สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9 > การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด
การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
 
การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด โดย นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา
          มนุษย์เรา ได้คิดค้นวิธีการรักษาผู้ติดยาเสพติดมาเป็นเวลานานแล้ว กลวิธีที่ใช้ขึ้นอยู่กับแนวความคิดและทัศนคติต่อการติดยาเสพติดในสภาพสังคม และเวลานั้นๆ
          หากเห็นว่าการติดยาเสพติดเป็นอาชญากรรมเป็นความชั่วร้ายที่ผู้ติดยาก่อขึ้น วิธีแก้ที่ใช้ก็เป็นการลงโทษ ในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) ต้นกรุงศรีอยุธยา ให้นำผู้ติดฝิ่นไปประจานด้วยการตระเวนบก ๓ วัน ตระเวนเรือ  ๓ วัน แล้วจองจำไว้  ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เฆี่ยนแล้วส่งตัวไปเป็นตะพุ่นหญ้าช้าง ในปัจจุบันนี้ การใช้ยาเสพติดก็เป็นการผิดกฎหมายอาญา อาจต้องโทษจำคุกได้ ในประเทศสิงคโปร์ ตำรวจอาจจับผู้ใดไปตรวจปัสสาวะหายาเสพติดได้ และถ้าพบว่ามีผลบวก แสดงว่าเคยได้รับเฮโรอีนแล้วก็จะถูกคุมขับเป็นเวลา ๖ เดือนหรือกว่านั้นวิธีการดังกล่าวนี้ หวังจะให้ผู้คนกลัวไม่ไปใช้ยาเสพติดหรือหากติดแล้วก็ต้องเลิกเสีย มิฉะนั้นจะถูกลงโทษหากการรักษากฎหมายกระทำได้เข้มงวดจริงก็เอาได้ผลดังเช่นในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน  ซึ่งอ้างว่าไม่มีผู้ติดยาเสพติด เพราะผู้ที่ติดยาและไม่ยอมเลิก จะได้รับโทษสถานหนักถึงถูกยิงเป้า
          หากเห็นว่า การติดยาเสพติดเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ผู้ติดยาเสพติดเป็นผู้ป่วยที่มีสภาพจิตผิดปกติ  การแก้ปัญหาก็เป็นการให้การรักษา และหากเห็นว่าผู้ติดยาเสพติด เป็นผู้โชคร้ายที่เป็นเหยื่อของปัญหาสังคม เขาก็ควรได้รับการช่วยเหลือ
          วิธีการในการรักษาผู้ติดยาเสพติด ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีใดที่เป็นที่ยอมรับ  และมีหลักฐานว่า  เป็นวิธีที่ได้ผลแน่นอน  อาจแบ่งเทคโนโลยีในการรักษาออกเพื่อให้เห็นแนวกลวิธีได้ดังนี้
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

การถอนพิษยา
          เป็นการรักษาอาการของการที่ร่างกายขึ้นกับยาเพื่อจะได้หยุดยาได้
