สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 5 > การทะนุบำรุงมันเทศ
การทะนุบำรุงมันเทศ  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 5
 
การทะนุบำรุงมันเทศ โดย นายไสว พงษ์เก่า และนายโสภณ สินธุประมา

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

การกำจัดวัชพืช
         การกำจัดวัชพืช  จะต้องทำโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  หญ้าที่กำจัดโดยวิธีถอนจะต้องนำไปทิ้งเสียที่อื่น เพื่อมิให้เจริญเติบโตในแปลงปลูกได้อีกถ้าหากเนื้อที่ปลูกมีขนาดเล็ก หลังจากกำจัดวัชพืชแล้วควรใช้จอบพรวนดินแล้วพูนโคนด้วย  ทั้งนี้ก็เพื่อจะให้มันเทศลงหัวได้สะดวก  ถ้าหากเนื้อที่มีขนาดใหญ่ก็สามารถกระทำได้โดยใช้ไถผ่านระหว่างแถว หลังจากปลูกแล้ว ๑ เดือน จึงทำเช่นนี้เพื่อมิให้รากได้รับความกระทบกระเทือน  นอกจากนั้นก็ไม่ควรพรวนดินขณะที่กำลังลงหัว เพราะจะทำให้รากได้รับความกระทบกระเทือนและลงหัวน้อย

[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การให้น้ำ
         ถ้าเป็นฤดูแล้ง   การให้น้ำเป็นสิ่งจำเป็นมากเพระว่าถ้าหากขาดน้ำแล้วมันเทศจะเฉาและเหี่ยวตายไป  การให้น้ำควรให้หลังปลูก ๑ ครั้ง และหลังจากนั้นให้ห่างกันประมาณ ๒๐ วันต่อครั้ง เมื่อมันเทศเจริญเติบโตดีแล้วควรให้น้ำ ๑ เดือนต่อครั้ง การจะให้น้ำเมื่อไรนั้นให้สังเกตดูความชุ่มชื้นของดินเป็นหลัก  ถ้าหากดินยังหมาดอยู่ก็ยังไม่ต้องให้น้ำ  ดังนั้นการให้น้ำจึงอาจยืดหยุ่นได้ คือ อาจจะช้าหรือเร็วกว่ากำหนดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสภาพแวดล้อม เช่น แดด กระแสลม ความร้อน เป็นต้น
        ถ้าเป็นฤดูฝน ไม่จำเป็นต้องให้น้ำ เพราะฝนตกอยู่เสมอและมีความชุ่มชื่นเพียงพอ  แต่ต้องระวังเรื่องการระบายน้ำ  โดยขุดทางระบายน้ำให้ดีและอย่าให้น้ำท่วมและขังอยู่ได้  มิฉะนั้นมันเทศจะเน่าตายได้
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การใส่ปุ๋ย
          การใส่ปุ๋ยคอก  เช่น  มูลวัว  มูลควาย  และมูลหมูที่สลายตัวแล้วลงไปในแปลงหลังจากเตรียมดินเรียบร้อยแล้วพรวนหรือคราดกลบ  จะทำให้ดินร่วนซุยและเพิ่มธาตุอาหารให้มันเทศ  ทำให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น  การใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์นั้นปัจจุบันนี้ยังไม่นิยมกระทำกัน   การปลูกพืชตระกูลถั่วหรือถั่วต่างๆ  เช่น  ถั่วเขียว  ถั่วเหลือง  หรือถั่วลิสงลงไปในไร่หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วไถเถา   ราก   และใบถั่วเหล่านั้นลงในไร่แล้วปลูกมันเทศ  มันเทศจะลงหัวมาก และมีขนาดโต  เพราะได้ปุ๋ยจาก  เถา  ราก  และใบถั่วที่ผุเปื่อยอยู่ในดิน พืชตระกูลถั่วเหล่านี้จะเพิ่มปุ๋ยไนโตรเจนให้แก่ดิน เพราะที่ปมของรากมีบัคเตรีที่ช่วยจับไนโตรเจนจากอากาศมาไว้ในปมของรากปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักใช้อัตราประมาณ ๑,๖๐๐ กิโลกรัมต่อไร่

