สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 13 > การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์
การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 13
 
การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ โดย นายสุวัชชัย มนัสการวิทยา
           กิจการธนาคารพาณิชย์ในแต่ละประเทศมีวิวัฒนาการและกรอบการดำเนินงานต่างกันตามสภาพแวดล้อมทาเศรษฐกิจ  สังคม และสภาพความสัมพันธ์ที่เป็นมาแต่อดีต หากแต่เนื้อหาของการดำเนินงานจะคล้ายคลึงกัน

           เราแบ่งธนาคารพาณิชย์ตามขอบข่ายการดำเนินงานได้ ๒แบบ คือ ธนาคารพาณิชย์ในระบบธนาคารเดี่ยว (unit banking) และธนาคารพาณิชย์ในระบบธนาคารสาขา (branch banking)

           ระบบธนาคารเดี่ยว หมายถึง ระบบที่ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งมีสำนักงานเพียงแห่งเดียว ดำเนินการโดยเอกเทศ ไม่อยู่ใต้การควบคุมของธนาคารอื่น และไม่มีธนาคารใดอยู่ในการควบคุมของตน ธนาคารลักษณะนี้แพร่หลายมากในสหรัอเมริกา มักจะเป็นธนาคารที่ตั้งในท้องถิ่นและดำเนินงานโดยบุคคลในท้องถิ่นเพื่อสนองความต้องการด้านบริการทางการเงินของบุคคลในชุมชนนั้น

           ระบบธนาคารสาขา หมายถึง ระบบการธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งหนึ่งมีสาขามากมายหลายแห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศหรือในต่างประเทศด้วย เพื่อความสะดวกในการโยกย้ายถ่ายเทเงินทุนระหว่างประเทศ และให้บริการด้านธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศแก่ลูกค้าของธนาคาร สาขาแต่ละแห่งจะให้บริการในท้องถิ่นที่สาขาตั้งอยู่ แต่นโยบายการดำเนินงานอยู่ที่สำนักงานใหญ่ ระบบธนาคารพาณิชย์ในประเทศต่างๆ ในยุโรปเป็นระบบธนาคารสาขาเช่นเดียวกับประเทศไทย

           ตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒ "การธนาคารพาณิชย์" หมายความว่า "การประกอบธุรกิจประเภทรับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถามหรือเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้ และใช้ประโยชน์เงินนั้นในทางหนึ่งหรือหลายทาง เช่น (ก) ให้สินเชื่อ (ข) ซื้อขายตั๋วแลกเงิน หรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด(ค) ซื้อขายเงินปริวรรตต่างประเทศ"การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์เปรียบเสมือนเป็นตัวกลางทางการเงิน ทำหน้าที่รับฝากเงินและกู้ยืมเงินจากแหล่งต่างๆ ที่มีเงินเหลือมาให้กู้ยืมต่อแก่ผู้ที่ต้องการเงิน โดยธนาคารพาณิชย์จ่ายดอกเบี้ยจำนวนหนึ่งให้กับผู้ฝากเงินและผู้ให้กู้และคิดดอกเบี้ยจากผู้ที่กู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์ในอัตราที่สูงกว่า ธนาคารได้รายได้จากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยส่วนต่างนั้น รายได้นี้ธนาคารนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าอาคาร และวัสดุต่างๆ รายได้ส่วนที่เหลือหลังจากการจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้ถือเป็นกำไรจากการประกอบการ ซึ่งพิจารณาการดำเนินงานได้จากงบการเงินของธนาคารพาณิชย์

          ธนาคารพาณิชย์มีเงินรับฝากเป็นแหล่งที่มาของเงินทุน (source of funds) ที่สำคัญในการดำเนินงาน รองลงมาคือ เงินกู้ยืม และเงินส่วนของผู้ถือหุ้นของธนาคารพาณิชย์นั้นๆ เอง ซึ่งจะมีจำนวนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเงินรับฝาก

          เงินรับฝากที่ธนาคารพาณิชย์รับฝากจากประชาชนทั่วไป แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ตามลักษณะของระยะเวลาของการฝากได้เป็น ๓ ประเภท คือ

