจน นอกจากนี้ยังจะทำประโยชน์อย่างมากแก่เศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย การพัฒนามีดังนี้
          ๑. โดยการส่งผลิตผลออกนอกประเทศ เพื่อได้เงินตราต่างประเทศผลิตผล เช่น  สตรอว์เบอร์รีและผักซึ่งได้ส่งออกแล้ว ดอกไม้ และองุ่นไม่มีเมล็ดมีทีท่าว่าจะสำเร็จ
          ๒. ลดการนำเข้าของข้าวสาลี กาแฟภูเขาดอกไม้ และผลไม้
          ๓. มีผลิตผลใหม่ๆ สำหรับบริโภคภายในประเทศ
[กลับหัวข้อหลัก]

นาข้าวสาลี

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโครงการหลวง
          การที่โครงการหลวงเป็นโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น ทำให้ปรากฏผลดังต่อไปนี้ คือ
          ๑. หลายประเทศทูลเกล้าฯ ถวายพืชเมืองหนาว และช่วยเหลือรับเจ้าหน้าที่ไปดูงาน
          ๒. ประชาชนโดยเสด็จพระราชกุศล ทูลเกล้าฯ ถวายเงินและวัสดุ
          ๓. สินค้า "ดอยคำ" ได้รับความนิยมเลื่อมใสมากกว่าธรรมดา
          ๔. ข้าราชการต่างกรมกอง  และมหาวิทยาลัย  อาสาเข้ามาทำงานอย่างกลมเกลียวบางโครงการ เช่น การผลิตหัวพันธุ์มันฝรั่งปลอดโรค มีมหาวิทยาลัยสามแห่ง และสำนักงานหนึ่งแห่งช่วยเหลือกันดำเนินการส่วนหลักการปฏิบัติที่มีรับสั่งให้ใช้ ปรากฏผล คือ
               ๑. ปิดทองหลังพระ คือทำดีโดยไม่ประสงค์โอ้อวดและชิงดีชิงเด่น ทำให้ได้คนดีมาร่วมงาน
               ๒. ช่วยชาวเขาให้สามารถช่วยตัวเอง การที่ไม่แจกปุ๋ย ยา พืชพันธุ์ ทำให้ชาวเขาไม่มีนิสัยชอบขอของ และภายหน้าจะรู้จักดำเนินการด้วยตนเอง
               ๓. การลดขั้นตอน ทำให้กิจการดำเนินไปได้รวดเร็ว การลดขั้นตอนหมายความว่าต้อง มีการกระจายอำนาจมากเท่าที่จะกระทำได้ ศูนย์พัฒนาแต่ละแห่งมีหัวหน้าในสนาม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำรับผิดชอบต่อผู้ประสานงาน ซึ่งเป็นข้าราชการอาสา     ผู้ประสานงานมีสิทธิสั่งงานหรือใช้จ่ายเงินได้เอง นอกจากกรณีพิเศษ เช่นต้องการใช้เงินมากกว่าธรรมดา  เป็นต้น ส่วนการปลูกพืชสำคัญ เช่น ผัก ไม้ดอก ไม้ผล มันฝรั่ง และกาแฟ ต่างก็มีกลุ่มซึ่งพบกันเพื่อแจ้งความก้าวหน้าและปัญหาของตน กลุ่มเหล่านี้สามารถฃตัดสินดำเนินการได้เอง การกระจายอำนาจย่อมลดอำนาจและงานของผู้อำนวยการได้มาก
[กลับหัวข้อหลัก]

ไร่ทดลองมันฝรั่ง

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ผู้อำนวยการ
          ผู้อำนวยการมีหน้าที่ดังต่อไปนี้
          ๑. ถวายรายงาน และขอพระราชทานคำปรึกษา
          ๒. กระจายข่าวความก้าวหน้า  และปัญหาของหน่วยต่างๆ โดยมีการประชุมโครงการหลวงเดือนละครั้ง
          ๓. แนะนำ  เพราะโดยที่ไม่มีความรู้โดยเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น เรื่องเกษตร เมื่อไปตรวจเยี่ยมโครงการต่างๆ ก็อาจเห็นปัญหาได้อย่างกว้างๆ และแนะวิธีแก้ได้
          ๔. ประสานงาน โดยมากในรูปของการร้องขอให้คนนั้นมาช่วยโครงการนี้ เป็นต้น
          ๕. สนับสนุน ในรูปของเงิน วัสดุ และการดูงานต่างประเทศ เป็นต้น
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
สำนักงานโครงการหลวง
          โครงการหลวงมีสำนักงานอยู่ในสำนักงานเกษตรภาคเหนือ ซึ่งให้ยืมอาคาร ภารกิจแยกเป็นฝ่าย ดังนี้
           ๑. ฝ่ายสำนักงาน
           ๒. ฝ่ายยานยนต์
           ๓. ฝ่ายจัดซื้อ
           ๔. ประชาสัมพันธ์
           ๕. ฝ่ายคัดบรรจุและจัดส่ง
           ๖. ฝ่ายขาย
           ๗. ฝ่ายบัญชี
           นอกจากฝ่ายบัญชี   ซึ่งจำต้องเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับผู้อำนวยการทุกฝ่ายข้างต้นนี้ล้วนแต่มีข้าราชการอาวุโสเป็นอาสาสมัครดูแลอยู่

           แบบฉบับที่พระราชทาน
           พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งโครงการหลวงเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ เพราะขณะนั้นไม่มีหน่วยงานของทางราชการปฏิบัติงานอยู่อย่างให้ผลเพียงพอ แต่ขณะนี้มีหน่วยราชการหลายหน่วยดำเนินการพัฒนาบนที่สูง  บางหน่วยก็ร่วมงานอยู่กับโครงการหลวง กล่าวได้ว่า วิธีที่โครงการหลวงดำเนินการตามพระราชดำรินั้น เป็นวิธีที่ให้ผลดี จะเป็นแบบฉบับให้โครงการอื่นๆ ได้


          (ดูเพิ่มเติมเรื่อง การเกษตรที่สูงในประเทศไทย หมวดเดียวกัน และเรื่อง ธนาคาร หมวดการการพัฒนาปัจจัยการผลิต เล่มเดียวกัน)
[กลับหัวข้อหลัก]

บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรที่สูง

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12