สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14 > การบูรณะปฏิสังขรณ์พระราชวังในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
การบูรณะปฏิสังขรณ์พระราชวังในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14
 
การบูรณะปฏิสังขรณ์พระราชวังในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดย หม่อมราชวงศ์แน่งน้อย ศักดิ์ศรี
          เมื่อกรุงศรีอยุธยาถูกพม่าเผา  พระราชวังหลวงก็ถูกเผาไปจนหมดสิ้น  ครั้งถึงรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริว่า พระราชวังเก่าที่พระนครศรีอยุธยาเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน  ควรจะให้มีที่ระลึกไว้ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างปราสาทขนาดย่อมขึ้น ที่รากฐานของพระที่นั่งสรรเพ็ชญ์ปราสาททรงมีพระราชดำริจะโปรดเกล้าฯ ให้จารึกพระปรมาภิไธยพระเจ้าแผ่นดินของกรุงศรีอยุธยาประดิษฐานไว้ภายในปราสาท  เพื่อเป็นที่สักการะต่อไป แต่การก่อสร้างยังไม่ทันแล้วเสร็จ ก็ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน
          ตราบจนสมัยรัชกาลที่ ๕ ใน พ.ศ. ๒๔๔๐ ได้โปรดเกล้าฯ ให้พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร  เดชะคุปต์) ขุดตรวจค้นแผนผังฐานพระมหาปราสาทและพระราชมณเฑียรทั้งพระราชวังขึ้นเพื่อรักษาไว้ ซึ่งพระยาโบราณราชธานินทร์ก็ได้ลงมือขุดแต่งไปบ้าง ตราบจน พ.ศ. ๒๔๔๙ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสวยราชสมบัติจะครบ ๔๐ ปี  เท่ารัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่  ๒ ใน พ.ศ. ๒๔๕๐ โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระราชพิธีรัชมงคลบำเพ็ญกุศลถวายสมเด็จพระรามาธิบดีที่  ๒  กับทั้งพระมหากษัตริย์องค์ก่อนๆ ทุกพระองค์ในพระราชวังกรุงศรีอยุธยาจึงได้โปรดเกล้าฯ ให้รื้อโครงปราสาทที่ทำค้างไว้บนฐานพระที่นั่งสรรเพ็ชญ์ปราสาทนั้นเสีย และสร้างขึ้นใหม่พร้อมกับสร้างป้อม กำแพง ประตูเมืองประตูวัง  และสถานที่ต่างๆ  ตามรากฐานเดิมด้วยโครงสร้างไม้ให้เหมือนพระราชวังกรุงศรีอยุธยา เมื่อเสร็จพระราชพิธีแล้ว  จึงทรงมีพระราชดำริว่าจะเสด็จมาทอดพระเนตรเนืองๆ และให้เป็นที่รับแขกเมืองได้ด้วย จึงโปรดเกล้าฯ  ให้สร้างพลับพลาตรีมุขขึ้นบนฐานที่เข้าใจว่าเป็นพระราชมณเฑียรที่ประทับเดิม
          ปัจจุบันพระราชวังหลวงหรือวังโบราณนี้กรมศิลปากรได้บูรณปฏิสังขรณ์ไว้พอจะเห็นเค้าโครงของฐานอาคารได้บางหลัง และจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับประชาชนเข้าชมด้วย
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

