สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21 > การจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารค ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
การจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารค ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
 
การจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารค ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดย นางณัฏฐภัทร จันทวิช

          นับจากเมื่อได้มีการจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารค เมื่อคราวฉลองพระนครครบรอบ ๑๕๐ ปี เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ ในรัชกาลที่ ๗  พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้ว ก็ไม่เคยได้จัดอีก จนใน พ.ศ. ๒๕๐๐ ในรัชกาลที่ ๙  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  อันเป็นปีที่ทางราชการได้จัดงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษขึ้น และได้จัดให้มีกระบวนเรือพระราชพิธีอัญเชิญพระพุทธรูป  พระไตรปิฏก  และพระสงฆ์แห่ไปตามลำแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นการเฉลิมฉลองกระบวนครั้งนั้นเรียกกันว่า  "กระบวนพุทธพยุหยาตรา" การจัดรูปกระบวนเรือคล้ายรูปกระบวนพยุหยาตราน้อย แต่ไม่ครบเนื่องจากเรือพระราชพิธีชำรุดเสียหายไปบ้าง ไม่มีเรือพอจะจัดให้เต็มรูปริ้วกระบวนแบบฉบับที่มีมาแต่โบราณ

          ดังนั้นใน พ.ศ. ๒๕๐๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดกระบวนพยุหยาตราชลมารค  สำหรับเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ตามพระราชประเพณีที่เคยมีมา แต่ก็ไม่อาจจัดกระบวนให้ครบถ้วนเป็นกระบวนพยุหยาตราใหญ่ หรือพยุหยาตราน้อยได้เช่นกัน มีเรือดั้งเหลือ ๑๐ คู่  เรือรูปสัตว์ ๒ คู่  คือ เรือพาลีรั้งทวีปกับเรือสุครีพครองเมือง ๑ คู่ เรืออสุรวายุภักษ์กับเรืออสุรปักษาอีก ๑ คู่  เรือที่ไม่มีคือ เรือกระบี่  เรือครุฑ และเรือคู่ชัก  จึงใช้เรืออสูรมาเป็นเรือคู่ชัก  ใช้เรือดั้งทอง และเรือพญาวานรเสริมริ้วเรือดั้งให้ครบ ๑๑ คู่ และเพื่อให้เป็นไปตามพระราชดำริในอันที่จะฟื้นฟูประเพณีการเสด็จ โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค กรมอู่ทหารเรือ กรมศิลปากร และสำนักพระราชวัง ได้ต่อเรือพระราชพิธีและเรือดั้งจนมีครบ ๑๑ คู่ ส่วนเรือรูปสัตว์ก็ต่อตัวลำขึ้นใหม่  ใช้หัวเดิมบ้างและต่อใหม่หมดบ้าง จนครบ ๘ ลำ  การเสด็จพระราชดำเนินถวายพระกฐินด้วยกระบวนพยุหยาตราชลมารคครั้งสุดท้าย ประกอบการเมื่อพ.ศ. ๒๕๑๐ และมีการซ้อมใหญ่อีกครั้งใน พ.ศ.๒๕๑๒

         ใน พ.ศ. ๒๕๒๕  เป็นโอกาสที่กรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ ๒๐๐ ปี รัฐบาลได้จัดงานเฉลิมฉลองขึ้น พระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งคือ การเสด็จพยุหยาตราชลมารค ในวันที่ ๕ เมษายน และกระบวนพยุหยาตรา ในวันที่ ๑๓ เมษายน โดยอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์แห่ออกเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำในวันสงกรานต์  อันเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทย และถือเป็นสิริมงคลในการฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี การจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารคครั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์  ทรงเป็นแม่กองปรับปรุงการจัดริ้วกระบวนจนดูโอ่อ่าตระการตายิ่ง

          อย่างไรก็ดี  ต่อมาในวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๓๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม  โดยมีการจัดกระบวนเรือตามแบบกระบวนพยุหยาตราชลมารค (ใหญ่) เมื่อครั้งสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี เมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๕ และใช้บทเห่เดิมของ
เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์  เป็นบทเห่ชมกระบวนเรือชมทิวทัศน์  ชมนก  ชมปลา  และชมไม้น.ต.มงคล  แสงสว่าง เป็นเจ้าหน้าที่เห่ นอกจากนี้มี พ.จ.อ.สุจินต์  สุวรรณ์  และ พ.จ.อ.ทวี  นิลวงษ์ เป็นผู้ช่วยในการเห่ด้วย

