สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7
การป้องกันอันตรายจากศัตรู  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7
 
การป้องกันอันตรายจากศัตรู โดย นายจารุจินต์ นภีตะภัฎ

          ผีเสื้อที่ออกบินจะมีศัตรูน้อยลงกว่าในระยะที่ยังเป็นตัวหนอน  ศัตรูที่สำคัญในเวลากลางวัน ได้แก่   นกจาบคา (bee-eaters) และนกแซงแซว (drongos)  นกพวกนี้บินได้ว่องไวสามารถจับผีเสื้อในขณะที่บินในอากาศได้   เมื่อจับได้แล้วมันจะคาบมาเกาะกินบนกิ่งไม้   ผู้เขียนเคยพบนกจาบคาหัวสีส้ม(Merops   leschenaulti) บินจับผีเสื้อหนอนคูน (Catopsiliasp.) กินหลายตัว   ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี     ศัตรูที่สำคัญรองลงมา  คือ  พวกกิ้งก่าที่จับผีเสื้อที่ชอบเกาะตามพุ่มไม้   ก้อนหิน   และตามพื้นดินกินเป็นอาหาร ในเวลากลางคืน   ศัตรูที่สำคัญคือ ค้างคาวกินแมลงชนิดต่างๆ


[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

การป้องกันอันตรายจากศัตรูของผีเสื้อ
          การป้องกันอันตรายจากศัตรูของผีเสื้อพอจะแยกออกได้เป็น ๕ วิธีด้วยกันคือ
          ๑. วิธีการบิน
          ผีเสื้อมีวิธีการบินเป็น  ๒  พวก  คือ พวกที่บินเร็วอย่างเช่น   ผีเสื้อตาลหนาม (Charaxes) ผีเสื้อหางติ่ง(Papilio) บินได้เร็วมาก  จนมีศัตรูน้อยชนิดที่อาจบินไล่จับได้ทัน   พวกนี้ส่วนมากมีสีสดใส  อีกพวกหนึ่งบินได้ช้าและบินแปลกไปจากผีเสื้อทั่วไป  เพื่อให้ศัตรูงงเวลาเห็น  จนไม่คิดว่าเป็นผีเสื้อ   เช่น  ผีเสื้อกะลาสี (Neptis)  และผีเสื้อแผนที่ (Cyrestis)  กลุ่มหลังนี้บินร่อนไปช้าๆนานๆ จะกระพือปีกสักที  มักมีลวดลายลวงตาบางอย่างบนปีก ทำให้ศัตรูติดตามได้ยากปกติพวกที่มีสารพิษอยู่ในตัวมักบินช้า   เพื่อให้ศัตรูรู้จักและเป็นการประกาศคุณสมบัติในตัวของมัน  หรือเป็นการลวงตาศัตรู          
          ๒. การป้องกันตัวด้วยสีและลวดลายบนปีก
          ผีเสื้อส่วนมากที่ไม่มีสารพิษในตัว  และไม่มีสีสดใสเพื่อประกาศคุณสมบัตินี้ มักป้องกันตัวเองด้วยสีสัน  และลวดลาย
ที่อยู่ทางด้านใต้ปีก  โดยเฉพาะปีกคู่หลัง เนื่องจากผีเสื้อเวลาเกาะพักจะพับปีกขึ้น  และช่วงเวลาพักเป็นช่วงที่อันตรายที่สุดลวดลายอาจจะกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่มันอาศัย  เช่น ใต้ปีกของผีเสื้อปลายปีกส้มใหญ่ (Hebomoia  glaucippe) เป็นลายกระคล้ายกับทรายแห้ง  หรือมีลักษณะคล้ายกับวัตถุใดวัตถุหนึ่งอาจเป็นใบไม้  ดังพบในผีเสื้อใบไม้ใหญ่  (Kallima) และในผีเสื้อตาลสายัณห์บางแบบ  และผีเสื้อแพนซีมยุราบางแบบ  เพื่อที่จะให้สภาพกลมกลืนดียิ่งขึ้น  ผีเสื้อพวกนี้มักเกาะตามกิ่งหรือตามลำต้นไม้  แล้วทอดปีกไปตามแนวกิ่งไม้          
          ผีเสื้อบินเร็ว   และผีเสื้อป่า  ตลอดจนผีเสื้อตาลสายัณห์มักมีสีน้ำตาลหรือมีลายเปรอะ  ถึงแม้ว่าบางชนิดชอบอาศัยอยู่ตามที่ร่มครึ้มและค่อนข้างมืด     ซึ่งปลอดภัยจากศัตรูตามธรรมชาติหลายจำพวก          