          สำหรับผู้ที่ติดยานอนหลับ พวกบาร์บิทูเรตการถอนยาอาจมีอาการมากถึงกับเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ เช่น อาการไข้สูง ชัก และช็อก การรักษาจึงต้องอาศัยแพทย์ที่มีความรู้และอุปกรณ์เพียงพอ แต่ผู้ที่ติดยาประเภทฝิ่น มอร์ฟีน และเฮโรอีน อาการถอนยาไม่รุนแรงนัก  มีผู้ได้พยายามรวบรวมรายงานเรื่องนี้ปรากฏว่าไม่มีหลักฐานว่าเคยมีผู้ใดเสียชีวิตจากอาการถอนยาจากยาประเภทฝิ่น  มอร์ฟีน  หรือ เฮโรอีน ยกเว้นผู้ที่มีสุขภาพไม่ดี และมีโรคร้ายแรงอยู่ในร่างกาย
          การถอนพิษยา สำหรับผู้ติดเฮโรอีนจึงอาจใช้วิธีหยุดยาไปเฉยๆ และให้ทนทรมานไปจนกว่าจะพ้นระยะอาการถอนยาในเวลา  ๕-๗ วัน บางคนก็อ้างว่าวิธีการถอนยาแบบนี้ เป็นการลงโทษ และใช้เป็นการสั่งสอนผู้ติดยาให้ไม่กล้าที่จะไปติดยาอีก
          การรักษาที่ทำกันมาก ก็เป็นการใช้ยาพวกฝิ่นหรือยาสังเคราะห์ที่มีฤทธิ์แบบเดียวกัน  เช่น  เมทาโดน(methadone)  เป็นยาแทน  แล้วค่อยๆลดขนาดยาลงไปเรื่อยๆ เพื่อให้อาการถอนยาเกิดขึ้นน้อยและไม่รุนแรงจนในที่สุดก็หยุดยาได้   พร้อมกันนี้อาจใช้ยาอย่างอื่นรักษาตามอาการ  เช่น  ยาแก้ปวด ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ช่วงในระยะที่อาการมาก
          การใช้ยารักษาตามอาการอย่างเดียว   ก็อาจใช้ได้สามารถบรรเทาอาการถอนยาลงไปได้   และได้ผลเช่นเดียวกัน  การใช้ยาสมุนไพรหรือวิธีการอื่นๆ เช่น การฝังเข็ม ก็อาจเปลี่ยนหรือระงับอาการถอนยาไปได้
          ในทางปฏิบัติ   ผู้ที่ติดยาเสพติดมักจะมีสุขภาพไม่ดี  ขาดอาหารและมีโรคต่างๆ ยิ่งผู้ที่ใช้ยาฉีดเข้าเส้นโดยไม่ได้รักษาความสะอาด ก็มีโรคจากการอักเสบติดเชื้อในอวัยวะต่างๆได้ การรักษาในระยะถอนยาจึงจำเป็นต้องให้การดูแลรักษาโรคที่อาจซ่อนอยู่ด้วย ชาวไทยภูเขาที่ติดฝิ่น มีถึงร้อยละ ๓๐  ที่มีภาวะผิดปกติที่เห็นได้ในภาพเอกซเรย์ของปอดและไต  เช่น เป็นวัณโรคของปอด ปอดอักเสบ และนิ่วในทางเดินปัสสาวะการรักษาการถอนพิษยาจะไม่ได้ผล ถ้าโรคต่างๆ เหล่านี้
ไม่ได้รับการรักษาด้วย
          โดยสรุป การถอนพิษยาสำหรับฝิ่น และเฮโรอีนมีเทคนิคในการปฏิบัติที่ทำได้ไม่ยาก จะใช้วิธีใดก็ได้ผู้ที่เข้ารับการรักษาจำนวนไม่น้อย เป็นผู้เคยได้รับการรักษาแล้ว และหยุดใช้ชั่วคราวแล้วกลับไปใช้อีก การรักษาจึงเป็นเพียงการช่วยในระยะการติดยาขาดเป็นช่วงๆ และขนาดของยาที่ใช้ลดลงเท่านั้น
          ในระยะถอนพิษยา หรือก่อนกลับไปใช้อีกผู้ติดยาไม่ต้องใช้เงินในการซื้อยา ก็ย่อมเกิดประโยชน์ในการลดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ และลดอาชญากรรมลงได้   แม้ว่าเขาจะกลับไปติดใหม่ก็ตาม  เมื่อติดใหม่ก็ใช้ยาในขนาดน้อยกว่าเดิมด้วย
[กลับหัวข้อหลัก]

การรักษาผู้ติดยาเสพติด ที่สำนักสงฆ์ วัดถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การปรับปรุงแก้ไขจิตใจและบุคลิกภาพ