          ๑. เงินฝากกระแสรายวัน เงินฝากประเภทนี้เป็นเงินฝากที่ผู้ฝากจะโอนจ่ายเงินในบัญชีของตนให้กับผู้อื่นได้ด้วยการเขียนเช็คสั่งจ่าย ธนาคารพาณิชย์จะโอนเงินจำนวนเท่ากับที่ผู้สั่งจ่าย (ผู้เป็นเจ้าของบัญชี) ระบุไว้บนเช็ค ให้กับผู้ที่นำเช็คมาขึ้นเงินหรือจ่ายให้กับธนาคารอื่นที่ส่งเช็คฉบับนั้นมาเรียกเก็บ ปกติธนาคารจะไม่ให้ดอกเบี้ยสำหรับเงินฝากประเภทนี้ เพราะถือว่าบัญชีนี้ให้ประโยชน์ทางอ้อมที่ไม่เป็นตัวเงินกับผู้ฝาก คือ ทำให้ผู้ฝากได้รับความสะดวกในการใช้จ่ายเงินโดยเขียนเช็คสั่งจ่ายแทนการเบิกเงินสดจากธนาคาร

          ๒. เงินฝากออมทรัพย์ เงินฝากประเภทนี้เป็นเงินฝากที่สนับสนุนการออมของผู้ออมรายย่อย ธนาคารจะไม่กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำที่จะรับฝากแต่ละครั้ง หรือกำหนดไว้ต่ำมาก จึงเป็นบัญชีที่ผู้ออมอาจนำเงินฝากไว้แม้ว่าจะเป็นเงินจำนวนเล็กน้อย บัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ไม่มีกำหนดเวลาของการรับฝากเหมือนเงินฝากประจำ ธนาคารให้ดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ฝากค้างไว้ แม้ว่าดอกเบี้ยจะต่ำกว่าเงินฝากประจำ แต่เงินฝากประเภทออมทรัพย์ให้ความสะดวกในการถอนเงินมากกว่า

          ๓. เงินฝากประจำ เป็นเงินฝากที่ผู้ฝากจะกำหนดระยะเวลาของการฝากไว้ เช่น เป็นเงินฝากระยะ ๖ เดือน ๑ ปี ๒ ปี เป็นต้น ปกติธนาคารจะกำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำที่ธนาคารจะรับฝากสำหรับการฝากแต่ละครั้ง เงินฝากประเภทนี้จะได้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากประเภทอื่น เพราะเงินฝากที่มีระยะเวลากำหนดแน่นอนและมีระยะเวลานานเป็นเงินที่ธนาคารพาณิชย์จะนำไปหาผลประโยชน์ได้สะดวกกว่าเงินฝากประเภทอื่น ไม่ต้องเผื่อเงินสำรองไว้เพื่อถอน มากเท่ากับเงินฝากประเภทอื่น การถอนเงินฝากประเภทนี้กับธนาคารพาณิชย์ในเมืองไทยนั้น ผู้ฝากอาจถอนได้เมื่อต้องการ ไม่มีการกำหนดว่าให้ผู้ฝากแจ้งล่วงหน้า แต่เมื่อผู้ฝากขอถอนเงินก่อนที่เงินฝากนั้นจะถึงกำหนดตามที่ตกลงทำสัญญาไว้กับธนาคารเมื่อแรกฝาก  ธนาคารพาณิชย์จะหักลดดอกเบี้ยลงจากที่ได้ตกลงไว้เดิม

          นอกจากเงินฝากสามประเภทใหญ่ที่กล่าวมาแล้ว ธนาคารพาณิชย์ยังมีโครงการส่งเสริมการออมอีกหลายประเภท เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะรายได้ของผู้ฝาก เช่น การรับฝากจากผู้ฝากเป็นประจำทุกเดือนเป็นจำนวนเงินเดือนละเท่าๆ กันตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ เช่น ๒ ปี หรือ ๓ ปี เมื่อฝากครบตามระยะเวลาที่กำหนด ธนาคารพาณิชย์จะจ่ายคืนเงินให้พร้อมทั้งสมทบเงินให้อีกจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นดอกเบี้ย ดอกเบี้ยจำนวนนี้เมื่อคำนวณออกมาจะใกล้เคียงกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ

          ธนาคารพาณิชย์นำเงินที่ได้จากการรับฝากเงิน การกู้ยืม และเงินทุนของตนเองไปให้กู้ยืมแก่ลูกค้า ลงทุนซื้อสินทรัพย์ทางการเงินและดำเนินธุรกิจอื่นในขอบเขตที่ธนาคารพาณิชย์พึงกระทำได้ตามพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒ เพื่อก่อให้เกิดรายได้ต่อไป

          ทางใช้ไปของเงินทุนของธนาคารพาณิชย์  (use of funds) มีรายการที่สำคัญอันเป็นธุรกิจหลักของธนาคารพาณิชย์  คือ เงินให้กู้ยืม มีอัตราประมาณร้อยละ  ๗๕ ของสินทรัพย์ทั้งหมด รองลงมาคือการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างๆ ทั้งในภาคเอกชนและรัฐบาล เช่น ซื้อพันธบัตรและตั๋วเงินคลังของรัฐบาล หรือซื้อหุ้นของบริษัทต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการนำเงินทุนไป
ใช้ในการลงทุนสร้างอาคารสำนักงาน และซื้อสินทรัพย์อื่นๆ และธนาคารพาณิชย์ยังต้องกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินสำรองเพื่อใช้ในการเบิกถอนของผู้ฝากเงินด้วย

          เงินให้กู้ยืมของธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่จะเป็นเงินให้กู้ยืมระยะสั้นเพื่อให้สอดคล้องกับแหล่งที่มาของเงินทุน อันได้แก่ เงินรับฝากจากประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินรับฝากอายประมาณ ๑ ปี ด้วยเหตุนี้เงินให้กู้ยืมของธนาคารพาณิชย์จึงมุ่งให้กู้ยืมเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการค้าปลีกและค้าส่ง อุตสาหกรรมและการนำเข้าและส่งออกสินค้า รวมกันมากกว่าร้อยละ ๕๐ ของเงินให้สินเชื่อทั้งหมด กิจการดังกล่าวนับเป็นภาคเศรษฐกิจที่เจริญแล้วและให้ผลตอบแทนต่อเงินลงทุนสูง ส่วนในภาคเศรษฐกิจที่ยังไม่เจริญ เช่น ภาคเกษตรนั้น ธนาคารพาณิชย์ถูกกำหนดโดยข้อบังคับของธนาคารแห่งประเทศไทยให้ปล่อยสินเชื่อหรือให้กู้ยืมแก่ภาคเกษตรไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๓ ของยอดเงินฝากรวมของธนาคารนั้นในสิ้นปีที่ผ่านมา โดยจะดำเนินการให้กู้ยืมเองหรือนำไปฝากกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรนำไปให้เกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรกู้ยืมแทน ตามนโยบายของทางการที่ต้องการให้ธนาคารพาณิชย์
ปล่อยสินเชื่อไปสู่ภาคเศรษฐกิจที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาชนบทซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาคเกษตรกรรม เงินให้กู้อีกประเภทหนึ่งที่ธนาคารพาณิชย์ให้ความสนใจและให้กู้ยืมมากขึ้นคือ การให้กู้ยืมแก่บุคคลทั่วไปเพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ซึ่งเป็นเงินให้กู้ยืมที่มีความเสี่ยงน้อยมากสำหรับธนาคารพาณิชย์เอง แต่เป็นเงินกู้ในระยะค่อนข้างยาว

         การให้กู้ยืมหรือการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์แยกได้เป็น ๓ ประเภท คือ
         ๑. เงินให้กู้ (loans)
         ๒. เงินเบิกเกินบัญชี (overdrafts)
         ๓. ตั๋วเงินซื้อลด (discounts)







ตั๋วแลกเงิน


สมุดฝากเงินของธนาคารต่างๆ


สมุดคู่ฝากบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน หรือบัญชีเงินฝากเดินสะพัด