          ส่วนพวกที่มีจุดตากลมๆใต้ปีกดังเช่นพวกผีเสื้อป่านั้น เชื่อกันว่า  มันใช้ในการทำให้ศัตรูตกใจ หรือทำให้ศัตรูโจมตีตรงจุดที่ไม่สำคัญนัก  เช่นเดียวกับหางเส้นเล็กๆ ตามขอบปีกคู่หลังในพวกผีเสื้อสีน้ำเงิน  โดยจะมีปีกยื่นออกมาเป็นติ่ง ซึ่งมีจุดดำตรงกลาง  ประกอบกับมีหางยื่นออกมา ทำให้ดูคล้ายเป็นหัวและหนวด
          การป้องกันตัวอีกแบบหนึ่ง   พบในพวกผีเสื้อสีน้ำเงินโดยมีสีน้ำเงินวาวทางด้านบนปีก และสีดำคล้ำทางด้านใต้ปีกทำให้พวกนกที่กำลังไล่ผีเสื้อสีน้ำเงินอยู่หาลำตัวผีเสื้อสีคล้ำที่กำลังเกาะอยู่ไม่พบ
          ผีเสื้ออีกกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในป่าทึบที่มีแสงแดดเล็ด-ลอดลงไปถึงพื้นได้บ้าง จะมีสีดำจุดขาว  ทำให้กลมกลืนกับสภาพพื้นป่า  เช่น  ผีเสื้อกะลาสี   ผีเสื้อจ่า  (Athymal)พวกเหล่านี้เวลาบินจะร่อนแผ่ปีกออกตามแนวนอนอีกด้วย
          ๓. นิสัย
          นิสัยของผีเสื้อบางชนิดช่วยให้รอดพ้นจากศัตรูได้   ผีเสื้อบินเร็วหลายชนิด  ผีเสื้อป่า  และผีเสื้อตาลสายัณห์   มีนิสัยชอบออกหากินเวลาเช้ามืด หรือตอนโพล้เพล้    เพื่อหลบนกที่ออกหากินกลางวัน  แต่ยังไม่ทราบว่า จะถูกพวกค้างคาวกินบ้างหรือไม่ผีเสื้อพวกนี้ยังชอบเกาะอยู่ตามที่มืดๆ   หรือในพุ่มไม้หนาทึบ  ผีเสื้อตัวเมียส่วนมากมีนิสัยเช่นเดียวกันนี้
          ๔. การป้องกันตัวโดยกลิ่นและรสที่ไม่ดี
          ผีเสื้อบางพวกที่กินพืชที่มีพิษ จะได้พิษนั้นๆ ติดไปด้วยซึ่งพวกสัตว์กินแมลงและกิ้งก่าไม่ชอบสารพวกนี้  พวกนี้จะมีสีสันฉูดฉาดเป็นการประกาศคุณสมบัติของตัว   และบินไปมาอย่างช้าๆ  เพื่อให้ศัตรูมีเวลาจ้องดูนานๆ จนจำได้  บางทีนกที่ยังรุ่นหนุ่ม  มีประสบการณ์น้อยอาจจับผีเสื้อพวกนี้กินได้ ผีเสื้อพวกนี้จึงต้องมีผนังลำตัวแข็งเหนียว   และบางคราวอาจแกล้งทำตายได้อีกด้วย
          ๕. การเลียนแบบ
          จากคุณสมบัติป้องกันตัวได้ของผีเสื้อในข้อที่ ๔   ทำให้ผีเสื้ออีกพวกที่ไม่มีคุณสมบัตินั้นๆ  และจะตกเป็นเหยื่อของศัตรูได้ง่ายๆ พากันเลียนแบบรูปร่าง  นิสัย ตลอดจนวิธีการบินของพวกที่ป้องกันตัวได้ดี  อาจจะเลียนแบบทั้งสองเพศ   หรือเลียนแบบเฉพาะเพศเมียเท่านั้น   ส่วนมากจะเลียนแบบเฉพาะด้านบนของปีก   แต่บางทีก็ด้านใต้ปีก  หรือทั้งสองด้าน
          การเลียนแบบแบ่งออกได้เป็น ๒ อย่าง  คือ
          ๑. การเลียนแบบแบบเบตส์  (batesian  mimicry)
          ตัวที่มีสีสดใส  มีกลิ่นและรสไม่ดี  เป็นตัวแบบ(model) ให้ตัวเลียนแบบ  (mimic)  ซึ่งเป็นผีเสื้อที่ศัตรูชอบกิน  มาเลียนแบบทั้งรูปร่าง  สีสัน   และนิสัยการบิน
          ๒. การเลียนแบบแบบมูลเลอร์  (mullerian  mimicry)
          กลุ่มผีเสื้อที่ศัตรูไม่ชอบกินอยู่  แล้วมาเลียนแบบกันเอง ทำให้ลักษณะของแบบนั้น    ศัตรูรู้จักได้ง่ายและเร็วขึ้นกว่าเดิม  เช่น  พวกผีเสื้อหนอนใบรักสีฟ้า  (Danaus) หลายชนิด และพวกผีเสื้อจรกา (Euploea)
[กลับหัวข้อหลัก]

เวลากลางวัน ผีเสื้อบางชนิดชอบเกาะพักนอนตามพุ่มไม้หนาทึบเพื่อให้พ้นตาศัตรู


การเลียนแบบแบบเบตส์ ของผีเสื้อ ๒ ชนิด ๒ คู่

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายจารุจินต์ นภีตะภัฎ

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7