          ก่อนจะถึงวันพระราชพิธี  กองทัพเรือได้นำเรือพระที่นั่งออกจัดกระบวนเรือฝึกซ้อมใหญ่ ๒ ครั้ง คือ วันที่ ๖ และ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๐

          ในวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๑  เป็นวันมหามงคลของราชอาณาจักรไทยอีกวาระหนึ่งด้วยเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ได้ ๔๒ ปี ๒๓ วัน ซึ่งนานกว่าพระมหากษัตริยาธิราชทุกพระองค์ในอดีตรัฐบาลได้จัดงานฉลองพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกขึ้นในงานนี้  ระหว่างวันที่ ๒-๕ กรกฎาคม มีการเห่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์  เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช  และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์  ที่ท่าราชวรดิษฐ์  โดยบทเห่นั้น  คุณหญิงกุลทรัพย์เกษแม่นกิจ รองอธิบดีกรมศิลปากร เป็นผู้ประพันธ์

          จากความงดงามในศิลปกรรมที่ประกอบขึ้นเป็นเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ประกอบกับเป็นเรือที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทยแล้ว  ยังมีความสำคัญในการเป็นมรดกของโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกไกลอย่างยิ่งลำหนึ่งที่แสดงถึงความมีอัจฉริยะในการต่อเรือของช่างไทยโบราณ  ที่สามารถแสดงออกถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติได้อย่างดียิ่ง นอกจากนี้ยังเป็นงานศิลปกรรมที่รัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญ  จึงได้ให้การทำนุบำรุงรักษาเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เป็นอย่างดียิ่ง  จนสามารถนำมารับใช้เบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการพระราชพิธีต่างๆ จนมาถึงปัจจุบัน  อันถือได้ว่าเป็นการสืบต่อความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในการต่อเรือและการเดินเรือรวมทั้งการค้าขายทางทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกไกลซึ่งกำเนิดขึ้นมาเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว

          ด้วยความสำคัญของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ดังกล่าวมาแล้ว จึงทำให้องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักร  ให้ความสนใจส่งผู้แทนมาพิจารณามอบรางวัลเรือโลกแก่  เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ในวันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๕ (ค.ศ. ๑๙๙๒)   คณะกรรมการองค์การเรือโลก (WORLD SHIP TRUST) ประกอบด้วย นายอีเวน เซาท์บี-เทลยัวร์ (MR.EWEN SOUTHBY TAILYOUR)  ประธานองค์การเรือโลก   นายไมเคิล ไทแนน (MR.MICHAEL TYNAN) นักกฎหมายประจำองค์การฯ และนายเจมส์ ฟอร์ไซท์ (MR.JAMES FORSYTH) ได้เดินทางมายังราชอาณาจักรไทย และได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญรางวัลเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์  คือ  เหรียญรางวัลมรดกทางทะเลขององค์การเรือโลก  ประจำปี ค.ศ. ๑๙๙๒ (THE WORLD SHIP TRUST MARITIME HERITAGE AWARD "SUPHANNAHONG ROYAL BARGE") จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานเหรียญรางวัลดังกล่าวแก่อธิบดีกรมศิลปากรครั้งนั้น  คือนายสุวิชญ์ รัศมิภูติ  ซึ่งเป็นกรมที่รับผิดชอบดูแลรักษาเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ที่จัดแสดงอยู่ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  เรือพระราชพิธี

          องค์การเรือโลก (WORLD SHIP TRUST) แห่งสหราชอาณาจักร เป็นองค์การที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นองค์กรการกุศลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ค.ศ. ๑๙๗๙  (พ.ศ. ๒๕๒๒)  มี ดยุกแห่งเอดินบะระ  (DUKE OF EDINBURGH) เป็นองค์อุปถัมภ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาและความรู้ของสาธารณชนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเดินเรือ การต่อเรือ ส่งเสริมการทำนุบำรุงรักษาเรือสมัยโบราณที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทั้งต่อโลกและมนุษยชาติเพื่อให้เป็นมรดกที่ล้ำค่าที่สาธารณชนรุ่นหลังจะได้มีโอกาสได้ชื่นชมต่อไป  รวมทั้งดำเนินการสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรือต่างๆ เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานและเป็นประโยชน์ในการทำนุบำรุงเรือนั้นๆ