          ในโครงการรักษาผู้ติดยาบางโครงการ เป้าหมายหลักในการรักษา เป็นการปรับปรุงแก้ไขด้านจิตใจ เพื่อให้สามารถหยุดยาได้ตลอดไปหรือลดปัญหาลง เทคนิคในการแก้ไขด้านจิตใจมีอยู่มากมายหลายแบบตัวอย่าง เช่น
          ๑. การรักษาทางจิต  ด้วยวิธีการต่างๆทางจิตเวชศาสตร์ เช่น จิตวิเคราะห์ จิตบำบัด เป็นต้น
          ๒. การอบรมและให้คำปรึกษาด้วยจิตแพทย์พระภิกษุ นักบวช นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์หรือบุคคลอื่น
          ๓.  การฝึกวินัย  เช่น  การให้มีชีวิตในที่คุมขังหรือโรงเรียน หรือโรงพยาบาลที่จำกัดขอบเขต  และมีระเบียบวินัยที่เข้มงวด ตลอดจนการมีระบบลงโทษและให้รางวัลเพื่อปรับปรุงอุปนิสัย
          ๔. อาชีวะบำบัด ใช้การทำงานเป็นเครื่องรักษาให้มีเครื่องยึดเหนี่ยว แล้วใช้การฝึกอบรมสั่งสอนและวิธีการต่างๆ เป็นเครื่องช่วยปรับปรุงจิตใจ
          ๕.  ชุมชนบำบัด เป็นวิธีการที่สร้างชุมชนจำลองขึ้น ให้ผู้ที่เคยติดยาเสพติดได้ปรับจิตใจของตนเองให้สามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ ส่วนใหญ่จะมีผู้เคยติดยาที่ได้เลิกเด็ดขาดแล้ว เป็นผู้ดำเนินการและช่วยเหลือ เทคนิคที่ใช้ในชุมชนบำบัดนี้มีอยู่หลายแบบ ทั้งด้านการสร้างความเห็นอกเห็นใจ การให้ความช่วยเหลือ การให้คำปรึกษาหรือ การสร้างระเบียบวินัยการสร้างนิสัยการทำงาน  การสร้างความรับผิดชอบ บางแห่งมีการใช้เทคนิคการเผชิญหน้า  โดยให้ผู้ที่อยู่ในชุมชนได้โต้เถียงและวิพากษ์วิจารณ์กันเพื่อให้เกิดการระลึกตนเองได้
          การฝึกสมาธิ การบวชเรียน ก็อาจใช้เป็นวิธีปรับปรุงจิตใจได้
          การแก้ไขปรับปรุงจิตใจ  สำหรับผู้ติดยาเสพติดนี้ เห็นได้ชัดว่ากระทำได้ลำบากและหวังผลได้ยาก จะต้องใช้เวลานาน และค่อยๆเปลี่ยนและปรับไปทีละน้อยต่างคนก็อาจมีปฏิกิริยาและผลแตกต่างกันออกไป
          ในสหรัฐอเมริกา ได้มีสถานบำบัดรักษาแบบชุมชนบำบัดนี้หลายแห่ง เช่น ไซนานูน และเดย์ทอป (Synanoon, Daytop) ที่อังกฤษมีฟีนิกซ์เฮาส์ (Phoenix House) ในยุโรปก็มีอยู่หลายแห่ง เช่น เดย์ทอป เยอรมนี (Daytop Germany) เป็นต้น วิธีการที่ใช้มีหลักการคล้ายคลึงกัน และแตกต่างกันบ้างในข้อปลีกย่อย มีเป้าหมายมุ่งที่จะแก้บุคลิกภาพ และสภาพจิตเป็นสำคัญ ต้องใช้เวลาบำบัดรักษา ๑ - ๒ ปี
          ในการประเมินผลการบำบัดรักษา มีผู้อ้างว่าวิธีการนี้ได้ผลดีที่สุด อัตราการเลิกใช้ยาเสพติดเกิน ๒ ปี มีสูงถึงร้อยละ ๘๐ ของผู้ที่รับการรักษาครบกำหนด  ส่วนผู้ที่รักษาไม่ครบก็ยังมีอัตราการเลิกใช้ยาสูงพอ  และอัตราการเกิดปัญหาทางอาชญากรรมลดลงเป็นที่พอใจ และดีกว่าการรักษาวิธีอื่นๆ  อย่างไรก็ตาม บางแห่งอัตราการเลิกรักษากลางคันยังสูงอยู่มาก