         ถ้าหากจะใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ควรใช้ปุ๋ยสูตร ๑๐-๑๐-๒๐ หรือ  ๑๓-๑๓-๒๑  อัตรา ๑๐๐ กิโลกรัมต่อไร่  การใส่ปุ๋ยวิทยาศาสตร์นี้อาจกระทำได้ ๒ วิธีฃด้วยกัน  คือ
         ๑. ถ้าหากปลูกเป็นการค้าในเนื้อที่มาก  ควรหว่านปุ๋ยทั้งหมดให้สม่ำเสมอทั่วแปลง เสร็จแล้วไถกลบและยกร่องเพื่อใช้ปลูกมันเทศต่อไป  การใส่ปุ๋ยแบบนี้เป็นการใส่ปุ๋ยครั้งเดียวก่อนปลูก
         ๒. ถ้าหากปลูกในเนื้อที่เล็กน้อย  จะใช้วิธีใส่ปุ๋ยหลังปลูกก็ได้  คือ เมื่อมันเทศมีอายุ ๒๐-๓๐ วัน ใช้จอบขุดดินเป็นร่องเล็กข้างแถวปลูก แล้วโรยปุ๋ยลงในร่องให้สม่ำเสมอ  โดยโรยบางๆ ไว้ก่อนถ้าหากปุ๋ยเหลือจึงโรยทับอีกครั้งหนึ่ง  จากนั้นใช้จอบกลบปุ๋ยทั้งหมดให้ทั่ว  หลังจากใส่ปุ๋ยแล้วถ้าเป็นไปได้ควรให้น้ำด้วย  เพื่อปุ๋ยจะได้ละลายและเป็นประโยชน์แก่พืชต่อไป
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การตลบเถา
          มันเทศหลังจากเจริญเติบโตดีแล้ว จะเลื้อยออกไปนอกแปลง  ดังนั้นเมื่อมันเทศมีอายุประมาณ๒ เดือนครึ่งควรตลบเถาที่เลื้อยออกนอกแปลงขึ้นไว้บนหลังแปลง   การกระทำเช่นนี้ก็เพื่อป้องกันมิให้รากเกิดตามข้อของลำต้นในส่วนปลายเถา  ซึ่งจะเป็นการแย่งอาหารจากลำต้น  และทำให้ได้จำนวนหัวและขนาดของหัวลดลงด้วย
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
โรคและแมลง
          ๑. โรคหัวเน่า  เกิดจากเชื้อรา  ดิโพลเดียทูเบอริโคลา (อีแอนด์อี)  เทาบ์ (Diplodia tubericola (E. and E.) Teub)  เชื้อราจะเข้าทางแผลที่หัว แผลนั้นจะเริ่มเปลี่ยนจากสีน้ำตาลอ่อนเป็นสีดำ ผิวของหัวจะย่นและเต็มไปด้วยเชื้อราสีดำ  ทีแรกเนื้อหัวมันจะอ่อนนุ่มและสูญเสียความชื้น  แต่ภายหลังจากนั้นหัวมันจะแข็งกระด้าง

          วิธีป้องกันและกำจัด
          ๑.  อย่าให้หัวมันเป็นแผลเมื่อขุดหรือขนส่ง
          ๒. เก็บหัวมันไว้ในที่ซึ่งอากาศถ่ายเทได้สะดวก
          ๓. หัวที่ถูกเชื้อโรคนี้ทำลายจะต้องเผาทิ้งเสีย
          ๔. พื้นโรงเก็บจะต้องฉีดด้วยน้ำยาเมอร์คิวริกคลอไรด์ เพื่อฆ่าสปอร์ที่ตกหล่นอยู่

          ๒. โรคใบจุด   เกิดจากเชื้อราเซอร์คอสปอราบาตาตี  ซิมม์ (Cercospora  batatae  Zimm.) อาการเริ่มแรกใบจะเป็นจุดสีน้ำตาล  ขนาดของจุดนั้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง  ๑/  - ๑ เซนติเมตร ส่วนกลางของแผลจะมีสีน้ำตาลปนเหลือง จนถึงสีเทา แผลจะมีรูปร่างไม่แน่นอน แผลส่วนมากจะไม่ใหญ่  เพราะถูกเส้นใบกั้นไว้ ในกรณีร้ายแรงเชื้อโรคจะทำลายใบแก่เสียหายและร่วงก่อนเวลาอันควร ทำให้ลำต้นอ่อนแอและลงหัวน้อย

          วิธีป้องกันและกำจัด
          ๑. รักษาความสะอาดแปลงปลูก และนำต้นที่เป็นโรคเผาไฟทิ้งเสีย
          ๒. ฉีดแปลงปลูกด้วยน้ำยาบอร์โดซ์

