การป้องกันอันตรายจากศัตรูของผีเสื้อพอจะแยกออกได้เป็น ๕ วิธีด้วยกันคือ
๑. วิธีการบิน
ผีเสื้อมีวิธีการบินเป็น ๒ พวก คือ พวกที่บินเร็วอย่างเช่น ผีเสื้อตาลหนาม
(Charaxes) ผีเสื้อหางติ่ง
(Papilio) บินได้เร็วมาก จนมีศัตรูน้อยชนิดที่อาจบินไล่จับได้ทัน พวกนี้ส่วนมากมีสีสดใส อีกพวกหนึ่งบินได้ช้าและบินแปลกไปจากผีเสื้อทั่วไป เพื่อให้ศัตรูงงเวลาเห็น จนไม่คิดว่าเป็นผีเสื้อ เช่น ผีเสื้อกะลาสี
(Neptis) และผีเสื้อแผนที่
(Cyrestis) กลุ่มหลังนี้บินร่อนไปช้าๆนานๆ จะกระพือปีกสักที มักมีลวดลายลวงตาบางอย่างบนปีก ทำให้ศัตรูติดตามได้ยากปกติพวกที่มีสารพิษอยู่ในตัวมักบินช้า เพื่อให้ศัตรูรู้จักและเป็นการประกาศคุณสมบัติในตัวของมัน หรือเป็นการลวงตาศัตรู
๒. การป้องกันตัวด้วยสีและลวดลายบนปีก
ผีเสื้อส่วนมากที่ไม่มีสารพิษในตัว และไม่มีสีสดใสเพื่อประกาศคุณสมบัตินี้ มักป้องกันตัวเองด้วยสีสัน และลวดลาย
ที่อยู่ทางด้านใต้ปีก โดยเฉพาะปีกคู่หลัง เนื่องจากผีเสื้อเวลาเกาะพักจะพับปีกขึ้น และช่วงเวลาพักเป็นช่วงที่อันตรายที่สุดลวดลายอาจจะกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่มันอาศัย เช่น ใต้ปีกของผีเสื้อปลายปีกส้มใหญ่
(Hebomoia glaucippe) เป็นลายกระคล้ายกับทรายแห้ง หรือมีลักษณะคล้ายกับวัตถุใดวัตถุหนึ่งอาจเป็นใบไม้ ดังพบในผีเสื้อใบไม้ใหญ่ (Kallima) และในผีเสื้อตาลสายัณห์บางแบบ และผีเสื้อแพนซีมยุราบางแบบ เพื่อที่จะให้สภาพกลมกลืนดียิ่งขึ้น ผีเสื้อพวกนี้มักเกาะตามกิ่งหรือตามลำต้นไม้ แล้วทอดปีกไปตามแนวกิ่งไม้
ผีเสื้อบินเร็ว และผีเสื้อป่า ตลอดจนผีเสื้อตาลสายัณห์มักมีสีน้ำตาลหรือมีลายเปรอะ ถึงแม้ว่าบางชนิดชอบอาศัยอยู่ตามที่ร่มครึ้มและค่อนข้างมืด ซึ่งปลอดภัยจากศัตรูตามธรรมชาติหลายจำพวก
ส่วนพวกที่มีจุดตากลมๆใต้ปีกดังเช่นพวกผีเสื้อป่านั้น เชื่อกันว่า มันใช้ในการทำให้ศัตรูตกใจ หรือทำให้ศัตรูโจมตีตรงจุดที่ไม่สำคัญนัก เช่นเดียวกับหางเส้นเล็กๆ ตามขอบปีกคู่หลังในพวกผีเสื้อสีน้ำเงิน โดยจะมีปีกยื่นออกมาเป็นติ่ง ซึ่งมีจุดดำตรงกลาง ประกอบกับมีหางยื่นออกมา ทำให้ดูคล้ายเป็นหัวและหนวด
การป้องกันตัวอีกแบบหนึ่ง พบในพวกผีเสื้อสีน้ำเงินโดยมีสีน้ำเงินวาวทางด้านบนปีก และสีดำคล้ำทางด้านใต้ปีกทำให้พวกนกที่กำลังไล่ผีเสื้อสีน้ำเงินอยู่หาลำตัวผีเสื้อสีคล้ำที่กำลังเกาะอยู่ไม่พบ