[กลับหัวข้อหลัก]

นักเรียนฝึกนั่งสมาธิ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การสร้างเครื่องยึดเหนี่ยว
          ผู้ที่ติดยาเสพติดมีบุคลิกภาพที่ไม่ดีอยู่เดิมและเปลี่ยนไปจากการติดยาเพิ่มเติมขึ้นอีก ตลอดจนสภาพการที่จิตใจขึ้นกับยายังคงอยู่เป็นเวลานาน การปรับปรุงการแก้ไขสภาพจิตใจอาจจะกระทำได้ไม่เต็มที่การสร้างสิ่งยึดเหนี่ยวอาจช่วยให้ผลการบำบัดรักษาดีขึ้นตัวอย่างของสิ่งยึดเหนี่ยว ได้แก่
          ๑.  การให้คำมั่นสัญญากับตนเอง หรือผู้ที่เป็นที่เคารพนับถือ รวมทั้งการให้สัตว์ปฏิญาณ
          ๒. การบนบาน และความกลัวถึงโทษที่จะเกิดขึ้นจากการกลับสาบาน
          ๓. การคุมประพฤติ ที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ทำการตรวจเป็นระยะๆ  เพื่อดูว่ากลับไปใช้ยาเสพติดอีกหรือไม่ รวมทั้งการตรวจปัสสาวะหายาเสพติด ตลอดไปถึงการถูกลงโทษ ถ้าตรวจพบ
          การที่นักสังคมสังเคราะห์ไปพบดูแลที่บ้านเป็นระยะๆ อาจเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวสำหรับบางคนไม่ให้ไปใช้ยาเสพติดอีก
          ๔.  การใช้ยาต้านฤทธิ์ยาเสพติด  (narcoticantagonist) วิคเลอร์  (Wikler) ได้ศึกษาสรีรวิทยาของการติดยาเสพติด  แล้วตั้งทฤษฎีว่า  น่าจะใช้ยาต้านฤทธิ์ยาเสพติดไปห้ามฤทธิ์ของยา ทำให้ผู้ติดยาที่ไปใช้ยาจะไม่ได้ผลตามต้องการ เมื่อได้รับยาต้านฤทธิ์ยาเสพติดเข้าไปในร่างกาย ยาจะไปจับกับจุดรับยาในสมอง ซึ่งเป็นจุดที่ยาเสพติดไปออกฤทธิ์ ดังนั้น ภายหลังที่ได้รับยาต้านฤทธิ์ไปเต็มที่แล้ว ต่อไปเมื่อได้รับยาเสพติดก็ไม่เกิดผลอย่างใดเลย หากเป็นอยู่นาน ความพอใจที่ควรจะได้จากการใช้ยาจะขาดหายไป แรงผลักดันให้ไปใช้ยาเสพติดก็จะค่อยๆ หายไปด้วย เรียกว่า การดับ(extinction)ของเงื่อนไข (conditioning) ต่อมาในพ.ศ. ๒๕๐๙ (ค.ศ. ๑๙๖๖) มาร์ติน (Martin) ก็นำไปใช้ในการรักษาจริงๆ การใช้ยาต้านฤทธิ์ในการรักษานี้  ยังอยู่ในระหว่างการศึกษาทดลอง  ยังต้องรอผลการศึกษาวิจัยต่อไป
          ในระยะแรกมีการใช้นาลอร์ฟีน แต่ฤทธิ์ต้านยาเสพติดยังอ่อนเกินไป ยานี้คงใช้ได้แต่ในการรักษาผู้ใช้ยาเกินขนาดเท่านั้น  ต่อมาได้มี นาลอกโซน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านยาเสพติดดี แต่ปรากฏว่าราคาแพง ต้องใช้ฉีดการกินทางปากได้ผลไม่ดี และฤทธิ์ของยาอยู่เพียง ๑๐ ชั่วโมง ในทางปฏิบัติจริงจึงใช้ลำบาก