          องค์การเรือโลกได้เคยมอบรางวัลแก่ องค์กรบุคคล และเรือต่างๆ แล้ว ๑๒ เหรียญ ที่สำคัญมีเรือวาซา (WASA) ของสวีเดน  เรือแมรีโรส (MARY ROSE) ของสหราชอาณาจักร  เรือจิลแลนด์ (JYLLAND) ของเดนมาร์ก  เรือยูเอสเอสคอนสติติวชัน (USS CONSTITUTION) ของสหรัฐอเมริกา และในปีเดียวกับที่มอบเหรียญรางวัลให้เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ แห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ก็ได้มอบรางวัลให้แก่เรือมิกาซา (MIKASA) แห่งประเทศญี่ปุ่นด้วย

          สำหรับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ นอกจากได้รับเหรียญรางวัลแล้ว ยังได้รับสาส์นแสดงความยินดีจากเจ้าชายฟิลิป ดยุก แห่งเอดินบะระด้วย



ประธานองค์การเรือโลก ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลมรดกทางทะเลขององค์การเรือโลกประจำปี พ.ศ. ๑๕๓๕ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


ประธานองค์การเรือโลก ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลมรดกทางทะเลขององค์การเรือโลกประจำปี พ.ศ. ๑๕๓๕ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

เรือพระราชพิธีลำใหม่ "เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙"
          นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ประเทศไทยจะมีเรือพระราชพิธีลำใหม่เพิ่มอีก ๑ ลำ คือ เรือพระ-ที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ ทั้งนี้เนื่องด้วยกองทัพเรือและกรมศิลปากรจะสร้างขึ้นน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  เพื่อฉลองในมหาวโรกาสงานพระราชพิธีกาญจนาภิเษก  ที่พระองค์เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ ๕๐ ปี เรือพระราชพิธีลำใหม่นี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนามว่า "เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ ๙"

          ลักษณะของเรือเป็นการนำรูปแบบโขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณเดิมซึ่งเป็นไม้จำหลักซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดเกล้าฯ  ให้สร้างเฉพาะโขนเรือรูปครุฑยุดนาค (พญาสุบรรณ) เท่านั้น  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างรูปพระนารายณ์ประทับยืนบนหลังพญาสุบรรณทำให้เรือมีความสง่างามมากขึ้น เรือพระที่นั่งองค์เดิมได้ชำรุดทรุดโทรมเสื่อมสภาพไปเหลือเพียงโขนเรือเท่านั้น และจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร  กองทัพเรือจึงร่วมกับกรมศิลปากรนำโขนเรือดังกล่าวมาเป็นแบบในการสร้างเรือพระที่นั่งองค์ใหม่  ซึ่งจะเป็นเรือพระที่นั่งรอง ทอดบัลลังก์กัญญาเทียบเท่าเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชและเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ใช้ฝีพาย ๕๐ นาย  เพื่อให้มีความหมายสอดคล้องกับโอกาสอันเป็นมหามงคลนั้นและกำหนดว่าจะสร้างแล้วเสร็จในราววันที่ ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๙

          เมื่อวันจันทร์ที่ ๕ กันยายน พ.ศ.  ๒๕๓๗พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางกระดูกงูเรือพระที่นั่งลำใหม่ ณ กรมอู่ทหารเรือ  กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา ๑๗.๑๕ นาฬิกา ทั้งนี้เนื่องด้วยกองทัพเรือและกรมศิลปากร  จะสร้างขึ้นน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเฉลิมฉลอง นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ประเทศไทยจะมีเรือพระราชพิธีลำใหม่เพิ่มอีก ๑ ลำคือ  เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ ๙  พร้อมกับการซ่อมเรือพระราชพิธีอีก ๕๓ ลำ  เรือพระราชพิธีลำใหม่นี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามว่า  "เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙"  ตามหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ลงวันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ 

          ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางกระดูกงูเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ ๙ การพระราชพิธีประกอบขึ้นระหว่างเวลา ๑๗.๑๕-๑๗.๔๙ นาฬิกา เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงบริเวณพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียน  เครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัยและทรงศีล  ผู้บัญชาการทหารเรือ  พลเรือเอกประเจตน์  ศิริเดช  กราบบังคมทูลรายงานการสร้างเรือพระที่นั่งฯ แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมหัวเรือ ทรงผูกผ้าสีชมพู  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงคล้องพวงมาลัย  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตอกหมุดตอนกระดูกงูเรือ   แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์และทรงหลั่งทักษิโณทก ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธี พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา โหรพราหมณ์ทำพิธีบูชาฤกษ์เจ้าพนักงานลั่นฆ้องชัย  เป่าสังข์  และแกว่งบัณเฑาะว์  พิณพาทย์ทำเพลงมหาฤกษ์ซึ่งเป็นเพลงหน้าพาทย์สำหรับประกอบพิธีมงคล

          สำหรับการสร้างเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ นี้  กองทัพเรือร่วมกับกรมศิลปากรได้นำเอาโขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ  ที่สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาเจษฎาบดินทร์  พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓  และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔  มาเป็นแม่แบบ  โดยกองทัพเรือจะดำเนินการสร้างในส่วนที่เป็นโครงสร้างของตัวเรือพายและคัดฉาก  ส่วนกรมศิลปากรจะดำเนินการในงานที่เกี่ยวกับศิลปกรรมของเรือทั้งหมด
[กลับหัวข้อหลัก]

โขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ลักษณะของเรือ
          จากการพิจารณาโขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณเดิม ซึ่งเป็นโขนเรือแกะสลักจากไม้ลงรักปิดทองประดับกระจกตลอดทั้งลำ  ลวดลายเขียนลายดอกพุดตานพื้น  ส่วนท้ายเรือมีลักษณะคล้ายเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช  แต่ส่วนเหนือมาลัยท้ายเป็นสร้อยหางครุฑ  ปลายหางสุดของท้ายเรือเป็นกนกหางครุฑ ท้องลายของท่อนหางเป็นขนครุฑ  สีพื้นเรือหรือสีท้องเรือเป็นสีแดงชาดใช้กัญญาเรือเช่นเดียวกับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ คือ  ตัวบัลลังก์กัญญาเรือ  เป็นลวดลายแกะสลักลงรักปิดทองประดับกระจก  แผงพนักพิงแกะสลักลวดลายเป็นรูปครุฑยุดนาค  ลงรักปิดทองประดับกระจกภายในเหมือนเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ลูกแก้วรับขื่อเป็นไม้แกะสลักลงรักปิดทองประดับกระจก  เสาสองต้นทาสีดำ  ส่วนพายกับฉากลงรักปิดทอง  การวางฉัตร ให้เว้น ๒ กระทงต่อ ๑ ฉัตร  ผ้าดาดหลังคากัญญาเรือ  เป็นทองแผ่ลวด  ลายโคมแย่ง  ลงรักปิดทองประดับกระจกพื้นแดงลายจั่วและลายผ้าม่านโดยรอบประดับด้วยทองแผ่ลวด  มีฝีพาย ๕๐ นาย สิ้นค่าใช้จ่ายประมาณ ๑๑.๗ ล้านบาท
          เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙  สร้างเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ในวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙

          ขนาดของเรือ
          ความยาวทั้งหมด   ๔๔.๓๐  เมตร
          ความยสวแนวน้ำหนัก บรรทุกเต็มที่  ๓๔.๖๐  เมตร
          ความกว้างของเรือ  ๓.๒๐  เมตร
          ความลึกของเรือ  ๑.๑๐  เมตร
          กินนน้ำลึก  ๐.๔๐  เมตร
          ระวางขับน้ำบรรทุกเต็มที่  ๖๐  ตัน
[กลับหัวข้อหลัก]

ลวดลายไม้จำหลักตัวเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นางณัฏฐภัทร จันทวิช

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การส่งเสริมด้านการตลาด
การเสด็จเลียบพระนคร
เครื่องปั้นภาคกลาง
เครื่องปั้นภาคเหนือ
ถมจุฑาธุช
ถมนครแพร่หลายเข้ามากรุงเทพฯ
ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร วีรสตรีแห่งเมืองถลาง
บทบาทของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษฯ
ปะการัง
ป่าชายเลน
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 13
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 25
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 27
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 29
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21 > การจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารค ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช