เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12
การบริการตอบแทนผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศ  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12
 
การบริการตอบแทนผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศ โดย พลโท อัศวิน เทพาคำ
          ชาติไทยมีเอกราช ความร่มเย็น และความสมบูรณ์พูนสุขจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะบรรพบุรุษของไทยได้เสียสละชีวิตและเลือดเนื้อ ต่อสู้ขับไล่ข้าศึกที่มารุกราน  เพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้ให้เรา
          ในปัจจุบันมีข่าวเป็นครั้งคราวว่า บริเวณชายแดนของประเทศไทยได้มีการสู้รบระหว่างทหารตำรวจ ทหารพราน และอาสาสมัครของเรากับข้าศึกจากภายนอกที่รุกล้ำเข้ามา
          เมื่อมีการปะทะต่อสู้กันด้วยอาวุธสงคราม เช่น ปืนใหญ่ รถถัง และระเบิด ก็มีการบาดเจ็บ และล้มตาย สำหรับผู้เสียชีวิตนั้นทางราชการก็ตอบแทนโดยให้การช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่ขาดหัวหน้าไม่ให้ต้องได้รับความลำบาก สำหรับผู้ที่บาดเจ็บและพิการ ทางราชการก็ช่วยเหลือในด้านต่างๆ ตามความเหมาะสม ผู้ที่บาดเจ็บพิการเหล่านี้อาจตาบอด แขนขาขาด เป็นอัมพาตเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้เลย หรือได้เฉพาะบางส่วนเท่านั้น เด็กๆ คงจะเคยเห็นคนพิการที่ต้องใช้แขนเทียม ขาเทียม ใช้เหล็กประคองขาและลำตัว เดินด้วยไม้ค้ำยัน หรือต้องนั่งรถเข็นมาบ้างแล้ว ทหารพิการเหล่านี้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับ คนอื่นๆ ในสังคมได้ เพราะเขาได้รับการรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพให้สามารถใช้ร่างกายส่วนที่ดีที่ยังเหลืออยู่ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดมาแล้ว ได้รับอวัยวะแขนขาเทียม หรืออุปกรณ์เครื่องช่วยพยุงเพื่อชดเชยส่วนที่พิการ ได้รับการฝึกหัดอาชีพใหม่ และยังได้รับการช่วยเหลือสงเคราะห์ในเรื่องสวัสดิการเกี่ยวกับการดำรงชีพ จากองค์การหรือหน่วยงานต่างๆ สิ่งเหล่านี้ประกอบกันช่วยให้พวกเขามีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างดีใกล้เคียงกับคนปกติ
          ผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้รับการผ่าตัดรักษาโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไม่ว่าจะผ่าตัดช่องท้อง ทรวงอก กระดูก แขน ขา สมองหรือระบบประสาท   หรือผ่าตัดตกแต่งส่วนที่พิการให้กลับมาปกติที่สุด นอกจากนี้ยังมีแพทย์สาขาอื่นๆ รวมทั้งพยาบาลและบุคลากรช่วยดูแลรักษาผู้ป่วยเหล่านี้  ตามสาเหตุและความเหมาะสมด้วย เมื่อพ้นระยะอันตรายแล้ว ผู้ป่วยที่บาดเจ็บมากหรือพิการ    และยังไม่สามารถกลับไปทำหน้าที่ป้องกันประเทศ ก็จะได้รับการดูแลรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและทีมงานต่อไป
          การรักษาพยาบาลและการบริการแก่ผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศ อาจจะแบ่งขั้นตอนในการดำเนินการตามลำดับได้ดังนี้
          ๑. การรักษาพยาบาลในพื้นที่ที่มีการสู้รบ
          ๒. การลำเลียงผู้บาดเจ็บกลับสู่โรงพยาบาลแนวหลัง
          ๓. การรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลส่วนกลาง เช่น โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ของกรมแพทย์ทหารบก  ซึ่งจะให้บริการรักษาพยาบาลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา มีการฟื้นฟูสมรรถภาพและพักฟื้น ทั้งให้บริการทางอวัยวะแขน ขาเทียมและเครื่องพยุงสำหรับผู้พิการ นอกจากนี้ยังมีการฝึกหัดวิชาชีพใหม่สำหรับผู้พิการตามความถนัดและความประสงค์
          ๔. การช่วยเหลือเกี่ยวกับสวัสดิการในด้านต่างๆ แก่ผู้ปฏิบัติราชการสนาม จากกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย มูลนิธิสายใจไทยฯ และองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