พระราชวังจันทรเกษม
          ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงศรีอยุธยา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา วังนี้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างขึ้นเมื่อประมาณพ.ศ.  ๒๑๒๐  เรียกกันว่า วังใหม่หรือวังจันทร์เพื่อใช้เป็นที่ประทับขณะที่ดำรงพระยศเป็นพระยุพราชครองเมืองพิษณุโลก วัตถุประสงค์ที่ทรงสร้างวังนี้ก็เพื่อเป็นที่ประทับขณะที่เสด็จลงมาเฝ้าพระราชบิดา  เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วก็ยังคงประทับที่วังนี้ ต่อมาอีกหลายปีจึงเสด็จไปประทับ    ที่พระราชวังหลวง ต่อมาวังนี้เป็นที่ประทับของสมเด็จพระเอกาทศรถและพระมหาอุปราชองค์ต่อๆ มา
          กล่าวกันว่าวังเก่าสำหรับพระมหาอุปราชนั้นตั้งอยู่ใกล้พระราชวังหลวง  แต่เนื่องด้วยคับแคบ ภายหลังจึงยกวังจันทร์ขึ้นเป็นพระราชวังบวรสถานมงคล  หรือวังหน้า ที่เรียกว่าวังหน้าเพราะตั้งอยู่ติดกับคลองขื่อหน้าและเป็นด้านหน้าของพระราชวังหลวง แต่เดิมวังนี้ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองเป็นที่สำหรับไปทอดพระเนตรช้างเถื่อน ซึ่งเคยปรากฏว่ามีเพนียดคล้องช้างตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงวังนี้ด้วย
          ครั้นเมื่อกรุงศรีอยุธยาถูกทำลายลง  วังจันทร์ ก็รกร้าง  รัชกาลที่  ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์   พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็นพระราชวังสำหรับเป็นที่ประทับ เวลาเสด็จพระราชดำเนินขึ้นมาประพาสกรุงเก่าและทรงเปลี่ยนชื่อเป็นพระราชวังจันทรเกษมครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ ๕ วังนี้มิได้ใช้ต่อไป สถานที่ต่างๆ ทรุดโทรม จึงโปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมแซมอาคารเฉพาะบางหลัง และพระราชทานให้เป็นที่ว่าการมณฑลกรุงเก่า ซึ่งปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจันทรเกษม ในความควบคุมดูแลของหน่วยศิลปากรที่ ๑ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

          อาคารและสิ่งก่อสร้างที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน
          ๑. กำแพงพระราชวัง ความยาวด้านละ ๔ เส้น มีซุ้มประตู ๔ ซุ้ม
          ๒. พลับพลาจตุรมุข เป็นพลับพลาเครื่องไม้หลังคามุงกระเบื้อง มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และนาคสะดุ้ง หน้าบันของเดิมเป็นลายพระราชลัญจกร ซึ่งต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๗ พลับพลา ชำรุดทรุดโทรมมากจึงได้รื้อลง และสร้างขึ้นใหม่ โดยใช้ฝาไม้ของเดิม   พร้อมทั้งแก้ไขทรงหลังคา และลายหน้าบันทั้งหมด ปัจจุบันเป็นที่จัดแสดง ศิลปวัตถุของพิพิธภัณฑ์
          ๓. พระที่นั่งพิมานรัตยา  ก่อขึ้นตามฐานรากเดิม ซึ่งเคยใช้เป็นที่ว่าการมณฑลกรุงเก่า ตั้งแต่พ.ศ. ๒๔๓๙  และปัจจุบันได้เป็นที่ทำการของพิพิธภัณฑ์
          ๔. หอพิศัยศัลลักษณ์ เป็นอาคารสูง ๔ ชั้น ซึ่งก่อขึ้นตามรูปฐานรากเดิมในสมัยรัชกาลที่ ๔ ใช้เป็นที่ประทับทอดพระเนตรดาว
[กลับหัวข้อหลัก]