สมุดคู่ฝากบัญชีเงินฝากประจำ


สมุดคู่ฝากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์


แผนผังแสดงที่มาและทางใช้ไปของเงินทุน

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

เงินให้กู้
           เป็นเงินที่ธนาคารพาณิชย์ให้แก่ลูกค้าเป็นเงินก้อน ลูกค้าผู้กู้จะเบิกเงินไปได้ทั้งจำนวน เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของตน ผู้ขอกู้ต้องชำระดอกเบี้ยเต็มตามจำนวนเงินที่กู้ นับตั้งแต่วันที่เริ่มสัญญากู้ ไม่ว่าผู้กู้จะเบิกเงินก้อนนั้นไปใช้หรือยังฝากไว้กับธนาคาร ดังนั้น ผู้ที่ขอกู้เงินประเภทนี้จะต้องมีโครงการใช้เงินพร้อมอยู่แล้ว และหากมีเงินเหลือก็จะต้องแสวงหาที่ลงทุนชั่วคราว เพื่อให้เงินที่เหลือได้ดอกผลพอจะชดเชยกับส่วนของดอกเบี้ยที่ต้องเสียสำหรับเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์

[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เงินเบิกเกินบัญชี
           แตกต่างจากเงินให้กู้ตรงที่ว่า เมื่อผู้กู้ทำสัญญาขอกู้แบบเบิกเงินเกินบัญชีกับธนาคารแล้ว ธนาคารยังไม่ถือว่าผู้กู้เป็นลูกหนี้ของธนาคาร จนกว่าผู้กู้จะได้ใช้จ่ายเงินเกินบัญชีกระแสรายวันที่ตนมีอยู่กับธนาคาร ธนาคารจะยินยอมให้ผู้กู้เบิกเงินเกินจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีกระแสรายวันของผู้กู้ได้เท่ากับจำนวนเงินที่กำหนดเอาไว้ในสัญญา ภายในช่วงเวลาอายุของสัญญา ผู้กู้จะใช้เงินเมื่อใดก็ได้ตามต้องการ และเมื่อใดที่ผู้กู้มีเงินก็นำเงินมาฝากเข้าบัญชีเพื่อลดยอดเงินส่วนที่เบิกเกินบัญชีลง ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยเฉพาะส่วนที่เจ้าของบัญชีเบิกเกินบัญชี และเฉพาะวันที่มีการเบิกเกินบัญชีจริงเท่านั้น สัญญาเงินกู้ชนิดนี้เป็นสัญญาที่สะดวกสำหรับผู้ทำการค้าที่บางเวลาต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ต้องการเงินไปใช้เป็นช่วงเวลาไม่นานนัก วิธีเบิกเกินบัญชีเป็นวิธีปฏิบัติของการธนาคารพาณิชย์ในอังกฤษและในประเทศไทยด้วย ส่วนวิธีการให้กู้ยืมเงินก้อนเป็นวิธีที่ธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐอเมริกานิยมใช้ในการให้กู้ยืมเงินแก่ลูกค้า

[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ตั๋วเงินซื้อลด
          เป็นวิธีการให้เงินกู้เพื่อการค้าโดยธนาคารพาณิชย์จะรับซื้อตั๋วเงินที่พ่อค้ารายหนึ่งออกให้พ่อค้าอีกรายหนึ่ง ตั๋วเงินนี้เป็นตั๋วเงินที่เกิดขึ้น เนื่องจากการซื้อขายสินค้าซึ่งจะมีการชำระเงินในภายหลัง พ่อค้าที่ได้รับตั๋วเงินแต่ต้องการเงินสดไปใช้จะนำตั๋วเงินนี้ไปขายลดต่อให้กับธนาคารพาณิชย์  ตั๋วเงินประเภทนี้จะเป็นตั๋วที่มีการชำระเงินตามจำนวนที่ระบุไว้บนหน้าตั๋วในวันที่ตั๋วเงินครบกำหนด ธนาคารรับซื้อตั๋วเงินในรูปของการซื้อลด คือ ธนาคารให้ราคาแก่ผู้ที่นำตั๋วเงินมาขายไม่เต็มตามราคาที่ระบุไว้บนหน้าตั๋ว  ส่วนต่างของจำนวนเงินที่ธนาคารชำระเป็นค่าซื้อลดตั๋วเงินกับจำนวนเงินที่ธนาคารได้รับตามหน้าตั๋วเงิน เมื่อครบกำหนด คือ ดอกเบี้ยที่ธนาคารได้รับจากการซื้อลดตั๋วเงินดังกล่าว ตั๋วเงินมี ๓ ชนิด คือ เช็ค ตั๋วสัญญาใช้เงิน และตั๋วแลกเงิน  ตั๋วเงินส่วนใหญ่ที่ธนาคารพาณิชย์ซื้อลดไว้ ได้แก่ เช็ค