ในระยะหลังนี้การศึกษาวิจัยยานัลแทรกโซน(naltrexone) ซึ่งกินทางปากได้และออกฤทธิ์อยู่ได้ถึง  ๒๔  ชั่วโมง การใช้ยานี้อยู่เป็นประจำ จะช่วยคนบางคนที่มีความตั้งใจพอที่จะกินยาต้านฤทธิ์ เพื่อช่วยให้ตนเองไม่ไปใช้เฮโรอีน หรือถึงไปใช้ก็ไม่ได้ผล  จะเห็นได้ว่า กระบวนการของยาต้านยาเสพติดนี้ ต่างจากแอนตาบุส หรือไดซัลฟาแรม (antabuse or disulfaram) ซึ่งมีผลเกิดอาการรุนแรงถ้าผู้ใช้ไปดื่มเหล้า
          ปัญหาที่มีในการใช้วิธีการนี้ ก็คือ ผู้ติดยาอาจหยุดยานี้ไปชั่วคราว เพื่อกลับไปใช้เฮโรอีนเป็นระยะๆ ได้
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การแก้ไขสภาพแวดล้อม
          การให้การฝึกอาชีพ  การจัดหางาน การสังคมสงเคราะห์ อาจช่วยผู้ติดยาบางคนที่ไม่มีงานทำได้มีความรู้ความสามารถในการทำมาหากิน มีรายได้เมื่อกลับเข้าไปสู่สังคมอีกครั้งหนึ่ง
          การให้คำปรึกษาหารือแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองของผู้ที่ติดยาเสพติดให้เข้าใจปัญหา และได้ช่วยกันแก้ไขเพื่อให้สภาพแวดล้อมดีขึ้น  โอกาสที่จะกลับไปใช้อีกจะได้น้อยลง
          การจัดให้มีบริการสาธารณสุขเบื้องต้นในหมู่บ้านชาวไทยภูเขา ซึ่งใช้ฝิ่นเป็นยารักษาโรคก็เป็นการแก้ไขสภาพแวดล้อม เพื่อให้โอกาสที่จะต้องกลับไปใช้และติดฝิ่นอีกนั้นน้อยลง
          การแก้ไขปัญหาสังคมส่วนรวม  เช่น ปัญหาแหล่งมั่วสุม แหล่งอบายมุข ชุมชนแออัด ความยากจน การว่างงาน ตลอดจนปัญหาเด็กวัยรุ่น และทัศนคติของสังคมต่อยาเสพติดและผู้ติดยาเสพติด จะมีส่วนช่วยในการป้องกัน ไม่ให้ผู้ที่หยุดยาเสพติดแล้วกลับไปใช้ใหม่อีก
          จะเห็นได้ว่า  การแก้ไขสภาพแวดล้อมเป็นสิ่งที่กระทำได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก แต่การรักษาที่ดีจะต้องมีเป้าหมายให้ผู้ติดยาเสพติด ได้กลับเข้าไปอยู่ในสังคมและสภาพแวดล้อม จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การรักษาเพื่อลดปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจของการติดยาเสพติด
          เทคนิคการรักษาแบบต่างๆที่กล่าวมาแล้ว  มีเป้าหมายที่จะให้ผู้ติดยาเสพติดได้เลิกเสพ และกลับเข้าไปสู่สังคม เป็นพลเมืองดีของประเทศชาติต่อไป แต่สำหรับผู้ติดยาเสพติดจำนวนไม่น้อย ความหวังที่จะให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวนี้  เป็นไปได้ยากยิ่ง หรือเป็นไปไม่ได้เลย การรักษาจึงจำเป็นต้องลดเป้าหมายลงมา ไม่ต้องให้ถึงกับหยุดยาเสพติดโดยเด็ดขาด แต่ให้สามารถควบคุมได้  และสภาพการติดยาไม่ก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ  หรือปัญหาอาชญากรรมอันเป็นอันตรายต่อสังคมต่อไป การรักษาด้วยเป้าหมายเพียงลดปัญหาจึงเป็นเทคนิคที่จำเป็นต้องนำมาใช้ด้วย
          ๑.  การใช้เฮโรอีนจ่ายให้แทนตลาดมืด เป็นวิธีการที่ใช้ในประเทศอังกฤษ  ผู้ที่ติดเฮโรอีนต้องขึ้นทะเบียน แล้วแพทย์มีสิทธิจ่ายเฮโรอีนให้ได้ ผู้ติดยาเลยไม่ต้องเสียเงินซื้อเฮโรอีนจากตลาดมืด ซึ่งมีราคาแพงมาก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑ (ค.ศ. ๑๙๕๘) มีผู้ขึ้นทะเบียนอยู่ ๖๒ ราย แต่ใน พ.ศ. ๒๕๑๑ (ค.ศ. ๑๙๖๘) มีเพิ่มขึ้นเป็น ๒,๒๔๐ ราย ได้มีการแก้กฎหมายและระเบียบ ให้แพทย์และเภสัชกรเพียงบางแห่งที่จัดขึ้นเฉพาะเท่านั้นที่มีสิทธิจ่ายเฮโรอีน เพราะมีปัญหาในการควบคุมดูแล
          ๒.  การใช้เมทาโดนแทนเฮโรอีนระยะยาววิธีการนี้ดอลและนิสวันเดอร์  (Dole  and Nyswander) ได้เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๘ (ค.ศ. ๑๙๖๕) โดยมีหลักการว่าใช้เมทาโดนให้ทางปากแทนเฮโรอีน และพยายามเพิ่มขนาดขึ้นจนถึงระดับที่ไม่มีอาการถอนยา แม้ผู้ติดยาจะไม่ได้รับเฮโรอีน การได้รับยาขนาดนี้เป็นประจำทุกวันโดยใช้ยาวันละครั้งเพราะยามีฤทธิ์อยู่นานพอ จะมีผลให้ความอยากยาบรรเทาลงไป และแม้ว่าผู้นั้นจะไปฉีดเฮโรอีนเข้าหลอดเลือด ก็จะไม่ได้รับผลตามฤทธิ์ของเฮโรอีน เพราะเมทาโดนไปทำให้เกิดการต้านยาอย่างเต็มที่แล้ว
          โดยปกติ ผู้ติดยาจะมีอาการเมาเมื่อได้รับยาสลับกับอาการไม่สบายจากการขาดยา  โดยอาจมีช่วงเวลาที่มีสภาพจิตและร่างกายเป็นปกติอยู่บ้าง มากน้อยแล้วแต่บุคคล  เมื่อได้รับการรักษาด้วยเมทาโดนระยะยาวดังกล่าวนี้ก็จะมีสภาพจิตและร่างกายเป็นปกติอยู่ตลอดเวลาทำให้สามารถประกอบการงานหรือเล่าเรียนได้ หรือสามารถรับการฟื้นฟูสภาพจิตได้ เป้าหมายของการรักษาจึงเป็นการลดปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจลง   และให้มีชีวิตอยู่ในสังคมทั่วไปได้โดยยังใช้ยานี้อยู่
          วิธีการดังกล่าวนี้  ปรากฏว่าผลดีในบางราย  มีบางรายที่ยังไปใช้เฮโรอีนอยู่เป็นระยะๆ มีสถานพยาบาลที่ใช้วิธีการนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกา จนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ (ค.ศ. ๑๙๗๐) มีผู้ได้รับการรักษาแบบนี้อยู่ถึง ๙,๐๐๐ คน และต่อมาก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนใน พ.ศ. ๒๕๒๐ (ค.ศ. ๑๙๗๗)  มีถึง ๘๕,๐๐๐  คนเพราะปรากฏว่า เป็นวิธีการที่ได้ผลตามเป้าหมายมากกว่าวิธีการอื่นที่มีอยู่