กำแพงพระราชวังจันทรเกษม


พระราชวังหลัง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงงานสุรา

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
วังหลัง
          พระราชวังหลังนี้ตั้งอยู่ในกำแพงพระนครด้านทิศตะวันตก  ตรงข้ามกับวัดกษัตราธิราช วังหลังเพิ่งปรากฏมีขึ้นในแผ่นดินพระมหาจักรพรรดิเมื่อมอบราชสมบัติให้พระมหินทราธิราช ที่ตั้งของพระราชวังอยู่ที่สวนหลวง  ติดกับวัดสบสวรรค์   (บางครั้งจึงเรียกเป็นสามัญร่วมกันไปว่า "สวนหลวงสบสวรรค์")  ยกขึ้นเป็นวัง เป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข ที่เรียกว่าวังหลัง  เพราะวังนี้อยู่ริมพระนครด้านทิศตะวันตก ซึ่งเป็นด้านหลังของพระราชวังหลวง วังหลังนี้   เมื่อเสียกรุงแล้วคงจะรกร้าง  ส่วนของอาคารไม่มีอะไรเหลือเป็นซาก ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นกรมยุทธนาธิการของทหาร แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นที่ตั้งของโรงงานสุรา
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
พระราชวังบางปะอิน
           พระราชวังนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยที่บริเวณนี้เป็นที่ประสูติของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดตรงที่เป็นบ้านเดิมของพระองค์ พระราชทานนามว่า วัดชุมพลนิกายาราม และโปรดเกล้าฯ ให้ขุดสระสร้างวังขึ้นที่เกาะกลางสระเพื่อใช้เป็นที่เสด็จประพาส
          ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระราชวังครั้งพระเจ้าปราสาททองได้ปรักหักพังไป  คงเหลือแต่สระกว้าง  ๔๐ เมตร ยาว ๔๐๐ เมตร ที่มีซากปราสาทเหลืออยู่กลางเกาะ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสบางปะอินด้วยเรือกลไฟ  ได้พบซากปรักหักพังดังกล่าว จึงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระตำหนักขึ้นเป็นที่ประทับและสร้างพลับพลาไว้บนเกาะกลางสระตามสถานที่เดิม
          ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดที่จะเสด็จประพาสพระราชวังบางปะอินอยู่เสมอ  ด้วยเป็นทำเลที่ดีเพราะเป็นเกาะอยู่กลางน้ำ  จึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดสระเดิมให้ลึกกว่าเก่าพร้อมทั้งก่ออิฐถือปูนรอบสระ และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างปราสาทโถงขึ้นกลางสระเพื่อเป็นที่ระลึกถึงปราสาทเดิม   พระราชทานนามว่า  พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ตามนามเดิม ส่วนบริเวณที่รัชกาลที่ ๔ เคยเสด็จมาประทับก็โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นพระที่นั่งชื่อพระที่นั่งวโรภาษพิมาน  นอกจากนั้นยังโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตึก ๒ ชั้นในกำแพงด้านเหนือพระที่นั่งวโรภาษพิมาน สำหรับเป็นที่อยู่ของฝ่ายใน พระราชทานนามว่า วรนาฏเกษมสานต์ส่วนศาลเทพารักษ์เดิม โปรดเกล้าฯ  ให้รื้อลงย้ายมาปลูกสร้างเป็นปราสาทยอดปรางค์ขนาดเล็กพระราชทานนามว่า เหมมณเฑียรเทวราช  ส่วนที่ศาลเดิมโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นตำหนักที่ประทับของพระเจ้าน้องยาเธอที่ตามเสด็จเรียกว่า  สภาคารราชประยูร  และยังมีอาคารอื่นๆ อีกหลายหลังการสร้างพระที่นั่งต่างๆ เหล่านี้สำเร็จลงใน พ.ศ. ๒๔๑๙ พระราชวังแห่งนี้เป็นพระราชวังที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมหลายรูปแบบ มีทั้งแบบไทย แบบจีน และแบบตะวันตก กล่าวคือ

          พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ซึ่งเป็นพลับพลาโถงกลางสระ ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๕ สร้างขึ้นเป็นแบบไทยประเพณี

          พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ  หรือเทียนเม่งเต้ย (ฟ้าสว่าง) สร้างขึ้น เป็นพระที่นั่งแบบจีนสูง ๒ ชั้น ซึ่งข้าราชการกรมท่าซ้ายซึ่งเป็นพ่อค้าใหญ่ชาวจีนในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้สร้างถวาย ที่พระที่นั่งนี้ นอกจากตัวสถาปัตยกรรมจะเป็นแบบจีนที่สมบูรณ์แบบแล้ว ยังมีการแกะสลักไม้ที่ผนังต่างๆ อย่างงดงาม หาดูได้ยาก   และยังประดับประดาพื้นชาลาหน้าพระที่นั่งด้วยกระเบื้องลายครามเขียนรูปสัตว์หิมพานต์ตามคติความเชื่อของจีน  ส่วนเครื่องตกแต่งองค์พระที่นั่งก็เป็นแบบจีนล้วน งดงามยิ่ง ยากที่จะหาที่เปรียบได้

          พระที่นั่งวโรภาษพิมาน สร้างขึ้นเป็นพระที่นั่งแบบตะวันตกพระที่นั่งองค์นี้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ประกอบไปด้วยท้องพระโรงและห้องบรรทมภายในท้องพระโรง ประดิษฐานพระมหาเศวตฉัตรพร้อมด้วยพระราชบัลลังก์  นอกจากนั้นยังมีเครื่องตกแต่งเป็นแบบตะวันตกทั้งสิ้น

