ภาวะฟองอากาศอุดหลอดเลือด เป็นกระบวนการขยายตัวของอากาศที่อยู่ภายในปอด อาจเป็นอากาศที่หายใจ หรืออากาศที่เป็นก๊าซผสมระหว่างการลอยตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ โดยการกลั้นหายใจ อากาศในปอดจะขยายตัวขณะที่ความดันภายนอกรอบๆ ตัวลดลง เมื่อขยายตัวมากจนเต็มปอด หรือจนเกินความสามารถของถุงลมปอดที่จะเก็บอากาศไว้โดยไม่มี การระบายออก แต่คนนั้นยังคงกลั้นหายใจอยู่ความดันภายในถุงลมปอดจะสูงกว่าความดันที่อยู่ในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ปอดมีการขยายตัว เกินกว่าปกติ เมื่อถึงจุดหนึ่งถุงลมปอดฉีกขาดและมีอากาศรั่วออกมา แล้วเข้าไปในหลอดเลือดรอบถุงลมปอด หรือเข้าไปในเนื้อเยื่อรอบๆ หรือทั้งสองอย่างถ้าปริมาณฟองอากาศมากพอภายใต้ความกดดันสูงจะแทรกผ่านเนื้อเยื่อไปที่คอเยื้อหุ้มหัวใจ เยื่อหุ้มปอด และไปปรากฏเป็นฟองก๊าซใต้ผิวหนังส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไปตามกระแสโลหิต ในที่สุดไปอุดตันหลอดเลือดเล็กๆของอวัยวะต่างๆถ้าเป็นอวัยวะสำคัญ เช่น เส้นเลือดสมอง หรือเส้นเลือดหัวใจ แล้วไม่สามารถนำผู้ป่วยเข้าห้องปรับบรรยากาศความกดดันสูงได้อย่างรวดเร็ว จะทำให้เกิดอันตรายถึงตายได้ทันทีอาการที่เกิดขึ้นมักเกิดตอนใกล้จะถึงผิวน้ำ หรือภายใน ๑๐ นาที ก่อนจะถึงผิวน้ำ
สาเหตุ
- การกลั้นหายใจโดยตั้งใจขณะลอยตัวขึ้น เช่น นักดำน้ำสมัครเล่นขึ้นสู่ผิวน้ำโดยการกลั้นหายใจ
- โรคต่างๆ ของปอดที่มีโพรง หรือกระเปาะที่มีอากาศค้างอยู่ ทำให้จำกัดการไหลเวียนของอากาศจากบริเวณต่างๆ ภายในปอด เช่น ปอดบวม มีแผลเป็นในเนื้อเยื่อปอด
- ความดันที่เปลี่ยนแปลงในความลึกที่ตื้นมาก เป็นภาวะที่เกิดขึ้นบ่อยในการดำน้ำที่ความลึกน้อยกว่า ๓๖ ฟุต
อาการและอาการแสดง
- อ่อนเพลีย มึนงง เวียนศีรษะ
- ชา แขนขาอ่อนแรง
- รู้สึกแน่นในลำคอ เสียงมีการเปลี่ยน-แปลง
- เจ็บในทรวงอก มีความรู้สึกปวดใต้กระดูกหน้าอกเหมือนถูกทุบ
- หายใจขัด มีน้ำลายเป็นฟองปนเลือด
- มีอาการเขียวของผิวหนัง ริมฝีปากเล็บมือ
- เคลื่อนไหวผิดปกติ เดินโซเซ ทรงตัวลำบาก
- พูดไม่รู้เรื่อง มองไม่เห็น หรือเห็นไม่ชัด
- หมดสติทันทีเมื่อถึงผิวน้ำ อาจมีการชักและหยุดหายใจ
การรักษา มีวิธีเดียวเท่านั้น คือ นำกลับไปสู่ความกดดันอีกครั้งโดยใช้ห้องปรับบรรยากาศ
[กลับหัวข้อหลัก]