พระราชวังนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยที่บริเวณนี้เป็นที่ประสูติของสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดตรงที่เป็นบ้านเดิมของพระองค์ พระราชทานนามว่า วัดชุมพลนิกายาราม และโปรดเกล้าฯ ให้ขุดสระสร้างวังขึ้นที่เกาะกลางสระเพื่อใช้เป็นที่เสด็จประพาส
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระราชวังครั้งพระเจ้าปราสาททองได้ปรักหักพังไป คงเหลือแต่สระกว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๔๐๐ เมตร ที่มีซากปราสาทเหลืออยู่กลางเกาะ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสบางปะอินด้วยเรือกลไฟ ได้พบซากปรักหักพังดังกล่าว จึงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระตำหนักขึ้นเป็นที่ประทับและสร้างพลับพลาไว้บนเกาะกลางสระตามสถานที่เดิม
ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดที่จะเสด็จประพาสพระราชวังบางปะอินอยู่เสมอ ด้วยเป็นทำเลที่ดีเพราะเป็นเกาะอยู่กลางน้ำ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดสระเดิมให้ลึกกว่าเก่าพร้อมทั้งก่ออิฐถือปูนรอบสระ และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างปราสาทโถงขึ้นกลางสระเพื่อเป็นที่ระลึกถึงปราสาทเดิม พระราชทานนามว่า พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ตามนามเดิม ส่วนบริเวณที่รัชกาลที่ ๔ เคยเสด็จมาประทับก็โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นพระที่นั่งชื่อพระที่นั่งวโรภาษพิมาน นอกจากนั้นยังโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตึก ๒ ชั้นในกำแพงด้านเหนือพระที่นั่งวโรภาษพิมาน สำหรับเป็นที่อยู่ของฝ่ายใน พระราชทานนามว่า วรนาฏเกษมสานต์ส่วนศาลเทพารักษ์เดิม โปรดเกล้าฯ ให้รื้อลงย้ายมาปลูกสร้างเป็นปราสาทยอดปรางค์ขนาดเล็กพระราชทานนามว่า เหมมณเฑียรเทวราช ส่วนที่ศาลเดิมโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นตำหนักที่ประทับของพระเจ้าน้องยาเธอที่ตามเสด็จเรียกว่า สภาคารราชประยูร และยังมีอาคารอื่นๆ อีกหลายหลังการสร้างพระที่นั่งต่างๆ เหล่านี้สำเร็จลงใน พ.ศ. ๒๔๑๙ พระราชวังแห่งนี้เป็นพระราชวังที่งดงามด้วยสถาปัตยกรรมหลายรูปแบบ มีทั้งแบบไทย แบบจีน และแบบตะวันตก กล่าวคือ
พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ซึ่งเป็นพลับพลาโถงกลางสระ ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ ๕ สร้างขึ้นเป็นแบบไทยประเพณี
พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ หรือเทียนเม่งเต้ย (ฟ้าสว่าง) สร้างขึ้น เป็นพระที่นั่งแบบจีนสูง ๒ ชั้น ซึ่งข้าราชการกรมท่าซ้ายซึ่งเป็นพ่อค้าใหญ่ชาวจีนในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้สร้างถวาย ที่พระที่นั่งนี้ นอกจากตัวสถาปัตยกรรมจะเป็นแบบจีนที่สมบูรณ์แบบแล้ว ยังมีการแกะสลักไม้ที่ผนังต่างๆ อย่างงดงาม หาดูได้ยาก และยังประดับประดาพื้นชาลาหน้าพระที่นั่งด้วยกระเบื้องลายครามเขียนรูปสัตว์หิมพานต์ตามคติความเชื่อของจีน ส่วนเครื่องตกแต่งองค์พระที่นั่งก็เป็นแบบจีนล้วน งดงามยิ่ง ยากที่จะหาที่เปรียบได้
พระที่นั่งวโรภาษพิมาน สร้างขึ้นเป็นพระที่นั่งแบบตะวันตกพระที่นั่งองค์นี้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ประกอบไปด้วยท้องพระโรงและห้องบรรทมภายในท้องพระโรง ประดิษฐานพระมหาเศวตฉัตรพร้อมด้วยพระราชบัลลังก์ นอกจากนั้นยังมีเครื่องตกแต่งเป็นแบบตะวันตกทั้งสิ้น
นอกจากพระที่นั่งที่สำคัญทั้ง ๓ องค์แล้วยังมีพลับพลาที่ประทับทรงพระสำราญในลานลั่นทม บริเวณที่ประดิษฐานพระราชอนุสาวรีย์ของพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ และพระราชอนุสาวรีย์ของพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ และสมเด็จเจ้าฟ้าอีก ๓ พระองค์ นอกจากนั้นยังมีพระที่นั่งเล็กๆ เช่น พระที่นั่งบุปผาประพาส สภาคารราชประยูร หอวิฑูรทัศนา หอถังน้ำของพระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียรที่ถูกไฟไหม้ไปแล้ว และหอเหมมณเฑียรเทวราช ซึ่งเป็นศาลที่รัชการที่ ๕ สร้างถวายพระเจ้าอู่ทอง
นอกเหนือจากความงดงามของสถาปัตยกรรมที่กล่าวแล้ว สิ่งที่น่าชมยิ่งของพระราชวังนี้คือ สวนอันร่มรื่นด้วยแมกไม้ใหญ่ประเภทไม้ไทย ได้แก่ต้น ปีบ ต้นมะม่วง ต้นไทร ต้นลั่นทมฯลฯ แล้วยังมีไม้ดัด เช่น ข่อยตัดเป็นรูปช้าง รูปหมี รูปเสือ ฯลฯ อีกด้วย
[กลับหัวข้อหลัก]