          ข้อเสียของวิธีการนี้มีมากขึ้นเมื่อมีการใช้มากขึ้นบางคนต้องใช้ยาขนาดมากจึงได้ผลตามต้องการ  และทำให้ง่วงในระยะหลังได้รับยาใหม่ๆ นอกจากนี้ผู้ที่ได้รับการรักษาจะต้องเดินทางไปรับยาด้วยตนเองทุกวัน อันเป็นความลำบาก  และรบกวนต่อภารกิจประจำวัน ซึ่งน่าจะเป็นเป้าหมายสำคัญของวิธีการนี้
          ใน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ค.ศ. ๑๙๗๒) ได้มีระเบียบอนุญาตให้จ่ายยาให้กลับไปใช้เองที่บ้านได้ โดยไปรับยาสัปดาห์ละ ๓ ครั้ง สำหรับผู้ที่ปฏิบัติตนดี ตั้งแต่นั้นมาก็มีปัญหาเกิดขึ้นเป็นอันมาก เพราะมีการใช้ยาเมทาโดนเกินขนาด และบางคนก็เสียชีวิต  เมทาโดนทีจ่ายออกไปก็เข้าสู่ตลาดมืด  และมีการระบาดของการติดเมทาโดนเป็นโรคใหม่ขึ้นมา ในการสำรวจเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗-๑๘ (ค.ศ. ๑๙๗๔-๗๕) พบว่าร้อยละ ๔๖ ของผู้ติดยาที่ได้สัมภาษณ์ ใช้เมทาโดนจากตลาดมืดในระยะสัปดาห์ก่อนสัมภาษณ์ และร้อยละ ๗๐ เคยใช้ในระยะ ๓ เดือนก่อนปัญหาเมทาโดนซึ่งรั่วไหลออกไปจากสถานบำบัดรักษาต่างๆจึงเป็นข้อเสียประการสำคัญได้มีการคิดค้นตัวยาที่ออกฤทธิ์อยู่นานกว่าเมธาโดน เพื่อให้สามารถยืดระยะเวลาที่ผู้ป่วยต้องไปรับยาให้ห่างออก ตัวอย่างเช่น แลม (LAAM) ซี่งมีฤทธิ์อยู่นานและใช้วันเว้นวัน  หรือสัปดาห์ละ  ๓  วัน  ในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยกันอยู่
          เทคโนโลยีการบำบัดรักษาแบบต่างๆ ที่กล่าวมานี้ อาจใช้ประกอบกันหลายๆ อย่าง และจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับผู้ติดยาแต่ละคนด้วย
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ : ยาฉีดคุมกำเนิด
การคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ : หมวกยางคุมกำเนิด
การคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่ไม่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ : ระยะปลอดภัย
แบ่งตามตำแหน่งที่ยาออกฤทธิ์ต่อระบบร่างกาย
มะเร็งที่พบบ่อยในประเทศไทย
มะเร็งมีการแพร่กระจายได้อย่างไร
โรคขาดโปรตีนและแคลอรี
องค์การระหว่างประเทศเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย
อันตรายจากยา
อาการของการติดยาเสพติดและการวินิจฉัย
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 13
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 25
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 27
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 29
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9 > การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด