สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
การผายปอด  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
 
การผายปอด โดย พันตำรวจโท นายแพทย์พิพัฒน์ ชูวรเวช
          การผายปอดเป็นวิธีการทำให้อากาศเข้าไปในปอดของผู้ป่วยที่หายใจขัดหรือหยุดหายใจ การผายปอดที่ปฏิบัติกันแพร่หลายและได้ผลดีมี ๒ วิธี คือ

                    ก. การผายปอดแบบกดหลังยกแขน หรือ แบบโฮลเกอร์ - นิลเซ็น (back-pressure-arm-lift method or Holger-Nielsen method)

                    ข. การผายปอดแบบเป่าลมเข้าปากหรือจมูกโดยตรง(mouth-to-mouth or mouth-to-nose method)

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

การผายปอดแบบกดหลังยกแขน

          วิธีนี้ใช้ได้ดีในกรณีที่ทำการผายปอดแบบเป่าลมเข้าปากโดยตรงไม่ได้ เช่น ผู้ป่วยกินสารพิษ เช่น ยาพิษ ยาปราบศัตรูพืช หรือผู้ป่วยมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณใบหน้า เป็นต้น
 
วิธีปฏิบัติ
          ๑. ให้ผู้ป่วยนอนคว่ำ งอข้อศอกทั้งสองข้างขึ้นไปวางมือข้างหนึ่งทับบนมืออีกข้าง ให้ศีรษะตะแคงไปข้างใดข้างหนึ่งและแก้มกดอยู่บนหลังมือ
          ๒. ผู้ช่วยเหลือหันหน้าเข้าหาผู้ป่วย คุกเข่าลงข้างใดข้างหนึ่งที่ตนถนัด ให้หัวเข่าชิดศีรษะและแขนของผู้ป่วย วางเท้าอีกข้างหนึ่งให้ชิดศรีษะอีกด้านหนึ่งของผู้ป่วย วางมือคว่ำลงบนหลังผู้ป่วยบริเวณต่ำกว่ากระดูกสะบักเล็กน้อย ให้หัวแม่มือทั้งสองข้างจดกัน นิ้วที่เหลือกางออกเป็นรูปผีเสื้อ
         
๓. จังหวะ "กดหลัง" เพื่อให้ผู้ป่วยหายใจออก ให้ผู้ช่วยเหลือโน้มตัวไปข้างหน้าแขนทั้งสองเหยียดตรงให้น้ำหนักตัวทิ้งไปข้างหน้าช้าๆ
          ๔. จังหวะ "ยกแขน" เป็นท่าทำให้ผู้ป่วยหายใจเอาอากาศเข้าโดยผู้ช่วยเหลือเอนตัวกลับสู่ท่าเดิมช้าๆ เลื่อนมือทั้งสองมาจับเหนือศอกของผู้ป่วย แขนผู้ช่วยเหลือเหยียดตรงอยู่ตลอดเวลายกแขนทั้งสองของผู้ป่วยขึ้น และดึงเข้ามาหาตัวผู้ช่วยเหลือ จนรู้สึกว่าตึงเต็มที่ จากนั้นจึงค่อยๆ วางแขนของผู้ป่วยลงบนพื้นเหมือนเดิม เป็นอันครบรอบการผายปอดหนึ่งครั้ง
          ๕. สำหรับผู้ใหญ่ให้ผายปอด ๑๒ ครั้งต่อนาที ส่วนเด็กอาจผายปอดประมาณ ๒๐ ครั้งต่อนาที การโน้มตัวลงของผู้ช่วยเหลือแก่เด็กให้ลดแรงลงตามความเหมาะสม


[กลับหัวข้อหลัก]

การผายปอดด้วยวิธีกดหลังยกแขน : ให้ผู้ป่วยนอนคว่ำศีรษะวางบนมือ หันหน้าไปด้านข้าง ผู้ช่วยเหลือคุกเข่าอยู่ด้านศีรษะของผู้ป่วย

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การผายปอดแบบเป่าลมเข้าปากหรือจมูกโดยตรง
          มีหลักอยู่ว่า ลมหายใจออกของผู้ช่วยเหลือยังมีออกซิเจนเพียงพอที่จะช่วยชีวิตผู้ป่วยที่หยุดหายใจได้
 
วิธีปฏิบัติ
          ๑. ก่อนอื่นต้องล้วงปากปละคอผู้ป่วย เอาสิ่งแปลกปลอดหรือเสมหะออก
          ๒. ถ้าผู้ป่วยนอนหงายคอพับ ลิ้นส่วนหลังของผู้ป่วย จะเลื่อนลงไปอุดหลอดลมหายใจ ผู้ช่วยเหลือจึงควรจับศีรษะของผู้ป่วยหงายไปข้างหลังให้เต็มที่ หาผ้าพับหลายๆ ชั้นหนุนรองใต้บ่าเพื่อให้ศีรษะแหงนมากๆ ทางเดินหายใจสะดวก
          ๓. จับศีรษะของผู้ป่วยหงายไปทางหลังเต็มที่ ผู้ช่วยเหลือหายใจเข้าเต็มที่  และอ้าปากกว้าง ต่อมาให้ผนึกริมฝีปากของผู้ช่วยเหลือครอบลงไปบนจมูกของผู้ป่วย  โดยบีบปากผู้ป่วยให้แน่น เป็นวิธีเป่าลมเข้าจมูก หรืออีกทางหนึ่งเป็นการเป่าลมเข้าปากของผู้ป่วย โดยผู้ช่วยเหลือผนึกริมฝีปากลงไปครอบบนปากของผู้ป่วย ใช้นิ้วมือบีบจมูกของผู้ป่วยไว้ให้แน่น เป่าลมเข้าไปโดยแรง จนกระทั่งเห็นทรวงอกของผู้ป่วยขยายตัวขึ้น
          ๔. ผู้ป่วยเหลือถอนปากออกจากผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยหายใจออกมาเอง โดยสังเกตว่าระดับทรวงอกของผู้ป่วยเคลื่อนต่ำลง
          ๕. วิธีผายปอดนี้ให้ทำ ๑๒ ครั้งต่อนาที (หรือ ๕ วินาทีต่อหนึ่งครั้ง) สำหรับผู้ใหญ่ หากเป็นเด็กให้เป่าลม ๒๐ ครั้ง ต่อนาที (หรือ ๓ วินาทีต่อหนึ่งครั้ง)
 
          หากผู้ช่วยเหลือไม่ต้องการสัมผัสกับใบหน้าของผู้ป่วยโดยตรง อาจใช้ผ้าเช็ดหน้าคลุมหน้าของผู้ป่วยไว้ แล้วเป่าลมผ่านผ้าเช็ดหน้าได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยกินยาพิษ หรือสำลักควันพิษ การเป่าลมเข้าปากหรือจมูกจะเป็นอันตรายแก่ผู้ช่วยเหลือควรใช้การผายปอดแบบกดหลังยกแขนจะดีกว่า

[กลับหัวข้อหลัก]

การผายปอดด้วยวิธีเป่าลมเข้าปากโดยตรง : ก. ใช้นิ้วล้วงเอาวัตถุแปลกปลอมและเสมหะออกจากปากและคอหนุนไหล่ด้วยหมอนหรือผ้า ข. จับศีรษะให้หงายไปข้างหลังให้คางเกือบเป็นแนวตรงกับลำคอ ค. ใช้มือดึงขากรรไกรของผู้ป่วยขึ้น อีกมือหนึ่งให้บีบจมูกของผู้ป่วย

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• พันตำรวจโท นายแพทย์พิพัฒน์ ชูวรเวช

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8