          นอกจากพระที่นั่งที่สำคัญทั้ง ๓ องค์แล้วยังมีพลับพลาที่ประทับทรงพระสำราญในลานลั่นทม บริเวณที่ประดิษฐานพระราชอนุสาวรีย์ของพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์  และพระราชอนุสาวรีย์ของพระอัครชายาเธอ  พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ และสมเด็จเจ้าฟ้าอีก ๓ พระองค์ นอกจากนั้นยังมีพระที่นั่งเล็กๆ เช่น พระที่นั่งบุปผาประพาส สภาคารราชประยูร หอวิฑูรทัศนา หอถังน้ำของพระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียรที่ถูกไฟไหม้ไปแล้ว  และหอเหมมณเฑียรเทวราช ซึ่งเป็นศาลที่รัชการที่ ๕ สร้างถวายพระเจ้าอู่ทอง 
          นอกเหนือจากความงดงามของสถาปัตยกรรมที่กล่าวแล้ว สิ่งที่น่าชมยิ่งของพระราชวังนี้คือ  สวนอันร่มรื่นด้วยแมกไม้ใหญ่ประเภทไม้ไทย ได้แก่ต้น ปีบ  ต้นมะม่วง  ต้นไทร  ต้นลั่นทมฯลฯ แล้วยังมีไม้ดัด เช่น ข่อยตัดเป็นรูปช้าง รูปหมี รูปเสือ ฯลฯ อีกด้วย
[กลับหัวข้อหลัก]

บริเวณพระราชวังบางปะอิน


พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพย์อาสน์


พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
พระนารายณ์ราชนิเวศน์
          ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เป็นพระราชวังที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพระราชวังที่สองของกรุงศรีอยุธยา ในกรณีที่มีศึกสงครามกับกรุงศรีอยุธยาจะได้ใช้พระราชวังนี้เป็นที่ประทับ อีกประการหนึ่งลพบุรีเคยเป็นเมืองสำคัญมาก่อนตั้งแต่สมัยละโว้ มีชุมชนอยู่แล้ว จึงไม่เป็นการยากที่จะสร้างเมืองและพระราชวังขึ้นที่นี่  สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้เสด็จมาประทับที่พระราชวังแห่งนี้เป็นประจำ กล่าวกันว่าถึงปีละ  ๙  เดือน พระราชวังนี้ก่อสร้างขึ้นด้วยอิทธิพลของการก่อสร้างแบบตะวันตก  เห็นได้จากลักษณะของการใช้โค้งแหลมที่หน้าต่างหลายหลังในพระราชวัง ซึ่งเป็นลักษณะของการก่อสร้างแบบยุโรป
          พระราชวังแห่งนี้ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นพระราชฐานชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน ตามแบบโบราณราชประเพณี ที่พระราชฐานชั้นนอกจะมีตึกรับรองแขกเมือง ตึกพระเจ้าเหา พระคลังศุภรัตน์ (สิบสองท้องพระคลัง) นอกจากนั้นยังมีโรงช้าง โรงม้า อีกเป็นจำนวนมาก
          ที่พระราชฐานชั้นกลาง ประกอบไปด้วยพระที่นั่งจันทรพิศาล ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นพระที่นั่งองค์แรกเป็นท้องพระโรงเสด็จออกว่าราชการ  และพระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท เป็นท้องพระโรงที่ประกอบราชพิธี นอกจากนั้นยังมีหมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเสด็จไปบูรณะพระราชวังแห่งนี้
          นอกจากหมู่พระที่นั่งทั้งสามองค์ที่กล่าวแล้วยังมีพระที่นั่งสุทธาสวรรค์ ซึ่งเป็นพระที่นั่งเย็น ตั้งอยู่ในพระราชอุทยานที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้เสด็จลงเป็นประจำ
          ที่พระราชฐานชั้นใน  ประกอบด้วยหมู่ตึกหลายหลัง  เป็นที่อยู่ของเจ้าจอม หม่อมห้าม
          ก่อนจะสิ้นรัชกาลของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้เกิดความไม่สงบขึ้น พระองค์เกรงว่าข้าราชบริพารจะเป็นอันตราย จึงทรงอุทิศให้เป็นวิสุงคามสีมาและให้ข้าราชบริพารทั้งหมดอุปสมบทเพื่อหนีภัย
[กลับหัวข้อหลัก]

พระราชวังพระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• หม่อมราชวงศ์แน่งน้อย ศักดิ์ศรี

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
กลุ่มสารพีซีบี
ชนิดของข้าวฟ่าง
ไนเทรตและไนโทรซามีน
ประวัติ ถิ่นฐานดั้งเดิม และการแพร่กระจายของข้าวฟ่าง
พระราชวังในสมัยธนบุรี
พันธุ์พืชอาหารสัตว์จากต่างประเทศ
พืชอาหารสัตว์ในวงศ์หญ้า
ลักษณะทั่วไปของข้าวฟ่าง
วัตถุดิบอาหารสัตว์
สมุนไพร
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 13
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 25
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 27
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 29
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14 > การบูรณะปฏิสังขรณ์พระราชวังในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์