ผีเสื้ออีกกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในป่าทึบที่มีแสงแดดเล็ด-ลอดลงไปถึงพื้นได้บ้าง จะมีสีดำจุดขาว ทำให้กลมกลืนกับสภาพพื้นป่า เช่น ผีเสื้อกะลาสี ผีเสื้อจ่า
(Athymal)พวกเหล่านี้เวลาบินจะร่อนแผ่ปีกออกตามแนวนอนอีกด้วย
๓. นิสัย
นิสัยของผีเสื้อบางชนิดช่วยให้รอดพ้นจากศัตรูได้ ผีเสื้อบินเร็วหลายชนิด ผีเสื้อป่า และผีเสื้อตาลสายัณห์ มีนิสัยชอบออกหากินเวลาเช้ามืด หรือตอนโพล้เพล้ เพื่อหลบนกที่ออกหากินกลางวัน แต่ยังไม่ทราบว่า จะถูกพวกค้างคาวกินบ้างหรือไม่ผีเสื้อพวกนี้ยังชอบเกาะอยู่ตามที่มืดๆ หรือในพุ่มไม้หนาทึบ ผีเสื้อตัวเมียส่วนมากมีนิสัยเช่นเดียวกันนี้
๔. การป้องกันตัวโดยกลิ่นและรสที่ไม่ดี
ผีเสื้อบางพวกที่กินพืชที่มีพิษ จะได้พิษนั้นๆ ติดไปด้วยซึ่งพวกสัตว์กินแมลงและกิ้งก่าไม่ชอบสารพวกนี้ พวกนี้จะมีสีสันฉูดฉาดเป็นการประกาศคุณสมบัติของตัว และบินไปมาอย่างช้าๆ เพื่อให้ศัตรูมีเวลาจ้องดูนานๆ จนจำได้ บางทีนกที่ยังรุ่นหนุ่ม มีประสบการณ์น้อยอาจจับผีเสื้อพวกนี้กินได้ ผีเสื้อพวกนี้จึงต้องมีผนังลำตัวแข็งเหนียว และบางคราวอาจแกล้งทำตายได้อีกด้วย
๕. การเลียนแบบ
จากคุณสมบัติป้องกันตัวได้ของผีเสื้อในข้อที่ ๔ ทำให้ผีเสื้ออีกพวกที่ไม่มีคุณสมบัตินั้นๆ และจะตกเป็นเหยื่อของศัตรูได้ง่ายๆ พากันเลียนแบบรูปร่าง นิสัย ตลอดจนวิธีการบินของพวกที่ป้องกันตัวได้ดี อาจจะเลียนแบบทั้งสองเพศ หรือเลียนแบบเฉพาะเพศเมียเท่านั้น ส่วนมากจะเลียนแบบเฉพาะด้านบนของปีก แต่บางทีก็ด้านใต้ปีก หรือทั้งสองด้าน
การเลียนแบบแบ่งออกได้เป็น ๒ อย่าง คือ
๑. การเลียนแบบแบบเบตส์ (batesian mimicry)
ตัวที่มีสีสดใส มีกลิ่นและรสไม่ดี เป็นตัวแบบ(model) ให้ตัวเลียนแบบ (mimic) ซึ่งเป็นผีเสื้อที่ศัตรูชอบกิน มาเลียนแบบทั้งรูปร่าง สีสัน และนิสัยการบิน
๒. การเลียนแบบแบบมูลเลอร์ (mullerian mimicry)
กลุ่มผีเสื้อที่ศัตรูไม่ชอบกินอยู่ แล้วมาเลียนแบบกันเอง ทำให้ลักษณะของแบบนั้น ศัตรูรู้จักได้ง่ายและเร็วขึ้นกว่าเดิม เช่น พวกผีเสื้อหนอนใบรักสีฟ้า
(Danaus) หลายชนิด และพวกผีเสื้อจรกา
(Euploea)
[กลับหัวข้อหลัก]