เสด็จฯ เยี่ยมทหารพิการ และทอดพระเนตรการฝึกใช้แขนเทียมทำงาน ณ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

คุณสมบัติของผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศ
          ตามระเบียบของทางราชการกระทรวงกลาโหม ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันประเทศไว้ดังนี้คือ
          ๑. ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ หรือบุคคลที่ทำการป้องกันหรือกำลังปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคง หรือปลอดภัยแห่งราชอาณาจักร ตามที่กระทรวงกลาโหม หรือสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนด ซึ่งอาจจะเป็นการรบในหน่วยงานซึ่งต้องเสี่ยงอันตราย  หรือต้องออกปฏิบัติงานนอกที่ตั้งหน่วยปกติ เป็นระยะเวลานานไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ กล่าวคือ ต้องมีแผนออกปฏิบัติงานนอกที่ตั้งไม่น้อยกว่า ๔ เดือนเว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานกับเรือของกองทัพเรือ หรือเรือของตำรวจน้ำไม่น้อยกว่า ๑ เดือน (สำหรับกำลังพลของนาวิกโยธินให้คงไว้ ๔ เดือน)
         ๒. ผู้ที่ปฏิบัติงานในอากาศสนับสนุนการปราบปรามการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรซึงประจำอยู่ ณ ฐานบิน อันมิใช่ที่ตั้งปกติ จะต้องมีเวลาปฏิบัติงานในอากาศ ไม่น้อยกว่าจำนวนเที่ยวบินตามที่กำหนดในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยบำเหน็จความชอบค่าทดแทนและการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่    และประชาชนทีปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือราชการ เพื่อการป้องกันอธิปไตย  และรักษาความเรียบร้อยของประเทศ พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติภารกิจโจมตี หรือสนับสนุนการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นการลาดตระเวณ การบินคุ้มกัน และการบินสกัดกั้น การส่งกำลังบำรุง การค้นหา และกู้ภัย การปฏิบัติงานทางจิตวิทยา และทางธุรการอื่นๆ
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
หน่วยงานหรือองค์การบริการตอบแทนผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศ
          ๑. โรงพยาบาลในสังกัดของกรมการแพทย์ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และโรงพยาบาลตำรวจ รวมทั้งสถานพักฟื้นสำหรับผู้บาดเจ็บเช่นสถานพักฟื้นบางปู จังหวัดสมุทรปราการ
          ๒. โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง
          ๓. กรมกำลังพล กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองกำลังพล กรมตำรวจ
          ๔. องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก
          ๕. ศูนย์ฝึกอาชีพพระราชทาน
          ๖. มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
          ๗. นิคมทหารผ่านศึก
[กลับหัวข้อหลัก]

โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การดำเนินการบริการตอบแทนผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศ
          ๑. การรักษาพยาบาลขั้นแรกในสนามสำหรับผู้บาดเจ็บจากการปะทะต่อสู้กับอริราชศัตรูมีจุดประสงค์เพื่อช่วยชีวิตให้ผู้บาดเจ็บพ้นขีดอันตราย พร้อมที่จะนำส่งไปยังโรงพยาบาลแนวหลัง เพื่อรักษาในขั้นต่อไป ในกรณีที่มีแผนยุทธการ กรมแพทย์ทหารบกจะสนับสนุนจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในบริเวณใกล้เคียงกับบริเวณที่มีการปะทะหรือสู้รบ พร้อมทั้งมีหน่วยศัลยกรรมเคลื่อนที่เข้าปฏิบัติงาน ซึ่งประกอบด้วยศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ ทหารพยาบาล พร้อมทั้งรถผ่าตัดเคลื่อนที่ อุปกรณ์ผ่าตัด และเครื่องช่วยชีวิตครบครัน เมื่อปลอดภัยแล้วจึงนำส่งต่อโรงพยาบาลในแนวหลังหรือส่วนกลาง
         ๒. การลำเลียงผู้บาดเจ็บจากโรงพยาบาลสนามสู่โรงพยาบาลแนวหลังหรือส่วนกลาง มีการส่งกลับทางรถยนต์ รถไฟ และอากาศยานทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม สภาวะของผู้ป่วยและความเร่งด่วน
         ๓. การรักษาในโรงพยาบาลส่วนกลาง เช่นโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรมแพทย์ทหารบกหรือโรงพยาบาลตำรวจ เป็นต้น ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี จากศัลยแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชา เช่น การบาดเจ็บของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ก็จะอยู่ในการดูแลรักษาของศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ การบาดเจ็บของทรวงอก และช่องท้อง ก็อยู่ในการดูแลรักษาของศัลยแพทย์ทางทรวงอกและศัลยกรรมทั่วไป พวกที่ได้รับการบาดเจ็บของสมอง ก็จะได้รับการรักษาโดยศัลยแพทย์ประสาท เป็นต้น เมื่อได้รับการรักษาหาย อาจแบ่งผู้ป่วยได้
         ๒ ประเภทคือประเภทที่หนึ่ง เป็นพวกที่รักษาหายแล้วสามารถกลับไปปฏิบัติราชการต่อได้ประเภทที่สอง เป็นพวกที่รักษาหายแล้วต้องปลดพิการเนื่องจากสูญเสียอวัยวะ  แขน  ขาหรือเป็นอัมพาต

          การฟื้นฟูสมรรถภาพของทหารบาดเจ็บและพิการ
          เป็นงานเวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของวิชาแพทย์ที่เกิดหลังจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ แล้วเจริญพัฒนามากขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เนื่องจากมีทหารพิการจากการสู้รบเป็นจำนวนมากทำให้ทุกคนเห็นความสำคัญในการที่จะช่วยให้คนพิการเหล่านี้กลับมีชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมได้อีก
          การบาดเจ็บพิการที่พบประจำคือ แขนขาด ขาขาด  ตาบอด  กระดูกหัก ข้อแตกและอัมพาต อาการอัมพาตเกิดได้จากสาเหตุหลายประการ มีอาการตั้งแต่น้อยไปจนกระทั่งรุนแรงมาก เช่น การที่ประสาทได้รับการกระทบกระเทือน หรือถูกตัดขาด ทำให้เป็นอัมพาตเฉพาะส่วนของแขนหรือขาที่เส้นประสาทนั้นควบคุมการทำงาน   การกระทบกระเทือนที่กระดูกสันหลังส่วนคอจะทำให้ไขสันหลังถูกตัดขาดก็จะเกิดอัมพาตของลำตัวและแขน   หรือถ้าเป็นการบาดเจ็บของสันหลังบริเวณทรวงอกก็จะเป็นอัมพาตบริเวณ ลำตัวส่วนล่าง   และขาทั้งสองข้าง  ผู้ป่วยพวกนี้นอกจากเป็นอัมพาตแล้ว ยังจะไม่สามารถถ่ายอุจจาระ หรือปัสสาวะได้เอง  และจะสูญเสียความรู้สึกในส่วนที่เป็นอัมพาตด้วย  ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่สมองก็อาจจะมีอาการอัมพาตของแขนขาด้านตรงกันข้ามกับบาดแผล บางรายอาจมีอาการพูดไม่ได้ร่วมด้วย
          ผู้ป่วยที่พิการเหล่านี้ถ้าไม่ได้รับการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพให้ช่วยเหลือตนเองได้แล้วจะกลายเป็นภาระอย่างใหญ่หลวงแก่ญาติพี่น้องที่ต้องดูแลตลอดไป รวมทั้งรัฐจะต้องใช้จ่ายเพื่อสงเคราะห์ไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ทำให้ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคแทรกเหล่านั้นต่อไปอีก
          การฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยเมื่อพ้นจากการรักษาขั้นต้นแล้วมีความสำคัญมากในการช่วยป้องกันไม่ให้ความพิการเกิดมากขึ้น ทำให้สุขภาพกลับคืนแข็งแรงได้เร็วขึ้น และในรายที่พิการบาดเจ็บไม่มากนัก ก็จะสามารถกลับไปทำงานได้เร็วขึ้น
          สำหรับผู้พิการรุนแรง เช่น เป็นอัมพาตหรือเสียแขน เสียขา การฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยจะช่วยให้เขาเรียนรู้วิธีที่จะช่วยเหลือตัวเอง โดยใช้กล้ามเนื้อที่ยังเหลืออยู่ร่วมกับการใช้แขน หรือขาทียมหรือเครื่องช่วยพยุงข้อ และเครื่องค้ำยันต่างๆ รวมทั้งการออกกำลังกายวิธีต่างๆ เพื่อเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของกล้ามเนื้อ ฝึกการขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะเพื่อให้ทำได้เองโดยไม่ต้องคาสายสวนปัสสาวะไว้ตลอดชีวิต  ฝึกพูดเพื่อให้สามารถสื่อความหมายกับผู้อื่นได้ รวมทั้งเตรียมผู้ป่วยเพื่อฝึกอาชีพที่ถนัด และเหมาะสมต่อไป