         ในการให้กู้ยืมเงินด้วยวิธีต่างๆ ธนาคารพาณิชย์จะต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง เพื่อให้มีความมั่นใจพอสมควรว่าจะได้เงินคืนเมื่อครบกำหนดตามสัญญา ถ้าเป็นการกู้ไปทำธุรกิจจะต้องศึกษาฐานะทางการเงินของธุรกิจและโครงการที่จะนำเงินกู้ไปใช้ว่าเหมาะสมและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ ธนาคารอาจจะให้กู้ยืมโดยให้มีผู้ค้ำประกันหรือเรียกหลักทรัพย์เป็นประกันการชำระหนี้คืนเมื่อครบกำหนด หลักทรัพย์ที่ค้ำประกันอาจจะเป็นที่ดิน เงินฝากประจำ และสินทรัพย์ทางการเงินอื่นๆ

          ธุรกิจการรับฝากเงินและให้กู้ยืมเงินถือเป็นธุรกิจหลักของธนาคารพาณิชย์ แต่โดยปกตแล้วธนาคารพาณิชย์ยังมีบริการอื่นให้แก่ลูกค้าอีกหลายประการ โดยเฉพาะบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการจัดการการเงินของลูกค้า ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดา นักธุรกิจ และบริษัทห้างร้าน บริการนี้อยู่ในข้อกำหนดของกฎหมายและประเพณีปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์จะทำได้ ดังต่อไปนี้

   

[กลับหัวข้อหลัก]

แผนผังแสดงประเภทของตั๋วเงิน

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การรับรองและการค้ำประกัน (acceptance and guarantee)
           การทำธุรกิจบางชนิด ผู้ที่ติดต่อกันจะไม่มีความไว้วางใจกัน เพราะไม่รู้จักกันดีพอ จึงมักจะพึ่งธนาคารพาณิชย์ให้เป็นคนกลางทำหน้าที่ในการรับรองหรือค้ำประกันการจ่ายเงินตามตั๋วเงินที่ลูกค้าเป็นผู้จ่ายหรือการปฏิบัติตามสัญญาที่ลูกค้าต้องปฏิบัติต่อคู่กรณี หากลูกค้าไม่จ่ายเงินหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา ธนาคารมีภาระต้องชดใช้เงินหรือค่าเสียหายแทนลูกค้า เช่น การค้ำประกันผู้รับเหมาในการรับเหมาทำงานก่อสร้างขนาดใหญ่ การค้ำประกันบริษัทต่างๆ ต่อทางราชการในเรื่องการชำระค่าภาษีอากร ค่าไฟฟ้า และการค้ำประกันผู้กู้เงินในประเทศในการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินในต่างประเทศ เป็นต้น การรับรองและการค้ำประกันเป็นธุรกิจที่ธนาคารพาณิชย์ใช้ชื่อเสียงของตนให้เป็นประโยชน์ และได้รับผลตอบแทนโดยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้าก่อนที่จะรับรองตั๋วเงินหรือออกหนังสือค้ำประกันให้

[กลับหัวข้อหลัก]

การรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจที่ต้องพึ่งบริการรับรองหรือค้ำประกันจากธนาคารพาณิชย์