          แมลงทำลายมันเทศที่สำคัญ ได้แก่ 
          ๑. ด้วงงวงมันเทศ  มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าไซลาส ฟอร์มิแคเรียส แฟบร์ (Cylas formicariur    Fabr.)  แพร่ระบาดทั่วโลก และเป็นแมลงที่ร้ายกาจโดยทำลายมันเทศทั้งในแปลงปลูกและโรงเก็บ  ตัวหนอนจะเจาะหัวมันเทศเข้าไปทำให้มันเป็นแมงเมื่อต้มหัวจะมีกลิ่นไม่ชวนรับประเทาน และเมื่อรับประทานจะมีรสขื่นและขม ตัวแก่จะวางไข่ที่ลำตันเหนือพื้นดินหรือที่หัวที่โผล่ขึ้นมาเหนือพื้นดิน ตัวหนอนที่เกิดขึ้นจะกัดกินเนื้อของหัวมัน และเข้าดักแด้ในนั้น  ชีพจักรของแมลงชนิดนี้จากการวางไข่จนถึงตัวแก่กินเวลา ๓๕ วัน  ตัวแก่เมื่อมีอายุ ๑อาทิตย์ หลังจากออกดักแด้ก็จะวางไข่ต่อไปอีก
                    การป้องกันและกำจัด
                    ๑. ใช้แมลงทำลาย  แมลงชนิดนี้ถูกทำลายโดยแตน ๒ ชนิดด้วยกัน คือ ไมโครบราคอน ไซลาโซโวรัส  โรห์เวอร์  (Microbracon cylasovorus Rohwer) และบาสซุส ไซลาโซโวรัส โรห์เวอร์(Bassus cylasovorus Rohwer)
                    ๒. ใช้พันธุ์ต้านทานปลูก
                    ๓. ใช้ยา เฮบตาคลอร์ (Heptachlor) คลอร์เดน (Chlordane) และ ดีดีที ฉีดตามเถาและพื้นดินเพื่อกำจัดตัวแก่
                    ๔. ใช้ ดีดีที ฉีดหัวมันก่อนเก็บเพื่อป้องกันตัวแก่ทำลายและวางไข่
          ๒. แมลงเต่าทอง ทั้งตัวแก่และตัวอ่อนของแมลงเต่าทองสามชนิดด้วยกันจะกัดกินใบมันเทศ  ทำให้การปรุงอาหารของใบลดน้อยลง  การวางไข่เป็นแบบฟองเดียวบนใบ และการเข้าดักแด้จะเกิดขึ้นบนใบเช่นเดียวกัน แมลงชนิดนี้ทำอันตรายต่อมันเทศไม่มากนัก
                   การป้องกันและกำจัด
                   ๑. จับตัวหนอนในตอนเช้ามืด
                   ๒. ใช้ยา  แคลเซียม หรือ เล็ดอาร์เซเนท(lead arsenate) แบบผง  ดีดีที  ดีลดริน  พาราไทออน  (Parathion) และ เฮบตาคลอร์ (Heptachlor)อย่างใดอย่างหนึ่งพ่นและฉีดตามเถาและใบ
                   ๓. เสี้ยนดิน แมลงชนิดนี้ทำอันตรายหัวมันฃเทศอย่างร้ายแรง โดยกัดเปลือกหัวและเนื้อหัวเป็นอาหารทำให้มันเทศด้อยคุณภาพลงไปอย่างมาก

                  การป้องกันและกำจัด  โดยใช้ยา  อาลดริน(Aldrin)  หรือดิลเดรกซ์ (Dieldrex) ๒-๓ ช้อนโต๊ะ
ต่อน้ำ ๑๐ ลิตร  ฉีดหลังปลูกแล้วประมาณ ๑ เดือนครึ่ง จะช่วยป้องกันและกำจัดแมลงชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี
[กลับหัวข้อหลัก]

ลักษณะหัวมันเทศที่เป็นโรคหัวเน่า


หัวมันเทศที่ถูกด้วงงวงทำลาย


ลักษณะด้วงงวงมันเทศ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายโสภณ สินธุประมา
• นายไสว พงษ์เก่า

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 5 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การใช้ประโยชน์
การปฏิบัติรักษาภายหลังปลูกอ้อย
การปลูกมันเทศ
การเลี้ยงลูกไก่
การเลือกที่ทำสวนผลไม้
การวางแผนผังสวน
เป็ดไก่
พันธุ์ไม้ป่าที่มีลักษณะแปลกพิเศษ
มันแกว
อ้อย
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 6
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 17
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 18
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 24
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 25
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 5 > การทะนุบำรุงมันเทศ