[กลับหัวข้อหลัก]

โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าสังกัดกรมแพทย์ทหารบก


ทหารบาดเจ็บได้รับการรักษาในโรงพยาบาลสนาม

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การบริการอวัยวะแขน ขาเทียม และศูนย์ฝึกอาชีพพระราชทาน
          สำหรับผู้ที่บาดเจ็บพิการจากการสูญเสียแขนหรือขา เมื่อรักษาบาดแผลจนหายแล้ว  และได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายส่วนที่เหลือดีพอ  ก็จะได้รับการบริการจากหน่วยแขน ขาเทียม เช่น  จากกองออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาล
พระมงกุฎเกล้า ซึ่งประดิษฐ์แขนขาเทียม เพื่อชดเชยส่วนพิการให้เหมาะสมแก่ทหารเป็นรายๆ ไป ผู้พิการเหล่านี้เมื่อได้อวัยวะแขนหรือขาเทียม\แล้ว ยังต้องฝึกให้สามารถใช้อวัยวะเทียมนั้นจนเกิดความถนัดและชำนาญ รวมทั้งได้รับการฝึกหัดอาชีพใหม่ตามถนัดจากศูนย์ฝึกอาชีพพระราชทาน ซึ่งตั้งอยู่ในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ศูนย์ฝึกอาชีพมูลนิธิมูลนิธิสายใจไทยฯ หรือขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกต่อไป
[กลับหัวข้อหลัก]

ทหารพิการกำลังฝึกใช้ขาเทียม

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การบริการสวัสดิการ
          นอกจากบริการทางด้านรักษาพยาบาลดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ยังมีการบริการเกี่ยวกับสวัสดิการในแง่ต่างๆ ดังนี้

          ๑. สิทธิพิเศษด้านกำลังพลในการปฏิบัติราชการสนาม
          เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศ หน่วยงานด้านกำลังพลระดับต่างๆ  ของส่วนราชการเป็นหน่วยที่ดำเนินการให้ผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศ ได้รับการการพิจารณาให้ได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ ดังต่อไปนี้
          ๑. การพิจารณาเงินค่าทดแทน เป็นเงินที่ทางราชการจ่ายให้เนื่องจากประสบอันตรายของกำลังพลที่เสียชีวิต ทุพพลภาพหรือ สูญเสียอวัยวะ โดยยึดถือ เงินเดือน หรือเงินค่าจ้างที่ได้รับอยู่ในขณะได้รับอันตรายเป็นเกณฑ์คำนวณ
          ๒. เงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ และเงินรางวัลการสู้รบ (พ.ส.ร.) เป็นเงินบำเหน็จความชอบที่ทางราชการตอบแทนแก่ผู้ประสบอันตราย จนได้รับบาดเจ็บ หรือปฏิบัติหน้าที่จนเกิดผลดีแก่หน่วย โดยให้เลื่อนเงินเดือน เป็นกรณีพิเศษตามหลักเกณฑ์ และผลแห่งการปฏิบัติ
          ๓. เงินค่าประกันชีวิตสำหรับทหารที่ปฏิบัติราชการสนามที่เสียชีวิต หรือพิการทุพพลภาพจนต้องปลดออกจากประจำการโดยสาเหตุจากการสู้รบ มีมูลค่าสินไหมทดแทนคือ
          นายทหารสัญญาบัตรได้รับคนละ  ๑๐๐,๐๐๐ บาท
          นายทหารประทวนได้รับคนละ  ๘๐,๐๐๐ บาท
          พลทหารประจำการ พลทหารกองประจำการ พลอาสาพิเศษ อาสาสมัครทหารพราน และอาสาสมัครทหารพราน ได้รับคนละ   ๕๐,๐๐๐ บาท
          ๔. เงินค่ารักษาพยาบาล
          ๕. เงินชดเชยการเจ็บป่วย
          ๖. เงินจัดการศพขั้นต้น
          ๗. การช่วยเหลือจากเงินกองทุนช่วยเหลือทหารผู้ป่วยเจ็บหรือเสียชีวิตเนื่องจากปฏิบัติราชการสนาม
          ๘. การปูนบำเหน็จ
          ๙. การขอเวลาราชการเป็นทวีคูณ
          ๑๐. การขอพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน
          ๑๑. การขอพระราชทานเหรียญราชการชายแดน
          ๑๒. การขอพระราชทานเหรียญกล้าหาญ
          (รายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิพิเศษต่างๆ  นี้ สามารถอ่านเพิ่มเติมจากหนังสือเรื่องคำแนะนำ และหลักฐานเกี่ยวกับการขอรับสิทธิกำลังพลปฏิบัติราชการสนาม ของหน่วยราชการด้านกำลังพลระดับต่างๆ เช่น ของกรมกำลังพลทหารบก เป็นต้น)

          ๒. การบริการด้านสวัสดิการต่างๆ จากมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
          มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๘   อันเป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ เพื่อสนองพระราชปรารภของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ในการที่จะให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติ ซึ่งยอมอุทิศชีวิต เลือดเนื้อ ตลอดจนยอมเสียสละความสุขส่วนตัว ออกไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติ และเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของประชาชนชาวไทยจนเสียชีวิตบาดเจ็บ หรือทุพพลภาพ
          พระราชดำรัสบางตอนของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ "ในวันสายใจไทย" ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้แสดงถึงน้ำพระทัยที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาต่อผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศ ดังนี้
          "ในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๑๘ อันเป็นวันเกิดของข้าพเจ้า แทนที่จะทำบุญเลี้ยงพระเช่นเคย ข้าพเจ้าได้รวบรวมเงินช่วยเหลือทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครที่บาดเจ็บ พิการและเสียชีวิตจากการต่อสู้ป้องกันประเทศ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถก็ได้พระราชทานเงินนี้ และพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ด้วยอีกจำนวนหนึ่ง ก่อตั้งมูลนิธิชื่อว่า มูลนิธิสายใจไทย"
          การบริการตอบแทนแก่ผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศของมูลนิธิสายใจไทยฯ มีดังนี้
          ๑. มอบเงินพระราชทานเยี่ยมครั้งแรก  ขณะที่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล
          ๒. จ่ายเงินช่วยเหลือรายเดือน กรณีบาดเจ็บถึงพิการไปจนตลอดชีวิต   โดยประเมินตามค่าความพิการ
          ๓. จ่ายเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท
          ๔. ให้การฝึกอาชีพ จนสามารถออกไปประกอบอาชีพได้ เช่น ฝึกอาชีพ  ด้านเย็บหนังการเจียระไนแก้ว และร่วมกับโครงการพระดาบส ฝึกอาชีพด้านซ่อมเครื่องยนต์ โทรทัศน์  วิทยุ ตลอดจนสนับสนุนให้ผู้พิการดังกล่าวได้มีงานทำ

          ๓. การบริการตอบแทนผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก
           องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เป็นหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ให้การสงเคราะห์แก่ทหารผ่านศึกและครอบครัวทหารผ่านศึก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และมีสำนักงานสาขาในส่วนภูมิภาคทั่วราชอาณาจักรี  ชื่อเรียกว่า สำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขต ปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น ๒๒ เขต ผู้ขอรับการสงเคราะห์มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตการสงเคราะห์ของสำนักงานฯ เขตใด ก็ให้ติดต่อขอรับการสงเคราะห์จากสำนักงานฯ เขตนั้น
          ขอบเขตของการให้บริการมีดังนี้
          ๑. การรักษาพยาบาล สำหรับทหารผ่านศึก ครอบครัวและบิดามารดาของทหารผ่านศึก
          ๒. การฝึกอบรมอาชีพ
          ๓. การจัดหางาน
          ๔. การกู้ยืมเงินสินเชื่อเพื่อการเกษตรระยะสั้น ระยะปานกลาง หรือสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพทั่วไปโดยมีหลักทรัพย์ประกัน สินเชื่อเพื่อการสวัสดิการ และการเคหะสงเคราะห์
          ๕. การสงเคราะห์ด้านนิคมเกษตรกรรมทหารผ่านศึก
          ๖. การสงเคราะห์เรื่องการคลอดบุตร
          ๗. การสงเคราะห์เรื่องการศึกษา
          ๘. การสงเคราะห์เมื่อประสบภัยพิบัติ
          ๙. การสงเคราะห์เรื่องการจัดการศพ

          ๔. สิทธิที่ได้รับจากหน่วยราชการอื่น
          ๑. การลดค่าโดยสารครึ่งราคาของการรถไฟแห่งประเทศไทย การลดค่าเครื่องบินของบริษัทการบินไทย จำกัด
          ๒. การลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลด้านทันตกรรม การลดหย่อนค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข
          ๓. การลดคหย่อนค่าโดยสารของรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และบริษัทขนส่ง จำกัด
          ๔. การลดหย่อนค่ากระแสไฟฟ้า และค่าน้ำประปา จากการไฟฟ้าและการประปานครหลวงและส่วนภูมิภาค

          "แม้ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร"

          การที่ชาติไทยคงอยู่ได้ เพราะมีผู้เสียสละชีวิต และเลือดเนื้อ ในการป้องกันราชอาณาจักร  พวกเขาเป็นผู้สมควรจะได้รับการสรรเสริญ และได้รับการตอบแทน การบริการตอบแทนผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศซึ่งดำเนินการโดยองค์การ และหน่วยงานหลายฝ่าย   มีค่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับการเสียสละอันใหญ่หลวงของผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศเหล่านี้

          (ดูเพิ่มเติมเรื่อง เวชศาสตร์ฟื้นฟู เล่ม ๙ และเรื่อง สมาคมและมูลนิธิเพื่อการกุศล หมวดการสังคมสงเคราะห์ เล่มเดียวกัน)

[กลับหัวข้อหลัก]

ทหารที่ได้รับบาดเจ็บและพิการจากการสู้รบในสมรภูมิจะไดัรับการดูแลรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล


ทหารพิการฝึกหัดอาชีพเครื่องหนังจากมูลนิธิสายใจไทยฯ


ทหารพิการกำลังฝึกอาชีพแกะสลัก


ครอบครัวทหารพิการได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิสายใจไทยฯ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• พลโท อัศวิน เทพาคำ - ลบ

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12