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การโอนเงิน (transfer payment)
           การโอนเงินเป็นบริการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า ในการส่งเงินจากที่แห่งหนึ่งไปยังที่อีกแห่งหนึ่งในประเทศและต่างประเทศ โดยโอนผ่านสาขาของธนาคารเดียวกัน หรือโอนผ่านธนาคารพาณิชย์อื่น หรือโอนผ่านธนาคารตัวแทนในต่างประเทศ

[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (foreign exchange)
           ผู้ส่งออกและผู้ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศจะมีเงินตราของประเทศอื่นที่ต้องการเปลี่ยนเป็นเงินบาท ในขณะเดียวกันผู้ที่นำสินค้าเข้าและผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ จะต้องการเงินตราต่างประเทศ เพื่อใช้ชำระให้กับต่างประเทศ ธนาคารพาณิชย์รับซื้อและขายเงินตราต่างประเทศ  โดยได้รับกำไรจากส่วนต่างระหว่างราคาซื้อซึ่งถูกกว่าราคาที่ธนาคารพาณิชย์ขาย ธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ให้บริการซื้อขายเงินตราต่างประเทศเช่นนี้ได้และยังมีบุคคลบางรายได้รับอนุญาตจากทางการให้ประกอบธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศได้ด้วย แต่ขอบเขตของการประกอบธุรกิจจะจำกัดไว้แคบกว่าของธนาคารพาณิชย์
[กลับหัวข้อหลัก]

แผนกบริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การเรียกเก็บเงินตามตราสารเพื่อลูกค้า (bill for collection)
           การเรียกเก็บเงินตามตราสารเพื่อลูกค้าเป็นบริการที่ธนาคารให้แก่ลูกค้าที่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารด้วยการเรียกเก็บเงินตามเช็ค  ดราฟต์ ตั๋วแลกเงิน  และตราสารทางการเงินอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันให้แก่ลูกค้า เมื่อเรียกเก็บเงินได้ ธนาคารจะนำเงินเข้าบัญชีให้ลูกค้า ธนาคารให้บริการเรียกเก็บเงินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศโดยธนาคารจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้า


[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
บริการอื่นๆ (other business)
           ธนาคารพาณิชย์ให้บริการเพื่อประโยชน์ของลูกค้า โดยลูกค้าอาจจะเสียค่าธรรมเนียมสำหรับบริการบางอย่างหรือไม่เสียเลยก็ได้ เช่น
           ๑. บริการรับฝากของมีค่าโดยการให้เช่าตู้นิรภัย
           ๒. บริการชำระค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าภาษี และค่าธรรมเนียมให้แก่ส่วนราชการและองค์การต่างๆผ่านทางธนาคารพาณิชย์
           ๓. บริการออกเช็คของขวัญเพื่องานมงคลต่างๆ
           ๔. บริการออกบัตรเครดิตเพื่อบริการลูกค้าในการซื้อสินค้าตามสถานบริการ และห้างสรรพสินค้าโดยไม่ต้องจ่ายเงินสดทันที
           ๕. บริการรับฝากและจ่ายเงินโดยเครื่องอัตโนมัติ "บริการเงินด่วน"ATM (automatic teller machine)
           ๖. บริการจ่ายเงินเดือนพนักงานของลูกค้าที่เป็นบริษัท ห้างร้าน และส่วนราชการ
           ๗. บริการส่งเงินเพื่อการศึกษาในต่างประเทศให้ลูกค้า
[กลับหัวข้อหลัก]

เช็คของขวัญของธนาคารต่างๆ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายสุวัชชัย มนัสการวิทยา

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 13 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การเล่นกลางแจ้ง
การเลือกใช้โอกาสในการประดิษฐ์ผักและผลไม้
เขตชนบทยากจน
คุณค่าทางโภชนาการของอาหาร
ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ประเพณีการรับประทานอาหารของคนไทย
เรือนไทยภาคเหนือ
ลักษณะของชนบทยากจน
สงกรานต์
สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนในชนบท
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 6
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 12
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 17
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 18
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 24
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 25
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 13 > การดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์